Partager

บทที่ 2 ไม่ขอทน

last update Date de publication: 2025-03-27 13:44:47

บทที่ 2 ไม่ขอทน

เฟยเฟยเดินกระแทกส้นเท้าออกมาจากห้องประชุม ทุกก้าวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ หญิงสาวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองด้วยความโมโห เธอรวบรวมของที่จำเป็นด้วยมือสั่นเทาและก็พยายามทำเป็นใจแข็งไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ขณะเก็บของที่จำเป็นที่โต๊ะทำงาน ที่ผ่านมาเธอยอมก้มหัวให้ทุกคนมาตลอด ยอมอ่อนน้อมและเงียบเสียงตัวเอง เพื่อหวังว่าสักวันจะมีโอกาสได้โชว์ฝีมือ แต่ในที่สุดความหวังที่มีมาตลอดก็พังทลาย เธอกลายเป็นเหยื่อของหัวหน้างานที่เห็นแก่ตัว มือที่สั่นน้อย ๆ เก็บเอกสารบางส่วนลงในกระเป๋า ก่อนจะหยิบหมอนใบโปรดที่ใช้หนุนหลังและผ้าห่มที่เธอเคยใช้คลุมขาเวลาทำงานมาถือเอาไว้ เธอตั้งใจจะเก็บของส่วนตัวไปให้ได้มากกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว

“เฟยเฟย!” หัวหน้าแผนก HR เดินมาขวางและจ้องหญิงสาวด้วยสายตาดูถูกน้อย ๆ “ถ้าจะลาออก ก็ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ถูกต้องตามระเบียบนะ ส่วนของที่จะเอาไปก็ต้องตรวจเช็คก่อน”

เฟยเฟยกัดฟันข่มความโกรธที่พุ่งขึ้นในอก “ฉันไม่สนระเบียบแล้ว วันนี้ฉันตัดสินใจแล้วจะออกฉันก็จะออก”

“งั้นคุณจะไม่ได้รับเงินเดือนเดือนนี้นะ เพราะถือว่าผิดระเบียบ” หัวหน้าแผนก HR ยักไหล่อย่างไม่แยแส “ถ้าไม่สนก็แล้วไป ฉันจะถือว่าคุณลาออกเองโดยไม่ผ่านขั้นตอนตามระบบก็แล้วกัน”

เฟยเฟยกลอกตา เธอเบื่อหน่ายเหลือเกินกับกฎที่เอาแต่ทำให้คนที่ตั้งใจทำงานต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ หญิงสาวขี้เกียจมีปัญหาจึงเอาแต่ของที่แน่ใจว่าที่นี่จะไม่มีอย่างของส่วนตัวจริง ๆ แม้แต่ปากกาแท่งโปรดหรือโพสอิสลายน่ารักเธอก็ทิ้งเอาไว้เพราะกลัวว่าคนเหล่านั้นจะบอกว่าเธอเอาของบริษัทไป ในมือของหญิงสาวจึงมีแค่กระเป๋าที่ใช้ใส่ของมาทุกวันแล้วก็หมอนกับผ้าห่มของเธอเท่านั้น

เฟยเฟยสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความรู้สึกที่เดือดพล่านในอก เธอมองหัวหน้าแผนก HR ที่ยืนขวางทางด้วยสายตาท้าทาย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำ มือของเธอกระชับกระเป๋าและหมอนใบโปรดที่ถือไว้อย่างแน่น เธอรู้ดีว่าหากเธอหลุดคำพูดหรือการกระทำที่แสดงความไม่พอใจออกไปมากกว่านี้ มีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลงเท่านั้น

“ถือว่าฉันขอบคุณนะ ที่ทำให้รู้ว่าพนักงานคนหนึ่งมีค่ากับที่นี่แค่ไหน” เฟยเฟยพูดอย่างเย็นชา เธอจ้องหัวหน้าแผนก HR เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย เธอทิ้งของส่วนตัวที่ไม่สำคัญไว้บนโต๊ะทำงาน โดยเลือกเพียงสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เพราะไม่อยากให้ใครพูดได้ว่าเธอเอาของที่ไม่ใช่ของเธอไป

หญิงสาวเดินออกจากบริษัทด้วยหัวใจที่อ่อนล้าแต่มั่นคง เธอเลือกที่จะจากไปอย่างสง่างาม แม้จะรู้ว่าความยุติธรรมในที่ทำงานนี้ไม่มีอยู่จริงก็ตาม วันนี้เธอได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากที่ที่บั่นทอนศักดิ์ศรีและความพยายามของเธอแล้ว

เฟยเฟยเดินผ่านทุกคนออกมาอย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะเชิดไม่แยแส แต่ข้างในนั้นพังทลายไปแล้ว เธออยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียงแต่ก็ทำไม่ได้ และก็ไม่อยากจะเสียศักดิ์ศรีด้วยการหลั่งน้ำตาต่อหน้าคนพวกนี้

เมื่อเดินออกมาจากตึกบริษัทได้สักพัก หญิงสาวก็หยุดยืนตรงมุมหนึ่งของถนน เธอสูดหายใจลึกเพื่อสงบจิตใจ ในหัวก็ยังคิดวนเวียนถึงความอยุติธรรมและความพยายามที่สูญเปล่าของตัวเอง จู่ ๆ เธอก็นึกถึงอีเมลที่ใช้ติดต่อกับหัวหน้าทุกครั้ง ทุกการประสานงาน ทุกเอกสารที่เธอส่งงานไปให้เขา

เฟยเฟยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเริ่มฟอร์เวิร์ดอีเมลทั้งหมดไปยังเจ้าของบริษัท พร้อมเขียนข้อความสั้น ๆ บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา

“ดิฉัน จ้าวเฟยเฟย พนักงานทั่วไปที่เคยทำโปรเจกต์ใหญ่ให้กับแผนกวางแผน ขอแจ้งเรื่องการลาออก และฝากเรียนให้ทราบถึงสิ่งที่ดิฉันทำในโปรเจกต์นี้ ดิฉันหวังว่าบริษัทจะเห็นถึงความพยายามของพนักงานทุกคนในอนาคต ไม่ใช่แค่ให้คนที่มีตำแหน่งใหญ่รับความดีความชอบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ไปเพียงคนเดียว”

หญิงสาวกดส่งอีเมลด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ว่าจะได้เอาคืนไปบ้างแต่ความเสียใจที่เธออดทนไว้ก็ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลับไปนั่งทนฟังคำที่ไม่อยากฟังอีกต่อไป” เฟยเฟยถอนหายใจพลางเดินลงบันไดไปรถไฟใต้ดิน เธอก้มมองโทรศัพท์เพื่อเช็กการส่งอีเมลอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้หญิงสาวไม่ทันระวัง ก้าวผิดไปราวกับไม่เห็นบันไดที่ทอดยาวลงไปข้างหน้า

เฟยเฟยก้าวพลาด ขาขวาของเธอลื่นไถลไปข้างหน้า ร่างของเธอกลิ้งไปตามขั้นบันไดยาวอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามคว้าราวจับเอาไว้แต่ก็สายไปซะแล้ว เสียงสิ่งของกระจายออกจากกระเป๋าของเธอดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร่างกายของหญิงสาวที่กระแทกพื้นเป็นอย่างสุดท้าย ความเจ็บปวดค่อย ๆ ลามไปทั่วตัว เธอล้มแน่นิ่งลงที่พื้น

สติของเธอเริ่มพร่ามัว เหมือนทุกอย่างรอบตัวจะเลือนหายไป

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงรอบข้างค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เข้ามาแทนที่ แล้วทุกอย่างก็มืดมิดไป...

“พระสนม... พระสนม” เสียงเรียกซ้ำ ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืด เฟยเฟยรู้สึกเหมือนถูกดึงออกจากความว่างเปล่า ความรู้สึกเจ็บปวดที่หัวรุนแรงจนเธอคิดว่าอาจเป็นฝันร้าย เสียงของหญิงสาวแปลกหน้าแทรกเข้ามาในสติที่เลือนรางจนเธอคิดว่าอาจจะเป็นผู้หวังดีสักคนที่เข้ามาช่วยเธอ

“พระสนม... พระสนมเพคะ”

เฟยเฟยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง สายตาเธอจับจ้องไปที่เพดานไม้แกะสลักที่ดูหรูหราเกินกว่าที่เคยเห็น

หญิงสาวขยับตัวเพื่อลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะความเจ็บปวดที่หัว แต่เพราะบรรยากาศที่แปลกประหลาดไปจากสิ่งที่เธอเคยชิน เรียกได้ว่ามองไปตรงไหนก็ไม่มีอะไรที่คุ้นเคย

“พระสนมตื่นแล้วหรือเพคะ” เสียงของหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่พื้นใกล้ ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง

“มีอะไร” เฟยเฟยหันไปมองตามเสียง ก่อนจะพบว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่ายอยู่ในชุดโบราณพร้อมทั้งทำท่าสงบเสงี่ยมอย่างน่าแปลก ท่าทางราวกับเคารพจนเกินพอดีทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วน

“...ที่นี่มันที่ไหนกัน” เฟยเฟยพึมพำออกมาอย่างงงงวย แต่คำถามของเธอกลับทำให้หญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “พระสนม... ยังรู้สึกไม่สบายอยู่หรือเพคะ ที่นี่ก็คือตำหนักของพระสนมในพระราชวัง ส่วนหม่อมฉันก็นางกำนัลของพระสนมอย่างไรเล่าเพคะ”

“พระราชวัง...” เฟยเฟยพูดซ้ำอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น เมื่อคำตอบนี้ดูไม่ใช่ความจริง เธอจำได้ว่าเธอลาออกจากงาน ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานเพราะเธอทนมาจนถึงที่สุดแล้ว ก่อนที่เธอทำสิ่งที่คนอื่นไม่คาดคิดคือการแก้แค้นหัวหน้างานที่ขโมยผลงานของเธอไปหน้าด้าน ๆ แต่เพราะมัวแต่สนใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรจึงก้าวเท้าพลาดตกบันได แต่ตอนนี้...

“นี่เราทะลุมิติมาเหรอ” เธอพึมพำ พลางหัวเราะหยันตัวเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 30

    บทที่ 30ไม่นานหลังจากนั้น ตัวแทนของบริษัทก็เข้ามาพบเธอ พวกเขาอธิบายถึงเงินชดเชยที่เธอจะได้รับเพื่อไม่ให้ฟ้องร้องบริษัท แม้จะรู้ว่าเป็นหัวหน้างานที่ทำผิด แต่บริษัทก็ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“เราขอโทษจริง ๆ ครับสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ” ตัวแทนกล่าวด้วยน้ำเสียงขอโทษ “เราหวังว่าคุณจะยอมรับเงินชดเชยนี้และพักฟื้นอย่างสบายใจ”เฟยเฟยมองเงินก้อนโตที่อยู่ตรงหน้า เธอรู้ว่าการตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่ออนาคตของเธอ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจรับเงินก้อนนั้นไว้เพื่อไม่ให้ฟ้องบริษัท และเพื่อใช้เวลาพักผ่อนกับตัวเอง “ขอบคุณค่ะ” เธอพูดออกมาด้วยน้้ำเสียงเด็ดขาดราวกับยังคงอยู่ในยุคโบราณเฟยเฟยใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลพักใหญ่ ก่อนที่หมอและพยาบาลจะปล่อยให้เธอกลับบ้าน เธอตัดสินใจที่จะไม่กลับไปทำงานที่บริษัทนี้อีก เธออยากเริ่มต้นใหม่ แต่ก่อนหน้านั้นเธอจะต้องพยายามอยู่กับปัจจุบันให้ได้ซะก่อน ในทุกคืนหญิงสาวยังคงฝันถึงชายหนุ่มคนรักที่ห่างกับเธอตอนนี้เป็นร้อยเป็นพันปี เธอมั่นใจว่าเขาจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ กับการจากมาของเธอเฟยเฟยออกไปซื้อด้ายและผ้ามาทำผ้าเช็ดหน้า เธอไม่เคยทำพวกนี้ได้ แต่ตอนนี้กลับทำม

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 29

    บทที่ 29บั้นปลายชีวิตของหลี่อวิ๋น เขาสละราชบัลลังก์ให้กับน้องชายและใช้ชีวิตอยู่ที่สุสานของฮองเฮาเพียงคนเดียวของเขาสุสานแห่งนี้มีขนาดใหญ่โต สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวสะอาดตา มีการแกะสลักลวดลายดอกไม้บานสะพรั่งรอบ ๆ เหมือนสวนของพวกเขา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความทรงจำ หลี่อวิ๋นเลือกสถานที่นี้เพราะมันตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม มีดอกไม้หลากหลายชนิดบานสะพรั่งรอบ ๆ ราวกับว่าดอกไม้เหล่านั้นก็รู้ดีถึงความรักที่เขามีต่อเฟยเฟยจึงผลัดกันบานไม่เคยหยุด “เฟยเฟย...” เสียงที่เคยหนุ่มกลับแหบแห้งและขาดหายแบบคนมีอายุ เขายังคงจดจำรอยยิ้มของนางอันเป็นที่รักได้ “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน แม้จะไม่อยากรบกวนเจ้าแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมานั่งอยู่ตรงนี้”เขานั่งอยู่กับสุสานนานหลายชั่วโมง น้ำตาที่รินไหลลงมาบนแก้ม กลายเป็นน้ำตาที่ซึมซาบลงไปในดินที่รอบ ๆ สุสาน มือที่แห้งเหี่ยวปัดฝุ่นบนจารึกหินอ่อนและยิ้มจาง ๆ “อีกไม่นานข้าก็คงจะตามไปเจอเจ้าแล้วไม่ว่าที่ไหนก็ตาม” วันนั้นหลี่อวิ๋นไม่ได้กลับออกไปจากสุสาน เขายังคงอยู่ที่สุสานแห่งนี้ สถานที่ที่เต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวดของเขาร่างของอดีตฮ่องเต้ถูกพบหลังจากน

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 28

    บทที่ 28ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้หลี่อวิ๋นและเฟยเฟยเข้าใจว่าแม้จะมีอุปสรรคใด ๆ แต่หากพวกเขาอยู่เคียงข้างกันก็จะสามารถก้าวข้ามไปได้อย่างมีความสุขโดยไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะบานปลายไปได้ถึงเพียงนี้แม้ทุกคนจะรู้ว่ามีการต่อต้านเฟยเฟยอย่างรุนแรง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าความเกลียดชังจะนำไปสู่การทำร้ายถึงชีวิตได้ หลี่อวิ๋นระแวดระวังทุกย่างก้าวของเฟยเฟย เพราะรู้ดีว่ามีภัยซ่อนเร้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมค่ำคืนหนึ่งขณะที่หลี่อวิ๋นทำงานอยู่ในห้องทรงงาน เขาได้ยินเสียงเฟยเฟยเรียกชื่อเขา “หลี่อวิ๋น ช่วยด้วย” เมื่อเขารีบเข้าไปที่ห้องบรรทมก็พบว่าเฟยเฟยนอนหมดสติอยู่ที่พื้นทั้ง ๆ ที่เขาไม่สนอะไรและนำตัวหญิงสาวมาอยู่ตำหนักเดียวกันแล้วแท้ ๆ ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด หลี่อวิ๋นตกใจและรีบเข้าไปกอดนางแน่น เขารู้สึกถึงความเย็นและร้อนของร่างกายที่แปลกประหลาด“ตามหมอหลวงเร็ว และปิดตำหนักเดี๋ยวนี้” หลี่อวิ๋นตะโกนเสียงดังเมื่อหมอหลวงมาถึง หลี่อวิ๋นที่แทบจะตั้งสติไม่ได้ก็ทำได้แค่เดินไปมาและจ้องมองหมอหลวงรักษาหญิงสาวที่รักด้วยความกระวนกระวาย “นางต้องฟื้นคืนมา ข้าขอร้อง” เขาพูดเสียงสั่น หมอพยักหน้าแต่สีหน้าก็ไม่มั่นใจ

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 27

    บทที่ 27วันเวลาผ่านไป ภายในพระราชวังยังคงมีเสียงกระซิบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหลี่อวิ๋นและเฟยเฟยอยู่ แม้ขุนนางส่วนใหญ่เริ่มยอมรับนาง แต่กระแสต่อต้านก็ยังไม่สิ้นสุด ขุนนางบางคนมักบอกว่านางเป็นปีศาจที่ล่อลวงคนพ่อและยังล่อลวงคนลูกอีกด้วย ความไม่พอใจเหล่านี้ทำให้เกิดความตึงเครียดและข่าวลือที่อาจจะทำให้ตำแหน่งของหญิงสาวสั่นคลอนแต่ในช่วงเวลาที่ทั้งสองเหนื่อยล้าจากหน้าที่ พวกเขาก็มักจะมานั่งคุยกันในสวน “หากการรับสนมจะทำให้พวกเขาหยุดพูด...” “ข้าไม่รับใครนอกจากเจ้า” เฟยเฟยยังไม่ทันพูดจบ หลี่อวิ๋นก็ขัด เรื่องในพระราชวังตอนนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นเพราะอยากได้อำนาจ“ข้ารักแต่เจ้าไม่สามารถแสร้งทำเป็นรักคนอื่นได้หรอก” เฟยเฟยมองหลี่อวิ๋นด้วยความรักแล้วหญิงสาวก็แอบแปลกใจว่า วันเวลามันเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร จากคนแปลกหน้าที่ไม่มีวันได้พบ ตอนนี้กลายเป็นคู่ชีวิตที่นางพร้อมจะรับฟังคำของอีกฝ่าย“อย่าได้ห่วงไปเราจะดูแลเจ้าอย่างดี คงต้องเพิ่มคนดูแลเจ้าอีกหน่อย เรื่องพวกนั้นก็คงต้องปล่อยให้พูดไป คนเชื่อจริงไม่มีหรอก แค่อยากรู้เท่านั้นว่าใครยังกล้าถึงเพียงนี้ มิเห็นตระกูลหนิงหรืออย่างไร”“แม้ข้าจะพยายามทำให้

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 26

    บทที่ 26หลี่อวิ๋นฟังคำนั้นก็หัวเราะเบา ๆ “คิดว่ากำลังจะตัดใจจากเจ้า แต่น่าแปลกเมื่อเห็นเจ้า… ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป”เฟยเฟยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวในใบหน้า ขณะที่หญิงสาวนึกถึงช่วงเวลานั้น นางจำได้ว่ารู้สึกแปลก ๆ เมื่อได้สบตากับเขา “ข้าดีใจที่เราได้เจอกัน” หญิงสาวพูดออกมาจากใจ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่นำพานางมาที่นี่นางขอบคุณหลี่อวิ๋นกระชับตัวหญิงสาวที่เดินมาข้างกันให้แน่นขึ้นอีก เขาจับมือของนางอย่างเบามือ “ข้าก็ดีใจที่ได้พบกับเจ้า ทันเวลา...” หลี่อวิ๋นรู้ดีว่าตอนนั้นเขาเพียงแค่รู้สึกว่าต้องทำตามสัญญาหลังจากรู้สึกไม่ดีมานานนับปีและอีกฝ่ายก็เลี่ยงที่จะพบเจอเขา สุดท้ายเขาตั้งใจจะจบทุกอย่าง แต่คนที่เคยหลีกเลี่ยงเขาอย่างเฟยเฟยกลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ที่จริงวันนั้นเขาคงตัดใจจากเฟยเฟยในยามเด็กที่กลายเป็นสนมของเสด็จพ่อไปได้ แต่กลับตกหลุมรักคนเดิมอีกครั้ง มีหลายครั้งที่เขาสงสัยถึงท่าทางแปลก ๆ และความสามารถที่เคยมีและเคยไม่มี แต่ยามนี้เขาไม่สนแล้ว นางคือเฟยเฟยของเขาหลี่อวิ๋นหันไปสบตากับหญิงสาวอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยนแล่นผ่านไปทั่วร่าง สายลมที่พัดผ่านทำให้ดอกไม้รอบตัวไหวเอน เหมือน

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 25

    บทที่ 25หลังจากเรื่องราววุ่นวายผ่านไปไม่นาน เมื่อหลี่อวิ๋นเริ่มจัดการทุกอย่างในพระราชวัง ราชกิจต่าง ๆ ก็เป็นชายหนุ่มที่จัดการ เมื่อทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางฮ่องเต้ก็หมดห่วงและจากไปในพระราชวังที่เคยมีความรุ่งเรืองและอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ ขณะนี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบสงัด เดินผ่านไปทางไหนก็ได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาของการร้องไห้ ทุกซอกทุกมุมของวังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าโศกฮ่องเต้สิ้นพระชนม์แล้ว การจากไปของเจ้าชีวิตทิ้งความว่างเปล่าไว้ในใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพระสนม ข้าราชบริพาร หรือแม้แต่ชาวบ้านที่อยู่ภายนอกวังหลวง ทุกคนล้วนแต่รู้สึกเสียใจจากการสูญเสียครั้งใหญ่นี้เฟยเฟยยืนอยู่ที่กลางพระตำหนัก น้ำตาไหลอาบแก้ม ใจของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยเมื่อคิดถึงอีกฝ่าย หลังจากเรื่องของนางและหลี่อวิ๋นชัดเจนขึ้นมา หญิงสาวก็ได้เข้าเฝ้าทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาบ่อยครั้ง ทั้งสองเหมือนเป็นคนเติมตะเกียงเพื่อส่องทางให้แสงสว่างในชีวิตที่จะต้องใช้ในวันข้างหน้าของหญิงสาว แม้จะเตรียมใจแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องสูญเสียพระองค์ไปเร็วเช่นนี้ ความรู้สึกเศร้าและเจ็บปวดกัดกินหัวใจของทุกคนในพระราชวังหลี่อวิ๋นประ

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 5 สวมบทกุ้ยเฟยจะไปยากอะไร

    บทที่ 5 สวมบทกุ้ยเฟยจะไปยากอะไรเฟยเฟยนั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เธอตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ แม้จะชอบกับชีวิตใหม่แต่ก็ยังมีความรู้สึกสับสนอยู่บ้างกับการเป็นพระสนมเอกในบริษัทว่ามีการต่อสู้ขัดแข้งขัดขาแล้ว ในพระราชวังนี่กลับเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดียิ่งกว่าและเมื่อดูจากการกลั่นแกล้งเล็

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 4 ตำหนักเย็น

    บทที่ 4 ตำหนักเย็นเฟยเฟยนั่งอยู่ในศาลาเล็กภายในสวนตำหนักของเจ้าของร่างเดิม แสงแดดยามเช้าอาบผ่านใบไม้ที่ปลิดปลิวลงมาจากต้นไม้ใหญ่ สายตาคมของหญิงสาวมองไปที่ศาลาอีกหลัง ที่ยังคงมีร่องรอยเผาไหม้อยู่ไกล ๆ บรรยากาศที่นี่ดูสงบแต่ใจของเธอกลับไม่สงบตามไปด้วย ชีวิตใหม่ในร่างของกุ้ยเฟยไม่ใช่สิ่งที่เธอเคยคาด

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 3 ชีวิตใหม่

    บทที่ 3 ชีวิตใหม่ก่อนที่เธอจะทันตั้งคำถามอะไรต่อ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก หญิงสาวที่บอกว่าตัวเองเป็นนางกำนัลรีบหันไปมอง ก่อนจะหันกลับมาหาเฟยเฟย “พระสนมเพคะ... ศาลาในตำหนักของพระสนมถูกจุดไฟเพคะ ขันทีกำลังพยายามดับเพลิงอยู่ แต่สถานการณ์ยังไม่สงบดีเพคะ”เฟยเฟยยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 1 เกินกว่าที่จะรับไหว

    บทที่ 1 เกินกว่าที่จะรับไหวเฟยเฟย หญิงสาวธรรมดาที่ทำงานในบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียง แม้จะเรียนจบมาด้วยคะแนนที่เรียกได้ว่าสูงจนน่าเหลือเชื่อ แต่หน้าที่ของเธอมักจะเป็นงานทั่ว ๆ ไปและงานที่ต้องประสานงานกับแผนกอื่นไปทั่ว ไม่ได้มีตำแหน่งงานเป็นกิจจะลักษณะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหน้าที่ที่คนอื่นไม่อยากทำ รวมถึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status