LOGINชายร่างสูงพยายามเพ่งมองใครคนนั้นอยู่ในร้านฝั่งตรงข้าม เธอช่างดูคลับคล้ายคลับคลา แต่ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่เขามองกำลังคุยกับใครที่ตัวเล็กกว่าเพราะร้านเป็นปูนสูงราวหนึ่งเมตรยี่สิบจึงทำให้มองไม่เห็น เมื่อตัดสินใจจะเดินข้ามถนนก็ถูกเอมิลี่ดึงแขนไว้แล้วเอ่ยถาม พลางชะเง้อมองตามสายตาของปฐพีประจวบเหมาะกับมีชาวต่างชาติกลุ่มอื่นเดินตรงมาทางพวกเขาและชนเอมิลี่เข้าอย่างแรงจนเสียหลักพยุงตัวเองไม่อยู่เอนเข้าหาปฐพี
“ว้าย”
ร่างสูงไหล่กว้างผมยาวรวบเป็นมวยพอหลวมไว้ด้านหลังดูสะอาดสะอ้านภายใต้เสื้อยืดสีขาวพิมพ์ลายกราฟิกเล็กน้อยด้านหน้า สวมทับด้วยกางเกงยีนกับบูทหุ้มข้อสีดำอ้าแขนรับเอมิลี่ในชุดเดรสสีขาวพลิ้วไหวที่ดูเหมือนโผเข้าหาเขาเอาไว้แม้ไม่ได้ตั้งใจเพราะเวลานั้นโทชิอยู่ด้านในกำลังจ่ายเงินค่าสินค้าแต่เธอเดินออกมาก่อน แน่นอนตอนเกิดเหตุปฐพีไม่อาจรู้ได้เลยว่าในเวลาเดียวกันยารินดาบังเอิญหันไปทางเขา เธอสะดุดตากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกำลังมองทั้งสองอย่างพินิจอยู่พอดี
“รับอะไรดีคะ”
เสียงเรียกของพนักงานเสิร์ฟทำให้ยารินดาละสายตาจากภาพบาดใจ มันช่างบังเอิญเหลือเกินเมื่อหันหน้ามาสนใจหญิงสาวอายุราวยี่สิบในชุดสีดำพิมพ์ชื่อร้านสีขาวพร้อมป้ายชื่อปักอยู่ใต้ไหล่ด้านซ้ายยืนถือกระดาษและปากการอรับออเดอร์อยู่ตรงหน้า โทชิก็เดินออกมาหาเอมิลี่และปฐพีพอดี เขาถามไถ่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนจะพากันเดินไปสมทบกับจอห์นและเดปป์และเมื่อยารินดาสั่งอาหารเสร็จเธอก็หันกลับไปมองที่เดิม
“ไปแล้วเหรอ ทำไมฉันถึงเจ็บปวดนะ ฉันควรตัดใจจากเขาได้แล้ว คงรักกันหวานซึ้งถึงได้แต่งตัวเข้ากันขนาดนั้น”
“คุณแม่พูดอะไรเหรอครับ” หินผู้ช่างจ้อเหมือนพ่อของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดถามขึ้นเมื่อได้ยินแม่พึมพำอยู่คนเดียว
“เปล่าจ้ะ นี่ทั้งสองคนแม่ขออะไรสักอย่างได้ไหม”
ทรายพยักหน้าโดยไม่คิดแต่หินถามว่าเรื่องอะไรจนยารินดายกมือขึ้นไปยีหัวลูกชาย
“ขี้สงสัยจังเลยนะเรา” เธอยิ้มมองลูกๆ อย่างเอ็นดู
“แม่อยากจะขอให้ลูกรับปากแม่สักเรื่องหนึ่งจะได้ไหม”
“เรื่องอะไรคะ” คราวนี้ทรายถามบ้าง
“ถ้าลูกสองคนเจอคุณพ่อ อย่าเข้าไปรบกวนเขานะคะ”
สิ้นประโยคสีหน้าของสองลูกน้อยที่เฝ้าฟูมฟักเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองมองหน้าแม่จนเธอต้องรีบสร้างเหตุผลไว้รับมือกับคำถามที่จะถูกยิงกลับมา แต่เหตุผลไหนล่ะจะดีพอและไม่หลอกลวงสร้างความหวังให้กัน
“ทำไมล่ะครับ”
ไม่เกินคาดเป็นหินที่เกิดความสงสัย ส่วนทรายหันมองน้องชายก่อนหันมองแม่ เธอรู้ดีว่าลูกสาวก็รอฟังเช่นกัน
“บางทีคุณพ่ออาจมีคนรักใหม่ไปแล้ว แม่เลย”
“ผมไม่เชื่อ” ยารินดาไม่ทันพูดจบหินก็ตะโกนขึ้น
“หิน เบาๆ สิลูกรบกวนคนอื่นเขา”
“หนูก็ไม่เชื่อค่ะ”
“ทราย” ยารินดามองทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอรู้สึกว่าลูกๆ กำลังประท้วงและต่อต้าน ถ้าเป็นเรื่องอื่นทั้งสองจะไม่พูดคำนี้มีแต่ฟังและรับปาก แต่เรื่องของพ่อนั้นดูเหมือนจะไม่ยอมเลยแล้วเธอก็ต้องใจแป้วเมื่อหัวคิ้วเข้มขมวดเข้าแดงก่ำลามไปถึงจมูกน้ำใสเอ่อเต็มดวงตากลม
“โธ่ หินอย่าร้องไห้สิลูก” เด็กน้อยกำลังเบ้ปากแต่น้ำตาไหลพรากเธอหันไปมองทางทรายก็น้ำตาคลอ ตั้งแต่เลี้ยงมาหากเรื่องของพ่อหินจะร้องไห้ง่ายมากผิดกับพี่สาวที่รีบเช็ดน้ำตา ยารินดารู้ว่าลูกชายคาดหวังจะได้เจอพ่อตัวเอง
“ถ้าคุณพ่อกลับมาและเราได้เจอกันผมจะทำให้คุณพ่อรักเราให้ได้”
“หิน” คำพูดของเด็กสามขวบเศษแม้จะกระท่อนกระแท่นแต่ก็เรียงประโยคได้ดี ยารินดาไม่เคยรู้สึกลำบากใจขนาดนี้ เธอคิดว่าหินเริ่มรับมือยากขึ้นเรื่อยๆ ทรายเองก็ดูดื้อเงียบ ความดื้อของทั้งสองเหมือนเขาไม่มีผิด นับว่าโชคดีที่ทั้งคู่ไม่ฟูมฟายโวยวายรบกวนคนอื่น ในขณะที่ลูกชายสะอึกสะอื้นเบาๆ เธอคิดจะปลอบแต่อาหารก็ยกมาพอดี เด็กน้อยหายใจฮึดฮัดจนแผ่นอกพองยุบอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็รีบเช็ดน้ำตาด้วยแขนกลมและหลังมือเล็ก
“กินข้าวได้แล้วลูก แม่สั่งข้าวผัดทะเลชุดกลางมา กินเสร็จจะได้กินขนมต่อนะ” ยังดีที่ทั้งสองพยักหน้ารับแม้จะผ่านช่วงเวลาทรมานใจมาก็ตาม
ยารินดาตักข้าวใส่จานให้ลูกวางช้อนส้อมให้พร้อมกับเทน้ำเปล่าใส่แก้วเรียบร้อยมองทั้งสองตักข้าวใส่ปากเคี้ยวแก้มกลมตุ่ย เธอเองก็ตักอาหารใส่ปากเหมือนกัน หญิงสาวมองลูกด้วยความสงสารและเห็นใจเธอก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดสวยหรูมาบอกลูกอย่างไรกับภาพที่เห็นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานอกจากบอกออกไปตามตรงว่าเขามีคนรักแล้ว แต่สิ่งที่สะท้อนกลับก็ดังก้องอยู่ภายใน แม้แต่ส่วนลึกในใจของเธอก็ไม่ต้องการเชื่อภาพที่เห็นกับตา
แต่ว่าไม่ผิดแน่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเดียวกันที่ดาวเพื่อนของเธอซึ่งเป็นแม่ของเขาโพสต์ขึ้นราวว่าจงใจให้เห็น นั่นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอเงียบหายไม่ติดต่อสองแม่ลูกคู่นั้นอีก ยารินดาสูดหายใจเข้าลึกมองสองร่างเล็กตรงหน้าก่อนถาม
“คุณครูโทรมาบอกแม่ว่าพรุ่งนี้จะมีการแสดงที่สโมสรผีเสื้อตัวน้อยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วลูกสองคน ต้องทำอะไรบ้างคะ” เธอถามมองหน้าเด็กทั้งสองทวนความจำของลูก
“หนูกับหินจะได้เต้นเพลงเป็ดน้อยค่ะ”
“เหรอ หินก็ได้เต้นกับพี่เหรอลูก”
“ครับ”
“คุณแม่จะได้ไปดูไหมคะ”
“ไปสิคะ คุณครูเตรียมชุดไว้ให้หมดแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“คุณแม่ต้องมาให้ได้นะครับ”
“จ้าแม่รับรอง” ทั้งสามยิ้มให้กัน
ดูเหมือนว่ายารินดาจะไม่ทำให้เมฆหมอกล่องลอยอยู่ในใจลูกนาน ทุกครั้งที่มีเรื่องเศร้าเธอจะเบี่ยงเบนอารมณ์ทั้งสอง และโดยส่วนใหญ่ เรื่องเศร้าของเด็กๆ ก็มีอยู่เรื่องเดียว แต่หินก็ไม่เคยตะโกนใส่แม่เหมือนครั้งนี้ เพราะลูกชายมักบอกบ่อยๆ ว่าอยากเจอพ่อ และเธอก็ปรามทุกครั้ง ความเศร้าของเขาแสดงออกผ่านใบหน้าเล็กและดวงตาคู่นั้นเสมอมา
เมื่อยารินดานึกทบทวนดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกชายที่เห็นเพียงภาพถ่ายจะจดจำเขาได้ คิดว่าลูกอาจจำคนผิดเรียกใครก็ไม่รู้ว่าพ่อ ทว่าที่มันบังเอิญยิ่งกว่าเธอดันเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นซะด้วย หญิงสาวนึกอยากถามลูกชายถึงลักษณะท่าทางผู้ชายที่ลูกเห็นว่าจะตรงกันไหม แต่กลัวไปซ้ำย้ำความเจ็บปวดให้เขา เธอรอจนลูกกินขนมเสร็จแล้วจึงพากลับ แต่เพราะทรายดูเหนื่อยจึงอุ้มลูกพาดไหล่และจูงมือหินด้านซ้าย
เวลานั้นกลุ่มของปฐพีวกมาทางเดิมเพราะเริ่มหิวจึงชวนกันหาคาเฟ่นั่งดื่มกิน พอดีตอนขาเข้าปฐพีเห็นมีร้านหนึ่งน่านั่งมากทั้งยังอยากกลับมาดูเรื่องที่คาใจจึงชวนเพื่อนเดินย้อนจนมาถึงหน้าประตูร้าน
มันประจวบเหมาะกับมีผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกอยู่ดูท่าทางลำบากและคงมองไม่ค่อยถนัดเพราะลูกน้อยบัง เขาจึงช่วยดึงในตอนที่เธอกำลังผลัก ส่วนคนด้านในก็มองแต่มือจับประตูเมื่อเห็นว่ามีคนเปิดออกแล้วกำลังเข้ามายารินดาจึงอาศัยจังหวะนั้นหันไปดึงมือลูกชายเพื่อเดินสวนออกไป ประจวบเหมาะกับปฐพีหันไปคุยกับโทชิพอดี ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนมีนิ้วเล็กและอุ่นสัมผัสที่ฝ่ามือจนเขาต้องก้มมอง
ภาพที่เห็นคือเด็กชายตัวน้อยอายุราวสามถึงสี่ขวบเห็นจะได้กำลังยิ้มให้ตนขณะถูกแม่กึ่งจูงกึ่งลากเพื่อหลีกทางก่อนจะโบกมือเล็กๆ น่ารักเป็นการอำลา ปฐพีมองตามเด็กผู้ชายคนนั้นหัวใจของเขากระตุกมันร้อนวูบอยู่ภายในดวงตาเบิกค้าง
“มีอะไรเหรอเพื่อน” โทชิถามก่อนจะเหลียวตามเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเดินเข้าด้านในและกำลังขวางทางคนอื่นอยู่
“ไม่รู้สิ เด็กคนนั้นทำไม ฉัน...” เสียงเขาขาดห้วง ก้มหน้ามองพื้นกวาดสายตาไปมาขณะสมองครุ่นคิด
‘คุ้นหน้า...เหรอ’
“ไปเถอะพวก เราหิวมากแล้ว” ปฐพีหันไปมองหน้าเดปป์และคนอื่นก่อนพยักหน้าแล้วหันหลังเดินเข้าด้านในปล่อยให้สามแม่ลูกเดินห่างออกไป
“เหนื่อยจังเลยค่ะ คู่แฝดจะหลับหรือยังนะ” ยารินดาบ่นอู้อี้แต่ยังห่วงลูกขณะที่สามีมองตามก่อนปิดล็อกประตู“พี่จันทร์น่าจะพาเข้านอนแล้วล่ะครับ” ปฐพีกล่าวพลางเดินเข้าสวมกอดภรรยาจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังถอดต่างหูและเครื่องประดับแวววาวชิ้นอื่นออก“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“เหนื่อยแต่อยาก” เขากล่าวเสียงแผ่วริมฝีปากสัมผัสต้นคอภรรยามือใหญ่เคลื่อนขึ้นนวดทรวงอกทำให้เธอเผลอครางเบาๆ“ช่วยรูดซิปให้ได้ไหมคะ”“ไม่บอกผมก็ทำอยู่แล้วล่ะ” สิ้นเสียงเอื้อนเอ่ยอันแหบพร่าเสียงซิปลากยาวก็ดังขึ้น ก่อนจะเบียดร่างบางในชุดแต่งงานที่เริ่มไหลหลุดเข้าหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“อา” ลมหายใจร้อนผ่าวตามด้วยริมฝีปากอุ่นที่กดดูดแผ่นหลังเนียนจนเสียงที่กลั้นไว้ลอดออกมาหลายครั้งฝ่ามือใหญ่เคล้าคลึงสองเต้านุ่มนิ่มด้านหน้า เธอแอ่นบั้นท้ายเบียดเขาที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังสัมผัสได้ว่า สิ่งที่หลับอยู่ใต้กางเกงนั้นบัดนี้ตื่นตัวตึงแล้วก่อนเสียงซิปสั้นจะดังขึ้น“อะ อา” แม้จะคุ้นชินแต่ก็อดกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ได้เมื่อถูกกระแทกดันเข้าอย่างกะทันหัน ดวงตาคมของเขาตอนนี้มองภาพเธอสะท้อนเผยอปากครวญครางอยู่หน้ากระจกอย่างล่องลอย ทรวงอกอิ่มฟูกระเพื่อมไหวตามแรงขย
สองกายเดินจูงมือเคียงกันเข้าห้องหมอเอกภาพเมื่อถึงกำหนดเวลานัดโดยที่ลูกทั้งสองอยู่ที่โรงเรียน ปฐพีห้ามลูกสาวขึ้นเครื่องเล่นสูงและอย่าวิ่งเร็วก่อนจากมา“คุณพ่อคุณแม่ของน้องธราณินใช่ไหมครับ” หมอถาม“ใช่ค่ะ/ครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันหมอหนุ่มก็ถามชื่อนามสกุลของทั้งสองตามระเบียบก่อนจะเริ่มชี้แจง“ยินดีด้วยนะครับ เลือดของคุณพ่อตรงกับลูกถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แบบนี้ความเสี่ยงน้อยโอกาสหายสูงแต่ถ้าได้ของน้องชายจะยิ่งดี เสียดายที่เด็กยังอายุไม่ถึง คนไข้คงรอนานไม่ได้”“ยังไงคะ”“ก็เลือดของน้องชายตรงกับพี่สาวเกือบร้อยครับแต่อายุยังไม่ถึงขั้นต่ำที่เรารับคือสิบห้าปีเลย ดังนั้นหมอเลือกใช้ไขกระดูกของคุณพ่อแทน หมอจะนัดวันเข้าเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากคุณพ่อไว้ก่อนนะครับ ระหว่างนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไรพยาบาลจะแนะนำอีกครั้ง แล้วก็จะนัดวันพาน้องมาเข้าเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเซลล์ไม่ดีออกก่อน”“ต้องเข้าเคมีด้วยเหรอคะ”“ครับ”“กี่ครั้งคะคุณหมอ”“ถ้าโชคดีก็ครั้งเดียวครับ เมื่อประเมินแล้วทุกอย่างพร้อมเราจะรีบทำการรักษาให้เร็วที่สุด” ยารินดาและปฐพีได้แต่พยักหน้ารับทราบทั้งที่ใจก็ห่วงลูก แต่ถ้าไม่รักษาก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดี
ปฐพีรู้สึกว่าเสียงกริ่งหน้าประตูด้านนอกนั้นรบกวนและขัดจังหวะอันสมควรแก่เวลาของตนเหลือเกิน ชายหนุ่มมองออกไปยังทิศที่มาของเสียงแม้ผนังบ้านจะกั้นไว้และไม่รู้ว่าใครกด ใจก็ไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาเช่นนี้“จันทร์ไปดูสิ ว่าใครมามืดค่ำป่านนี้”“ค่ะคุณดาว” สาวใช้วิ่งออกไปนอกบ้านถึงหน้าประตูแล้วไม่นานนักก็กลับเข้ามาพร้อมผู้หญิงสองคน“น้าดาวสวัสดีค่ะ” เก๋ยกมือไหว้ส่วนพิมพ์นั้นเริ่มตีหน้าเศร้าขณะที่จอห์นกับเดปป์มองหน้ากันคนหนึ่งเอนตัวพิงเก้าอี้กอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ อีกคนลูบหนวดเคราที่หนาเฟิ้มเพราะยังไม่ได้โกนมองไปยังพิมพ์และเก๋จอห์นที่กอดอกอยู่ลุกนั่งหลังตรงเมื่อจำเก๋ได้เพราะเขาเดินชนเธอที่ห้างจนหญิงสาวเซถอยเกือบหงายหลัง ยังดีที่คว้าไว้ได้แต่ก็ถูกแฟนหนุ่มของเธอรีบมาดึงเก๋ออกจนหญิงสาวเสียหลักและเกือบมีเรื่องเมื่อแฟนหนุ่มของหญิงสาวผลักอกเขาออกให้ห่าง เดปป์ที่ยังไม่ได้โกนหนวดหนาโมโหแทนถลาเข้าไปผลักอกชายคนนั้นจนโทชิและจอห์นรีบดึงห้ามไว้ ส่วนเก๋ก็ได้แต่ดึงแฟนเธอออกจอห์นคิดว่าเก๋คงจำตัวเองไม่ได้จึงนั่งนิ่งเฝ้ามองร่างบางที่แต่งหน้าอย่างเป็นธรรมชาติดูดีตรงตามอุดมคติของตน“น้าดาวช่วยพิมพ์ด้วยค่ะ ฮึกๆ พิ
สิบโมงเช้าของวันใหม่หมอหนุ่มเดินเข้าห้องคนไข้พร้อมกับแฟ้มในมือ“เด็กหญิงธราณิน พรรณวดีใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ” เด็กน้อยตอบขณะที่แม่นั่งอยู่ข้างเตียง ปฐพีนั่งอยู่โซฟากับลูกชาย“หมอขอตรวจหน่อยนะเด็กดี ไหนดูสิ” ชายร่างสูงในชุดเรียบง่ายตรวจร่างเล็กที่นอนนิ่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนยกสายหูฟังแพทย์คล้องคอไว้แล้วยกแฟ้มมาเปิดอ่านอีกครั้ง“น้องเป็นคนไข้ของหมอเอกภาพเหรอครับ” หมอหนุ่มถามออกมาลอยๆ“ใช่ค่ะ”“อืม อาการวันนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้วนะครับ หมอจะให้กลับบ้านเลยโชคดีที่ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนฉับพลัน คุณแม่กับคุณพ่ออย่าลืมไปพบคุณหมอเอกภาพที่ห้องตรวจนะครับ หมอจัดการเรื่องขยับคิวให้แล้ว ถ้ามีอะไรหนักเราจะได้รักษาทัน”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ ดีจังเลยค่ะจะได้ไม่ต้องรอ”“แล้วก็ช่วงนี้หนูอย่าปีนเครื่องเล่นสูงนะคะ เดี๋ยววูบตกอีก” หมอหนุ่มหันมาบอกเด็กหญิงที่นอนมองหน้าเขาอยู่“ค่ะ” เธอตอบอย่างราบเรียบ หมอพลิกแขนขึ้นดูนาฬิกาก่อนเอ่ย“สิบโมงครึ่งไปเจอคุณหมอเอกภาพนะครับ”“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับคุณหมอ” ปฐพีลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเขาด้วย แม้แต่เจ้าหินน้อยยังลุกขึ้นไหว้โดยไม่ต้องบอก เมื่อหมอออกไปสองสามีภรรยาจึงช่วยกันเก็บของรอพยา
เพื่อนของปฐพีต่างตกตะลึง โทชิหันมองหน้ากันกับเอมิลี่แล้วหันมองปฐพีด้วยความเป็นห่วงก่อนเดปป์จะพูดขึ้นเพื่อไม่ให้ทุกคนเศร้า“ไม่เอาน่าเพื่อน สมัยนี้แล้วโรคแค่นั้นมันรักษาหายได้น่า” จอห์นพยักหน้าเห็นด้วยหินเอาแต่แหงนมองหน้าผู้ใหญ่ไปมาก่อนเดินไปจับมือแม่และพ่อทั้งสองก้มมองลูกชาย“งั้นเดี๋ยวผมไปจองห้องนะแล้วผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนลูกนะ ผมจะหาของและอาหารมาให้”“ขอบคุณค่ะ”“หินอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ได้ไหมลูก” ปฐพีถามลูกชาย“ครับ” ชายหนุ่มลูบหัวลูกก่อนเดินไปขอห้องพิเศษและช่างโชคดีมีห้องว่าง เขาเดินมาบอกยารินดาแล้วจะต้องพาเพื่อนกลับไปส่งที่บ้าน ปฐพีต้องขับรถไปกลับหลายกิโลเมตรและตั้งแต่มาถึงกรุงเทพฯ ยังไม่มีใครได้พักโทชิจึงเสนอระหว่างเดินขึ้นรถ“เพื่อนฉันว่านายไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอกเดี๋ยวคุณรินดากับลูกจะรอนาน นายพาเราไปห้างหาซื้อเสื้อผ้าหรืออาหารที่นั่น เอาโทรศัพท์ฉันไปใช้ก่อนไว้ลูกนายออกจากโรงพยาบาลค่อยไปหาเลือกซื้อเครื่องใหม่แล้วค่อยส่งซ่อมเครื่องด้วย”“อ่าวแล้วนายจะใช้อะไร”“ฉันจะใช้กับเอมิลี่นี่แหละเราจะได้ติดต่อนายได้ แม่นายจะได้โทรหานายผ่านเบอร์ฉันตกลงไหม” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้
“เพื่อน นายจะไม่พักเหรอเราเพิ่งมาถึงเองนะ” จอห์นถามเมื่อเห็นปฐพีวางกระเป๋าเก็บอุปกรณ์แล้วจะออกจากบ้านเลย“ไม่อ่ะ ฉันจะรีบไปรับลูกนี่ก็บ่ายสองครึ่งแล้วเผื่อรถติด”“ฉันไปด้วยได้ไหม ฉันคิดถึงลูกๆ นายว่ะ” เดปป์ถาม แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ก็สำทับไปในทิศทางเดียวกัน ปฐพีมองเพื่อนทุกคนก่อนเอ่ย“ก็ได้แต่พวกนายอาจได้นั่งแท็กซี่กลับนะ พวกนายคงเห็นว่าตอนนี้ข้างนอกรถตู้ไม่อยู่คุณแม่กับพี่จันทร์น่าจะออกไปข้างนอก”“ไม่มีปัญหา” โทชิกล่าว เอมิลี่ เดปป์ และจอห์นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน“ตกลง งั้นไปกัน” ปฐพีกวักมือแบบอนุญาต“นี่คุณอย่าลืมเอาโทรศัพท์ไปเข้าศูนย์ซ่อมล่ะ” เอมิลี่เตือน“จริงสิ” ปฐพีเดินกลับไปค้นเอามือถือใส่ลงในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากบ้านพร้อมทุกคนเมื่อถึงที่หมายปฐพีเดินไปยืนแอบดูลูกอยู่มุมที่เด็กมองไม่เห็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จะออกมาเล่นที่สนามกวาดสายตาอยู่สักพักก็เห็นหินนั่งซึมมองไปด้านหน้าอยู่ ร่างสูงมองตามสายตาลูกชายก็เจอลูกสาวกำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่กับเพื่อน“ทำไมลูกชายนายดูซึมขนาดนั้นล่ะพวก” จอห์นถามหลังเดินมาสมทบพร้อมกับคนอื่นๆ“ไม่รู้เหมือนกัน เขาอาจจะรู้ว่าพี่สาวป่วย หรือกำลังเสียใจ
“ขับรถดีๆ นะครับ” ปฐพีกล่าวหลังยื่นกระเป๋าถือให้ยารินดาพร้อมโน้มเข้าหอมแก้มขวา เธอยิ้มอ่อนมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป“ฝากดูลูกด้วยนะคะ ฉันเสร็จงานแล้วจะรีบกลับมา”“ครับผม”“ถ้าติดขัดอะไรโทรถามฉันได้นะ” ปฐพีพยักหน้าแต่ยารินดาดูลังเลหันมองรถแล้วหันมองเขาอีกครั้ง“ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลลูกเอง คุณไปเถ
หลังมื้อค่ำยารินดาปล่อยให้ปฐพีล้างจานเพราะเขาเสนอตัวช่วยทำโดยมีหินอาสาเป็นผู้ช่วย เธอเป็นคนเก็บของเข้าตู้ ทรายเองก็เหมือนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะหยิบจับของยื่นให้แม่เก็บ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวพาลูกน้อยไปล้างหน้าแปรงฟันทาแป้งก่อนเข้านอน ขณะที่ปฐพีแยกตัวออกไปนั่งคอลวิดีโอกับเพื่อนเรื่องสถานที่ท
ราวสี่ทุ่มก่อนที่ยารินดาจะเข้านอนในขณะเดินตรวจเช็กกลอนประตูหน้าต่างเธอเห็นรถปฐพีขับเข้ามาจอดนอกรั้วหน้าบ้านหญิงสาวดูจนแน่ใจว่าใช่เขาจึงเดินออกไปเปิดประตูให้“ทำไมกลับมาล่ะคะคุณลืมอะไรไว้เหรอ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาก็ได้นี่นา” ยารินดาเอ่ยถามขณะที่เขามุดผ่านประตูบานเล็กที่เธอเปิดให้เข้ามา ชายหนุ่มดึงประตูใ
คำนำนิยายเรื่อง ตามดวงใจหวนคืน เป็นภาคต่อของ เล่ห์เสน่หาเพื่อนสาวแม่ และ หลงลีลารักลูกชายเพื่อน ซึ่งเขียนในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากความใกล้ชิดสนิทสนมของคนสองคนที่อายุห่างกันสิบปีทั้งนี้ตัวละครในเนื้อหาไม่มีอยู่จริง เนื้อเรื่องถูกแต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง โปรดอ่







