เข้าสู่ระบบ"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"
มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก
"อื้ออ! อ่อย!"
เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกัน
เพี้ย!
ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย
"พี่ขอโทษ"
คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย
"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"
เธอประชด ก่อนจะก้าวเดินชนไหล่หนา ออกจากห้องน้ำใหญ่ไป ปล่อยให้เดมยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ เดมไม่คิดเลยว่าเจนิวาจะมีผลกับความรู้สึกของเขาถึงขนาดนี้ ถึงขนาดที่ทายาทคนเดียวของพัฒชรเดโชที่ถูกสอนมาอย่างดี ทั้งเรื่องอารมณ์ การแสดงออก และหน้าที่ กลับลืมสิ่งเหล่านั้นไปทั้งหมดเพียงแค่ได้มองใบหน้าของเธอ ทั้งยังเผลอล่วงเกินเธออย่างไม่น่าให้อภัยอีก
"มัมมี๊ คุณปู่ประมูลอันนี้ให้เราด้วยค่ะ"
เด็กน้อยทั้งสองหันมามองแม่ที่พึ่งนั่งลง อีกทั้งยังโชว์สร้อยข้อเท้าเพชรสลับทองชิ้นเล็กๆ คนละชิ้นด้วยใบหน้าดีใจ
"คุณท่านคะ"
ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูด พิเชษที่พอเดาออกว่าหล่อนจะพูดอะไรก็ยกยิ้ม พูดตัดบทไปเสียก่อน
"ไม่เป็นไร คนกันเอง ถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับกลับมาที่ไทยให้เด็กสองคนนะ"
เจนิวาที่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ก็ยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม พลางหันไปมองเด็กๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้
"ขอบคุณค่ะคุณปู่!/ของคุณครับคุณปู่!"
เด็กน้อยทั้งสองยกมือไหว้พิเชษ พลางสวมกอดคุณปู่ใจดีเอาไว้แน่นจนเขาขำเบาๆ ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู
"เธอสอนลูกได้ดีนะ ก่อนหน้านี้ก็ขอบคุณฉันไปทีนึง รู้ความจนนึกอิจฉาเจ้าสิระเลย"
พิเชษนึกไปก็อดอิจฉาเพื่อนเกลอที่นอนซอมอยู่บ้านไม่ได้ มีทั้งหลานสาวคนสวยและเหลนๆ น่ารักน่าชัฃกลับมาดูแบ คงจะหายวันหายคืนแน่นอน
"คุณปู่ครับ"
เดมที่พึ่งมาถึง นั่งลงขนาบข้างหญิงสาวช้าๆ จนเธอรีบเบือนหน้าหนี
"เดี๋ยวพรุงนี้เย็นไปเยี่ยมสิระกัน ไม่ได้ทานมือเย็นด้วยกันมานานแล้ว หนูว่าไง"
ประโยคแรกพิเชษถามหลานชาย ส่วนประโยคต่อมาปรายตาไปมองเจนิวาที่นั่งหันหน้าไปอีกทางอยู่
"ยินดีค่ะคุณท่าน เดี๋ยวหนูเรียนคุณปู่ให้นะคะ"
เดมเหลือบตามองเธอเล็กน้อย แต่เจนิวากลับไม่ได้สนใจเขาแม้แต่จะปรายตามองก็ไม่สักนิด ยังไม่ทันที่เดมจะได้อ้าปากพูดอะไร คู่หมั้นคนสวยที่สวมเครื่องเพชรสรแดงหรูก็นั่งลงชิด พร้อมกับมือที่ยกขึ้นโอบลำแขนหนาไว้แน่น
"พี่เดม เห็นว่าประมูลชุดเครื่องเพชรอีกชุดนึงหรอคะ คนเค้าแซวน้ำตาลจนไม่รู้จะแซวยังไงแล้วค่ะ"
น้ำตาลพูดเคอะเขิน ปรายตามองเจนิวาที่นั่งถัดจากชายคู่หมั้นทั้งยังเบะปากส่งให้เป็นเชิงเหนือกว่า หากแต่เดมที่นั่งนิ่ง ไม่สนใจคำถามและไร้คำตอบฝห้เธอ พาลให้คิ้วสวยขมวดมุ่น ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นกล่องเพชรสีเทาหรู ที่อยู่บนมือคนขับรถของน้ำตาล ใบหน้าสวยแทบไม่สามารถปกปิดความโกรธและความเกลียดชังเอาไว้ได้ น้ำตาลหันมองเจนิวาด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว หล่อนกล้าดียังไงถึงได้เอาเครื่องเพชรที่ควรจะเป็นของเธอไปหน้าด้านๆ
"มีอะไรรึเปล่าจ้ะน้ำตาล"
เจนิวาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่คนที่ยิ่งแสดงความรู้สคกด้านลบออกมา คนนั้นต่างหากที่จะเสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ
"เดี๋ยวพี่ซื้อชุดอื่นให้"
เมื่อสังเกตเห็นสายตาริษยาของคู่หมั้นสาว เดมก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเป็นเชิงปรามๆ ให้สำรวมกิริยาเอาไว้บ้าง ไม่ให้ออกนอกหน้าจนเกินไป เพราะเขาเองก็เป็นห่วงหญิงข้างกายอย่างเจนิวา
"ไม่ค่ะ น้ำตาลจะเอาชุดนี้"
หญิงสาวพูดพลางกัดฟัน มองพี่สาวต่างแม่ตาเขม็งอย่างเกลียดเข้าไส้ หล่อนกล้าดีอย่างไรถึงได้มาหลอกล่อคู่หมั้นอย่างเดมจนได้ชุดเครื่องเพชรหรู ที่ราคามากกว่าเธอกว่าครึ่งหนึ่งไปอย่างหน้าไม่อาย
"สันดานคันๆ ชอบเอาตัวเข้าแลก ผ่านไปกี่ปีก็คงแก้ไม่หายสินะนังเจนิวา"
"สันดานชอบสำคัญตัว แย่งของคนอื่นหน้าด้านๆ ไร้ยางอายเหมือนแม่ ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เปลี่ยนสักทีนะจ้ะ น้ำตาล"
ยังไม่ทันที่เดมจะได้อ้าปากจัดการคู่หมั้น คนที่ถูกพาดพิงด้วยคำหยาบคายอย่างเจนิวาก็ตอบกลับทันควันด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ แต่สำหรับน้ำตาล มันกลับดังก้องไปทั่วโสทประสาทของเธอ อีกทั้งยังเป็นต่อหน้าคู่หมั้นหนุ่มที่เธอรักหมดใจ สร้างความโกรธให้เธอจนต้องลุกพรวดขึ้นยืนและง้างฝ่ามือหวังตบฉาดลงบนแก้มของพี่สาวต่างแม่สุดแรง
พรึ่บ!
เดมลุกขึ้น พร้อมกับคว้าข้อมือของน้ำตาลไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นฝ่ามือของเธอคงฟาดเข้าใบหน้าสวยนั่นเต็มแรงเป็นแน่
เสียงฮือฮาของผู้คนในงาน เรียกความสนใจทุกสายตาให้หันมาจับจ้องทั้งสามคนเป็นตาเดียว โดยเฉพาะคู่หมั้นไฟแรง ที่ดูท่าว่าครั้งนี้จะมีปัญหากันขึ้น
"นี่ ถึงจะเกลียดกันขนาดไหน แต่ลงมือในที่แบบนี้เกินไปหน่อยมั้ง"
"นั่นสิ แล้วในบ้านคุณหนูใหญ่คนนั้นจะเป็นยังไงเนี่ย คุณหนูเล็กนี่น่ากลัวชะมัด"
"จริง ถึงจะได้รับความรักจากพ่อมากกว่า แต่ทำตัวแบบนี้เกินไปนะ"
"สงสารก็แต่คุณหนูใหญ่คนนั้น"
เสียงซุบซิบนินทาดังไปทั่วงาน เมื่อภาพความรุนแรงของพี่น้องตระกูลวัฒนพานิช ฉายออกสู่สาธารณะอย่างฉาวโฉ่ น้ำตาลที่พึ่งรู้ตัวรีบเอามือลงพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงโกรธแค้นพี่สาวต่างแม่ เธอหันหลังและสาวเท้าออกจากงานท่ามกลางผู้คนที่กำลังติฉินนินทา
"เอ่อ เอาล่ะค่ะ เรามาสนใจแจกันที่ทำขึ้น..."
ผู้คนเริ่มหันไปสนใจหน้าเวทีอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เดมนั่งลงบนเก้าอี้เช่นเดิม ที่เขาเป็นห่วงเธอ คงเกรงว่าจะเป็นห่วงฟรีแล้ว เพราะเจนิวาคนนี้นอกจากการแสดงความรู้สึกที่ปิดบังได้เก่งขึ้น ฝีปากของเธอก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างเห็นได้ชัด"ทำไมคะ โกรธหรอที่ฉันด่าคู่หมั้นของคุณไปแบบนั้น"
เมื่อเห็นว่าสายตาคมของคนข้างกายไม่หยุดมอง เจนิวาก็ถามขึ้นโดยที่ตายังจับจ้องไปที่แจกันหรู
"เปล่า ดีแล้วที่รู้จักสู้คนบ้าง"
เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เขาต้องคอยปรามน้ำตาลไม่ให้ทำร้ายหรือกลั่นแกล้งเธอตลอดเท่สที่ทำได้ แม้ในใจจะรู้ว่ากลับบ้านทีไรตัวก็จ้ำเขียวทุกครั้งก็ตาม และที่พูดก็หมายถึงแบบนั้นจริงๆ เธอที่เปลี่ยนไปอย่างน้อยผลกีก็คือไม่มีใครจะรังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว
"ถ้าคู่หมั้นคุณมาได้ยินเข้าจะเสียใจเอานะคะ"
มือเล็กยกป้ายสีดำหรู ก่อนจะวาดยิ้มบนใบหน้า จนนัยน์ตาคมของเดมชะงัก แม้จะเป็นใบหน้าสวยจากด้านข้าง แต่ก็ราวกับปฏิมากรรมชั้นสูงที่งดงามจนแทบลืมหายใจ
"200 ล้านค่ะ"
ริมฝีปากสวยยกยิ้มพร้อมกับพูดตัวเลขที่สูงที่สุดในงานจนเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอก ใบหน้าสวยหันมองเดมเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
"ฉันไม่ใช่คนที่คุณเคยรู้จักอีกแล้วค่ะ ไปรอเอาใจช่วยคู่หมั้นคุณดีกว่า ว่าจะถูกฉันเตะออกจากตระกูลเมื่อไหร่"
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก"อื้ออ! อ่อย!"เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกันเพี้ย!ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย"พี่ขอโทษ"คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"เธอประชด ก่อน
"150 ล้านครับ"เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาทใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง"พี่ให้"คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่"ไม่จำเป
"สวัสดีทุกแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลเพชร ที่หรูหรา และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จากบริษัทไดม่อนพาเลซค่ะ"เสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่มีแขกดหรื่อมากหน้าหลายตานั่งเรียงรายกันเป็นตับ เพื่อประมูลเพชรที่หรูหราและถูกออกแบบมาพิเศษ เป็นชิ้นที่ไม่มีขายหน้าร้าน และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ซึ่งแลกมากับราคาที่แพงหูฉี่จนแทบไม่ต้องบรรยายแถวหน้าเป็นพิเชษ และมีเจนนี่กับเจย์เดนนั่งขนาบข้าง เก้าอี้ด้านหลังก็เป็นเจนิวาที่นั่งอยู่มุมสุด เดมที่นั่งคั่นกลาง และน้ำตาลที่นั่งขนาบอีกด้านของเดมอีกที ส่วนนาธานนั้นแยกคัวไปนั่งกับเพื่อนที่ด้านหลัง"เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มชิ้นแรกกันดีกว่า ชิ้นแรก เป็นงานแจกันฝังเพชร และอัญมณีสีทองอร่าม วาดลวดลายแจกันด้วยนักวาดชื่อดังจากอเมริกา...."ของชิ้นแรกถูกเข็นออกมาจนผู้คนต่างฮือฮากับความสวยงาม ที่ส่องประกายเตะตา จนต้องยกป้ายประมูลกันถ้วนหน้า ของชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประมูลไปเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่มีชิ้นไหนที่ถูกตาเจนิวาเลยสักชิ้น"ลำดับต่อไป เป็นชุดเครื่องเพชร เหมาะสำหรับท่านผู้หญิงสุดสวยทั้งหลายค่ะ เริ่มกันที่ชิ้นแรก อัญมณีสีแดงสด สลับกับเพชรแ
"พี่เดม"มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดังเมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า"คุณเดม"คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ"สวัสดีครับคุณนาธาน""ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า""ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพัน
"ฮึก!"เสียงสะอื้นของเด็กน้อยที่มุมห้องหลังผ่านไปห้านาทีดังก้องอยู่ในห้องนอนใหญ่ เจนิวามองลูกชายที่ยืนหันหลังเข้ามุมพบางถอนหายใจ เด็กเพียงสี่ขวบ ใจกล้าออกไปกันตามลำพัง แถมยังออกไปตาหาพ่อ นี่มันจะเกินไปแล้ว"มัมมี๊ ให้เจย์พอเถอะนะคะ"เด็กหญิงกอดมือแม่ หันมองพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสาร"เจย์เดนมานี่"และด้วยเสียงร้องสะอื้นของลูกชายและการขอร้องของลูกสาว สุดท้ายคนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจอ่อนอยู่วันยังค่ำ เด็กน้อยยืนสะอื้น ก้มหน้าไม่สบตาแม่แม้แต่น้อย"เจนนี่ไปยืน"เด็กทั้งสองเบะปาก นานๆ ทีจะโดนแม่ดุ เพราะโดยปกติแล้วเจนิาาต้องออกไปทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โอกาสที่จะโดนดุจึงแทบจะไม่มี"รู้รึเปล่าว่าทำผิดอะไร"แฝดสองก้อนพยักหน้า"เจนนี่พูดก่อน""เราออกไปไม่บอกมัมมี๊"เจนิวาถอนหายใจ หันมองลูกชายที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร"เจย์เดนล่ะ""เจย์ไม่มีมารยาทกับคุณลุง"เธอถอนหายใจ อย่างน้อยเจ้าแฝดทั้งสองคนก็รู้เรื่อง โดยเฉพาะเจย์เดนที่พูดไปแบบนั้นต่อหน้าเดม หากน้ำตาลได้ยินเข้าปัญหาก็จะตามมาเป็นพรวน กลัวว่าพอคลาดสายตาลูกๆ จะเป็นอันตราย"แล้วทำไมถึงได้ออกไปแบบนั้น"เจย์เดนยื่นภาพใบหนึ่งให
"เด็กๆวันนี้อย่าดื้อนะลูก แม่ต้องออกไปซื้อยาบำรุงมาให้คุณปู่ทวด"เจย์เดนและเจนนี่พยักหน้ารับหงึกหงัก เช้านี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปรีชา นาธาน และน้ำตาล ต่างออกไปทำงานและไปข้างนอกกันหมด ทำให้วันนี้ทั้งวันคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบเชียบ มีเพียงเธอและลูก และคุณปู่อย่างสิระที่อยู่ด้านบน"มัมมี๊เดินทางปลอดนะครับ""ดูแลตัวเองดีๆนะคะ""เดี๋ยวแม่รีบกลับนะจ้ะ"เธอลูบหัวลูกชายและลูกสาว ขับรถออกจากบ้านโดยมีเด็กน้อยทั้งสองยืนโบกมือบ้ายบายข้างๆประภา"คุณหนู ไปเล่นที่สวนรอไหมคะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมเค้กให้"เด็กน้อยตอบตกลงทันใด เมื่อประภาเข้าไปจัดการขนมในครัว เด็กน้อยทั้งสองคนก็รีบไปเปลี่ยนชุดทันที โค้ดสีน้ำตาลอ่อนตัวยาวถูกสวมทับเสื้อผ้าปกติ เด็กน้อยหยิบแว่นตามาใส่คนละอัน และไม่ลืมที่จะเปิดกล่องเล็กๆที่มีรูปของผู้เป็นแม่และเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา"ไปกันเถอะเจน"หนุ่มน้อยขยับแว่นตา หันมองน้องสาวอย่างจริงจัง"ไปกันเจย์""พี่เดม พรุ่งนี้ไปงานประมูลของไดม่อนพาเลซกันนะคะ น้ำตาลมีของที่อยากได้เยอะแยะเลย"มือเล็กกอดลำแขนหนาของคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมไว้อย่างออดอ้อน เข้าปีที่ห้าแล้วที่ทั้งสองคนมีสถานะเป็นคู่หมั้น







![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)