LOGINโต๊ะอาหารในบ้านถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างโอ่อ่าเหมือนทุกวัน สาวใช้เดินสวนกันไปมา ยกนั่นทีนี่ทีจนเจนิวาที่พึ่งเดินลงมาพร้อมเด็กน้อยทั้งสองสงสัย
"เจนิวา"
เสียงคุ้นหูที่เธอไม่เคยลืม กานดา แม่เลี้ยงที่รีบเดินปรี่เข้ามาด้วยรอยยิ้ม จับมือของเธอไว้แน่นเหมทอนคิดถึงเธอตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา
"สบายดีนะจ้ะ"
คงจะสบายดีอยู่หรอก คนที่เป็นสาเหตุทำให้แม่ต้องตายยืนหน้าด้านประจันหน้าเธออย่างไม่รู้สึกผิดแบบนี้
"ค่ะ"
เธอดึงมือกลับพร้อมตอบรับเสียงเรียบ เป้าหมายต่อไปจึงเป็นเจย์เดนและเจนนี่
"ตายจริงหลายยาย น่ารักน่าชังเชียว"
เด็กน้อยทั้งสองเห็นปฏิกิริยาแม่ก็รู้ถึงตัวละครของคนตรงหน้า นี่คงเป็นแม่เลี้ยงที่ผู้เป็นแม่ไม่ค่อยพูดถึงนัก
"สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ"
"ไปกินข้าวกันเถอะจ้ะ"
โต๊ะอาหารเต็ใไปด้วยอาหารมากมายหรูหรา และมันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว แต่ก่อนเธอแทบไม่ได้แตะข้าว เพราะทุกครั้งที่หย่อนก้นลงนั่งก็มีแต่ปัญหาและเรื่องราวให้ถูกลงโทษ
"มัมมี๊ กินกุ้งสิคะ"
อาจเพราะเด็กน้อยเห็นสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อยเล็กน้อย เธอจึงรีบตักของชอบให้
"ขอบคุณจ้ะ เจย์กับเจนเคี้ยวให้ดีๆนะลูก"
เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าลงมือกินกันด้วยรอยยิ้ม จนเหล่าสาวใช้พากันยิ้มเอ็นดูคุณหนูคู่แฝดประจำบ้านคนใหม่
"นี่ไม่เคยให้ของดีๆเด็กพวกนี้กินเลยหรอ กินเหมือนพวกบ้านนอกอยู่ได้"
เสียงน้ำตาลค่อนแขวะขึ้น สีหน้าหล่อนไม่พอใจนักที่น้องมาร่วมโต๊ะกับสมาชิกใหม่อย่างเธอและลูกๆ
"น้ำตาล"
กานดาผู้เป็นแม่ปรามเสียงเบา
"กินให้มันมีมารยาท ที่นี่วัฒณพานิช ไม่ใช่ที่ตลาด"
ปรีชาเหลือบตามองเด็กสองคน เตือนเสียงแข็งค่อนแขวะไปถึงแม่ที่ดูจะไม่ได้สอนลูกให้ดี
ก็คงเป็นมาตั้งแต่แม่นั่นแหละ จะคาดหวังอะไรได้ แม่ก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ ลูกก็คงไม่ต่างกัน"
คำพูดรุนแรงจากปากพี่ชายอย่างนาธานที่เสริมให้บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเริ่มร้อนระอุขึ้น เด็กน้อยทั้งสองวางช้อนลงบนโต๊ะ หันมองแม่ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าการกินจะเป็นปัญหา จนทำให้แม่ต้องถูกด่าว่าแบบนี้
"มัมมี๊"
มือเล็กของแฝดพี่เจย์เดนวางลงบนตักแม่อย่างเป็นห่วง ตั้งแต่เธอเลี้ยงลูกมานี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าทำให้ลูกของเธอเสียความมั่นใจและทำสีหน้าแบบนี้
เจนิวาไม่ใช่คนเดิมที่ผู้เขาจะด่าว่าเสียๆหายๆต่อหน้าเด็กน้อยทั้งสองได้เหมือนเหมือนห้าปีก่อนอีกแล้ว และคำพูดเสียๆหายๆของพวกเขาเกี่ยวกับเด็กทั้งสองมันทำให้เธอโมโหมาก
"จำได้ว่าตอนเด็กๆที่นาธานกับน้ำตาลเข้ามาในบ้าน กินข้าวเหมือนคนอดอยาก เด็กสองคนนี้ยังไม่ได้เสี้ยวนึงของพวกเธอด้วยซ้ำ"
ปัง!
นาธานตบโตณะดังฉ่ดด้วยความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกบ้าต่อปากต่อคำ มองสบตาพวกเขานิ่งอย่างไม่เกรงกลัว
"แกกล้าดียังไงนังเจ!"
น้ำตาลเสริมทับด้วยเสียงหวีดร้องน่าหนวกหู แต่บทสนทนาอันน่าปงดหัวของต้องจบลง เมื่อผู้นำตระกูลแย่างปรีลาตบโต๊ะดังฉาดสะท้อนไปทั้งบ้าน
"หุบปากให้หมด"
แม้จะดูเหมือนพูดเป็นกลาง แต่สุดท้ายหางตาก็เหลือบมาตำหนิเธอ เหมือนกับทุกครั้งที่มีเรื่องหรือเธอถูกกลั่นแกล้ง ปรีชาที่เป็นพ่อเลือกจะเชื่อเพียงนาธานและน้ำตาล ไม่ว่าจะจริงหรือแต่งเรื่องให้เธอเป็นคนผิด ปรีชาก็จะเลือกข้างตั้งแต่แรก ลงโทษเธอเสมอ
"หนูไม่กินแล้ว ไปหาพี่เดมนะคะ!"
เจนิวามองตามหลังน้องสาวต่างแม่ที่เดินฟึดฟัดออกไปนิ่งๆ
"มัมมี๊ คุณตากับคุณลุงนาธานแล้วก็คุณน้าน้ำตาลไม่ชอบพวกเราหรอครับ"
เมื่ออยู่ในห้องลำพัง เจย์เดนก็ถามหน้าเศร้าจนหัวใจของเจนิวาหล่นวูบ ถึงจะไม่อยากให้ลูกเห็นความผิดแปลกของผู้ใหญ่ในครอบครัวแค่ไหน สุดท้ายมันก็คือความจริง ไม่น่าเชื่อว่าตั้งแต่อายุเท่าลูกๆ เธอก็ต้องพบเจอสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองลำพัง เหมือนกับนรกไม่มีผิด
"พวกเค้าไม่ชอบแม่ เลยพลอยไม่ชอบพวกลูกไปด้วย เสียใจไหมจ้ะ"
เธอลูบหัวลูกๆทั้งสองเบาๆ เด็กน้อยรีบส่ายหน้าไปมา
"ไม่เลยค่ะ ใครที่ไม่ชอบมัมมี๊ ถือว่าเป็นศัตรูกับเจย์แล้วก็เจน"
เจนนี่พูดหน้าตาถมึงทึงจริงจัง ตามด้วยเจย์เดนที่เห็นด้วยกับน้องสาว
"ใช่ครับ พวกเราจะปกป้องมัมมี๊เอง"
แสงตะวันในยามพลบค่ำส่องเข้ามาให้ห้องนอนใหญ่ เจนิวาที่พึ่งกลับจากกูแลปู้อย่างสิระเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นเด็กทั้งสองนอนหลับปุ๋ยบนเตียง
ร่างเล็กหย่อนตัวลงนั่งหน้ากระจก เอื้อมมือหยิบกล่องเล็กๆออกมาจากกระเป๋า ภาพถ่ายที่เธอกำลังยืนยิ้มกว้าง ประกบชิดคู่กับเด็กหนุ่มในวันจบการศึกษาม.ปลายหวนให้นึกถึงวันวาน หัวใจดวงน้อยอุ่นวาบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
"ไม่รู้ป่านนี้พี่จะเป็นยังไงบ้างนะคะ พี่เดม"
เจนิวาวางภาพลง เดินไปอาบน้ำชำระร่างกาย ล้างความคิดในหัวให้มันไหลออกไปจากตัวตามกระแสน้ำเย็นๆจากฝักบัว
"อือ....."
เจย์เดนที่ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้นก็ตื่นขึ้นมางัวเงีย เด็กน้อยลุกจสกเตียงเดินเตาะแตะไปหาแม่ เห็นว่าแม่อาบน้ำยังไม่เสร็จจึงกลับมานั่งรอ พลันสายตาก็เห็นรูปภาพใบหนึ่ง
"หืม"
มือเล็กๆขยี้ตาตัวเองไปมา จากความงัวเงียกลายเป็นตอนนี้ตื่นเต็มตา
"เจย์ ทำอะไรอยู่หรอ"
เสียงเอื่อยๆของเจนนี่ที่พึ่งตื่นถามพี่ชายฝาแฝดงัวเงีย พลางยันตัวลุกขึ้นเดินไปหาพี่ชาย
"ดูนี่สิเจน"
เจนนี่คิ้วขมวด ผู้ชายที่ยืนข้างๆผู้เป็นแม่นั้นทั้งหล่อ สูงและยิ้มกว้างดูใจดีมาก
"เจย์ คนนี้รึเปล่า"
เด็กน้อยถามอย่างมีหวัง ตาเป็นประกาย
"ต้องใช่แน่ๆเลยเจน"
เด็กน้อยทั้งสองยิ้มตาเป็นประกาย
"แดดดี้!/แดดดี้!"
เสียงน้ำปิดลง ทำให้เด็กน้อยทั้งสองวางรูปลงและกระโดดกลับขึ้นเตียง ทำเหมือนว่าหลับอยู่เหมือนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
"เราไปตามหาแดดดี้กันเถอะเจย์"
"มัมมี๊ต้องดีใจมากแน่ๆเลย"
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเปลือกตาคู่หนาให้เปิดขึ้นช้าๆ เดมหันมองข้างกายที่ร่างเล็กควรนอนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เธอกลับหายไป เหลือไว้เพียงที่นอนว่างเปล่าที่ยังอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งลุกออกไปได้ไม่นานเขาหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะรีบคว้ากางเกงขายาวเเละเสื้อกันหนาวมาสวมลวกๆ เดินสาวเท้าออกไปนอกห้อง กวาดสายตามองหาคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่พบ เดมรีบเดินออกไปนอกตัวบ้าน สายตาของเขากวาดมองหาคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับร่างเล็ก ที่นั่งอยู่บนพื้นทรายไม่ขยับเขยื้อน ริมฝีากนหาพ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างโล่งอก เรียวขายาวของเขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างเงียบๆ นัยน์ตาคู่คมลอบพิจารณาใบหน้าสวยเรียบนิ่ง เธอกำลังทอดสายตามองพระอาทิตย์ ที่ขึ้นมาช้าๆ โดยที่อากาศรอบตัวหนาวจนมีควันออกจากลมหายใจ“นั่งคิดอะไรอยู่”เดมใช้ความกล้าเล็กน้อยในการถามทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบ “คิดว่าต่อไป เราจะเป็นยังไงค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าากันเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าาอย่างไร“หมายถึงอะไร”เดมหันมองใบหน้าสวยครึ่งซีกด้วยความงุนงง เจนิวาเองก็หันมาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ“ห
“แล้วเธอล่ะ จะให้พี่ปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไง”ริมฝีปากสวยของเม้มเข้ากันเบาๆ เอาอีกแล้ว ประโยคชวนใจเต้นนี่อีกแล้ว“แต่ก็ต้องทำงานค่ะ”เจนิวาหันไปประจัญหน้ากับคนที่กอดเธออยู่ จนเดมถอนหายใจ กว่าจะได้มาอยู่กับุกกับเมียแบบนี้ เขาเสียเวลาไปตั้งห้าปีกว่า ไม่เห็นว่างานจะสำคัญกว่าเธอกับลูกตรงไหน“ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจเถอะค่ะ”เมื่อน้ำเสียหงวานประชดประชันขึ้น พร้อมกับใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปอีกทาง มือเล็กก็พยายามยกขึ้นแกะมือหนาของเขาออก เดมกผ็รีบกระชับอ้อมแขนหนาให้แน่นขึ้นอีก จนคนตัวเล็กในอ้อมขนไม่สามารถดิ้นหนีจากพนธนาการของขาไปไหนได้อีก“ยอมแล้วครับ พี่ยอมแล้ว”ใบหน้าคมเกยลงบนไหล่เล็กอีกครั้ง พร้อมกับเสียงนุ่มหงอยๆที่ตอบกลับมาอย่างจำใจยอม แม้ในใจจะไม่อยากห่างจากลูกเมียแม้แต่ชั่วอึดใจเดียวก็ตาม “แล้วเจอยากให้พี่ทำอะไรอีกไหม ถึงจะยอมให้อภัยพี่สักที”เสียงนุ่มพูดเบาๆข้างใบหูเล็ก พร้อมกับเอี้ยวมองใบหน้าสวยอย่างน่าสงสาร แต่บอกเลยว่าเธอตอนนี้ยังไม่คิดจะใจอ่อนให้เขาง่ายๆ แม้ว่าจะหลงรักเขาไปแล้วจนอยากจะใจอ่อนวันละหลายๆรอบก็ตามแต่“ไม่ว่าเจจะพูดอะไร พี่ต้องทำตามค่ะ”นัยน์ตาคู่สวยหันมามองสบนัยน์ตาคู่คมนิ
ยอมแล้ว ยอมเธอแล้วนัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาสักนิดเดียว หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จ คนตัวเล็กก็เดินลิ่วปจัดการมือสายเบาๆอย่างข้าวต้ม และตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งรอให้ข้าวต้มของเธอสุก เพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้สนใจเขาสักนิดก็ยังดี บทสนทนามันจบลงไปทั้งๆแบบนั้น ทั้งๆที่เดมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการทำทุกอย่าง ให้เธอกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตามแต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้วที่เธอยอมให้โอกาสเขา ยังพอทำให้เดมมีความหวังขึ้นมาบ้างร่างเล็กยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะปิดแก๊ส พร้อมกับตักข้าวต้มกลิ่นหอมกรุ่นลงในชาม และเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีคนตัวโตนั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเจี๋มเจี้ยม“ร้อนนะคะ ค่อยๆกิน”เธอพูดเสียงเรียบ มือก็วางข้าวต้มกุ้งลงตรงหน้าคนตัวโต ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้าม พร้อมกับเริ่มลงมือตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองขึ้นมาเป่า และจัดการมันช้าๆ โดยมีสายตาคู่คมมองตามตาไม่กระพริบ“ถ้ายังไม่กิน จะเอาไปเททิ้งเป็นอาหารปลาแล้วนะคะ”นัยน์ตาคู่สวยเงยขึ้นมองใบหน้าของเขานิ่ง เป็นเชิงขมข
“อือ….”ร่างเล็กที่นอนหลัลบอยู่บนเตียงใหญ๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งหนักอึ้ง ที่วางบาดอยู่บนเอว นัยน์ตาคู่สวยอ่อนเพลียเปิดขึ้นช้าๆท่ามกลางแสงอรุณเช้าตรู ที่สาดส่องแยงตา จนต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเธอหันมองรอบตัวด้วยหัวที่ปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่พร่ามัวเล็กน้อยก้มลงมองเอวของตนเอง ก่อนจะต้องชะงัก เพราะมีลำแขนหนาของใครบางคนพาดอยู่บนเอวคอด เจนิวาค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยมองคนด้านข้างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ขอให้ทุกอย่างไอย่าเป้นอย่างที่เธอคิดเลย แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง ใบหน้าคมที่หลับปุ๋ยอยู่ด้วยความอ่อนเพลียด้วยลมหายใจส่ำเสมอ ในระยะชิดใกล้ ทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้างค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองตนเอง มือเล็กยกผ้าห่มที่แนบอกอวบขึ้นช้าๆ ภาวนาในใจว่าอย่าให้ทุกอย่างมันเลวร้ายมากกว่าที่เธอคิดเลย“อึก!”ร่างเล็กชะงัก ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาในตอนเช้าที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำ ทั้งยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นที่หน้าผาก มือเล็กราวกับหมดแรงลงชั่วขณะ ผ้าห่มในมือตกลงสู่อกของเธอดังเดิม มือล็กสั่นเทา ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักจนเธอแทบได้ยิ
“พะ….พี่เดม”เสียงหวานเรียกเขา นัยน์ตาคู่ก็มองสบกับใบหน้าคมด้วยความต้องการมากล้น เดมไม่รอช้า เขาค่อยๆดึงบราสีดำขลับออกจากร่างเล็ก นัยน์ตาคู่คมแวววาวขึ้นทันที เมื่อเขาพบกับหน้าอกคู่อวบขาวเนียน ขนาดใหญ่ และมันใหญ่มากกว่าเมื่อห้าปีก่อนเป็นไหนๆ ทั้งยังยอดอกสีน้ำตาลอ่อนๆที่เมื่อก่อนเป็นสีชมพูสวย แต่ตอนนี้มันกลับดูเซ็กซี่ เย้าอวนอารมณ์เขาขึ้นเป็นเท่าตัว อาจจะเพราะการมีลูก ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป แต่สำหรับเดม เธอในตอนนี้ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ความดิบในตัวของเขา“ไม่ชอบหรอคะ”ใบหน้าสวยถามขึ้นอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นเขาเอาแต่มองมันนิ่งจนเธอเริ่มรู้สึกหวั่นๆในตัวเองขึ้นมา การคลอดลูกทำให้เธอที่เคยสาว สวยเปล่งปลั่ง กลายเป็นคุณแม่ที่ร่างกายผันเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเธอเมื่อห้าปีก่อนสักนิด“พี่ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นนะเจ”มือหนาจับไรผมยาวสลวยที่ตกลงบดบังอกอวบคู่สวยให้ทัดบนใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา เดมทอดมองใบหน้าของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน จนริมฝีปากสวยต้องเม้มเข้าหากันแน่น“เธอสวยที่สุดสำหรับพี่ พี่รักทุกอย่างที่เป็นเธอ”นัยน์ตาคู่คมเลื่อนสายตาลงมามองเต้าอวบคู่สวยพลางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาอยากจะลิ้มลองมันอ
เปลือกตาสวยที่หนักอึ้งเปิดขึ้นช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอจะกอดเกี่ยวคนตัวโตจนลมหายใจติดขัด ทำให้เผลอลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งแบบนั้น นัยน์ตาคู่สวยเงยหน้ามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างเท่านั้น ที่พอให้นัยน์ตาคู่คมที่ลืมขึ้น หันมามองสบตาเธอด้วยความตกใจ “พี่ทำเธอตื่นหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ แต่คนตัวเลกในอ้อมแขนกลับไม่ได้ตอบคำถามเขาแม้แต่คำเดียว เธอเอาแต่ใช้นัยน์ตาคู่สวยที่ปรือขึ้นเล็กน้อยมองเขาอยู่นิ่งไปหลายวินาที จนคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล้กน้อย “เจ?” พรึ่บ! ริมฝีปากหนาที่เรียกเธอเสียวเบา กลับถูกปิดลงด้วยริมฝีปากอวบสวที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างแกร่งชะงัก แข็งทื่อไปทั้งร่าง ลิ้นเล็กของเธอพยายามสอดเข้ามาภายในโพรงปากร้อน ซึ่งก็ได้ผล เพราะความตกใจทำให้เดมไม่ทันระวังตัว เขาเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยพอให้ลิ้นร้อนของเธอสอดเข้าไปได้ พรึ่บ! มือหนาจับไหล่เล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะดันตัวของเธอออกไปพร้อมกับลมหายใจร้อนที่หอบกระเส่า เพราะริมฝีปากอวบสวยที่ทำให้เขาแทบคุมสติตัวเองไม่ไหว “เจ มีสติหน่อย” เดมพูดเสียงต่ำ เตือนให้คนที่ดูเหมือนจะถูกพิษไข้เล่นงานกลับมามี
"พี่ทำอะไรผิด"น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยคำถามที่ค้างคาใจมาตลอดห้าปี"เราไม่ได้ทำอะไรผิดค่ะ เราแค่มีชีวิตของตัวเอง"นัยน์ตาทั้งสองสบกันนิ่งงัน ราวกับกำลังอ่านใจของกันและกัน ความรู้สึกที่มีกำแพงสูงกั้นอยู่นี้ คืออุปสรรคที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอ หรือแม้แต่เขาจะก้าวข้ามมันไปได้"เรื่องที่อยู่ดีๆ พี่ก็หมั้นก
นัยน์ตาคมของเดมหรี่มองทั้งสองคนสลับกันไปมา เมื่อกี้เขาได้ยินว่า ไม่มีใคร หรือรู้อะไรสักอย่าง แต่เนื่องจากเสียงที่เบา ทำให้ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไรใบหน้าสวยของเจนิวาเรียบนิ่ง มีเพียงนัยน์ตาที่ไหววูบเล็กน้อยเท่านั้นที่ดึงดูดสายตาของเดม ส่วนคนด้านข้างอย่างชลลี่นั้นดูเลิ่กลัก จนเดทเลิกคิ้ว"มีอะไรให้ผมช่
"ดีฮะ!""ดีค่ะ!"เด็กน้อยประสานเสียงกันพร้อมกับยืดตัวหอมแก้มคุณป้าใจดีไปคนละฟอดของเล่นที่หลานทั้งสองว่า พาให้ชลลี่นึกถึงคนตัวโตอย่างหมอวิน จนเผลอเหม่อลอยพร้อมกับรอยยิ้มเขินอาย ไม่รู้เลยว่าเพื่อนสนิทสาวอย่างเจนิวากำลังมองอยู่อย่างสงสัย"นี่!"เสียงเรียกสติจากเพื่อนสาว ทำให้ชลลี่หลุดออกจากภวังค์ทันท
"คนอย่างมึง ไม่มีประโยชน์คงไม่ทำตั้งแต่แรก"เวฬว่าเสียงเรียบ พยักเพยิดไปยังห้องวีไอพีที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เพื่อนสนิทหนุ่ม"เอาแบบที่ไอ้เวฬว่าเถอะ เพราะตอนกูเกริ่นเรื่องห้าปีก่อน แม่งล่กอย่างกับนักโทษหนีคดี"วานิลเสริม ซึ่งมันก็ทำให้เดมเงียบไปสักพัก ก่อนจะยอมลุกขึ้นช้าๆ เดินตรงไปยังห้องสี่เหลี่ยม




![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


