LOGIN"150 ล้านครับ"
เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาท
ใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"
น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง
"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"
กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้
มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง
"พี่ให้"
คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่
"ไม่จำเป็นค่ะ เก็บไว้ให้คู่หมั้นคุณเถอะ"
เธอตอบปัดเสียงเรียบ หันไปมองเครื่องเพชรชิ้นหรูที่กำลังจะเริ่มประมูลในอีกไม่กี่นาที แต่คนข้างกายดูเหมือนจะไม่ยอมรามือง่ายๆ
"ถ้าไม่รับ พี่จะตามเอาไปให้ถึงบ้าน"
น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาช่างขัดกับรูปประโยคเชิงบังคับกรายๆ ที่พูดออกมาจนคิ้วสวยขมวดมุ่น เธอตวัดสายตามองใบหน้าคมตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดเบาๆ ไม่เข้าใจว่าเขาขะมีปัญหาอะไรกับเธอนักหนา อีกอย่างใครๆ ก็รู้ว่าเครื่องเพชรกล่องสีเทาเฉพาะนี้เขาประมูลชนะ ถ้าอยู่ในมือเธอเห็นทีจะมีแต่เรื่องแต่ราวไม่จบไม่สิ้น
"ฉันไม่อยากได้ค่ะ ฉันมีเงิน ซื้อเองได้"
แม้จะย้ำเสียงชัด ตาก็มองเขานิ่งด้วยความหงุดหงิดอย่างแสดงอาการจนเขาน่าจะดูออกและรามือไป แต่คนหัวดื้ออย่างเดมก็ยังคงยื่นกล่องมาให้เธอเช่นเดิม
"ถ้ายังไม่รับ อย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะเจนิวา"
คำขู่เสียงอ่อนโยนของเขาเล่นเอาเธอต้องเม้มปากเบาๆ แม้เมื่อห้าปีก่อนจะสนิทกันมากแค่ไหน ก็ไม่เคยเห็นมุมน่ากลัวที่ใครๆต่างก็ลือกันสักครั้ง เพราะอยู่กับเธอเขาอ่อนโยน พูดเพราะ นิสัยดี เธอจึงเชื่อหูไว้หู แต่สุดท้ายเจนิวาดันลืมคิดไป ว่าเขาเป็นหลานชายคนเดียวหรือทายาทคนเดียวของพัฒชรเดโช ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีด้านที่เธอยังไม่เคยเห็น และเธอไม่อยากเห็น ไม่อยากข้องเกี่ยวสักนิด
"ถ้าฉันรับ เลิกยุ่งกับฉันได้ไหมคะ"
เดมนิ่งไปสักพัก แต่เขาก็แค่มองเธอโดยไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงยื่นกล่องชุดเครื่องเพชรให้เธอเท่านั้น และนั่น เป็นคำตอบของเขาแล้ว ว่าไม่มีทาง มือเล็กค่อยๆ รับมาไว้ในมือพร้อมกับพ่นลมหายใจเบาๆ
"มัมมี๊ กล่องอะไรหรอครับ"
ใบหน้าของเด็กน้อยเจย์เดนดูสงสัยใคร่รู้เล็กน้อยจนผู้เป็นแม่ต้องลูบหัวลูกชายเบาๆ
"ไม่มีอะไรจ้ะ เดี๋ยวแม่มานะ"
เมื่อยื่นเครื่องเพชรให้ผู้ติดตามเก็บไว้เสร็จ เจนิวาก็เดินออกไปจากห้องที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน เรียวขาเล็กสาวเท้าก้าวออกไปยังนอกห้องประมูล และตรงไปยังห้องน้ำด้วยหัวใจที่รัดแน่นด้วยความอึดอัด
เสียงน้ำที่ชะโลมผ่านมือเล็กดังขึ้นภายในห้องน้ำใหญ่ที่เงียบสงัด ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยนัก นัยน์ตากลมโตมองใบหน้าของตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกหลากหลาย หากผู้เป็นปู่ไม่ป่วย เธอคงไม่พาลูกกลับมาอย่างแน่นอน ทางที่ดีเธอต้องดูแลปู่ให้หายดีเร็วที่สุด จะได้กลับใช้ชีวิตสงบที่อเมริกาเหมือนเดิมอย่างไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายตามมา
แกร็ก!
เสียงประตูห้องน้ำใหญ่ที่ถูกล็อกจากด้านใน ทำให้เธอที่กำลังเหม่อหันไปมอง ก่อนจะชะงัก เพื่อพบว่าเป็นร่างสูงคุ้นตาของเดมที่เดินเข้ามา พร้อมกับล็อคประตู
"คุณเข้ามาได้ยังไงคะ"
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม ก้าวถอยหลังช้าๆ พร้อมกับที่เรียวขายาวของเขาก้าวเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกัน เดมเมื่อห้าปีก่อนคงไม่มีวันก้าวเข้ามาในห้องน้ำหญิง และล็อคประตูเพื่อฉวยโอกาส อยู่กับเธอตามลำพังอย่างแน่นอน
"อ๊ะ!"
แผ่นหลังของเธอแนบติดเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ไร้หนทางให้ถอยอีกต่อไป เดมที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้จวบจะถึงตัว ทำให้นัยน์ตาสวยสั่นระริก หญิงสาวรีบก้าวขาเพื่อหนีเข้าไปในห้องน้ำ หากแต่ถูกมือของเขาคว้าลำแขนเอาไว้ได้ และดันให้ลำตัวแนบชิดกับผนังดังเดิม โดยมีลำแขนหนายกขึ้นกักกันเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
นัยน์ตาคู่คมของเขามองสลนัยน์ตากลมโตสั่นระริกของเธอนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ และมันป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยสักนิด ลมหายใจร้อนของเธอรดต้นคอของเขาจนเดมสัมผัสได้ ยิ่งพินิจใบหน้าสวยที่กำลังตื่นตระหนกเล็กน้อยอย่างพยายามเก็บอาการของเจนิวา เขาก็แทบไม่วามารถละสายตาไปจากเธอได้เลย
"คุณจะทำอะไรคะ"
หญิงสาวถามเขาเสียงเรียบ พยายามข่มความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง
"ทำไมถึงไม่บอกอะไรพี่เลยก่อนไป"
คำถามมากมายหลั่งไหล่เข้ามาในสมองของเดม ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เขาเฝ้าถามตัวเองทุกวันว่าผิดตรงไหน หญิงสาวตรงหน้าถึงได้มองเขาเป็นธาตุอากาศที่คิดจะปัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
"ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องบอกค่ะ"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเบาๆ กับคำตอบแสนไน้อารมณ์ และใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปทางด้านข้าง เหมือนรังเกียจรังงอนเขาเหลือทน
"ทำไมไอ้หน้าตัวเมียนั่นมันถึงไม่มาดูแลเธอ"
เจนิวาพ่นลมหายใจอีกรอบกับคำถามที่กำลังตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต แม้เธออยากจะลืมมันไปทุกวินาที"อย่าพูดถึงพ่อของลูกฉันแบบนั้นค่ะ เค้าไม่ใช่คนไม่ดี"
"มันปล่อยเธอกับลูกไว้แบบไม่ดูแล ทำให้เธอต้องโดนทุกคนดูถูก แบบนี้ยังปกป้องมันอีกหรอเจนิวา"
เดมกัดฟัน ข่มความโกรธและหงุดหงิดเอาไว้ในใจ ปกติเขาเป็นคนใจเย็นมาก แต่พอเกี่ยวกับหญิงสาวในพันธนาการอย่างเจนิวา เดมควบคุมแม้แต่สติของตัวเองไม่ได้เลยสักนิด
"เค้าเป็นพ่อของลูกฉันค่ะ กรุณาให้เกียรติเค้าด้วย"
คนได้ฟังแค่นหัวเราะทันที เขาอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ผู้ชายที่ไข่ทิ้งไว้แล่วไร้ความรับผิดชอบ ปล่อยให้เธอต้องเจอมรสุมชีวิต เลี้ยงลูกคนเดียวถึงสองคนอย่างยากลำบาก มันมีเกียรติมีศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายสักแค่ไหน
"เรื่องในครอบครัว ฉันไม่อนุญาตให้คนนอกมาวิจารณ์ค่ะ กรุณาถอยออกไปด้วยค่ะ"
กรามหนาบดเข้าหากันจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเด่นชัด มือที่ยันกำแพงกำเข้าหากันแน่น เดมอยากเห็นหน้ามันแล้วลากคอมันมาขอโทษคนตัวเล็กที่แทบเท้า ที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เด็กสาวผู้สดใส ที่มักหยอกล้อออดอ้อนเขาได้หายไปแล้วจริงๆ
"คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ใครมาเห็นเข้ามันจะเสียหายนะคะ ฉันมีลูกแล้ว คุณก็มีคู่หมั้น แบบนี้คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ว่าไหมคะ"
เธอเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าไม่แสดงอารมณ์อะไร ผิดกับเดมที่โกรธจนเลือดจะขึ้นหน้าอยู่รอมร่อ
"ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป ว่าคนจากสองตระกูลใหญ่แอบมาคุยกันในที่ลับ คุณเสียหายก็จริง แต่คงไม่มากเท่าฉัน"
นัยน์ตาทั้งสองคู่สบกันแน่นิ่ง เหมือนกำลังหยั่งเชิงกันและกัน หากแต่เจนิวาก็อ่านสายตาของเขาไม่ออก สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือออกไปจากที่นี่ ออกไปจากงานประมูลนี้ และออกไปจากอ้อมแขนหนาของเดมเท่านั้น
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเปลือกตาคู่หนาให้เปิดขึ้นช้าๆ เดมหันมองข้างกายที่ร่างเล็กควรนอนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เธอกลับหายไป เหลือไว้เพียงที่นอนว่างเปล่าที่ยังอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งลุกออกไปได้ไม่นานเขาหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะรีบคว้ากางเกงขายาวเเละเสื้อกันหนาวมาสวมลวกๆ เดินสาวเท้าออกไปนอกห้อง กวาดสายตามองหาคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่พบ เดมรีบเดินออกไปนอกตัวบ้าน สายตาของเขากวาดมองหาคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับร่างเล็ก ที่นั่งอยู่บนพื้นทรายไม่ขยับเขยื้อน ริมฝีากนหาพ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างโล่งอก เรียวขายาวของเขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างเงียบๆ นัยน์ตาคู่คมลอบพิจารณาใบหน้าสวยเรียบนิ่ง เธอกำลังทอดสายตามองพระอาทิตย์ ที่ขึ้นมาช้าๆ โดยที่อากาศรอบตัวหนาวจนมีควันออกจากลมหายใจ“นั่งคิดอะไรอยู่”เดมใช้ความกล้าเล็กน้อยในการถามทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบ “คิดว่าต่อไป เราจะเป็นยังไงค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าากันเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าาอย่างไร“หมายถึงอะไร”เดมหันมองใบหน้าสวยครึ่งซีกด้วยความงุนงง เจนิวาเองก็หันมาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ“ห
“แล้วเธอล่ะ จะให้พี่ปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไง”ริมฝีปากสวยของเม้มเข้ากันเบาๆ เอาอีกแล้ว ประโยคชวนใจเต้นนี่อีกแล้ว“แต่ก็ต้องทำงานค่ะ”เจนิวาหันไปประจัญหน้ากับคนที่กอดเธออยู่ จนเดมถอนหายใจ กว่าจะได้มาอยู่กับุกกับเมียแบบนี้ เขาเสียเวลาไปตั้งห้าปีกว่า ไม่เห็นว่างานจะสำคัญกว่าเธอกับลูกตรงไหน“ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจเถอะค่ะ”เมื่อน้ำเสียหงวานประชดประชันขึ้น พร้อมกับใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปอีกทาง มือเล็กก็พยายามยกขึ้นแกะมือหนาของเขาออก เดมกผ็รีบกระชับอ้อมแขนหนาให้แน่นขึ้นอีก จนคนตัวเล็กในอ้อมขนไม่สามารถดิ้นหนีจากพนธนาการของขาไปไหนได้อีก“ยอมแล้วครับ พี่ยอมแล้ว”ใบหน้าคมเกยลงบนไหล่เล็กอีกครั้ง พร้อมกับเสียงนุ่มหงอยๆที่ตอบกลับมาอย่างจำใจยอม แม้ในใจจะไม่อยากห่างจากลูกเมียแม้แต่ชั่วอึดใจเดียวก็ตาม “แล้วเจอยากให้พี่ทำอะไรอีกไหม ถึงจะยอมให้อภัยพี่สักที”เสียงนุ่มพูดเบาๆข้างใบหูเล็ก พร้อมกับเอี้ยวมองใบหน้าสวยอย่างน่าสงสาร แต่บอกเลยว่าเธอตอนนี้ยังไม่คิดจะใจอ่อนให้เขาง่ายๆ แม้ว่าจะหลงรักเขาไปแล้วจนอยากจะใจอ่อนวันละหลายๆรอบก็ตามแต่“ไม่ว่าเจจะพูดอะไร พี่ต้องทำตามค่ะ”นัยน์ตาคู่สวยหันมามองสบนัยน์ตาคู่คมนิ
ยอมแล้ว ยอมเธอแล้วนัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาสักนิดเดียว หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จ คนตัวเล็กก็เดินลิ่วปจัดการมือสายเบาๆอย่างข้าวต้ม และตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งรอให้ข้าวต้มของเธอสุก เพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้สนใจเขาสักนิดก็ยังดี บทสนทนามันจบลงไปทั้งๆแบบนั้น ทั้งๆที่เดมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการทำทุกอย่าง ให้เธอกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตามแต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้วที่เธอยอมให้โอกาสเขา ยังพอทำให้เดมมีความหวังขึ้นมาบ้างร่างเล็กยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะปิดแก๊ส พร้อมกับตักข้าวต้มกลิ่นหอมกรุ่นลงในชาม และเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีคนตัวโตนั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเจี๋มเจี้ยม“ร้อนนะคะ ค่อยๆกิน”เธอพูดเสียงเรียบ มือก็วางข้าวต้มกุ้งลงตรงหน้าคนตัวโต ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้าม พร้อมกับเริ่มลงมือตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองขึ้นมาเป่า และจัดการมันช้าๆ โดยมีสายตาคู่คมมองตามตาไม่กระพริบ“ถ้ายังไม่กิน จะเอาไปเททิ้งเป็นอาหารปลาแล้วนะคะ”นัยน์ตาคู่สวยเงยขึ้นมองใบหน้าของเขานิ่ง เป็นเชิงขมข
“อือ….”ร่างเล็กที่นอนหลัลบอยู่บนเตียงใหญ๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งหนักอึ้ง ที่วางบาดอยู่บนเอว นัยน์ตาคู่สวยอ่อนเพลียเปิดขึ้นช้าๆท่ามกลางแสงอรุณเช้าตรู ที่สาดส่องแยงตา จนต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเธอหันมองรอบตัวด้วยหัวที่ปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่พร่ามัวเล็กน้อยก้มลงมองเอวของตนเอง ก่อนจะต้องชะงัก เพราะมีลำแขนหนาของใครบางคนพาดอยู่บนเอวคอด เจนิวาค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยมองคนด้านข้างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ขอให้ทุกอย่างไอย่าเป้นอย่างที่เธอคิดเลย แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง ใบหน้าคมที่หลับปุ๋ยอยู่ด้วยความอ่อนเพลียด้วยลมหายใจส่ำเสมอ ในระยะชิดใกล้ ทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้างค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองตนเอง มือเล็กยกผ้าห่มที่แนบอกอวบขึ้นช้าๆ ภาวนาในใจว่าอย่าให้ทุกอย่างมันเลวร้ายมากกว่าที่เธอคิดเลย“อึก!”ร่างเล็กชะงัก ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาในตอนเช้าที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำ ทั้งยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นที่หน้าผาก มือเล็กราวกับหมดแรงลงชั่วขณะ ผ้าห่มในมือตกลงสู่อกของเธอดังเดิม มือล็กสั่นเทา ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักจนเธอแทบได้ยิ
“พะ….พี่เดม”เสียงหวานเรียกเขา นัยน์ตาคู่ก็มองสบกับใบหน้าคมด้วยความต้องการมากล้น เดมไม่รอช้า เขาค่อยๆดึงบราสีดำขลับออกจากร่างเล็ก นัยน์ตาคู่คมแวววาวขึ้นทันที เมื่อเขาพบกับหน้าอกคู่อวบขาวเนียน ขนาดใหญ่ และมันใหญ่มากกว่าเมื่อห้าปีก่อนเป็นไหนๆ ทั้งยังยอดอกสีน้ำตาลอ่อนๆที่เมื่อก่อนเป็นสีชมพูสวย แต่ตอนนี้มันกลับดูเซ็กซี่ เย้าอวนอารมณ์เขาขึ้นเป็นเท่าตัว อาจจะเพราะการมีลูก ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป แต่สำหรับเดม เธอในตอนนี้ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ความดิบในตัวของเขา“ไม่ชอบหรอคะ”ใบหน้าสวยถามขึ้นอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นเขาเอาแต่มองมันนิ่งจนเธอเริ่มรู้สึกหวั่นๆในตัวเองขึ้นมา การคลอดลูกทำให้เธอที่เคยสาว สวยเปล่งปลั่ง กลายเป็นคุณแม่ที่ร่างกายผันเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเธอเมื่อห้าปีก่อนสักนิด“พี่ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นนะเจ”มือหนาจับไรผมยาวสลวยที่ตกลงบดบังอกอวบคู่สวยให้ทัดบนใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา เดมทอดมองใบหน้าของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน จนริมฝีปากสวยต้องเม้มเข้าหากันแน่น“เธอสวยที่สุดสำหรับพี่ พี่รักทุกอย่างที่เป็นเธอ”นัยน์ตาคู่คมเลื่อนสายตาลงมามองเต้าอวบคู่สวยพลางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาอยากจะลิ้มลองมันอ
เปลือกตาสวยที่หนักอึ้งเปิดขึ้นช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอจะกอดเกี่ยวคนตัวโตจนลมหายใจติดขัด ทำให้เผลอลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งแบบนั้น นัยน์ตาคู่สวยเงยหน้ามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างเท่านั้น ที่พอให้นัยน์ตาคู่คมที่ลืมขึ้น หันมามองสบตาเธอด้วยความตกใจ “พี่ทำเธอตื่นหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ แต่คนตัวเลกในอ้อมแขนกลับไม่ได้ตอบคำถามเขาแม้แต่คำเดียว เธอเอาแต่ใช้นัยน์ตาคู่สวยที่ปรือขึ้นเล็กน้อยมองเขาอยู่นิ่งไปหลายวินาที จนคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล้กน้อย “เจ?” พรึ่บ! ริมฝีปากหนาที่เรียกเธอเสียวเบา กลับถูกปิดลงด้วยริมฝีปากอวบสวที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างแกร่งชะงัก แข็งทื่อไปทั้งร่าง ลิ้นเล็กของเธอพยายามสอดเข้ามาภายในโพรงปากร้อน ซึ่งก็ได้ผล เพราะความตกใจทำให้เดมไม่ทันระวังตัว เขาเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยพอให้ลิ้นร้อนของเธอสอดเข้าไปได้ พรึ่บ! มือหนาจับไหล่เล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะดันตัวของเธอออกไปพร้อมกับลมหายใจร้อนที่หอบกระเส่า เพราะริมฝีปากอวบสวยที่ทำให้เขาแทบคุมสติตัวเองไม่ไหว “เจ มีสติหน่อย” เดมพูดเสียงต่ำ เตือนให้คนที่ดูเหมือนจะถูกพิษไข้เล่นงานกลับมามี
อาหารกลิ่นหอมฉุยมาเสิร์ฟ พร้อมกับที่เดมและเจย์เดนกลับมานั่งบนโต๊ะ"มานี่มา ลุงทำให้"มือหนายกจานสเต็กไก่ของเด็กหญิงมาผัยเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ ก่อนจะวางจานลงตรงหน้าเจนนี่"ขอบคุณค่ะแดด....คุณลุง"เมื่อเกือบจะหลุดปาก เด็กน้อยก็ทำทีเฉไฉ แบ่งไก่ให้พี่ชายฝาแฝด ส่วนเจเดนก็ตักพาสต้าแบ่งให้เด็กหญิงอีกทีจนเด
"อือ....."คนที่หลับอยู่ค่อยๆ เปิดตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงอย่างเจนิวาด้วยความงุนงง และสับสน"เจนิวา"แม้จะขานเรียกชื่อ แต่ก็ไร้เสียงการตอบกลับ มีเพียงเตียงขาวสะอาดและความเงียบที่บอกเขาได้เป็นอย่างดี ว่าหญิงสาวได้หายไปจากห้องแล้ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจ
ประโยคแรกเขาพูดกับเก็กน้อยเสียงนุ่ม ประโยคต่อมาเอียงหน้ามามองเธอพลางพูดเสียงทะเล้นจนเจนิวาชะงัก"งั้นหรอคะ ดีจัง"เจนนี่ว่าเสียงสดใส ดีใจที่ตำแหน่งแดดดี๊จะไม่ถูกแย่งไป อีกทั้งคุณลุงสุดหล่ออย่างตะวันที่นิสัยดี ก็จะมาเล่นสนุกกับเธอและพี่ชายได้แล้วเสียงสนุกสนานเฮฮาดังขึ้นภายในห้อง จนคนนอกที่ยืนอยู่หน
"พี่นั่งด้วยได้ไหม"เสียงคุ้นหูทางด้านหลังพร้อมกับร่างคุ้นตาที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า ทำให้คิ้วของคนที่นั่งอยู่ถึงกับขมวดชนกันจนแทบเป็นโบว์ ใบหน้าคมของเดมและสายตาของเขามองมาที่เธอ และมันไม่ใช่สายตาเหมือนเมื่อกลางวัน แต่มันกลับเป็นสายตาของวันก่อน ที่เขาดึงเธอมาไว้ในอ้อมแขนและปลอบประโลมเสียงอุ่น"ไม่ได้ค่ะ







