หน้าหลัก / โรแมนติก / ตามดวงใจหวนคืน / คำถามที่ไม่ได้เตรียมรับมือ

แชร์

คำถามที่ไม่ได้เตรียมรับมือ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-07 08:32:11

แม่เลี้ยงเดี่ยวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตขาวใต้กางเกงสีดำดูทะมัดทะแมงจูงมือลูกอย่างระมัดระวังระหว่างเดินกลับเข้าออฟฟิศเพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเธอเพียงแค่ออกไปรับลูกแล้วกลับเข้ามาเป็นอย่างนี้ทุกวันตั้งแต่เด็กๆ เข้าเนอร์สเซอรี่จนชั้นอนุบาลและยังคงเป็นสถานที่เดียวกันที่เธอไว้วางใจทั้งห่างจากที่ทำงานใช้เวลาขับรถไปกลับเพียงสามสิบนาที ระหว่างทางเดินมีคนทักทายเด็กๆ หยอกล้อกันพอเป็นพิธีจนเข้าห้องประจำตำแหน่งของยารินดา

“คุณแม่ขา” เด็กหญิงตัวน้อยผมยาวผิวขาวแก้มกลมแหงนมองมารดาดวงตาซื่อใสรอการขานรับ ก่อนริมฝีปากอวบอิ่มเด่นชัดบนใบหน้าขาวที่ประทินผิวบางเบาก้มมองลูกน้อยพลางตอบเสียงหวานเปี่ยมเมตตา

“ขา”

“วันนี้คุณแม่ต้องทำงานต่ออีกไหมคะ” เด็กหญิงตัวน้อยพูดจากระท่อนกระแท่นแต่สามารถเรียงประโยคได้อย่างชัดเจนไม่ต่างกันกับแฝดผู้น้องของเธอ

“ไม่ค่ะ วันนี้แม่เคลียร์งานเสร็จแล้วรอแม่เก็บของไม่นานเราก็จะได้กลับบ้านกัน แล้ว...ทำไมเหรอคะ ลูกอยากไปไหนกันเหรอ”

“ผมอยากไปเดินเที่ยวที่ถนนข้าวสารครับคุณแม่” ลูกชายชิงตอบแต่ลูกสาวก็พยักหน้าตาม

“หืม นึกยังไงล่ะวันนี้ แล้วจะเดินไหวกันเหรอลูก แม่อุ้มหนูพร้อมกันสองคนไม่ไหวนะคะ”

“น้องทรายเดินไหวค่ะ”

“ผมก็ไหวนะครับคุณแม่”

“แน่ใจเหรอลูก ลูกโตขึ้นมากแล้วแม่อุ้มพร้อมกันไม่ไหวจริงๆ นะคะ” ยารินดาถามย้ำ

“เราสองคนขอแค่ไปซื้อขนมแล้วก็เดินกลับกันเลยค่ะ”

“ได้ไหมครับคุณแม่”

แม่เลี้ยงเดี่ยวในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตขาวใต้กางเกงสีดำดูทะมัดทะแมงจูงมือลูกอย่างระมัดระวังระหว่างเดินกลับเข้าออฟฟิศเพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเธอเพียงแค่ออกไปรับลูกแล้วกลับเข้ามาเป็นอย่างนี้ทุกวันตั้งแต่เด็กๆ เข้าเนอร์สเซอรี่จนชั้นอนุบาลและยังคงเป็นสถานที่เดียวกันที่เธอไว้วางใจทั้งห่างจากที่ทำงานใช้เวลาขับรถไปกลับเพียงสามสิบนาที ระหว่างทางเดินมีคนทักทายเด็กๆ หยอกล้อกันพอเป็นพิธีจนเข้าห้องประจำตำแหน่งของยารินดา

“คุณแม่ขา” เด็กหญิงตัวน้อยผมยาวผิวขาวแก้มกลมแหงนมองมารดาดวงตาซื่อใสรอการขานรับ ก่อนริมฝีปากอวบอิ่มเด่นชัดบนใบหน้าขาวที่ประทินผิวบางเบาก้มมองลูกน้อยพลางตอบเสียงหวานเปี่ยมด้วยเมตตา

“ขา”

“วันนี้คุณแม่ต้องทำงานต่ออีกไหมคะ” เด็กหญิงตัวน้อยพูดจากระท่อนกระแท่นแต่สามารถเรียงประโยคได้อย่างชัดเจนไม่ต่างกันกับแฝดผู้น้องของเธอ

“ไม่ค่ะ วันนี้แม่เคลียร์งานเสร็จแล้วรอแม่เก็บของไม่นานเราก็จะได้กลับบ้านกัน แล้ว...ทำไมเหรอคะ ลูกอยากไปไหนกันเหรอ”

“ผมอยากไปเดินเที่ยวที่ถนนข้าวสารครับคุณแม่” ลูกชายชิงตอบแต่ลูกสาวก็พยักหน้าตาม

“หืม นึกยังไงล่ะวันนี้ แล้วจะเดินไหวกันเหรอลูก แม่อุ้มหนูพร้อมกันสองคนไม่ไหวนะคะ”

“น้องทรายเดินไหวค่ะ”

“ผมก็ไหวนะครับคุณแม่”

“แน่ใจเหรอลูก ลูกโตขึ้นมากแล้วแม่อุ้มพร้อมกันไม่ไหวจริงๆ นะคะ” ยารินดาถามย้ำ

“เราสองคนขอแค่ไปซื้อขนมแล้วก็เดินกลับกันเลยค่ะ”

“ได้ไหมครับคุณแม่”

“แหมร่วมมือกันดีจัง ก็ได้ แต่สัญญากับแม่ก่อนว่าเราห้ามปล่อยมือกันนะคะ ถ้ามีใครเหนื่อยแม่สลับอุ้มได้ทีละคนนะ ลูกสองคนต้องเสียสละให้กันและกันเมื่อถึงเวลาเข้าใจใช่ไหม”

“ครับ/ค่ะ” หลังทำข้อตกลงได้ผู้เป็นแม่ก็หันไปเก็บของต่อในขณะที่ลูกเดินวนไปมาอยู่ใกล้ๆ

“เอาล่ะ แม่เก็บของเสร็จแล้วเราไปกันเถอะ”

“เย้” ทั้งสองดีใจวิ่งออกนอกห้องทว่าอยู่ๆ ทรายก็ล้มลงจนยารินดาตกใจแต่เด็กน้อยรีบลุกขึ้นโดยน้องชายหันมาช่วยประคองและไม่ร้องไห้เพราะกลัวไม่ได้ไปถนนข้าวสาร

“ใจเย็นๆ สิลูกหนูเป็นอะไรหรือเปล่า” เธอย่อตัวด้วยท่าทีลนลานยกมือขึ้นจับแขนขาเล็กๆ สำรวจลูกสาวหน้าตาตื่นแต่เด็กน้อยส่ายหน้าว่าไม่เป็นอะไร

“ทำไมช่วงนี้หนูล้มบ่อยจังล่ะน้องทราย”

“หนูไม่ระวังเองค่ะ”

“ระวังหน่อยสิคะแม่เป็นห่วง”

“อืม” เด็กน้อยรับคำพร้อมพยักหน้าแสดงอาการเหนื่อยล้าเสียงหงอยเล็กน้อยจนยารินดาคิดว่าความห่วงใยของเธออาจทำให้ลูกรู้สึกว่ากำลังโดนดุเพราะสังเกตท่าทางของลูกไม่สดชื่นเลยทั้งยังดูสลดลง

“แม่ไม่ได้ดุหนูนะแม่แค่เป็นห่วงน่ะ” ลูกสาวพยักหน้า

“เราไปกันเถอะ ลูกเดินไหวใช่ไหม”

“ไหวค่ะ” ยารินดาพยักหน้าทั้งเกลี่ยเส้นผมออกจากแก้มกลมของลูกสาวไปทัดใบหูเล็กน่ารักนั้นไว้ก่อนหันไปบอกลูกชาย

“หินเดินนำเลยลูก อย่าแตกแถวนะรอพี่ด้วยอย่าวิ่งซนเป๋ไปมาเข้าใจไหมครับ”

“ครับ” เด็กชายแหงนมองแม่ขณะเธอยืนขึ้นแล้วหันหลังเดินนำ เธอเห็นท่าทางของทรายดูไม่ค่อยดีจึงจับมือลูกสาวค่อยๆ เดินตามหินไป

“ลูกจะเปลี่ยนใจกันหรือเปล่าหินพี่ของลูกดูไม่สดชื่นเลยนะ” ยารินดาหันไปถามลูกชายหลังประตูรถถูกปิดและรัดเข็มขัด

“หนูอยากไปค่ะ” ทรายชิงตอบเองพร้อมฉีกยิ้มแต่หินก็แอบเป็นห่วงพี่

“ถ้าพี่ทรายไม่ไหว ผมไม่ไปก็ได้ครับ”

“หนูอยากไปค่ะ คุณแม่” ทรายย้ำอีกครั้ง

“ก็ได้ถ้าอย่างนั้นหินอาจต้องเดินเหนื่อยหน่อยนะเพราะแม่อาจต้องอุ้มพี่ทรายตลอด”

“ครับ” ยารินดาสูดหายใจเข้าทั้งที่รู้สึกไม่ดีเพราะวันนี้หลังจากลูกสาวล้มเธอดูซึมลงอย่างสังเกตเห็นได้ชัด

“ทรายถ้าลูกรู้สึกไม่สบายรีบบอกแม่นะคะ”

“ค่ะคุณแม่”

ยารินดาถอนหายใจก่อนหันไปบิดกุญแจสตาร์ทรถแล้วขับออกไป ระหว่างทางต่างคนต่างกลับจากเลิกงานรถราก็เริ่มติดเธอหันไปดูเด็กๆ ทั้งสองต่างก็หลับ ใจก็อยากจะเปลี่ยนเส้นทางแอบพาลูกกลับแต่ก็กลัวทั้งคู่งอแงตอนรู้ตัว

เธอเลี้ยงลูกคนเดียวตามใจบ้างขัดใจบ้าง แต่ก็ให้เหตุผลที่ดีพอในเวลาไม่ตามใจ โชคดีที่เด็กเชื่อฟังทั้งไม่ดื้อรั้นไม่ซน โนอาห์โทรหาลูกบุญธรรมแทบทุกวันตั้งแต่เริ่มหัดพูดเขาช่วยสอนเด็กๆ ตลอดจนทั้งคู่ตอบโต้กับโนอาห์เป็นภาษาอังกฤษได้ ส่วนพี่เลี้ยงเธอจ้างมาช่วยดูแลประจำทั้งกลางวันกลางคืนในช่วงเจ็ดเดือนแรกที่ค่อนข้างหนัก ยารินดาลาออกจากงานตั้งแต่อายุครรภ์ได้แปดเดือนตามที่วางแผนไว้

ที่ทำงานเดิมไม่มีใครรู้ว่าเธอท้องแม้กระทั่งริสา พอเด็กย่างเข้าแปดเดือนเธอก็ให้พี่เลี้ยงมาช่วยเป็นครั้งคราวเท่านั้นระหว่างนั้นก็หางานในโรงแรมแห่งใหม่ในตำแหน่งที่เธอต้องการเพื่อให้ได้อัตราเงินเดือนที่สูงพอเพราะเธอต้องเลี้ยงลูกถึงสองคนและก่อนเด็กๆ เข้าเนอร์สเซอรี่ตอนได้ทำงานต้องจ้างคนดูแลช่วงกลางวันเป็นปี หลังเลิกงานเธอดูแลลูกเอง

โชคดีที่ได้งานในโรงแรมหรูย่านสุขุมวิท ทำงานสักพักก็สืบเสาะหาโรงเรียนลูกและที่อยู่ใหม่ที่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก จากนั้นจึงประกาศให้เช่าบ้านหลังเดิมเพื่อเอาเงินตรงนั้นมาช่วยผ่อนจ่ายที่อยู่ใหม่โชคดีอีกครั้งที่เธอได้ผู้เช่ารายปีดีทุกราย จ้างคนช่วยทำความสะอาดบ้านอาทิตย์ละครั้ง และเธอเลือกพี่เลี้ยงเด็กที่เคยเลี้ยงลูกสาวและลูกชายของเธอนั่นเอง

แกรก!!

เสียงดึงเบรกมือเมื่อรถจอดเข้าที่ดังขึ้นก่อนหันไปปลุกลูกเมื่อถึงจุดหมาย เวลาเดียวกันนั้นกลุ่มของปฐพีก็เดินเข้ามาแต่เพราะห่วงเพื่อนจึงไม่ได้มอง ส่วนยารินดาก็เอื้อมไปปลุกลูกสาวโดยหินนอนอยู่ด้านหลัง

“ถึงแล้วลูกตื่นเถอะ หิน ทรายลูก ทรายไหวไหม”

เด็กน้อยงัวเงียตื่นเมื่อแม่เขย่าแขนขยี้หูขยี้ตาและหินก็หันไปเจอผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าคล้ายคนในรูปที่ตนดูกับพี่สาวบ่อยๆ พอดี

“คุณพ่อ” ด้วยความไร้เดียงสาและอยากเจอพ่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหินจึงตะโกนเรียกอยู่ในรถทำเอาแม่ตกใจรีบหันมองลูกชายแล้วหันตามไปทางที่เขามองแต่ผู้คนและรถยนต์เริ่มขวักไขว่เลยไม่เห็นอะไรผิดสังเกตจึงหันกลับมามองลูก

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะลูก”

“คุณแม่ผมจะได้เจอคุณพ่อไหม”

“แม่บอกแล้วไงคะคุณพ่อไปเรียน อย่าไปรบกวนเขา”

“เขาไม่รักพวกเราเหรอครับ คุณพ่อไม่รักคุณแม่เหรอ”

“เอ่อ” ยารินดาอึกอักเรื่องบางเรื่องมันยากที่เด็กจะเข้าใจ จึงต้องรีบตัดบท

“เราไปกันเถอะเดี๋ยวขนมจะหมดนะลูก นี่ก็หกโมงเย็นแล้ว ทรายไหวไหม”

“ไหวค่ะ” เมื่อลูกสาวตอบแบบนั้นยารินดาก็เปิดประตูรถก่อนจะหันไปมองหินที่ชะเง้อผ่านหน้าต่าง เธอมองตามทิศทางสายตาของเขาก่อนหันมาบอกให้ลูกชายเตรียมตัวเด็กน้อยขยับตามแม่บอก จากนั้นทั้งสามจึงจูงมือกันเดินเข้าไปในถนนข้าวสาร

“พี่ทรายเมื่อกี้ผมคิดว่าผมเจอคุณพ่อด้วย” ยารินดาได้ยินก็ส่ายหน้าไม่อยากใส่ใจแต่ดูทรายจะร่าเริงขึ้นเมื่อได้ยินเรื่องนั้น เธอไม่ปิดบังว่าใครเป็นพ่อของลูกแต่ก็ไม่ได้บอกว่าการมีลูกเป็นเรื่องไม่ได้ตั้งใจเธอบอกเพียงว่าพ่อไปเรียนหนังสือหลายปีบางทีอาจมีเหตุผลบางอย่างทำให้เขาไม่กลับมา แต่วันนี้เมื่อลูกๆ เริ่มโตขึ้นเธอไม่ได้คิดคำตอบเอาไว้รับมือเมื่อถูกถามแบบนั้น

ยารินดาปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ถึงแม้จะฟังอยู่แต่ก็ไม่พยายามแทรกการสนทนาระหว่างพี่น้อง

ยารินดาเข้าใจว่าลูกอยากเจอพ่อมาก ยิ่งตอนเลิกเรียนเห็นพ่อเพื่อนๆ ไปรับ หินและทรายยิ่งอยากให้พวกตนมีพ่อไปรับบ้างทั้งสองตัดพ้ออยู่หลายครั้งว่าเธอไปรับช้าอยากให้พ่อเป็นคนมารับเหมือนคนอื่นๆ

เรื่องนั้นยารินดาคิดเอาไว้ว่าจะไม่ห้ามทั้งสามเจอกันเมื่อเขารู้ความจริง แต่เธอจะไม่พยายามไปบอกฝั่งนั้นเป็นอันขาดว่าทั้งสองคือลูกฝาแฝดที่ร่วมกันสร้างขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ความจริงเธอคิดย้อนไปถึงคืนนั้นที่เขาบอกว่าถุงยางแตกให้กินยาหลังร่วมแต่เป็นตนเองที่ดันลืมจึงได้แต่คิดว่ามันเป็นความผิดพลาดของตัวเองคนเดียวและบางทีลึกๆ แล้วเขาอาจไม่อยากรับผิดชอบด้วยก็ได้

การโต้ตอบแบบเด็กๆ นั้นเกิดขึ้นเร็วและจบเร็วเมื่อเจอสิ่งต่างๆ รอบข้างเวลานี้ทั้งสองเริ่มมองหาของกินแล้ว

“ตกลงอยากกินอะไรกันคะแม่เห็นผ่านมาหลายร้านแล้วนะ”

“น้องทรายอยากกินเค้กสตรอว์เบอร์รี่ค่ะ”

“แล้วหินล่ะลูกเอาเหมือนพี่ทรายได้ไหมจะได้ไปร้านเดียวกันเลยสองคนดูเหนื่อยแล้วนะ”

“ได้ครับ”

สามคนแม่ลูกจูงมือกันเข้าคาเฟ่แห่งหนึ่งที่ภายในนั้นมีขนมมากมายหน้าตาน่ากิน ในร้านมีเครื่องดื่มและอาหารขายด้วย จึงคิดว่าวันนี้พาลูกกินข้าวนอกบ้านสักหน่อยก็คงดีกลับบ้านจะได้ไม่ต้องทำอาหารให้เหนื่อย พาเด็กๆ อาบน้ำรอเวลาเข้านอนเลย

“เหนื่อยหรือเปล่าลูก”

“ไม่เหนื่อยครับ”

“ทรายล่ะไหวใช่ไหม ลูกดูเพลียๆ นะ”

“หนูไหวนะคะคุณแม่”

“กินข้าวก่อนค่อยกินของหวานกันดีไหมคะ”

“วันนี้คุณแม่จะไม่ทำกับข้าวเหรอคะ”

“จ้า วันนี้ตอนกลับรถอาจติดกว่าจะถึงบ้านแม่คิดว่ากินที่นี่สักวันน่าจะดี ลูกๆ คิดว่าไง”

“ก็ได้ค่ะ”

“หินล่ะ”

“ผมยังไงก็ได้ครับ”

“งั้นเอาข้าวผัดมาแบ่งกันกินนะลูกแล้วแม่จะสั่งเค้กให้คนละชิ้น ดีไหมเอ่ย”

เด็กน้อยพยักหน้าแล้วยารินดาก็พาเดินหาโต๊ะนั่งด้านในที่ถูกกั้นจากภายนอกด้วยกระจกใสและปูน ในขณะนั้นเองใครคนหนึ่งก็กำลังหรี่ตามองจากถนนฝั่งตรงข้าม และกำลังจะก้าวข้ามถนนมาดูให้แน่ใจทว่าเขากลับถูกขัดจังหวะเสียก่อน

“มองอะไรอยู่เหรอคะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตามดวงใจหวนคืน   รางวัลของชีวิต

    “เหนื่อยจังเลยค่ะ คู่แฝดจะหลับหรือยังนะ” ยารินดาบ่นอู้อี้แต่ยังห่วงลูกขณะที่สามีมองตามก่อนปิดล็อกประตู“พี่จันทร์น่าจะพาเข้านอนแล้วล่ะครับ” ปฐพีกล่าวพลางเดินเข้าสวมกอดภรรยาจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังถอดต่างหูและเครื่องประดับแวววาวชิ้นอื่นออก“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“เหนื่อยแต่อยาก” เขากล่าวเสียงแผ่วริมฝีปากสัมผัสต้นคอภรรยามือใหญ่เคลื่อนขึ้นนวดทรวงอกทำให้เธอเผลอครางเบาๆ“ช่วยรูดซิปให้ได้ไหมคะ”“ไม่บอกผมก็ทำอยู่แล้วล่ะ” สิ้นเสียงเอื้อนเอ่ยอันแหบพร่าเสียงซิปลากยาวก็ดังขึ้น ก่อนจะเบียดร่างบางในชุดแต่งงานที่เริ่มไหลหลุดเข้าหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“อา” ลมหายใจร้อนผ่าวตามด้วยริมฝีปากอุ่นที่กดดูดแผ่นหลังเนียนจนเสียงที่กลั้นไว้ลอดออกมาหลายครั้งฝ่ามือใหญ่เคล้าคลึงสองเต้านุ่มนิ่มด้านหน้า เธอแอ่นบั้นท้ายเบียดเขาที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังสัมผัสได้ว่า สิ่งที่หลับอยู่ใต้กางเกงนั้นบัดนี้ตื่นตัวตึงแล้วก่อนเสียงซิปสั้นจะดังขึ้น“อะ อา” แม้จะคุ้นชินแต่ก็อดกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ได้เมื่อถูกกระแทกดันเข้าอย่างกะทันหัน ดวงตาคมของเขาตอนนี้มองภาพเธอสะท้อนเผยอปากครวญครางอยู่หน้ากระจกอย่างล่องลอย ทรวงอกอิ่มฟูกระเพื่อมไหวตามแรงขย

  • ตามดวงใจหวนคืน   ดั่งปรารถนา

    สองกายเดินจูงมือเคียงกันเข้าห้องหมอเอกภาพเมื่อถึงกำหนดเวลานัดโดยที่ลูกทั้งสองอยู่ที่โรงเรียน ปฐพีห้ามลูกสาวขึ้นเครื่องเล่นสูงและอย่าวิ่งเร็วก่อนจากมา“คุณพ่อคุณแม่ของน้องธราณินใช่ไหมครับ” หมอถาม“ใช่ค่ะ/ครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันหมอหนุ่มก็ถามชื่อนามสกุลของทั้งสองตามระเบียบก่อนจะเริ่มชี้แจง“ยินดีด้วยนะครับ เลือดของคุณพ่อตรงกับลูกถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แบบนี้ความเสี่ยงน้อยโอกาสหายสูงแต่ถ้าได้ของน้องชายจะยิ่งดี เสียดายที่เด็กยังอายุไม่ถึง คนไข้คงรอนานไม่ได้”“ยังไงคะ”“ก็เลือดของน้องชายตรงกับพี่สาวเกือบร้อยครับแต่อายุยังไม่ถึงขั้นต่ำที่เรารับคือสิบห้าปีเลย ดังนั้นหมอเลือกใช้ไขกระดูกของคุณพ่อแทน หมอจะนัดวันเข้าเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากคุณพ่อไว้ก่อนนะครับ ระหว่างนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไรพยาบาลจะแนะนำอีกครั้ง แล้วก็จะนัดวันพาน้องมาเข้าเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเซลล์ไม่ดีออกก่อน”“ต้องเข้าเคมีด้วยเหรอคะ”“ครับ”“กี่ครั้งคะคุณหมอ”“ถ้าโชคดีก็ครั้งเดียวครับ เมื่อประเมินแล้วทุกอย่างพร้อมเราจะรีบทำการรักษาให้เร็วที่สุด” ยารินดาและปฐพีได้แต่พยักหน้ารับทราบทั้งที่ใจก็ห่วงลูก แต่ถ้าไม่รักษาก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดี

  • ตามดวงใจหวนคืน   นิยามรักเรื่องใหม่

    ปฐพีรู้สึกว่าเสียงกริ่งหน้าประตูด้านนอกนั้นรบกวนและขัดจังหวะอันสมควรแก่เวลาของตนเหลือเกิน ชายหนุ่มมองออกไปยังทิศที่มาของเสียงแม้ผนังบ้านจะกั้นไว้และไม่รู้ว่าใครกด ใจก็ไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาเช่นนี้“จันทร์ไปดูสิ ว่าใครมามืดค่ำป่านนี้”“ค่ะคุณดาว” สาวใช้วิ่งออกไปนอกบ้านถึงหน้าประตูแล้วไม่นานนักก็กลับเข้ามาพร้อมผู้หญิงสองคน“น้าดาวสวัสดีค่ะ” เก๋ยกมือไหว้ส่วนพิมพ์นั้นเริ่มตีหน้าเศร้าขณะที่จอห์นกับเดปป์มองหน้ากันคนหนึ่งเอนตัวพิงเก้าอี้กอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ อีกคนลูบหนวดเคราที่หนาเฟิ้มเพราะยังไม่ได้โกนมองไปยังพิมพ์และเก๋จอห์นที่กอดอกอยู่ลุกนั่งหลังตรงเมื่อจำเก๋ได้เพราะเขาเดินชนเธอที่ห้างจนหญิงสาวเซถอยเกือบหงายหลัง ยังดีที่คว้าไว้ได้แต่ก็ถูกแฟนหนุ่มของเธอรีบมาดึงเก๋ออกจนหญิงสาวเสียหลักและเกือบมีเรื่องเมื่อแฟนหนุ่มของหญิงสาวผลักอกเขาออกให้ห่าง เดปป์ที่ยังไม่ได้โกนหนวดหนาโมโหแทนถลาเข้าไปผลักอกชายคนนั้นจนโทชิและจอห์นรีบดึงห้ามไว้ ส่วนเก๋ก็ได้แต่ดึงแฟนเธอออกจอห์นคิดว่าเก๋คงจำตัวเองไม่ได้จึงนั่งนิ่งเฝ้ามองร่างบางที่แต่งหน้าอย่างเป็นธรรมชาติดูดีตรงตามอุดมคติของตน“น้าดาวช่วยพิมพ์ด้วยค่ะ ฮึกๆ พิ

  • ตามดวงใจหวนคืน   อยากร่วมงาน

    สิบโมงเช้าของวันใหม่หมอหนุ่มเดินเข้าห้องคนไข้พร้อมกับแฟ้มในมือ“เด็กหญิงธราณิน พรรณวดีใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ” เด็กน้อยตอบขณะที่แม่นั่งอยู่ข้างเตียง ปฐพีนั่งอยู่โซฟากับลูกชาย“หมอขอตรวจหน่อยนะเด็กดี ไหนดูสิ” ชายร่างสูงในชุดเรียบง่ายตรวจร่างเล็กที่นอนนิ่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนยกสายหูฟังแพทย์คล้องคอไว้แล้วยกแฟ้มมาเปิดอ่านอีกครั้ง“น้องเป็นคนไข้ของหมอเอกภาพเหรอครับ” หมอหนุ่มถามออกมาลอยๆ“ใช่ค่ะ”“อืม อาการวันนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้วนะครับ หมอจะให้กลับบ้านเลยโชคดีที่ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนฉับพลัน คุณแม่กับคุณพ่ออย่าลืมไปพบคุณหมอเอกภาพที่ห้องตรวจนะครับ หมอจัดการเรื่องขยับคิวให้แล้ว ถ้ามีอะไรหนักเราจะได้รักษาทัน”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ ดีจังเลยค่ะจะได้ไม่ต้องรอ”“แล้วก็ช่วงนี้หนูอย่าปีนเครื่องเล่นสูงนะคะ เดี๋ยววูบตกอีก” หมอหนุ่มหันมาบอกเด็กหญิงที่นอนมองหน้าเขาอยู่“ค่ะ” เธอตอบอย่างราบเรียบ หมอพลิกแขนขึ้นดูนาฬิกาก่อนเอ่ย“สิบโมงครึ่งไปเจอคุณหมอเอกภาพนะครับ”“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับคุณหมอ” ปฐพีลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเขาด้วย แม้แต่เจ้าหินน้อยยังลุกขึ้นไหว้โดยไม่ต้องบอก เมื่อหมอออกไปสองสามีภรรยาจึงช่วยกันเก็บของรอพยา

  • ตามดวงใจหวนคืน   ร้องไห้โฮ

    เพื่อนของปฐพีต่างตกตะลึง โทชิหันมองหน้ากันกับเอมิลี่แล้วหันมองปฐพีด้วยความเป็นห่วงก่อนเดปป์จะพูดขึ้นเพื่อไม่ให้ทุกคนเศร้า“ไม่เอาน่าเพื่อน สมัยนี้แล้วโรคแค่นั้นมันรักษาหายได้น่า” จอห์นพยักหน้าเห็นด้วยหินเอาแต่แหงนมองหน้าผู้ใหญ่ไปมาก่อนเดินไปจับมือแม่และพ่อทั้งสองก้มมองลูกชาย“งั้นเดี๋ยวผมไปจองห้องนะแล้วผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนลูกนะ ผมจะหาของและอาหารมาให้”“ขอบคุณค่ะ”“หินอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ได้ไหมลูก” ปฐพีถามลูกชาย“ครับ” ชายหนุ่มลูบหัวลูกก่อนเดินไปขอห้องพิเศษและช่างโชคดีมีห้องว่าง เขาเดินมาบอกยารินดาแล้วจะต้องพาเพื่อนกลับไปส่งที่บ้าน ปฐพีต้องขับรถไปกลับหลายกิโลเมตรและตั้งแต่มาถึงกรุงเทพฯ ยังไม่มีใครได้พักโทชิจึงเสนอระหว่างเดินขึ้นรถ“เพื่อนฉันว่านายไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอกเดี๋ยวคุณรินดากับลูกจะรอนาน นายพาเราไปห้างหาซื้อเสื้อผ้าหรืออาหารที่นั่น เอาโทรศัพท์ฉันไปใช้ก่อนไว้ลูกนายออกจากโรงพยาบาลค่อยไปหาเลือกซื้อเครื่องใหม่แล้วค่อยส่งซ่อมเครื่องด้วย”“อ่าวแล้วนายจะใช้อะไร”“ฉันจะใช้กับเอมิลี่นี่แหละเราจะได้ติดต่อนายได้ แม่นายจะได้โทรหานายผ่านเบอร์ฉันตกลงไหม” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้

  • ตามดวงใจหวนคืน   ปริปาก

    “เพื่อน นายจะไม่พักเหรอเราเพิ่งมาถึงเองนะ” จอห์นถามเมื่อเห็นปฐพีวางกระเป๋าเก็บอุปกรณ์แล้วจะออกจากบ้านเลย“ไม่อ่ะ ฉันจะรีบไปรับลูกนี่ก็บ่ายสองครึ่งแล้วเผื่อรถติด”“ฉันไปด้วยได้ไหม ฉันคิดถึงลูกๆ นายว่ะ” เดปป์ถาม แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ก็สำทับไปในทิศทางเดียวกัน ปฐพีมองเพื่อนทุกคนก่อนเอ่ย“ก็ได้แต่พวกนายอาจได้นั่งแท็กซี่กลับนะ พวกนายคงเห็นว่าตอนนี้ข้างนอกรถตู้ไม่อยู่คุณแม่กับพี่จันทร์น่าจะออกไปข้างนอก”“ไม่มีปัญหา” โทชิกล่าว เอมิลี่ เดปป์ และจอห์นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน“ตกลง งั้นไปกัน” ปฐพีกวักมือแบบอนุญาต“นี่คุณอย่าลืมเอาโทรศัพท์ไปเข้าศูนย์ซ่อมล่ะ” เอมิลี่เตือน“จริงสิ” ปฐพีเดินกลับไปค้นเอามือถือใส่ลงในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากบ้านพร้อมทุกคนเมื่อถึงที่หมายปฐพีเดินไปยืนแอบดูลูกอยู่มุมที่เด็กมองไม่เห็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จะออกมาเล่นที่สนามกวาดสายตาอยู่สักพักก็เห็นหินนั่งซึมมองไปด้านหน้าอยู่ ร่างสูงมองตามสายตาลูกชายก็เจอลูกสาวกำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่กับเพื่อน“ทำไมลูกชายนายดูซึมขนาดนั้นล่ะพวก” จอห์นถามหลังเดินมาสมทบพร้อมกับคนอื่นๆ“ไม่รู้เหมือนกัน เขาอาจจะรู้ว่าพี่สาวป่วย หรือกำลังเสียใจ

  • ตามดวงใจหวนคืน   อยู่ไทย

    ริสาเอ่ยคำนั้นทั้งที่จ้องมองปฐพี น้ำเสียงของเขาที่เกิดขึ้นภายหลังช่างขัดแย้งกับความดีใจระคนความกระตือรือร้นจนเผลอคลี่ยิ้มระบายไปทั่วใบหน้าคมคายเมื่อครู่ ดูท่าความสุขที่ฉายออกมามันได้ดับวูบลงในบัดดล และเขาเองก็มองเธออย่างไม่อยากเชื่อเรื่องที่เพิ่งได้ยินเช่นกัน“มะ เมื่อไหร่กัน” เสียงของเขาแผ่ว ดวงตา

  • ตามดวงใจหวนคืน   ไม่ได้ย้ายแผนก

    หกคนสวนเสเฮฮาในร้านอาหารกึ่งบาร์ที่หาได้และมีโต๊ะว่าง โทชิได้มีโอกาสนั่งข้างเอมิลี่โดยไม่มีปฐพีกั้น จิตใจของเขามีชีวิตชีวาและเผยตัวตนที่อยากแสดงต่อหน้าเธอมาตลอดทำให้หญิงสาวประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษและเอาใจใส่ขณะเดียวกันปฐพีกำลังคุยหลายอย่างกับเอกภพและถูกทาบทามให้ไปทำโฆษณาให้ที่ไทย ชายหนุ่มไม่ได

  • ตามดวงใจหวนคืน   เธอหายไปไหน

    พฤษภาคม 2031 ฝรั่งเศสตอนใต้ บนระเบียงตึกห้องพักหรูใจกลางเมืองคานส์ ร่างสูงยืนทอดสายตาออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอกด้วยแววหม่น แสงสีทองตรงขอบฟ้ายิ่งพาใจเหงาถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วมิอาจนับได้ในขณะที่สมาร์ตโฟนยังแนบอยู่ข้างแก้มรอปลายสายที่ส่งเสียงบ่งบอกว่าติดแต่กลับไม่เคยรับ ทว่าเขาก็ไม่เคยย่อท้อถึงแ

  • ตามดวงใจหวนคืน   คำนำ/บทนำ

    คำนำนิยายเรื่อง ตามดวงใจหวนคืน เป็นภาคต่อของ เล่ห์เสน่หาเพื่อนสาวแม่ และ หลงลีลารักลูกชายเพื่อน ซึ่งเขียนในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากความใกล้ชิดสนิทสนมของคนสองคนที่อายุห่างกันสิบปีทั้งนี้ตัวละครในเนื้อหาไม่มีอยู่จริง เนื้อเรื่องถูกแต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง โปรดอ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status