เข้าสู่ระบบ"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"
มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก
"อื้ออ! อ่อย!"
เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกัน
เพี้ย!
ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย
"พี่ขอโทษ"
คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย
"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"
เธอประชด ก่อนจะก้าวเดินชนไหล่หนา ออกจากห้องน้ำใหญ่ไป ปล่อยให้เดมยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ เดมไม่คิดเลยว่าเจนิวาจะมีผลกับความรู้สึกของเขาถึงขนาดนี้ ถึงขนาดที่ทายาทคนเดียวของพัฒชรเดโชที่ถูกสอนมาอย่างดี ทั้งเรื่องอารมณ์ การแสดงออก และหน้าที่ กลับลืมสิ่งเหล่านั้นไปทั้งหมดเพียงแค่ได้มองใบหน้าของเธอ ทั้งยังเผลอล่วงเกินเธออย่างไม่น่าให้อภัยอีก
"มัมมี๊ คุณปู่ประมูลอันนี้ให้เราด้วยค่ะ"
เด็กน้อยทั้งสองหันมามองแม่ที่พึ่งนั่งลง อีกทั้งยังโชว์สร้อยข้อเท้าเพชรสลับทองชิ้นเล็กๆ คนละชิ้นด้วยใบหน้าดีใจ
"คุณท่านคะ"
ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูด พิเชษที่พอเดาออกว่าหล่อนจะพูดอะไรก็ยกยิ้ม พูดตัดบทไปเสียก่อน
"ไม่เป็นไร คนกันเอง ถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับกลับมาที่ไทยให้เด็กสองคนนะ"
เจนิวาที่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ก็ยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม พลางหันไปมองเด็กๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้
"ขอบคุณค่ะคุณปู่!/ของคุณครับคุณปู่!"
เด็กน้อยทั้งสองยกมือไหว้พิเชษ พลางสวมกอดคุณปู่ใจดีเอาไว้แน่นจนเขาขำเบาๆ ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู
"เธอสอนลูกได้ดีนะ ก่อนหน้านี้ก็ขอบคุณฉันไปทีนึง รู้ความจนนึกอิจฉาเจ้าสิระเลย"
พิเชษนึกไปก็อดอิจฉาเพื่อนเกลอที่นอนซอมอยู่บ้านไม่ได้ มีทั้งหลานสาวคนสวยและเหลนๆ น่ารักน่าชัฃกลับมาดูแบ คงจะหายวันหายคืนแน่นอน
"คุณปู่ครับ"
เดมที่พึ่งมาถึง นั่งลงขนาบข้างหญิงสาวช้าๆ จนเธอรีบเบือนหน้าหนี
"เดี๋ยวพรุงนี้เย็นไปเยี่ยมสิระกัน ไม่ได้ทานมือเย็นด้วยกันมานานแล้ว หนูว่าไง"
ประโยคแรกพิเชษถามหลานชาย ส่วนประโยคต่อมาปรายตาไปมองเจนิวาที่นั่งหันหน้าไปอีกทางอยู่
"ยินดีค่ะคุณท่าน เดี๋ยวหนูเรียนคุณปู่ให้นะคะ"
เดมเหลือบตามองเธอเล็กน้อย แต่เจนิวากลับไม่ได้สนใจเขาแม้แต่จะปรายตามองก็ไม่สักนิด ยังไม่ทันที่เดมจะได้อ้าปากพูดอะไร คู่หมั้นคนสวยที่สวมเครื่องเพชรสรแดงหรูก็นั่งลงชิด พร้อมกับมือที่ยกขึ้นโอบลำแขนหนาไว้แน่น
"พี่เดม เห็นว่าประมูลชุดเครื่องเพชรอีกชุดนึงหรอคะ คนเค้าแซวน้ำตาลจนไม่รู้จะแซวยังไงแล้วค่ะ"
น้ำตาลพูดเคอะเขิน ปรายตามองเจนิวาที่นั่งถัดจากชายคู่หมั้นทั้งยังเบะปากส่งให้เป็นเชิงเหนือกว่า หากแต่เดมที่นั่งนิ่ง ไม่สนใจคำถามและไร้คำตอบฝห้เธอ พาลให้คิ้วสวยขมวดมุ่น ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นกล่องเพชรสีเทาหรู ที่อยู่บนมือคนขับรถของน้ำตาล ใบหน้าสวยแทบไม่สามารถปกปิดความโกรธและความเกลียดชังเอาไว้ได้ น้ำตาลหันมองเจนิวาด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว หล่อนกล้าดียังไงถึงได้เอาเครื่องเพชรที่ควรจะเป็นของเธอไปหน้าด้านๆ
"มีอะไรรึเปล่าจ้ะน้ำตาล"
เจนิวาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่คนที่ยิ่งแสดงความรู้สคกด้านลบออกมา คนนั้นต่างหากที่จะเสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ
"เดี๋ยวพี่ซื้อชุดอื่นให้"
เมื่อสังเกตเห็นสายตาริษยาของคู่หมั้นสาว เดมก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเป็นเชิงปรามๆ ให้สำรวมกิริยาเอาไว้บ้าง ไม่ให้ออกนอกหน้าจนเกินไป เพราะเขาเองก็เป็นห่วงหญิงข้างกายอย่างเจนิวา
"ไม่ค่ะ น้ำตาลจะเอาชุดนี้"
หญิงสาวพูดพลางกัดฟัน มองพี่สาวต่างแม่ตาเขม็งอย่างเกลียดเข้าไส้ หล่อนกล้าดีอย่างไรถึงได้มาหลอกล่อคู่หมั้นอย่างเดมจนได้ชุดเครื่องเพชรหรู ที่ราคามากกว่าเธอกว่าครึ่งหนึ่งไปอย่างหน้าไม่อาย
"สันดานคันๆ ชอบเอาตัวเข้าแลก ผ่านไปกี่ปีก็คงแก้ไม่หายสินะนังเจนิวา"
"สันดานชอบสำคัญตัว แย่งของคนอื่นหน้าด้านๆ ไร้ยางอายเหมือนแม่ ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เปลี่ยนสักทีนะจ้ะ น้ำตาล"
ยังไม่ทันที่เดมจะได้อ้าปากจัดการคู่หมั้น คนที่ถูกพาดพิงด้วยคำหยาบคายอย่างเจนิวาก็ตอบกลับทันควันด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ แต่สำหรับน้ำตาล มันกลับดังก้องไปทั่วโสทประสาทของเธอ อีกทั้งยังเป็นต่อหน้าคู่หมั้นหนุ่มที่เธอรักหมดใจ สร้างความโกรธให้เธอจนต้องลุกพรวดขึ้นยืนและง้างฝ่ามือหวังตบฉาดลงบนแก้มของพี่สาวต่างแม่สุดแรง
พรึ่บ!
เดมลุกขึ้น พร้อมกับคว้าข้อมือของน้ำตาลไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นฝ่ามือของเธอคงฟาดเข้าใบหน้าสวยนั่นเต็มแรงเป็นแน่
เสียงฮือฮาของผู้คนในงาน เรียกความสนใจทุกสายตาให้หันมาจับจ้องทั้งสามคนเป็นตาเดียว โดยเฉพาะคู่หมั้นไฟแรง ที่ดูท่าว่าครั้งนี้จะมีปัญหากันขึ้น
"นี่ ถึงจะเกลียดกันขนาดไหน แต่ลงมือในที่แบบนี้เกินไปหน่อยมั้ง"
"นั่นสิ แล้วในบ้านคุณหนูใหญ่คนนั้นจะเป็นยังไงเนี่ย คุณหนูเล็กนี่น่ากลัวชะมัด"
"จริง ถึงจะได้รับความรักจากพ่อมากกว่า แต่ทำตัวแบบนี้เกินไปนะ"
"สงสารก็แต่คุณหนูใหญ่คนนั้น"
เสียงซุบซิบนินทาดังไปทั่วงาน เมื่อภาพความรุนแรงของพี่น้องตระกูลวัฒนพานิช ฉายออกสู่สาธารณะอย่างฉาวโฉ่ น้ำตาลที่พึ่งรู้ตัวรีบเอามือลงพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงโกรธแค้นพี่สาวต่างแม่ เธอหันหลังและสาวเท้าออกจากงานท่ามกลางผู้คนที่กำลังติฉินนินทา
"เอ่อ เอาล่ะค่ะ เรามาสนใจแจกันที่ทำขึ้น..."
ผู้คนเริ่มหันไปสนใจหน้าเวทีอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เดมนั่งลงบนเก้าอี้เช่นเดิม ที่เขาเป็นห่วงเธอ คงเกรงว่าจะเป็นห่วงฟรีแล้ว เพราะเจนิวาคนนี้นอกจากการแสดงความรู้สึกที่ปิดบังได้เก่งขึ้น ฝีปากของเธอก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างเห็นได้ชัด"ทำไมคะ โกรธหรอที่ฉันด่าคู่หมั้นของคุณไปแบบนั้น"
เมื่อเห็นว่าสายตาคมของคนข้างกายไม่หยุดมอง เจนิวาก็ถามขึ้นโดยที่ตายังจับจ้องไปที่แจกันหรู
"เปล่า ดีแล้วที่รู้จักสู้คนบ้าง"
เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เขาต้องคอยปรามน้ำตาลไม่ให้ทำร้ายหรือกลั่นแกล้งเธอตลอดเท่สที่ทำได้ แม้ในใจจะรู้ว่ากลับบ้านทีไรตัวก็จ้ำเขียวทุกครั้งก็ตาม และที่พูดก็หมายถึงแบบนั้นจริงๆ เธอที่เปลี่ยนไปอย่างน้อยผลกีก็คือไม่มีใครจะรังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว
"ถ้าคู่หมั้นคุณมาได้ยินเข้าจะเสียใจเอานะคะ"
มือเล็กยกป้ายสีดำหรู ก่อนจะวาดยิ้มบนใบหน้า จนนัยน์ตาคมของเดมชะงัก แม้จะเป็นใบหน้าสวยจากด้านข้าง แต่ก็ราวกับปฏิมากรรมชั้นสูงที่งดงามจนแทบลืมหายใจ
"200 ล้านค่ะ"
ริมฝีปากสวยยกยิ้มพร้อมกับพูดตัวเลขที่สูงที่สุดในงานจนเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอก ใบหน้าสวยหันมองเดมเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
"ฉันไม่ใช่คนที่คุณเคยรู้จักอีกแล้วค่ะ ไปรอเอาใจช่วยคู่หมั้นคุณดีกว่า ว่าจะถูกฉันเตะออกจากตระกูลเมื่อไหร่"
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเปลือกตาคู่หนาให้เปิดขึ้นช้าๆ เดมหันมองข้างกายที่ร่างเล็กควรนอนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เธอกลับหายไป เหลือไว้เพียงที่นอนว่างเปล่าที่ยังอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งลุกออกไปได้ไม่นานเขาหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะรีบคว้ากางเกงขายาวเเละเสื้อกันหนาวมาสวมลวกๆ เดินสาวเท้าออกไปนอกห้อง กวาดสายตามองหาคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่พบ เดมรีบเดินออกไปนอกตัวบ้าน สายตาของเขากวาดมองหาคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับร่างเล็ก ที่นั่งอยู่บนพื้นทรายไม่ขยับเขยื้อน ริมฝีากนหาพ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างโล่งอก เรียวขายาวของเขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างเงียบๆ นัยน์ตาคู่คมลอบพิจารณาใบหน้าสวยเรียบนิ่ง เธอกำลังทอดสายตามองพระอาทิตย์ ที่ขึ้นมาช้าๆ โดยที่อากาศรอบตัวหนาวจนมีควันออกจากลมหายใจ“นั่งคิดอะไรอยู่”เดมใช้ความกล้าเล็กน้อยในการถามทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบ “คิดว่าต่อไป เราจะเป็นยังไงค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าากันเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าาอย่างไร“หมายถึงอะไร”เดมหันมองใบหน้าสวยครึ่งซีกด้วยความงุนงง เจนิวาเองก็หันมาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ“ห
“แล้วเธอล่ะ จะให้พี่ปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไง”ริมฝีปากสวยของเม้มเข้ากันเบาๆ เอาอีกแล้ว ประโยคชวนใจเต้นนี่อีกแล้ว“แต่ก็ต้องทำงานค่ะ”เจนิวาหันไปประจัญหน้ากับคนที่กอดเธออยู่ จนเดมถอนหายใจ กว่าจะได้มาอยู่กับุกกับเมียแบบนี้ เขาเสียเวลาไปตั้งห้าปีกว่า ไม่เห็นว่างานจะสำคัญกว่าเธอกับลูกตรงไหน“ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจเถอะค่ะ”เมื่อน้ำเสียหงวานประชดประชันขึ้น พร้อมกับใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปอีกทาง มือเล็กก็พยายามยกขึ้นแกะมือหนาของเขาออก เดมกผ็รีบกระชับอ้อมแขนหนาให้แน่นขึ้นอีก จนคนตัวเล็กในอ้อมขนไม่สามารถดิ้นหนีจากพนธนาการของขาไปไหนได้อีก“ยอมแล้วครับ พี่ยอมแล้ว”ใบหน้าคมเกยลงบนไหล่เล็กอีกครั้ง พร้อมกับเสียงนุ่มหงอยๆที่ตอบกลับมาอย่างจำใจยอม แม้ในใจจะไม่อยากห่างจากลูกเมียแม้แต่ชั่วอึดใจเดียวก็ตาม “แล้วเจอยากให้พี่ทำอะไรอีกไหม ถึงจะยอมให้อภัยพี่สักที”เสียงนุ่มพูดเบาๆข้างใบหูเล็ก พร้อมกับเอี้ยวมองใบหน้าสวยอย่างน่าสงสาร แต่บอกเลยว่าเธอตอนนี้ยังไม่คิดจะใจอ่อนให้เขาง่ายๆ แม้ว่าจะหลงรักเขาไปแล้วจนอยากจะใจอ่อนวันละหลายๆรอบก็ตามแต่“ไม่ว่าเจจะพูดอะไร พี่ต้องทำตามค่ะ”นัยน์ตาคู่สวยหันมามองสบนัยน์ตาคู่คมนิ
ยอมแล้ว ยอมเธอแล้วนัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาสักนิดเดียว หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จ คนตัวเล็กก็เดินลิ่วปจัดการมือสายเบาๆอย่างข้าวต้ม และตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งรอให้ข้าวต้มของเธอสุก เพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้สนใจเขาสักนิดก็ยังดี บทสนทนามันจบลงไปทั้งๆแบบนั้น ทั้งๆที่เดมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการทำทุกอย่าง ให้เธอกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตามแต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้วที่เธอยอมให้โอกาสเขา ยังพอทำให้เดมมีความหวังขึ้นมาบ้างร่างเล็กยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะปิดแก๊ส พร้อมกับตักข้าวต้มกลิ่นหอมกรุ่นลงในชาม และเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีคนตัวโตนั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเจี๋มเจี้ยม“ร้อนนะคะ ค่อยๆกิน”เธอพูดเสียงเรียบ มือก็วางข้าวต้มกุ้งลงตรงหน้าคนตัวโต ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้าม พร้อมกับเริ่มลงมือตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองขึ้นมาเป่า และจัดการมันช้าๆ โดยมีสายตาคู่คมมองตามตาไม่กระพริบ“ถ้ายังไม่กิน จะเอาไปเททิ้งเป็นอาหารปลาแล้วนะคะ”นัยน์ตาคู่สวยเงยขึ้นมองใบหน้าของเขานิ่ง เป็นเชิงขมข
“อือ….”ร่างเล็กที่นอนหลัลบอยู่บนเตียงใหญ๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งหนักอึ้ง ที่วางบาดอยู่บนเอว นัยน์ตาคู่สวยอ่อนเพลียเปิดขึ้นช้าๆท่ามกลางแสงอรุณเช้าตรู ที่สาดส่องแยงตา จนต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเธอหันมองรอบตัวด้วยหัวที่ปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่พร่ามัวเล็กน้อยก้มลงมองเอวของตนเอง ก่อนจะต้องชะงัก เพราะมีลำแขนหนาของใครบางคนพาดอยู่บนเอวคอด เจนิวาค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยมองคนด้านข้างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ขอให้ทุกอย่างไอย่าเป้นอย่างที่เธอคิดเลย แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง ใบหน้าคมที่หลับปุ๋ยอยู่ด้วยความอ่อนเพลียด้วยลมหายใจส่ำเสมอ ในระยะชิดใกล้ ทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้างค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองตนเอง มือเล็กยกผ้าห่มที่แนบอกอวบขึ้นช้าๆ ภาวนาในใจว่าอย่าให้ทุกอย่างมันเลวร้ายมากกว่าที่เธอคิดเลย“อึก!”ร่างเล็กชะงัก ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาในตอนเช้าที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำ ทั้งยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นที่หน้าผาก มือเล็กราวกับหมดแรงลงชั่วขณะ ผ้าห่มในมือตกลงสู่อกของเธอดังเดิม มือล็กสั่นเทา ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักจนเธอแทบได้ยิ
“พะ….พี่เดม”เสียงหวานเรียกเขา นัยน์ตาคู่ก็มองสบกับใบหน้าคมด้วยความต้องการมากล้น เดมไม่รอช้า เขาค่อยๆดึงบราสีดำขลับออกจากร่างเล็ก นัยน์ตาคู่คมแวววาวขึ้นทันที เมื่อเขาพบกับหน้าอกคู่อวบขาวเนียน ขนาดใหญ่ และมันใหญ่มากกว่าเมื่อห้าปีก่อนเป็นไหนๆ ทั้งยังยอดอกสีน้ำตาลอ่อนๆที่เมื่อก่อนเป็นสีชมพูสวย แต่ตอนนี้มันกลับดูเซ็กซี่ เย้าอวนอารมณ์เขาขึ้นเป็นเท่าตัว อาจจะเพราะการมีลูก ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป แต่สำหรับเดม เธอในตอนนี้ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ความดิบในตัวของเขา“ไม่ชอบหรอคะ”ใบหน้าสวยถามขึ้นอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นเขาเอาแต่มองมันนิ่งจนเธอเริ่มรู้สึกหวั่นๆในตัวเองขึ้นมา การคลอดลูกทำให้เธอที่เคยสาว สวยเปล่งปลั่ง กลายเป็นคุณแม่ที่ร่างกายผันเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเธอเมื่อห้าปีก่อนสักนิด“พี่ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นนะเจ”มือหนาจับไรผมยาวสลวยที่ตกลงบดบังอกอวบคู่สวยให้ทัดบนใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา เดมทอดมองใบหน้าของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน จนริมฝีปากสวยต้องเม้มเข้าหากันแน่น“เธอสวยที่สุดสำหรับพี่ พี่รักทุกอย่างที่เป็นเธอ”นัยน์ตาคู่คมเลื่อนสายตาลงมามองเต้าอวบคู่สวยพลางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาอยากจะลิ้มลองมันอ
เปลือกตาสวยที่หนักอึ้งเปิดขึ้นช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอจะกอดเกี่ยวคนตัวโตจนลมหายใจติดขัด ทำให้เผลอลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งแบบนั้น นัยน์ตาคู่สวยเงยหน้ามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างเท่านั้น ที่พอให้นัยน์ตาคู่คมที่ลืมขึ้น หันมามองสบตาเธอด้วยความตกใจ “พี่ทำเธอตื่นหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ แต่คนตัวเลกในอ้อมแขนกลับไม่ได้ตอบคำถามเขาแม้แต่คำเดียว เธอเอาแต่ใช้นัยน์ตาคู่สวยที่ปรือขึ้นเล็กน้อยมองเขาอยู่นิ่งไปหลายวินาที จนคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล้กน้อย “เจ?” พรึ่บ! ริมฝีปากหนาที่เรียกเธอเสียวเบา กลับถูกปิดลงด้วยริมฝีปากอวบสวที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างแกร่งชะงัก แข็งทื่อไปทั้งร่าง ลิ้นเล็กของเธอพยายามสอดเข้ามาภายในโพรงปากร้อน ซึ่งก็ได้ผล เพราะความตกใจทำให้เดมไม่ทันระวังตัว เขาเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยพอให้ลิ้นร้อนของเธอสอดเข้าไปได้ พรึ่บ! มือหนาจับไหล่เล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะดันตัวของเธอออกไปพร้อมกับลมหายใจร้อนที่หอบกระเส่า เพราะริมฝีปากอวบสวยที่ทำให้เขาแทบคุมสติตัวเองไม่ไหว “เจ มีสติหน่อย” เดมพูดเสียงต่ำ เตือนให้คนที่ดูเหมือนจะถูกพิษไข้เล่นงานกลับมามี
ประโยคแรกเขาพูดกับเก็กน้อยเสียงนุ่ม ประโยคต่อมาเอียงหน้ามามองเธอพลางพูดเสียงทะเล้นจนเจนิวาชะงัก"งั้นหรอคะ ดีจัง"เจนนี่ว่าเสียงสดใส ดีใจที่ตำแหน่งแดดดี๊จะไม่ถูกแย่งไป อีกทั้งคุณลุงสุดหล่ออย่างตะวันที่นิสัยดี ก็จะมาเล่นสนุกกับเธอและพี่ชายได้แล้วเสียงสนุกสนานเฮฮาดังขึ้นภายในห้อง จนคนนอกที่ยืนอยู่หน
"อือ....."คนที่หลับอยู่ค่อยๆ เปิดตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงอย่างเจนิวาด้วยความงุนงง และสับสน"เจนิวา"แม้จะขานเรียกชื่อ แต่ก็ไร้เสียงการตอบกลับ มีเพียงเตียงขาวสะอาดและความเงียบที่บอกเขาได้เป็นอย่างดี ว่าหญิงสาวได้หายไปจากห้องแล้ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจ
อาหารกลิ่นหอมฉุยมาเสิร์ฟ พร้อมกับที่เดมและเจย์เดนกลับมานั่งบนโต๊ะ"มานี่มา ลุงทำให้"มือหนายกจานสเต็กไก่ของเด็กหญิงมาผัยเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ ก่อนจะวางจานลงตรงหน้าเจนนี่"ขอบคุณค่ะแดด....คุณลุง"เมื่อเกือบจะหลุดปาก เด็กน้อยก็ทำทีเฉไฉ แบ่งไก่ให้พี่ชายฝาแฝด ส่วนเจเดนก็ตักพาสต้าแบ่งให้เด็กหญิงอีกทีจนเด
เจนิวาถึงกับหัวเราะในลำคอ ไม่คิดว่าเดมจะปลิ้นปล้อนเป็นกับเขาด้วย ซึ่งเธอไม่ชอบนิสัยแบบนี้เป็นที่สุดเด็กน้อยทั้งสองที่แอบมองอยู่ภายในห้องน้ำพากันขำคิกคัก แม้จะไม่ได้แสดงความรัก แต่พ่อและแม่ก็ได้ใกล้ชิดกันขึ้นมานิดแล้วเด็กน้อยคิดยังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปดูลูก เจย์เดนและเจนนี่ก็เดินออกมาพอดี"เป็นยังไง







