เข้าสู่ระบบ"150 ล้านครับ"
เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาท
ใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"
น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง
"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"
กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้
มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง
"พี่ให้"
คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่
"ไม่จำเป็นค่ะ เก็บไว้ให้คู่หมั้นคุณเถอะ"
เธอตอบปัดเสียงเรียบ หันไปมองเครื่องเพชรชิ้นหรูที่กำลังจะเริ่มประมูลในอีกไม่กี่นาที แต่คนข้างกายดูเหมือนจะไม่ยอมรามือง่ายๆ
"ถ้าไม่รับ พี่จะตามเอาไปให้ถึงบ้าน"
น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาช่างขัดกับรูปประโยคเชิงบังคับกรายๆ ที่พูดออกมาจนคิ้วสวยขมวดมุ่น เธอตวัดสายตามองใบหน้าคมตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดเบาๆ ไม่เข้าใจว่าเขาขะมีปัญหาอะไรกับเธอนักหนา อีกอย่างใครๆ ก็รู้ว่าเครื่องเพชรกล่องสีเทาเฉพาะนี้เขาประมูลชนะ ถ้าอยู่ในมือเธอเห็นทีจะมีแต่เรื่องแต่ราวไม่จบไม่สิ้น
"ฉันไม่อยากได้ค่ะ ฉันมีเงิน ซื้อเองได้"
แม้จะย้ำเสียงชัด ตาก็มองเขานิ่งด้วยความหงุดหงิดอย่างแสดงอาการจนเขาน่าจะดูออกและรามือไป แต่คนหัวดื้ออย่างเดมก็ยังคงยื่นกล่องมาให้เธอเช่นเดิม
"ถ้ายังไม่รับ อย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะเจนิวา"
คำขู่เสียงอ่อนโยนของเขาเล่นเอาเธอต้องเม้มปากเบาๆ แม้เมื่อห้าปีก่อนจะสนิทกันมากแค่ไหน ก็ไม่เคยเห็นมุมน่ากลัวที่ใครๆต่างก็ลือกันสักครั้ง เพราะอยู่กับเธอเขาอ่อนโยน พูดเพราะ นิสัยดี เธอจึงเชื่อหูไว้หู แต่สุดท้ายเจนิวาดันลืมคิดไป ว่าเขาเป็นหลานชายคนเดียวหรือทายาทคนเดียวของพัฒชรเดโช ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีด้านที่เธอยังไม่เคยเห็น และเธอไม่อยากเห็น ไม่อยากข้องเกี่ยวสักนิด
"ถ้าฉันรับ เลิกยุ่งกับฉันได้ไหมคะ"
เดมนิ่งไปสักพัก แต่เขาก็แค่มองเธอโดยไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงยื่นกล่องชุดเครื่องเพชรให้เธอเท่านั้น และนั่น เป็นคำตอบของเขาแล้ว ว่าไม่มีทาง มือเล็กค่อยๆ รับมาไว้ในมือพร้อมกับพ่นลมหายใจเบาๆ
"มัมมี๊ กล่องอะไรหรอครับ"
ใบหน้าของเด็กน้อยเจย์เดนดูสงสัยใคร่รู้เล็กน้อยจนผู้เป็นแม่ต้องลูบหัวลูกชายเบาๆ
"ไม่มีอะไรจ้ะ เดี๋ยวแม่มานะ"
เมื่อยื่นเครื่องเพชรให้ผู้ติดตามเก็บไว้เสร็จ เจนิวาก็เดินออกไปจากห้องที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน เรียวขาเล็กสาวเท้าก้าวออกไปยังนอกห้องประมูล และตรงไปยังห้องน้ำด้วยหัวใจที่รัดแน่นด้วยความอึดอัด
เสียงน้ำที่ชะโลมผ่านมือเล็กดังขึ้นภายในห้องน้ำใหญ่ที่เงียบสงัด ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยนัก นัยน์ตากลมโตมองใบหน้าของตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกหลากหลาย หากผู้เป็นปู่ไม่ป่วย เธอคงไม่พาลูกกลับมาอย่างแน่นอน ทางที่ดีเธอต้องดูแลปู่ให้หายดีเร็วที่สุด จะได้กลับใช้ชีวิตสงบที่อเมริกาเหมือนเดิมอย่างไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายตามมา
แกร็ก!
เสียงประตูห้องน้ำใหญ่ที่ถูกล็อกจากด้านใน ทำให้เธอที่กำลังเหม่อหันไปมอง ก่อนจะชะงัก เพื่อพบว่าเป็นร่างสูงคุ้นตาของเดมที่เดินเข้ามา พร้อมกับล็อคประตู
"คุณเข้ามาได้ยังไงคะ"
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม ก้าวถอยหลังช้าๆ พร้อมกับที่เรียวขายาวของเขาก้าวเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกัน เดมเมื่อห้าปีก่อนคงไม่มีวันก้าวเข้ามาในห้องน้ำหญิง และล็อคประตูเพื่อฉวยโอกาส อยู่กับเธอตามลำพังอย่างแน่นอน
"อ๊ะ!"
แผ่นหลังของเธอแนบติดเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ไร้หนทางให้ถอยอีกต่อไป เดมที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้จวบจะถึงตัว ทำให้นัยน์ตาสวยสั่นระริก หญิงสาวรีบก้าวขาเพื่อหนีเข้าไปในห้องน้ำ หากแต่ถูกมือของเขาคว้าลำแขนเอาไว้ได้ และดันให้ลำตัวแนบชิดกับผนังดังเดิม โดยมีลำแขนหนายกขึ้นกักกันเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
นัยน์ตาคู่คมของเขามองสลนัยน์ตากลมโตสั่นระริกของเธอนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ และมันป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยสักนิด ลมหายใจร้อนของเธอรดต้นคอของเขาจนเดมสัมผัสได้ ยิ่งพินิจใบหน้าสวยที่กำลังตื่นตระหนกเล็กน้อยอย่างพยายามเก็บอาการของเจนิวา เขาก็แทบไม่วามารถละสายตาไปจากเธอได้เลย
"คุณจะทำอะไรคะ"
หญิงสาวถามเขาเสียงเรียบ พยายามข่มความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง
"ทำไมถึงไม่บอกอะไรพี่เลยก่อนไป"
คำถามมากมายหลั่งไหล่เข้ามาในสมองของเดม ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เขาเฝ้าถามตัวเองทุกวันว่าผิดตรงไหน หญิงสาวตรงหน้าถึงได้มองเขาเป็นธาตุอากาศที่คิดจะปัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
"ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องบอกค่ะ"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเบาๆ กับคำตอบแสนไน้อารมณ์ และใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปทางด้านข้าง เหมือนรังเกียจรังงอนเขาเหลือทน
"ทำไมไอ้หน้าตัวเมียนั่นมันถึงไม่มาดูแลเธอ"
เจนิวาพ่นลมหายใจอีกรอบกับคำถามที่กำลังตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต แม้เธออยากจะลืมมันไปทุกวินาที"อย่าพูดถึงพ่อของลูกฉันแบบนั้นค่ะ เค้าไม่ใช่คนไม่ดี"
"มันปล่อยเธอกับลูกไว้แบบไม่ดูแล ทำให้เธอต้องโดนทุกคนดูถูก แบบนี้ยังปกป้องมันอีกหรอเจนิวา"
เดมกัดฟัน ข่มความโกรธและหงุดหงิดเอาไว้ในใจ ปกติเขาเป็นคนใจเย็นมาก แต่พอเกี่ยวกับหญิงสาวในพันธนาการอย่างเจนิวา เดมควบคุมแม้แต่สติของตัวเองไม่ได้เลยสักนิด
"เค้าเป็นพ่อของลูกฉันค่ะ กรุณาให้เกียรติเค้าด้วย"
คนได้ฟังแค่นหัวเราะทันที เขาอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ผู้ชายที่ไข่ทิ้งไว้แล่วไร้ความรับผิดชอบ ปล่อยให้เธอต้องเจอมรสุมชีวิต เลี้ยงลูกคนเดียวถึงสองคนอย่างยากลำบาก มันมีเกียรติมีศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายสักแค่ไหน
"เรื่องในครอบครัว ฉันไม่อนุญาตให้คนนอกมาวิจารณ์ค่ะ กรุณาถอยออกไปด้วยค่ะ"
กรามหนาบดเข้าหากันจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเด่นชัด มือที่ยันกำแพงกำเข้าหากันแน่น เดมอยากเห็นหน้ามันแล้วลากคอมันมาขอโทษคนตัวเล็กที่แทบเท้า ที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เด็กสาวผู้สดใส ที่มักหยอกล้อออดอ้อนเขาได้หายไปแล้วจริงๆ
"คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ใครมาเห็นเข้ามันจะเสียหายนะคะ ฉันมีลูกแล้ว คุณก็มีคู่หมั้น แบบนี้คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ว่าไหมคะ"
เธอเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าไม่แสดงอารมณ์อะไร ผิดกับเดมที่โกรธจนเลือดจะขึ้นหน้าอยู่รอมร่อ
"ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป ว่าคนจากสองตระกูลใหญ่แอบมาคุยกันในที่ลับ คุณเสียหายก็จริง แต่คงไม่มากเท่าฉัน"
นัยน์ตาทั้งสองคู่สบกันแน่นิ่ง เหมือนกำลังหยั่งเชิงกันและกัน หากแต่เจนิวาก็อ่านสายตาของเขาไม่ออก สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือออกไปจากที่นี่ ออกไปจากงานประมูลนี้ และออกไปจากอ้อมแขนหนาของเดมเท่านั้น
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก"อื้ออ! อ่อย!"เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกันเพี้ย!ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย"พี่ขอโทษ"คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"เธอประชด ก่อน
"150 ล้านครับ"เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาทใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง"พี่ให้"คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่"ไม่จำเป
"สวัสดีทุกแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลเพชร ที่หรูหรา และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จากบริษัทไดม่อนพาเลซค่ะ"เสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่มีแขกดหรื่อมากหน้าหลายตานั่งเรียงรายกันเป็นตับ เพื่อประมูลเพชรที่หรูหราและถูกออกแบบมาพิเศษ เป็นชิ้นที่ไม่มีขายหน้าร้าน และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ซึ่งแลกมากับราคาที่แพงหูฉี่จนแทบไม่ต้องบรรยายแถวหน้าเป็นพิเชษ และมีเจนนี่กับเจย์เดนนั่งขนาบข้าง เก้าอี้ด้านหลังก็เป็นเจนิวาที่นั่งอยู่มุมสุด เดมที่นั่งคั่นกลาง และน้ำตาลที่นั่งขนาบอีกด้านของเดมอีกที ส่วนนาธานนั้นแยกคัวไปนั่งกับเพื่อนที่ด้านหลัง"เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มชิ้นแรกกันดีกว่า ชิ้นแรก เป็นงานแจกันฝังเพชร และอัญมณีสีทองอร่าม วาดลวดลายแจกันด้วยนักวาดชื่อดังจากอเมริกา...."ของชิ้นแรกถูกเข็นออกมาจนผู้คนต่างฮือฮากับความสวยงาม ที่ส่องประกายเตะตา จนต้องยกป้ายประมูลกันถ้วนหน้า ของชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประมูลไปเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่มีชิ้นไหนที่ถูกตาเจนิวาเลยสักชิ้น"ลำดับต่อไป เป็นชุดเครื่องเพชร เหมาะสำหรับท่านผู้หญิงสุดสวยทั้งหลายค่ะ เริ่มกันที่ชิ้นแรก อัญมณีสีแดงสด สลับกับเพชรแ
"พี่เดม"มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดังเมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า"คุณเดม"คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ"สวัสดีครับคุณนาธาน""ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า""ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพัน
"ฮึก!"เสียงสะอื้นของเด็กน้อยที่มุมห้องหลังผ่านไปห้านาทีดังก้องอยู่ในห้องนอนใหญ่ เจนิวามองลูกชายที่ยืนหันหลังเข้ามุมพบางถอนหายใจ เด็กเพียงสี่ขวบ ใจกล้าออกไปกันตามลำพัง แถมยังออกไปตาหาพ่อ นี่มันจะเกินไปแล้ว"มัมมี๊ ให้เจย์พอเถอะนะคะ"เด็กหญิงกอดมือแม่ หันมองพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสาร"เจย์เดนมานี่"และด้วยเสียงร้องสะอื้นของลูกชายและการขอร้องของลูกสาว สุดท้ายคนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจอ่อนอยู่วันยังค่ำ เด็กน้อยยืนสะอื้น ก้มหน้าไม่สบตาแม่แม้แต่น้อย"เจนนี่ไปยืน"เด็กทั้งสองเบะปาก นานๆ ทีจะโดนแม่ดุ เพราะโดยปกติแล้วเจนิาาต้องออกไปทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โอกาสที่จะโดนดุจึงแทบจะไม่มี"รู้รึเปล่าว่าทำผิดอะไร"แฝดสองก้อนพยักหน้า"เจนนี่พูดก่อน""เราออกไปไม่บอกมัมมี๊"เจนิวาถอนหายใจ หันมองลูกชายที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร"เจย์เดนล่ะ""เจย์ไม่มีมารยาทกับคุณลุง"เธอถอนหายใจ อย่างน้อยเจ้าแฝดทั้งสองคนก็รู้เรื่อง โดยเฉพาะเจย์เดนที่พูดไปแบบนั้นต่อหน้าเดม หากน้ำตาลได้ยินเข้าปัญหาก็จะตามมาเป็นพรวน กลัวว่าพอคลาดสายตาลูกๆ จะเป็นอันตราย"แล้วทำไมถึงได้ออกไปแบบนั้น"เจย์เดนยื่นภาพใบหนึ่งให
"เด็กๆวันนี้อย่าดื้อนะลูก แม่ต้องออกไปซื้อยาบำรุงมาให้คุณปู่ทวด"เจย์เดนและเจนนี่พยักหน้ารับหงึกหงัก เช้านี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปรีชา นาธาน และน้ำตาล ต่างออกไปทำงานและไปข้างนอกกันหมด ทำให้วันนี้ทั้งวันคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบเชียบ มีเพียงเธอและลูก และคุณปู่อย่างสิระที่อยู่ด้านบน"มัมมี๊เดินทางปลอดนะครับ""ดูแลตัวเองดีๆนะคะ""เดี๋ยวแม่รีบกลับนะจ้ะ"เธอลูบหัวลูกชายและลูกสาว ขับรถออกจากบ้านโดยมีเด็กน้อยทั้งสองยืนโบกมือบ้ายบายข้างๆประภา"คุณหนู ไปเล่นที่สวนรอไหมคะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมเค้กให้"เด็กน้อยตอบตกลงทันใด เมื่อประภาเข้าไปจัดการขนมในครัว เด็กน้อยทั้งสองคนก็รีบไปเปลี่ยนชุดทันที โค้ดสีน้ำตาลอ่อนตัวยาวถูกสวมทับเสื้อผ้าปกติ เด็กน้อยหยิบแว่นตามาใส่คนละอัน และไม่ลืมที่จะเปิดกล่องเล็กๆที่มีรูปของผู้เป็นแม่และเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา"ไปกันเถอะเจน"หนุ่มน้อยขยับแว่นตา หันมองน้องสาวอย่างจริงจัง"ไปกันเจย์""พี่เดม พรุ่งนี้ไปงานประมูลของไดม่อนพาเลซกันนะคะ น้ำตาลมีของที่อยากได้เยอะแยะเลย"มือเล็กกอดลำแขนหนาของคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมไว้อย่างออดอ้อน เข้าปีที่ห้าแล้วที่ทั้งสองคนมีสถานะเป็นคู่หมั้น







