Accueil / รักโบราณ / ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น / บทที่ 1 เกินกว่าที่จะรับไหว

Partager

บทที่ 1 เกินกว่าที่จะรับไหว

last update Date de publication: 2025-03-27 13:44:32

บทที่ 1 เกินกว่าที่จะรับไหว

เฟยเฟย หญิงสาวธรรมดาที่ทำงานในบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียง แม้จะเรียนจบมาด้วยคะแนนที่เรียกได้ว่าสูงจนน่าเหลือเชื่อ แต่หน้าที่ของเธอมักจะเป็นงานทั่ว ๆ ไปและงานที่ต้องประสานงานกับแผนกอื่นไปทั่ว ไม่ได้มีตำแหน่งงานเป็นกิจจะลักษณะ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหน้าที่ที่คนอื่นไม่อยากทำ รวมถึงตัวของเฟยเฟยเอง แต่เพราะเธอเพิ่งเข้ามาใหม่และหญิงสาวต้องการเลื่อนตำแหน่งให้เร็วที่สุดเธอจึงยอมจัดการหน้าที่ต่าง ๆ นี้

และดูเหมือนฟ้าจะมีตาเพราะเพียงแค่มาทำงานได้ไม่ถึงสามเดือน เธอก็ถูกหัวหน้าแผนกเรียกเข้าไปช่วยงาน หญิงสาวยินดีช่วยเขาทุกอย่างโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะให้เครดิตเธอบ้าง แต่ก็เปล่า ไม่ว่าจะหยิบจับช่วยงานอะไร หัวหน้าแผนกก็ไม่เคยเอ่ยถึงการมีตัวตนของเธอเลยสักครั้ง งานแรกเธอทำเพียงเล็กน้อยเฟยเฟยจึงไม่ได้สนใจอะไร

แต่งานถัดมาหัวหน้าแผนกส่งงานโปรเจกต์ใหญ่ให้เธอทั้งโปรเจกต์ หญิงสาวทำมันอย่างเต็มที่ เธอมั่นใจว่าครั้งก่อนคือการทดลองงานของเธอและครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เจ้าของบริษัทเห็นค่าของเธอเสียที

หลังจากการทำงานที่เหนื่อยล้าจนแทบไม่ได้นอนเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน วันนี้เป็นวันนำเสนอโปรเจกต์ที่เธอทุ่มเททำจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน หัวหน้าแผนกสั่งให้เธอเตรียมข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเข้าประชุม เฟยเฟยหยิบแฟ้มและยิ้มกับตัวเองอย่างมั่นใจเพราะคาดหวังว่าจะได้เป็นคนนำเสนองานเอง

แต่เมื่อเข้าไปนั่งในห้องประชุมพร้อมคนอื่น ๆ ที่นั่งของเธอกลับถูกจัดเอาไว้กับพวกเลขาของเจ้านายที่นั่งอยู่ติดกำแพงด้านหนึ่งของห้อง ไม่ได้แม้แต่จะนั่งโต๊ะประชุมด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำคนที่เป็นคนนำเสนองานก็คือหัวหน้าแผนกของเธอ เขาเดินเข้ามาพร้อมยิ้มกว้างแต่ไม่ได้มองเธอเลยแม้แต่นิด

“สวัสดีผู้บริหารและพนักงานทุกคน โปรเจกต์ที่เรากำลังจะนำเสนอนี้ ผมเป็นคนคิดขึ้นมาตั้งแต่ต้น และดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าผมและแผนกของเราให้ความสำคัญกับรายละเอียด และทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้ามีข้อบกพร่องอะไรก็พร้อมที่จะรับฟังนะครับ”

เฟยเฟยเบิกตากว้างหัวใจหล่นวูบกับคำว่า

“ผมเป็นคนคิด”

เขา เขาเป็นคนคิดที่ไหนเมื่อไหร่กัน แต่นั่นไม่สำคัญเพราะตรงที่เฟยเฟยติดใจคือเขาไม่ได้เอ่ยชื่อเธอแม้แต่น้อย ไม่พูดถึงความพยายามของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว งานแผนกตรงไหน ทุกส่วนของงานชิ้นนี้เธอเป็นคนทำคนเดียวทั้งหมด อย่าว่าแต่ช่วยเธอคิดเลย น้้ำสักแก้ว ถามไถ่สักคำยังไม่เคยมีออกมาจากปาก

“นี่สินะ หัวหน้าแผนกวางแผนที่เขาบอกว่าเก่งกาจ ก็ดูเก่งจริง ๆ ฉลาดลึกซึ้ง คิดโปรเจกต์แบบนี้ออกมาได้ ใครจะไปสู้”

หลังจากการนำเสนอผ่านไป บรรดาพนักงานและผู้บริหารต่างก็ชื่นชมให้กับผลงานที่น่าทึ่งนี้ ไม่เว้นแม่แต่คนที่นั่งข้าง ๆ เฟยเฟย

“ก็ใช่สิ” อีกคนหัวเราะเบา ๆ “ไม่งั้นเขาจะได้เลื่อนตำแหน่งเร็วขนาดนี้หรือไง”

เสียงกระซิบกระซาบของพวกนั้นทำให้เฟยเฟยอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอลุกขึ้นแล้วพูดเสียงดัง “ขอโทษนะคะ แต่โปรเจกต์นี้ฉันเป็นคนคิดและทำทุกอย่างเองทั้งหมดนะคะ หัวหน้าก็แค่เข้ามาแก้รายละเอียดเล็กน้อยตอนที่งานมันเสร็จแล้วก็เท่านั้น”

ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบ หัวหน้ามองเธอด้วยสายตาตกใจ แต่ก็ปรับสีหน้ากลับอย่างรวดเร็ว “อ้อ คุณเฟยเฟย อารมณ์ร้อนแบบนี้จะทำให้งานดี ๆ ของแผนกเราดูแย่ลงนะ เราต้องทำงานเป็นทีมใช่ไหมครับ ผมก็บอกไปแล้วว่าเป็นงานของผมกับแผนก ผมก็เอาความคิดของทุกคนในแผนกมารวบรวมและปรับอีกครั้ง”

เฟยเฟยรู้สึกเหมือนโดนเหยียดหยามเข้าไปอีก เธอสูดหายใจลึกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแน่นแต่ชัดเจน

“การทำงานเป็นทีมไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งทำงานแและใครอีกคนเป็นคนเดียวที่ได้หน้าไปทั้งหมดนะคะ หัวหน้าไม่เคยถามดิฉันสักคำว่าฉันทำงานนี้ขึ้นมาอย่างไรหรือต้องติดต่อประสานงานกับฝ่ายอื่น ๆ กี่ครั้ง ถึงจะสำเร็จ หัวหน้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้อมูลเหล่านั้นหามาได้จากที่ไหน”

หัวหน้าเริ่มมีสีหน้าฉุนเฉียวเล็กน้อย “เฟยเฟย ผมคิดว่าคุณอาจจะไม่เข้าใจระบบของบริษัทเรานะ คุณยังใหม่ ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่เรื่องการแสดงความอ่อนน้อมด้วย”

หรือเพราะเธออ่อนน้อมไปในสายตาของหัวหน้างั้นหรือ เขาถึงได้มาเอาเปรียบเธอซึ่ง ๆ หน้าได้ขนาดนี้

เพื่อนร่วมงานสองคนข้าง ๆ ยิ้มขำกันเบา ๆ หนึ่งในนั้นกระซิบเบา ๆ แต่เฟยเฟยได้ยิน “เล่นใหญ่จริง เถียงหัวหน้ากลางที่ประชุมผู้บริหารแบบนี้เลยเหรอ”

“แถมยังบอกว่าเป็นคนทำงานเองทั้งหมดอีก” อีกคนกระซิบกลับ

“อาจจะคิดว่างานที่เดินเอาเอกสารไปส่งที่นั่นที่นี่เป็นการคิดงานทุกอย่างมั้ง ที่จริงก็แค่พนักงานเดินเอกสารและเก็บข้อมูลก็เท่านั้นสำคัญตัวเองไปเสียได้น่าสงสารจริง ๆ”

เฟยเฟยหันมองคนพวกนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เธอรู้สึกหมดหวังอย่างสิ้นเชิงกับสภาพแวดล้อมนี้ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าระบบบริษัทนี้ไม่เห็นค่าของคนที่ทำงานจริง ๆ ก็คงไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะอยู่ต่อค่ะ ขอลาออกตอนนี้เลยนะคะ”

หญิงสาวลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม โดยไม่หันหลังกลับมามองอีก ถ้ามันเป็นการระดมสมองจริงเธอจะไม่โกรธสักนิด แต่นี่ทุกอย่างเป็นเธอที่ทำเพียงคนเดียว ไม่มีใครแนะนำหรือช่วยอะไรเลย และที่นำเสนออยู่ตรงหน้าก็เห็น ๆ ว่าไม่ได้มีการแก้ไขเลยจากที่เธอทำไป

บางทีที่ได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกมา หัวหน้าของเธออาจจะใช้ความหน้าด้านแบบเมื่อครู่แย่งชิงงานของคนมาไม่รู้เท่าไรแล้วก็เป็นได้ ที่ผ่านมาแม้สภาพแวดล้อมในการทำงานจะ Toxic แค่ไหน เฟยเฟยก็อดทนเรื่อยมา แต่ครั้งนี้มันเกินไป เกินไปมากจริง ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 30

    บทที่ 30ไม่นานหลังจากนั้น ตัวแทนของบริษัทก็เข้ามาพบเธอ พวกเขาอธิบายถึงเงินชดเชยที่เธอจะได้รับเพื่อไม่ให้ฟ้องร้องบริษัท แม้จะรู้ว่าเป็นหัวหน้างานที่ทำผิด แต่บริษัทก็ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“เราขอโทษจริง ๆ ครับสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ” ตัวแทนกล่าวด้วยน้ำเสียงขอโทษ “เราหวังว่าคุณจะยอมรับเงินชดเชยนี้และพักฟื้นอย่างสบายใจ”เฟยเฟยมองเงินก้อนโตที่อยู่ตรงหน้า เธอรู้ว่าการตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่ออนาคตของเธอ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจรับเงินก้อนนั้นไว้เพื่อไม่ให้ฟ้องบริษัท และเพื่อใช้เวลาพักผ่อนกับตัวเอง “ขอบคุณค่ะ” เธอพูดออกมาด้วยน้้ำเสียงเด็ดขาดราวกับยังคงอยู่ในยุคโบราณเฟยเฟยใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลพักใหญ่ ก่อนที่หมอและพยาบาลจะปล่อยให้เธอกลับบ้าน เธอตัดสินใจที่จะไม่กลับไปทำงานที่บริษัทนี้อีก เธออยากเริ่มต้นใหม่ แต่ก่อนหน้านั้นเธอจะต้องพยายามอยู่กับปัจจุบันให้ได้ซะก่อน ในทุกคืนหญิงสาวยังคงฝันถึงชายหนุ่มคนรักที่ห่างกับเธอตอนนี้เป็นร้อยเป็นพันปี เธอมั่นใจว่าเขาจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ กับการจากมาของเธอเฟยเฟยออกไปซื้อด้ายและผ้ามาทำผ้าเช็ดหน้า เธอไม่เคยทำพวกนี้ได้ แต่ตอนนี้กลับทำม

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 29

    บทที่ 29บั้นปลายชีวิตของหลี่อวิ๋น เขาสละราชบัลลังก์ให้กับน้องชายและใช้ชีวิตอยู่ที่สุสานของฮองเฮาเพียงคนเดียวของเขาสุสานแห่งนี้มีขนาดใหญ่โต สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวสะอาดตา มีการแกะสลักลวดลายดอกไม้บานสะพรั่งรอบ ๆ เหมือนสวนของพวกเขา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความทรงจำ หลี่อวิ๋นเลือกสถานที่นี้เพราะมันตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม มีดอกไม้หลากหลายชนิดบานสะพรั่งรอบ ๆ ราวกับว่าดอกไม้เหล่านั้นก็รู้ดีถึงความรักที่เขามีต่อเฟยเฟยจึงผลัดกันบานไม่เคยหยุด “เฟยเฟย...” เสียงที่เคยหนุ่มกลับแหบแห้งและขาดหายแบบคนมีอายุ เขายังคงจดจำรอยยิ้มของนางอันเป็นที่รักได้ “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน แม้จะไม่อยากรบกวนเจ้าแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมานั่งอยู่ตรงนี้”เขานั่งอยู่กับสุสานนานหลายชั่วโมง น้ำตาที่รินไหลลงมาบนแก้ม กลายเป็นน้ำตาที่ซึมซาบลงไปในดินที่รอบ ๆ สุสาน มือที่แห้งเหี่ยวปัดฝุ่นบนจารึกหินอ่อนและยิ้มจาง ๆ “อีกไม่นานข้าก็คงจะตามไปเจอเจ้าแล้วไม่ว่าที่ไหนก็ตาม” วันนั้นหลี่อวิ๋นไม่ได้กลับออกไปจากสุสาน เขายังคงอยู่ที่สุสานแห่งนี้ สถานที่ที่เต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวดของเขาร่างของอดีตฮ่องเต้ถูกพบหลังจากน

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 28

    บทที่ 28ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้หลี่อวิ๋นและเฟยเฟยเข้าใจว่าแม้จะมีอุปสรรคใด ๆ แต่หากพวกเขาอยู่เคียงข้างกันก็จะสามารถก้าวข้ามไปได้อย่างมีความสุขโดยไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะบานปลายไปได้ถึงเพียงนี้แม้ทุกคนจะรู้ว่ามีการต่อต้านเฟยเฟยอย่างรุนแรง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าความเกลียดชังจะนำไปสู่การทำร้ายถึงชีวิตได้ หลี่อวิ๋นระแวดระวังทุกย่างก้าวของเฟยเฟย เพราะรู้ดีว่ามีภัยซ่อนเร้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมค่ำคืนหนึ่งขณะที่หลี่อวิ๋นทำงานอยู่ในห้องทรงงาน เขาได้ยินเสียงเฟยเฟยเรียกชื่อเขา “หลี่อวิ๋น ช่วยด้วย” เมื่อเขารีบเข้าไปที่ห้องบรรทมก็พบว่าเฟยเฟยนอนหมดสติอยู่ที่พื้นทั้ง ๆ ที่เขาไม่สนอะไรและนำตัวหญิงสาวมาอยู่ตำหนักเดียวกันแล้วแท้ ๆ ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด หลี่อวิ๋นตกใจและรีบเข้าไปกอดนางแน่น เขารู้สึกถึงความเย็นและร้อนของร่างกายที่แปลกประหลาด“ตามหมอหลวงเร็ว และปิดตำหนักเดี๋ยวนี้” หลี่อวิ๋นตะโกนเสียงดังเมื่อหมอหลวงมาถึง หลี่อวิ๋นที่แทบจะตั้งสติไม่ได้ก็ทำได้แค่เดินไปมาและจ้องมองหมอหลวงรักษาหญิงสาวที่รักด้วยความกระวนกระวาย “นางต้องฟื้นคืนมา ข้าขอร้อง” เขาพูดเสียงสั่น หมอพยักหน้าแต่สีหน้าก็ไม่มั่นใจ

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 27

    บทที่ 27วันเวลาผ่านไป ภายในพระราชวังยังคงมีเสียงกระซิบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหลี่อวิ๋นและเฟยเฟยอยู่ แม้ขุนนางส่วนใหญ่เริ่มยอมรับนาง แต่กระแสต่อต้านก็ยังไม่สิ้นสุด ขุนนางบางคนมักบอกว่านางเป็นปีศาจที่ล่อลวงคนพ่อและยังล่อลวงคนลูกอีกด้วย ความไม่พอใจเหล่านี้ทำให้เกิดความตึงเครียดและข่าวลือที่อาจจะทำให้ตำแหน่งของหญิงสาวสั่นคลอนแต่ในช่วงเวลาที่ทั้งสองเหนื่อยล้าจากหน้าที่ พวกเขาก็มักจะมานั่งคุยกันในสวน “หากการรับสนมจะทำให้พวกเขาหยุดพูด...” “ข้าไม่รับใครนอกจากเจ้า” เฟยเฟยยังไม่ทันพูดจบ หลี่อวิ๋นก็ขัด เรื่องในพระราชวังตอนนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นเพราะอยากได้อำนาจ“ข้ารักแต่เจ้าไม่สามารถแสร้งทำเป็นรักคนอื่นได้หรอก” เฟยเฟยมองหลี่อวิ๋นด้วยความรักแล้วหญิงสาวก็แอบแปลกใจว่า วันเวลามันเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร จากคนแปลกหน้าที่ไม่มีวันได้พบ ตอนนี้กลายเป็นคู่ชีวิตที่นางพร้อมจะรับฟังคำของอีกฝ่าย“อย่าได้ห่วงไปเราจะดูแลเจ้าอย่างดี คงต้องเพิ่มคนดูแลเจ้าอีกหน่อย เรื่องพวกนั้นก็คงต้องปล่อยให้พูดไป คนเชื่อจริงไม่มีหรอก แค่อยากรู้เท่านั้นว่าใครยังกล้าถึงเพียงนี้ มิเห็นตระกูลหนิงหรืออย่างไร”“แม้ข้าจะพยายามทำให้

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 26

    บทที่ 26หลี่อวิ๋นฟังคำนั้นก็หัวเราะเบา ๆ “คิดว่ากำลังจะตัดใจจากเจ้า แต่น่าแปลกเมื่อเห็นเจ้า… ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป”เฟยเฟยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวในใบหน้า ขณะที่หญิงสาวนึกถึงช่วงเวลานั้น นางจำได้ว่ารู้สึกแปลก ๆ เมื่อได้สบตากับเขา “ข้าดีใจที่เราได้เจอกัน” หญิงสาวพูดออกมาจากใจ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่นำพานางมาที่นี่นางขอบคุณหลี่อวิ๋นกระชับตัวหญิงสาวที่เดินมาข้างกันให้แน่นขึ้นอีก เขาจับมือของนางอย่างเบามือ “ข้าก็ดีใจที่ได้พบกับเจ้า ทันเวลา...” หลี่อวิ๋นรู้ดีว่าตอนนั้นเขาเพียงแค่รู้สึกว่าต้องทำตามสัญญาหลังจากรู้สึกไม่ดีมานานนับปีและอีกฝ่ายก็เลี่ยงที่จะพบเจอเขา สุดท้ายเขาตั้งใจจะจบทุกอย่าง แต่คนที่เคยหลีกเลี่ยงเขาอย่างเฟยเฟยกลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ที่จริงวันนั้นเขาคงตัดใจจากเฟยเฟยในยามเด็กที่กลายเป็นสนมของเสด็จพ่อไปได้ แต่กลับตกหลุมรักคนเดิมอีกครั้ง มีหลายครั้งที่เขาสงสัยถึงท่าทางแปลก ๆ และความสามารถที่เคยมีและเคยไม่มี แต่ยามนี้เขาไม่สนแล้ว นางคือเฟยเฟยของเขาหลี่อวิ๋นหันไปสบตากับหญิงสาวอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยนแล่นผ่านไปทั่วร่าง สายลมที่พัดผ่านทำให้ดอกไม้รอบตัวไหวเอน เหมือน

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 25

    บทที่ 25หลังจากเรื่องราววุ่นวายผ่านไปไม่นาน เมื่อหลี่อวิ๋นเริ่มจัดการทุกอย่างในพระราชวัง ราชกิจต่าง ๆ ก็เป็นชายหนุ่มที่จัดการ เมื่อทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางฮ่องเต้ก็หมดห่วงและจากไปในพระราชวังที่เคยมีความรุ่งเรืองและอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ ขณะนี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบสงัด เดินผ่านไปทางไหนก็ได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาของการร้องไห้ ทุกซอกทุกมุมของวังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าโศกฮ่องเต้สิ้นพระชนม์แล้ว การจากไปของเจ้าชีวิตทิ้งความว่างเปล่าไว้ในใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพระสนม ข้าราชบริพาร หรือแม้แต่ชาวบ้านที่อยู่ภายนอกวังหลวง ทุกคนล้วนแต่รู้สึกเสียใจจากการสูญเสียครั้งใหญ่นี้เฟยเฟยยืนอยู่ที่กลางพระตำหนัก น้ำตาไหลอาบแก้ม ใจของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยเมื่อคิดถึงอีกฝ่าย หลังจากเรื่องของนางและหลี่อวิ๋นชัดเจนขึ้นมา หญิงสาวก็ได้เข้าเฝ้าทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาบ่อยครั้ง ทั้งสองเหมือนเป็นคนเติมตะเกียงเพื่อส่องทางให้แสงสว่างในชีวิตที่จะต้องใช้ในวันข้างหน้าของหญิงสาว แม้จะเตรียมใจแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องสูญเสียพระองค์ไปเร็วเช่นนี้ ความรู้สึกเศร้าและเจ็บปวดกัดกินหัวใจของทุกคนในพระราชวังหลี่อวิ๋นประ

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทนำ

    บทนำเฟยเฟย หญิงสาวที่โตมาในบ้านเด็กกำพร้า เมื่ออายุ 18 จำต้องออกมาใช้ชีวิตด้วยตนเอง เพราะบ้านเด็กกำพร้าต้องรับชีวิตใหม่เข้ามาแทนที่เธอ ที่โตพอจะดูแลตนเองได้แล้ว ยิ่งรู้ว่าโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ไม่ได้สวยงามอย่างที่เป็น มีทั้งการกดขี่ข่มเหง กดดัน แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น การวางอำนาจเพื่อยกตนเองให้สูงขึ้

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 5 สวมบทกุ้ยเฟยจะไปยากอะไร

    บทที่ 5 สวมบทกุ้ยเฟยจะไปยากอะไรเฟยเฟยนั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เธอตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ แม้จะชอบกับชีวิตใหม่แต่ก็ยังมีความรู้สึกสับสนอยู่บ้างกับการเป็นพระสนมเอกในบริษัทว่ามีการต่อสู้ขัดแข้งขัดขาแล้ว ในพระราชวังนี่กลับเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดียิ่งกว่าและเมื่อดูจากการกลั่นแกล้งเล็

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 4 ตำหนักเย็น

    บทที่ 4 ตำหนักเย็นเฟยเฟยนั่งอยู่ในศาลาเล็กภายในสวนตำหนักของเจ้าของร่างเดิม แสงแดดยามเช้าอาบผ่านใบไม้ที่ปลิดปลิวลงมาจากต้นไม้ใหญ่ สายตาคมของหญิงสาวมองไปที่ศาลาอีกหลัง ที่ยังคงมีร่องรอยเผาไหม้อยู่ไกล ๆ บรรยากาศที่นี่ดูสงบแต่ใจของเธอกลับไม่สงบตามไปด้วย ชีวิตใหม่ในร่างของกุ้ยเฟยไม่ใช่สิ่งที่เธอเคยคาด

  • ตำหนักเย็นก็แค่สนามเด็กเล่น   บทที่ 2 ไม่ขอทน

    บทที่ 2 ไม่ขอทนเฟยเฟยเดินกระแทกส้นเท้าออกมาจากห้องประชุม ทุกก้าวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ หญิงสาวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองด้วยความโมโห เธอรวบรวมของที่จำเป็นด้วยมือสั่นเทาและก็พยายามทำเป็นใจแข็งไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ขณะเก็บของที่จำเป็นที่โต๊ะทำงาน ที่ผ่านมาเธอยอมก้มหัวให้ทุกคนมาตลอด ยอมอ่อนน้อมและเงีย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status