Masuk“เพื่อนเป็นยังไงบ้าง” โทชิที่เดินมาพร้อมกับเอมิลี่เรียกถามเมื่อเห็นเขาเดินผ่านหน้า ปฐพีหยุดฝีเท้าหันไปหาเพื่อนสนิททำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนตอบด้วยเสียงเศร้า
“เธอลาออกจากที่นี่ไปแล้ว พี่ผู้หญิงที่เคยร่วมงานกันก็ไม่ยอมบอกอะไรไปมากกว่านี้เลย” ปฐพียกมือขึ้นบีบสันจมูกกดนิ้วนวดระหว่างหัวตา กะพริบกลบม่านน้ำกลับไม่ยอมให้มันไหลออกมามากกว่านี้
“มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ” เอมิลี่ถาม เมื่อเห็นว่าปฐพีน้ำตาซึมเธอก็พลอยใจเสียไปด้วยเพราะไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ความรู้สึกนั้นไม่ใช่เชิงชู้สาวทว่าเป็นเพียงความห่วงหาอาทรตามประสาเพื่อนเท่านั้น
“ผู้หญิงของเขา เอิ่มคือ ที่รักครับดินเขาติดต่อคนรักของเขาไม่ได้มาหลายปีแล้ว และที่นี่เคยเป็นที่ทำงานของเธอ” โทชิบอก เขากับเอมิลี่ตกลงคบกันแล้วหลังจากคืนนั้นที่ทั้งสองไปต่อด้วยกันโทชิก็ถือโอกาสขอเธอเป็นแฟน
“คุณมีคนรักแล้วเหรอ” เอมิลี่หันมาถามปฐพีอย่างฉงนแต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้ตอบเสียงใครคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อนพอทั้งสามหันไปตามทางที่มาของเสียงนั้น ผู้ที่เรียกชื่อปฐพีชัดเจนก็ปรากฏว่าเป็นเอกภพนั่นเอง
“สวัสดีทุกคนเลยนะครับ แหมไม่นึกเลยว่าจะได้เจอทีมผู้กำกับมือฉมังที่นี่” ชายไทยร่างเล็กกล่าวทักทายทั้งกลุ่ม ปฐพีรีบดึงผ้ามาเช็ดคราบน้ำตาก่อนจะหันไปหาเอกภพ
“มาถึงไทยตั้งแต่เมื่อไรกันครับ” ขณะที่เอกภพถามเพื่อนอีกสองคนก็เดินมาสมทบกลุ่มของปฐพี
“โห มากันครบเลย” แล้วทุกคนก็กล่าวทักทายกัน
“ยังไม่ตอบผมเลยนะครับว่าถึงเมืองไทยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือมีโปรเจกต์กันที่นี่” เอกภพยังคงจ้อต่อ
“เปล่าครับพวกเขาแค่มาเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศไทยสักพักและพวกเราเพิ่งมาถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อน” ปฐพีบอกพลางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความเศร้าออกไป
“แล้วจะไปไหนกันครับเนี่ย”
“ตอนนี้เที่ยงแล้วเราว่าจะไปหาอาหารกินสักหน่อยน่ะครับ” โทชิตอบ
“ดีเลยครับผมขอเป็นเจ้ามือเอง อยากลองอาหารไทยแซ่บๆ ไหมผมจะพาไป ว่าแต่กินเผ็ดกันได้หรือเปล่า” เอกภพเสนอ
“พอได้ครับตั้งแต่รู้จักกับดินเขาก็สอนพวกเรากินอาหารรสเผ็ดตลอด ตอนมาทำโปรเจกต์ที่ไทยเราก็ได้ลิ้มลองของจริงมาบ้างน่าจะไหวนะครับแต่ขออย่าเผ็ดมากก็พอ”
“ดีเลยครับ ผมจะได้พาไปร้านประจำของผม” เอกภพกล่าว
“ได้เหรอครับคุณว่างเหรอ” ปฐพีถามขณะที่เพื่อนๆ เองก็รอคำตอบพวกเขาต้องการคนนำกินนำเที่ยวอยู่แล้ว สักครั้งก็ยังดี และคำตอบของเอกภพก็ทำให้ทุกคนยิ้มพอใจ
“ว่างอยู่แล้วครับ ไปกันเถอะ” จากนั้นทั้งกลุ่มก็พร้อมใจกันเดินตามชายร่างเล็กออกจากโรงแรมไป เพื่อนของปฐพีพอฟังภาษาไทยรู้เรื่องเพราะเขาเป็นคนสอนเอง ดังนั้นทั้งสี่คนจึงไม่มีปัญหาเรื่องสื่อสารกับคนไทยมากนัก มิหนำซ้ำสมัยเรียนปริญญาโทปฐพียังถูกเสนอให้สอนภาษาไทยเป็นคลาสเรียนพิเศษให้กับทางมหาวิทยาลัยตลอดสองปีโดยส่วนใหญ่สอนพื้นฐานคำศัพท์และความหมายที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันจนมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับส่วนที่แม่ส่งเสีย
สามสิบนาทีผ่านไปรถหรูของเอกภพก็จอดอยู่หน้าร้านอาหารสี่ภาคโดยที่เขาได้โทรจองเอาไว้แล้วก่อนออกจากโรงแรมเพียงแต่ไม่ได้สั่งอาหารล่วงหน้าเพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนเลือกสิ่งที่อยากกินจากหน้าตาในเมนู
เมื่อสั่งอาหารที่ต้องการลิ้มลองกันแล้วระหว่างรอเอกภพจึงเสนอเรื่องหนึ่งขึ้นและเขาคิดว่ากลุ่มของปฐพีต้องสนใจไม่น้อยแต่เป้าหมายหลักคือลากปฐพีไปให้ได้เพราะเอกภพอยากร่วมงานด้วย เนื่องจากเขาติดถ่ายทำโปรเจกต์อื่นแล้วงานยังค่อนข้างล่าช้าเพราะเกิดปัญหาหลายอย่างขึ้นในกองถ่าย จึงกลัวงานที่รับไว้ไม่ทันตามกำหนดเวลาในสัญญาแล้วเสร็จ เขาต้องการสักคนมารับงานแทน ตนจะยอมเสียรายรับส่วนใหญ่ไปดีกว่าโดนฟ้องและถูกปรับ
“พรุ่งนี้ช่วงบ่ายสามว่างกันไหมครับทุกคนเลย” ปฐพีได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองเพื่อนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะก่อนหันไปถามเอกภพที่นั่งข้างตน
“ทำไมเหรอครับมีเรื่องอะไรเหรอ”
“ถ้าว่างผมว่าจะเชิญทุกคนไปสโมสรผีเสื้อตัวน้อยของผม”
“หืม คืออะไรเหรอครับ” โทชิถามบ้าง
“ก็เราจะมีการแสดงของเด็กๆ เพื่อระดมทุนไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสตามต่างจังหวัดครับ พรุ่งนี้เวลาบ่ายสามโมงเย็นจะมีเด็กจากหลายโรงเรียนเข้าร่วมการแสดง ถ้าว่างผมก็อยากเชิญทุกคนไป เพราะผมจะถือโอกาสในงานนี้ทาบทามเด็กไปแคสติ้งสำหรับการถ่ายโฆษณานมผงสูตรใหม่ด้วยครับ”
“จริงเหรอครับ ดีจัง” แล้วปฐพีก็หันไปหารือกับเพื่อน ทุกคนเห็นพ้องว่าต้องไปเพื่อชมความน่ารักของเด็กๆ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็มีเวลาเหลือเฟืออยู่แล้วเรื่องแยกย้ายกันเดินทางเที่ยวไว้ทีหลังทั้งหมดจึงตกลงและเอกภพบอกว่าจะส่งคนมารับที่โรงแรม ทำให้ปฐพีตัดสินใจชะลอเรื่องที่จะไปถามแม่ไว้ก่อน
เมื่อตกลงกันได้เอกภพจึงบอกเวลาที่จะส่งรถมารับยังหน้าโรงแรมที่ทุกคนเข้าพักและนัดล่วงหน้าเล็กน้อยเผื่อรถติด จากนั้นจึงหันไปสนใจอาหารที่กำลังยกมาเสิร์ฟ
เอกภพแนะนำกับข้าวที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเรียบง่ายและรสชาติของกับข้าวบนจานแต่ละชนิดให้ชาวต่างชาติลองลิ้มรสอาหารที่เขาสั่งมาจนอิ่มหนำแล้วก็พากลับมาส่งที่เดิม ปฐพีไม่ได้จองห้องไว้ตั้งแต่แรกเพราะคิดจะกลับบ้านแต่เปลี่ยนใจเลยต้องเช็กอินภายหลังโชคดีที่มีห้องว่าง
หลังจองห้องเสร็จเพื่อนจึงขอให้เขาพาเที่ยวถนนข้าวสารและถือโอกาสหาชิมอาหารไทยริมทางแต่ปฐพีมีข้อแม้ว่าห้ามชวนเที่ยวต่อ งดดื่มของมึนเมาเพราะพรุ่งนี้ไม่อยากให้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ถูกบ่มในกระเพาะอีกครั้งโชยหึ่งไปรบกวนคนอื่นโดยเฉพาะเด็กๆ ทุกคนตกลงรับปาก ปฐพียังหันไปย้ำกับคู่หูหรรษาจอห์นและเดปป์
สี่โมงเย็นเมื่อยามแดดเริ่มร่มลมเริ่มตกทุกคนต่างพร้อมแล้วที่จะไปยังที่หมายเพื่อเยี่ยมชมถนนข้าวสารยามค่ำคืนและกำลังทยอยก้าวพ้นจากประตูห้อง ปฐพีพาร่างสูงโปร่งเดินนำหน้าทุกคนไปตามโถงทางเดินเพื่อไปขึ้นแท็กซี่ที่โทรเรียกไว้เพราะยังไม่อยากให้แม่รู้ว่าตนกลับไทยแล้วจึงไม่ยอมไปเอารถที่เธอซื้อไว้ให้ และขณะที่ทุกคนมุดเข้าที่นั่ง ช่วงเวลาเดียวกันนั้นมุมหนึ่งของเมืองใหญ่อันแสนขวักไขว่ หนึ่งร่างบางกับสองร่างเล็กกำลังเดินจูงมือกันขึ้นรถหลังมารับลูกที่โรงเรียนอนุบาล
“เหนื่อยจังเลยค่ะ คู่แฝดจะหลับหรือยังนะ” ยารินดาบ่นอู้อี้แต่ยังห่วงลูกขณะที่สามีมองตามก่อนปิดล็อกประตู“พี่จันทร์น่าจะพาเข้านอนแล้วล่ะครับ” ปฐพีกล่าวพลางเดินเข้าสวมกอดภรรยาจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังถอดต่างหูและเครื่องประดับแวววาวชิ้นอื่นออก“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“เหนื่อยแต่อยาก” เขากล่าวเสียงแผ่วริมฝีปากสัมผัสต้นคอภรรยามือใหญ่เคลื่อนขึ้นนวดทรวงอกทำให้เธอเผลอครางเบาๆ“ช่วยรูดซิปให้ได้ไหมคะ”“ไม่บอกผมก็ทำอยู่แล้วล่ะ” สิ้นเสียงเอื้อนเอ่ยอันแหบพร่าเสียงซิปลากยาวก็ดังขึ้น ก่อนจะเบียดร่างบางในชุดแต่งงานที่เริ่มไหลหลุดเข้าหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“อา” ลมหายใจร้อนผ่าวตามด้วยริมฝีปากอุ่นที่กดดูดแผ่นหลังเนียนจนเสียงที่กลั้นไว้ลอดออกมาหลายครั้งฝ่ามือใหญ่เคล้าคลึงสองเต้านุ่มนิ่มด้านหน้า เธอแอ่นบั้นท้ายเบียดเขาที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังสัมผัสได้ว่า สิ่งที่หลับอยู่ใต้กางเกงนั้นบัดนี้ตื่นตัวตึงแล้วก่อนเสียงซิปสั้นจะดังขึ้น“อะ อา” แม้จะคุ้นชินแต่ก็อดกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ได้เมื่อถูกกระแทกดันเข้าอย่างกะทันหัน ดวงตาคมของเขาตอนนี้มองภาพเธอสะท้อนเผยอปากครวญครางอยู่หน้ากระจกอย่างล่องลอย ทรวงอกอิ่มฟูกระเพื่อมไหวตามแรงขย
สองกายเดินจูงมือเคียงกันเข้าห้องหมอเอกภาพเมื่อถึงกำหนดเวลานัดโดยที่ลูกทั้งสองอยู่ที่โรงเรียน ปฐพีห้ามลูกสาวขึ้นเครื่องเล่นสูงและอย่าวิ่งเร็วก่อนจากมา“คุณพ่อคุณแม่ของน้องธราณินใช่ไหมครับ” หมอถาม“ใช่ค่ะ/ครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันหมอหนุ่มก็ถามชื่อนามสกุลของทั้งสองตามระเบียบก่อนจะเริ่มชี้แจง“ยินดีด้วยนะครับ เลือดของคุณพ่อตรงกับลูกถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แบบนี้ความเสี่ยงน้อยโอกาสหายสูงแต่ถ้าได้ของน้องชายจะยิ่งดี เสียดายที่เด็กยังอายุไม่ถึง คนไข้คงรอนานไม่ได้”“ยังไงคะ”“ก็เลือดของน้องชายตรงกับพี่สาวเกือบร้อยครับแต่อายุยังไม่ถึงขั้นต่ำที่เรารับคือสิบห้าปีเลย ดังนั้นหมอเลือกใช้ไขกระดูกของคุณพ่อแทน หมอจะนัดวันเข้าเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากคุณพ่อไว้ก่อนนะครับ ระหว่างนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไรพยาบาลจะแนะนำอีกครั้ง แล้วก็จะนัดวันพาน้องมาเข้าเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเซลล์ไม่ดีออกก่อน”“ต้องเข้าเคมีด้วยเหรอคะ”“ครับ”“กี่ครั้งคะคุณหมอ”“ถ้าโชคดีก็ครั้งเดียวครับ เมื่อประเมินแล้วทุกอย่างพร้อมเราจะรีบทำการรักษาให้เร็วที่สุด” ยารินดาและปฐพีได้แต่พยักหน้ารับทราบทั้งที่ใจก็ห่วงลูก แต่ถ้าไม่รักษาก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดี
ปฐพีรู้สึกว่าเสียงกริ่งหน้าประตูด้านนอกนั้นรบกวนและขัดจังหวะอันสมควรแก่เวลาของตนเหลือเกิน ชายหนุ่มมองออกไปยังทิศที่มาของเสียงแม้ผนังบ้านจะกั้นไว้และไม่รู้ว่าใครกด ใจก็ไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาเช่นนี้“จันทร์ไปดูสิ ว่าใครมามืดค่ำป่านนี้”“ค่ะคุณดาว” สาวใช้วิ่งออกไปนอกบ้านถึงหน้าประตูแล้วไม่นานนักก็กลับเข้ามาพร้อมผู้หญิงสองคน“น้าดาวสวัสดีค่ะ” เก๋ยกมือไหว้ส่วนพิมพ์นั้นเริ่มตีหน้าเศร้าขณะที่จอห์นกับเดปป์มองหน้ากันคนหนึ่งเอนตัวพิงเก้าอี้กอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ อีกคนลูบหนวดเคราที่หนาเฟิ้มเพราะยังไม่ได้โกนมองไปยังพิมพ์และเก๋จอห์นที่กอดอกอยู่ลุกนั่งหลังตรงเมื่อจำเก๋ได้เพราะเขาเดินชนเธอที่ห้างจนหญิงสาวเซถอยเกือบหงายหลัง ยังดีที่คว้าไว้ได้แต่ก็ถูกแฟนหนุ่มของเธอรีบมาดึงเก๋ออกจนหญิงสาวเสียหลักและเกือบมีเรื่องเมื่อแฟนหนุ่มของหญิงสาวผลักอกเขาออกให้ห่าง เดปป์ที่ยังไม่ได้โกนหนวดหนาโมโหแทนถลาเข้าไปผลักอกชายคนนั้นจนโทชิและจอห์นรีบดึงห้ามไว้ ส่วนเก๋ก็ได้แต่ดึงแฟนเธอออกจอห์นคิดว่าเก๋คงจำตัวเองไม่ได้จึงนั่งนิ่งเฝ้ามองร่างบางที่แต่งหน้าอย่างเป็นธรรมชาติดูดีตรงตามอุดมคติของตน“น้าดาวช่วยพิมพ์ด้วยค่ะ ฮึกๆ พิ
สิบโมงเช้าของวันใหม่หมอหนุ่มเดินเข้าห้องคนไข้พร้อมกับแฟ้มในมือ“เด็กหญิงธราณิน พรรณวดีใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ” เด็กน้อยตอบขณะที่แม่นั่งอยู่ข้างเตียง ปฐพีนั่งอยู่โซฟากับลูกชาย“หมอขอตรวจหน่อยนะเด็กดี ไหนดูสิ” ชายร่างสูงในชุดเรียบง่ายตรวจร่างเล็กที่นอนนิ่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนยกสายหูฟังแพทย์คล้องคอไว้แล้วยกแฟ้มมาเปิดอ่านอีกครั้ง“น้องเป็นคนไข้ของหมอเอกภาพเหรอครับ” หมอหนุ่มถามออกมาลอยๆ“ใช่ค่ะ”“อืม อาการวันนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้วนะครับ หมอจะให้กลับบ้านเลยโชคดีที่ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนฉับพลัน คุณแม่กับคุณพ่ออย่าลืมไปพบคุณหมอเอกภาพที่ห้องตรวจนะครับ หมอจัดการเรื่องขยับคิวให้แล้ว ถ้ามีอะไรหนักเราจะได้รักษาทัน”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ ดีจังเลยค่ะจะได้ไม่ต้องรอ”“แล้วก็ช่วงนี้หนูอย่าปีนเครื่องเล่นสูงนะคะ เดี๋ยววูบตกอีก” หมอหนุ่มหันมาบอกเด็กหญิงที่นอนมองหน้าเขาอยู่“ค่ะ” เธอตอบอย่างราบเรียบ หมอพลิกแขนขึ้นดูนาฬิกาก่อนเอ่ย“สิบโมงครึ่งไปเจอคุณหมอเอกภาพนะครับ”“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับคุณหมอ” ปฐพีลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเขาด้วย แม้แต่เจ้าหินน้อยยังลุกขึ้นไหว้โดยไม่ต้องบอก เมื่อหมอออกไปสองสามีภรรยาจึงช่วยกันเก็บของรอพยา
เพื่อนของปฐพีต่างตกตะลึง โทชิหันมองหน้ากันกับเอมิลี่แล้วหันมองปฐพีด้วยความเป็นห่วงก่อนเดปป์จะพูดขึ้นเพื่อไม่ให้ทุกคนเศร้า“ไม่เอาน่าเพื่อน สมัยนี้แล้วโรคแค่นั้นมันรักษาหายได้น่า” จอห์นพยักหน้าเห็นด้วยหินเอาแต่แหงนมองหน้าผู้ใหญ่ไปมาก่อนเดินไปจับมือแม่และพ่อทั้งสองก้มมองลูกชาย“งั้นเดี๋ยวผมไปจองห้องนะแล้วผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนลูกนะ ผมจะหาของและอาหารมาให้”“ขอบคุณค่ะ”“หินอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ได้ไหมลูก” ปฐพีถามลูกชาย“ครับ” ชายหนุ่มลูบหัวลูกก่อนเดินไปขอห้องพิเศษและช่างโชคดีมีห้องว่าง เขาเดินมาบอกยารินดาแล้วจะต้องพาเพื่อนกลับไปส่งที่บ้าน ปฐพีต้องขับรถไปกลับหลายกิโลเมตรและตั้งแต่มาถึงกรุงเทพฯ ยังไม่มีใครได้พักโทชิจึงเสนอระหว่างเดินขึ้นรถ“เพื่อนฉันว่านายไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอกเดี๋ยวคุณรินดากับลูกจะรอนาน นายพาเราไปห้างหาซื้อเสื้อผ้าหรืออาหารที่นั่น เอาโทรศัพท์ฉันไปใช้ก่อนไว้ลูกนายออกจากโรงพยาบาลค่อยไปหาเลือกซื้อเครื่องใหม่แล้วค่อยส่งซ่อมเครื่องด้วย”“อ่าวแล้วนายจะใช้อะไร”“ฉันจะใช้กับเอมิลี่นี่แหละเราจะได้ติดต่อนายได้ แม่นายจะได้โทรหานายผ่านเบอร์ฉันตกลงไหม” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้
“เพื่อน นายจะไม่พักเหรอเราเพิ่งมาถึงเองนะ” จอห์นถามเมื่อเห็นปฐพีวางกระเป๋าเก็บอุปกรณ์แล้วจะออกจากบ้านเลย“ไม่อ่ะ ฉันจะรีบไปรับลูกนี่ก็บ่ายสองครึ่งแล้วเผื่อรถติด”“ฉันไปด้วยได้ไหม ฉันคิดถึงลูกๆ นายว่ะ” เดปป์ถาม แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ก็สำทับไปในทิศทางเดียวกัน ปฐพีมองเพื่อนทุกคนก่อนเอ่ย“ก็ได้แต่พวกนายอาจได้นั่งแท็กซี่กลับนะ พวกนายคงเห็นว่าตอนนี้ข้างนอกรถตู้ไม่อยู่คุณแม่กับพี่จันทร์น่าจะออกไปข้างนอก”“ไม่มีปัญหา” โทชิกล่าว เอมิลี่ เดปป์ และจอห์นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน“ตกลง งั้นไปกัน” ปฐพีกวักมือแบบอนุญาต“นี่คุณอย่าลืมเอาโทรศัพท์ไปเข้าศูนย์ซ่อมล่ะ” เอมิลี่เตือน“จริงสิ” ปฐพีเดินกลับไปค้นเอามือถือใส่ลงในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากบ้านพร้อมทุกคนเมื่อถึงที่หมายปฐพีเดินไปยืนแอบดูลูกอยู่มุมที่เด็กมองไม่เห็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จะออกมาเล่นที่สนามกวาดสายตาอยู่สักพักก็เห็นหินนั่งซึมมองไปด้านหน้าอยู่ ร่างสูงมองตามสายตาลูกชายก็เจอลูกสาวกำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่กับเพื่อน“ทำไมลูกชายนายดูซึมขนาดนั้นล่ะพวก” จอห์นถามหลังเดินมาสมทบพร้อมกับคนอื่นๆ“ไม่รู้เหมือนกัน เขาอาจจะรู้ว่าพี่สาวป่วย หรือกำลังเสียใจ







