LOGINจวนราชครู
จวนราชครูในเวลานี้เต็มไปด้วยผ้าแดงมงคลประดับเอาไว้ทั่วทุกพื้นที่ ดอกไม้นานาพรรณถูกนำมาตกแต่งภายในจวนมากมายเพื่อให้ประชาชนในแคว้นต้าโจวต่างล่วงรู้กันถ้วนหน้า
ว่าจวนราชครูเว่ยอี้ผู้ปราดเปรื่อง ซึ่งอยู่ในฐานะพระอาจารย์ของรัชทายาทโจวหยางเย่ว สกุลเว่ยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของเชื้อพระวงศ์ ราชครูผู้เต็มไปด้วยความปราดเปรื่องทั้งเชิงบู้และบุ๋น จะกลายเป็นพ่อตาของว่าที่ฮ่องเต้ต้าโจวในภายภาคหน้า แต่ดูเหมือนว่าตัวราชครูไม่อยากให้สกุลเว่ยได้ครอบครองตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของต้าโจวแม้แต่น้อย ด้วยล่วงรู้ดีว่าหวังฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งยวดกับอำนาจทางการทหารถูกเปลี่ยนมือไปที่สกุลเว่ยแทนที่จะอยู่กับสกุลหวังมาโดยตลอด และการตัดสินใจขององค์ชายรัชทายาทในครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง และผลที่ติดตามมานั้นก็คือความพยายามที่สกุลหวังต้องการจะรักษาตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแคว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป ภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท อึก! อึก! อึก! เสียงอึกอักอยู่ในลำคอพยายามที่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกได้ล่วงรู้อันตรายที่เป็นภัยถึงแก่ชีวิตของนางเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจ ซึ่งบุกเข้ามาจนถึงภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า และขบวนอภิเษกที่จะรับเจ้าสาวไปยังวังหลวง รัชทายาทโจวหยางเย่วเสด็จมารับพระชายาเอกด้วยพระองค์เองเพื่อนำนางเข้าสู่วังหลวงไปด้วยกัน เป็นพิธีอภิเษกสมรสที่รัชทายาทหนุ่มทรงยินดีและเต็มพระทัยยิ่งนักที่จะเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเคียงคู่กับพระชายาที่ทรงมอบหัวใจรักไว้ให้กับนางต่อหน้าสวรรค์และสักขีพยานนับไม่ถ้วน ร่างของธิดาแห่งสกุลเว่ยในวัยเพียง 17 ปี พยายามตะเกียกตะกายให้ชีวิตของนางหลุดพ้นจากการถูกกดทับด้วยหมอนหนุนที่ยัดด้วยขนห่านอยู่บนใบหน้าของนางเอาไว้จนแน่นอยู่ในขณะนี้ สองมือพยายามไขว่คว้าดึงทึ้งหมอนที่กำลังกดทับใบหน้าของนางอยู่ในขณะนั้นอย่างสุดแรง ตึง! ตึง! ตึง! เท้าทั้งสองข้างพยายามกระทืบฟูกนอนที่ปูรองเตียงอยู่ในขณะนั้นอย่างแรงเพื่อให้ล่วงรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพระชายารัชทายาทอยู่ในขณะนี้ “ชะ..ช่วย…ด้วย! ช่วย...ข้า...ด้วย!!!”ธิดาจากสกุลเว่ย พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากด้านนอกอย่างสุดชีวิตแต่ดูเหมือนบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกห้องจะรู้เห็นเป็นใจกับมือสังหารด้วยเพราะถูกหวังฮองเฮาส่งมากำจัดพระชายารัชทายาท “ร้องไปเถอะ! ไม่ว่าจะพยายามร้องขอชีวิตอย่างไรก็ตาม ชีวิตของเจ้าจะต้องจบลงเดี๋ยวนี้! อย่าหวังว่าพวกสกุลเว่ยจะได้ครอบครองทุกสิ่ง เพราะข้าจะไม่มีวันให้เป็นเช่นนั้น ชีวิตของเจ้าต้องจบลงก็เพราะดันถูกเลือกให้เป็นพระชายารัชทายาท ด้วยเหตุนี้เจ้าจึงต้องตายสถานเดียว”เสียงคำรามลั่นดังอยู่เหนือร่างที่กำลังคร่อมพระชายารัชทายาทเอาไว้อยู่ในขณะนั้น อู้วววว!!! เสียงอู้อี้เอ็ดอึงอยู่ใต้หมอนดังอยู่ชั่วขณะ ร่างที่พยายามดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปค่อยๆ สงบลงไร้เรี่ยวแรงต่อต้านและขัดขืนอีกต่อไปก่อนจะเริ่มหยุดการเคลื่อนไหวและนิ่งสนิทในเวลาต่อมาพร้อมลมหายใจที่หลุดลอยออกจากร่าง รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมือสังหารที่แอบแฝงเข้ามาในจวนราชครูเพื่อทำการใหญ่ครั้งนี้ และชีวิตของธิดาสกุลเว่ยก็ถูกสังหารเป็นผลสำเร็จ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นางก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพระชายารัชทายาทและเพื่อไม่ให้สกุลเว่ยได้ครอบครองกำลังทหารอีกครึ่งของแผ่นดิน ร่างใหญ่ของบุรุษที่ปลอมตนอยู่ในร่างของสตรี แฝงตัวเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเรือนนอนของธิดาสกุลเว่ย ค่อยๆ ยกหมอนที่นางใช้หนุนศีรษะออกจากใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของธิดาจากสกุลเว่ย มีสภาพดวงตาทั้งสองข้างเบิกค้างอยู่เช่นนั้น ร่างของนางแน่นิ่งไม่ไหวติงแต่ดวงตาของนางจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของมือสังหาร พรึบ! เปลือกตาถูกมือหนาลูบลงเพื่อให้ปิดสนิท ก่อนจะจัดแจงศพให้อยู่ในท่านอนปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนางให้สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการนอนหลับและสิ้นลมหายใจไปเอง เพื่อตัดปัญหาที่จะมีการสืบค้นสาเหตุของการตายธิดาของสกุลเว่ย หากลงมือสังหารโดยใช้อาวุธจะต้องล่วงรู้ทันทีว่ามีผู้ขัดขวางไม่ให้มีพิธีอภิเษกสมรสเกิดขึ้น หรือถ้าใช้ยาพิษในทุกรูปแบบ แน่นอนว่าหมอหลวงก็ต้องตรวจพบซึ่งรัชทายาทโจวหยางเย่ว ไม่มีทางปล่อยให้ผู้ใดลอยนวลเอาไว้อย่างแน่นอน รัชทายาทหนุ่มจะต้องลากคอผู้ลอบปลงพระชนม์พระชายาของพระองค์นำมาสังหารให้ตายตกไปตามกันอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะธิดาจากสกุลเว่ยเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ครอบครองหัวใจโจวหยางเย่วไปทั้งหมด แม้ว่าจะเคยพานพบหน้าเมื่อห้าปีก่อน แต่นางกลับทำให้องค์ชายรัชทายาทซึ่งในขณะนั้นพระชนมายุเพียงแค่ 15 ชันษาและธิดาจากสกุลเว่ยในเวลานั้นมีอายุเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้น แต่นางกลับสามารถเข้าไปอยู่ในหัวใจของพระองค์นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน มือสังหารในร่างของบ่าวรับใช้แต่งกายเป็นหญิง รีบจัดวางร่างอันไร้วิญญาณของพระชายารัชทายาทให้อยู่ในท่านอนหงายและดูเหมือนว่านางกำลังหลับใหลสนิทบนเตียงนอนของตัวเอง ผ้าห่มนำมาคลุมกายอย่างมิดชิดจนถึงหน้าอกพร้อมดึงผ้าปูฟูกนอนให้แน่นตึงเหมือนเดิม ก่อนจะรีบปลดผ้าม่านทั้งสองข้างปิดบังร่างอันไร้วิญญาณนั้นพร้อมส่งสัญญาณให้บ่าวที่ยืนเฝ้าอยู่นอกห้องได้ล่วงรู้ กรู้วววว!!! กรู้ววววว! กรู้วววว!!! เสียงนกส่งสัญญาญติดต่อกันสามครั้งเป็นการแจ้งข่าวว่างานลุล่วงเป็นผลสำเร็จ รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบ่าวรับใช้ที่คอยยืนเฝ้ายามอยู่ภายในบริเวณนั้นครั้นได้ยินสัญญาณดังกล่าว บรรดาบ่าวรับใช้ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกหวังฮองเฮาซื้อตัวเอาไว้แล้วทั้งสิ้น ต่างพากันเมินเฉยไม่สนใจร่างของมือสังหารที่กำลังก้าวออกมาจากห้องนอนของพระชายารัชทายาทก่อนจะหลบหนีออกไปจากจวนราชครูอย่างลอยนวลเพื่อกลับไปรายงานให้หวังฮองเฮาได้ทรงทราบผลของการสังหารในครั้งนี้ห้องทรงงานเพล้ง!!!! ถ้วยชาที่กำลังยกขึ้นเสวยร่วงหล่นจากพระหัตถ์อย่างไม่รู้สาเหตุ ท่ามกลางความแปลกพระทัยของฮ่องเต้ลี่หยวนเมื่อทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่ปรากฏออกมาเช่นนั้นรวมไปถึง หลี่ต๋าก็ด้วยเช่นกัน“ฝ่าบาททรงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าทรงเกิดประชวรขึ้นมา”หลี่ต๋าถามด้วยความเป็นห่วงในขณะที่คนถูกถามกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมาพลางยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นทอดพระเนตร“เหตุใดถ้วยชาจึงหล่นไปจากมือของข้าได้เองแบบนี้นะ มือของข้าก็ปกติดีทุกอย่างไม่มีอาการอะไรบ่งบอกแม้แต่น้อย”รับสั่งครุ่นคิดภายในส่วนลึกของจิตใจเริ่มมีความกังวลจนบอกไม่ถูกมิรู้ว่ามาเป็นเพราะสาเหตุใด“ฝ่าบาทให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการจะดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋าทูลถามด้วยความเป็นห่วงหากแต่ลี่หยวนกลับส่ายพระพักตร์ไปมาเป็นการปฏิเสธ“ไม่ต้องให้หลินเอ๋อมาตรวจอาการของข้าหรอก ข้าล่วงรู้ตัวเองดีว่าร่างกายของข้าเป็นอย่างไร ไปตามนางให้มาตรวจอาการของข้าจะพาลทำให้นางตกอกตกใจไปเสียเปล่าๆ ค
ระเบียงห้องดื่มชา ภายในบริเวณห้องดื่มชาในเวลานี้คนงามกำลังนำกลีบกุหลาบที่ผ่านการคัดและตากตลอดจนนำมาอบแห้งจนกลายเป็นใบชาเพื่อเปลี่ยนรสชาติในการดื่มชา มาดื่มชาจากดอกไม้แทนบ้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากยอดน้ำค้างที่นำมาชงชาผสมผสานกับกลีบกุหลาบทำให้รสชาตินุ่มลิ้นและหอมกรุ่นชื่นใจ “หลินเอ๋อ! หลินเอ๋อ!!!”สุรเสียงรับสั่งหาคนรักดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระตำหนักเย่วเชียง ในขณะที่คนถูกเรียกกำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างละเมียดละไมอยู่ในขณะนั้น ถึงกับสำลึกออกมาทันที พรืดด!!! เว่ยหลินหลางสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของคนรัก “พี่หยางหนีงานมาอีกแล้วหรือนี่! จริงๆ เลย”นางบ่นพึมพำพร้อมเสียงของคนรักดังก้องไม่คลาดครา “หลินเอ๋อ!”รับสั่งหาคนงามไปทั่วบริเวณก่อนจะสะดุดลงเมื่อเสด็จมาที่ห้องดื่มชา พร้อมทอดพระเนตรคนงามกำลังนั่งหน้าตูมอยู่ในขณะนั้น
วันรุ่งขึ้นห้องทรงงาน “หลี่ต๋า!”สุรเสียงรับสั่งหาคนสนิทดังเอ็ดอึงไปทั่วห้องทรงงานเลยทีเดียว เพียงครู่เสียงฝีเท้าของคนกำลังเดินตรงมาที่ห้องทรงงาน พร้อมร่างสันทัดของหลี่ต๋าก้าวเข้ามาในพระตำหนัก พร้อมหีบใบย่อมที่ถือติดมือมาด้วย “เจ้าไปไหนมาข้าเรียกหาตั้งนาน”รับสั่งถาม หลี่ต๋าที่กำลังยืนหายใจจนตัวหอบโยนยกชายแขนเสื้อของตัวเองขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้าจนจางหายไปพร้อมกราบทูล “กระหม่อมบังเอิญไปพบหีบใส่ของใช้ส่วนตัวของท่านหมอน้อยติดไปกับหีบฉลองพระองค์ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ จำได้ว่าเป็นของท่านหมอจึงตั้งใจจะนำไปให้นางพ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋ากราบทูลกลับไป คำกราบทูลของหลี่ต๋าทำให้ฮ่องเต้ลี่หยวนย้อนคิดถึงวันแรกที่พานพบคนรักขึ้นมาได้ “จริงสิข้าลืมไปเสียสนิท
ห้องบรรทมทิศเหนือ ห้องบรรทมทางทิศเหนือมีระเบียงยื่นออกมาอย่างกว้างขวางสร้างอยู่เหนือสระน้ำ ด้านล่างเต็มไปด้วยดอกบัวและตัวปลาแหวกว่ายไปมามากมายตามพระบัญชาของลี่หยวนด้วยต้องการนอนชมดวงดาวในยามกลางคืนร่วมกับคนรักของพระองค์ ตลอดระยะเวลาสิบเดือนที่ผ่านมาทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในตำหนักเย่วเชียงแห่งนี้อย่างมีความสุขตามประสาคนรัก ลี่หยวนเฝ้าทะนุถนอมคนรักของพระองค์เป็นยิ่งนัก ทรงให้เกียรติและไม่เคยบังคับให้มีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันแม้แต่ครั้งเดียวถึงแม้ว่าธรรมชาติในวัยหนุ่มฉกรรจ์จะเรียกร้องมากมายเพียงใดแต่พระองค์ก็ทรงอดพระทัยเอาไว้ได้อยู่เสมอรอคอยให้นางเต็มใจและพร้อมที่จะเป็นของพระองค์โดยไม่รู้สึกกลัวหรือหวาดหวั่น เมื่อใดที่พิธีอภิเษกมาถึงเว่ยหลินหลางก็จะเป็นของพระองค์ตลอดไปและตลอดกาล “ดวงดาวคืนนี้เต็มท้องฟ้าสวยจัง”เสียงของสตรีสาวนางหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบภายในบริเวณดังกล่าว
สิบเดือนผ่านไป แคว้นเทียนอวี๋ในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยความสงบสุขไปทั่วทุกหย่อมหญ้า นับตั้งแต่ฮ่องเต้ลี่หยวนเสด็จกลับจากการออกล่าดินแดนและเริ่มวางแผนปกครองแคว้นอย่างจริงจัง ชาวเมืองเทียนอวี๋ร่วมไปถึงชาวเมืองจากแคว้นอื่นๆ ที่ถูกต้อนมาในฐานะผู้พ่ายแพ้สงครามรวมแล้วมีมากมายนับหลานแสนคนเลยทีเดียว ลี่หยวนฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีของประชาชนเป็นเวลาห้าปี มีเพียงชนชั้นขุนนางและคหบดีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับราชสำนักเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นการจ่ายภาษีก็จ่ายเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้นเพื่อเกิดความให้ยุติธรรมและให้แจกจ่ายที่ดินทำกินให้กับทุกครัวเรือน เพิ่มเบี้ยหวัดให้แก่ทหารในกองทัพเพื่อมีเงินส่งให้กับทางบ้านเกิดรวมไปถึงแจกจ่ายข้าวและอาหารให้แก่ชาวเมืองเป็นประจำทุกเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอดอยาก ฮ่องเต้ลี่หยวนใช้บทลงโทษที่รุนแรงยิ่งนักสำหรับผู้กระทำความผิด หากผู้ใดฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าวและของแห้งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการแลกเปลี่ยนสินค
หา! เจ้าหอคนงามอุทานออกมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง “นะ..นี่ท่านไม่ได้พูดหยอกเย้าข้าอย่างนั้นเหรอท่านแม่ทัพ”นางถามย้ำกลับไป “เจ้าคิดว่าคนเช่นข้าพูดเล่นอย่างนั้นเหรอ ที่ข้าพูดกับเจ้าเมื่อครู่ล้วนจริงจังและจริงใจต่อเจ้าทั้งสิ้น”รับสั่งย้ำเตือนสุรเสียงเน้นหนักและชัดเจนสร้างอาการตื่นตะลึงและตกใจอยู่ไม่น้อยบังเกิดขึ้นกับเว่ยหลินหลางขึ้นมาทันใด “นี่ท่านพูดจริงเหรอท่านแม่ทัพ ท่านไม่กลัวครอบครัวและวงศ์ตระกูลได้รับความอับอายเพราะข้ามีใบหน้าอัปลักษณ์เข่นนี้เลยเหรอ”นางถามกลับไป “ข้าไม่สนใจ!” “ข้าไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง ไม่มีรู้ว่าเป็นใครมาจากไหนไร้สิ้นตระกูลใหญ่ค้ำจุน” “ข้าไม่สน” “ข้ากินจุมากเลยนะ ท่านเลี้ยงไหวเหรอ”





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

