".........."
หลังสิ้นเสียงปืนทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบรวมถึงร่างอันไร้วิญญาณของเมธาวิน เขายังคงนอนเบิกตาโพลงอ้าปากค้างบริเวณท้ายทอยมีเลือดจำนวนไม่น้อยค่อยๆ ไหลเคลือบสีซีเมนต์ ปลายกระบอกปืนที่ถูกจ่อบริเวณริมฝีปากถูกยกออกมา ก่อนร่างแกร่งในชุดสีดำขลับจะโยนมันทิ้งไปไกลตัว
"แค่นี้ยังน้อยไป ถ้ากูได้ไปเจอมึงที่นรกเมื่อไหร่ กูจะคิดบัญชีกับมึงอีกแน่ไอ้เมธา"
เสียงเข้มเอ่ยต่ำทุ้มชวนให้คนฟังขนหัวลุกก่อนเขาจะค่อยๆ ขยับยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มุ่งตรงกลับมายังทิราอีกครั้ง
"กลับไปบอกพวกลูกน้องผัวเธอด้วยว่ากู ฮิวโก้เป็นคนฆ่าเจ้านายของมันเอง ถ้าอยากล้างแค้นมาทำกับกู ห้ามยุ่งกับสถานเลี้ยงเด็กเป็นอันขาด ไม่งั้น"
ร่างแกร่งเดินเข้ามาประชิดเอ่ยกระซิบเสียงแหบห้าวจนคนฟังได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ
"กูจะฆ่าถอนรากถอนโคนไม่ให้เหลือชื่อแก๊งหยินหลงเลยคอยดู"
"ค่ะ ถ้าฉันมีชีวิตรอดถึงตอนที่ได้บอกพวกมันนะ"
สายตาสีหน้าของทิราไร้ซึ่งความรู้สึก ทำเอามาเฟียหนุ่มยืนนิ่งจ้องหน้าเธอด้วยแววตาสุขุม ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหนีไปอีกทาง
"นั่นมันก็เรื่องของเธอ ไอ้เรดเดี๋ยวมึงไปส่งมันที่บ้านซะ"
"ครับ"
ฮิวโก้เดินออกมาโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองทิรา ราวกับว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิตไร้ค่าในสายตาของเขา มีก็แต่ทิราเท่านั้นที่มองตามแผ่นหลังกว้างเย็นชาป่าเถื่อนจนลับสายตา
ก็พอรู้อยู่ว่าชีวิตของฉันมันไร้ค่า แต่ถึงขนาดมองฉันด้วยสายตาเวทนาแบบนั้นมันไม่มากไปหน่อยเหรอ
"ขอบใจที่ช่วยปลดฉันออกจากโซ่ตรวนเฮงซวยนั่น"
สายตาซังกะตายเหลือบมองไปยังร่างที่ไร้วิญญาณของสามี หญิงสาวในชุดกี่เพ้ารองเท้าส้นสูงค่อยๆ เดินผ่านไปอย่างกับว่าไม่เคยรู้จักร่างไร้ลมหายใจนั้นมาก่อน
"ลาก่อนไอ้ชั่วเมธา"
-------------
"แฮ่ก! ชะ ช่วยด้วย!!"
เสียงหวีดร้องดังขึ้นท่ามกลางซอยเปลี่ยวใจกลางเมืองใหญ่สิวิไล ร่างหญิงสาวหน้าหมวยคิ้วโก่งดังคันศรดวงตากลมโตแฝงแววเศร้า จมูกโด่งรับริมฝีปากอวบที่ขณะนี้เผยอเปิดออกเพื่อหาอากาศหายใจ หลังวิ่งด้วยเท้าเปล่ามานานราวชั่วโมง ร่างขาวออร่าแม้จะอยู่ท่ามกลางความมืด เป็นประกายดั่งนางพญาเมื่ออยู่ในชุดกี่เพ้าสีแดงสดสภาพขาดวิ่นดูไม่ได้ ทิราเมียเจ้าพ่อชื่อดังอย่างเมธา เธอพยายามทุบประตูบ้านหลังแล้วหลังเล่าระหว่างนั้นยังคงหันไปมองยังหน้าซอย เกรงว่าผู้ไล่ล่าจะตามเจอตัว
"ได้โปรดขอร้องล่ะค่ะ ช่วยฉันด้วย!"
มนทิราในสภาพอิดโรยเท้าเนียนนุ่มขณะนี้กลับเปรอะไปด้วยคราบเขม่าสีดำ เธอวิ่งหนีตายออกจากบ้านสามีข้ามพงหญ้าบ้านเรือนแออัด เพื่อเข้ามายังเขตพื้นที่การดูแลของฆาตกรผู้ฆ่าสามี แต่ในเวลานี้เธอกลับไม่เกรงกลัวต่อความโหดเหี้ยมของเขา เพราะสิ่งที่เธอเจอมาหลังจากส่งข่าวเรื่องเมธา ลูกน้องคนสนิทของเขากลับตั้งตนเป็นใหญ่แถมยังบ้ากามพยายามจะข่มขืนยกเธอเป็นเมีย ด้วยความกลัวและตกใจทิราจึงรีบวิ่งหนีออกมาทั้งสภาพเปลือยเนินอกเช่นนี้
"มันอยู่ไหนวะ!"
"ไม่รู้เห็นวิ่งมาทางนี้"
"!!!!"
เสียงกลุ่มชายฉกรรจ์หลายสิบคนดังเข้ามาใกล้ ด้วยความตกใจทิรากระโดดปีนรั้วข้ามบุกรุกเข้ามายังสถานที่แห่งหนึ่ง สาวหน้าหมวยนั่งกอดเข่าก้มหน้างุดภาวนาด้วยใจสั่นระริกขอให้กลุ่มคนชั่วช้าวิ่งผ่านไป
"เดี๋ยวกูไปดูท้ายซอยนี้เอง พวกมึงแยกไปหาอีกซอย อย่าให้มันหนีไปล่ะ"
"เออ"
เสียงฝีเท้าหนักวิ่งผ่านประตูกระทั่งเลยไปคนแล้วคนเล่า ก่อนเสียงทุกอย่างจะสงบนิ่ง
"เกือบไปละ---"
"กรี๊ด!! แม่ทิพย์ช่วยหนูด้วย"
"!!!!"
เมื่อหันมองไปตามเสียงหวีดร้อง พบเด็กหญิงวัยราวห้าขวบ เธอชี้ตรงมายังทิราก่อนจะร่ำไห้เสียงดัง ด้วยความกลัวพวกคนชั่วจะได้ยินทิราคว้าตัวเด็กอุ้มเข้ามาหลบซ่อนภายในบ้านซึ่งประตูถูกเปิดเอาไว้
"ช่วยหนูด้วยแม่จ๋า!!"
"ซู่! ใจเย็นนะคะเด็กดีพี่ไม่ทำอะไรหรอกนะ"
"แงง!! ปล่อยหนูนะ ฮือ หนูจะไปหาแม่ทิพย์!!!"
เด็กน้อยไม่มีท่าทีจะยอมอ่อนลงแต่อย่างใด กลับดิ้นเร่าในอ้อมแขนของทิรา ขณะนั้นเองไฟกลางบ้านถูกเปิดขึ้น ปรากฏเป็นหญิงวัยกลางคนในชุดนอนสีขาววิ่งถือคันร่มลงมาด้วยสีหน้าตกใจกลัว
"ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้นะ!!!"
"แม่ทิพย์!"
เด็กหญิงดิ้นแรงจนหลุดพ้นจากอ้อมแขนก่อนจะวิ่งปรี่เข้าไปหลบหลังร่างหญิงวัยกลางคน
"เธอเป็นใคร!"
"ฉันหนีมาไอ้พวกหยินละ---" ไม่สิ ถ้าฉันพูดถึงชื่อหยินหลงไปมีหวังคงโดนปฏิเสธที่ซ่อนแน่ๆ
"โดนพวกผู้ชายหื่นกามพยายามข่มขืนมาค่ะ"
"ห๊ะ?!"
สีหน้าของ ทิพย์ หญิงวัยกลางคนดูเหมือนจะไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่เมื่อเห็นสภาพชุดขาดวิ่นถึงกับช็อก
"ฉันพูดจริงๆ นะคะ ขอฉันหลบอยู่ที่นี่สักคืนได้ไหมคะ ขอร้องล่ะค่ะ"
ทิราหญิงสาวที่เคยอยู่สูงสุด มีเหล่าคนใช้คอยดูแลปรนนิบัติไม่เคยก้มหัวให้ใคร ขณะนี้กำลังก้มกราบขอร้องวิงวอนด้วยเสียงสั่นพร่าเพราะความกลัว
"เมื่อกี้ได้ยินเสียงอยู่นี่หว่า?"
"!!!"
เสียงชายวัยฉกรรจ์ดังขึ้นบริเวณหน้าบ้านร่างบางได้ยินถึงกับสะดุ้งเฮือกสุดตัว ทิราได้แต่นั่งตัวสั่นงันงกไม่กล้าขยับ กระทั่งฝ่ามือของใครบางคนประคองจับที่ไหล่มน
"ว๊าย!!!"
ด้วยความกลัวเธอร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางสั่นเทิ้มคุมตัวเองไม่ได้แต่เมื่อได้ยินเสียงหวานของเจ้าบ้านความกลัวที่มีกลับค่อยๆ จางลง
"ใจเย็นตอนนี้หนูไม่เป็นไรแล้ว เข้ามาพักในบ้านน้าก่อนสิ"
"ขะ ขอบคุณนะคะ"
-----------------
--------"เสี่ยขาชอบไหม" "ชอบค่ะ ชอบมากหนูสวยมากจริงๆ" "สวยขนาดไหนคะ" "ขนาดที่เสี่ยยอมยกทุกอย่างที่มีให้หนู ยอมยกหนูอยู่เหนือหัวไงคะ" "เสี่ย!!!" ร่างเล็กที่กำลังขยับเอวขย่มจุดอ่อนไหวของวินเทจถูกรวบรั้งเอวยกร่างขึ้นไปอยู่บนใบหน้าคมคราม สายตาทั้งสองสบจ้องมองกันอย่างจัง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะละสายตาจ้องมองกลีบดอกไม้อวบอูมที่มันชุ่มและเปียกไปด้วยหยาดน้ำเชื่อม "ดูเหมือนว่าของหนูมันก็ต้องการความช่วยเหลือเหมือนกันนะ เดี๋ยวเสี่ยช่วยหนูเองค่ะ" "งะ งึกก!" ร่างเล็กสั่นเกร็งไม่เป็นจังหวะ เรียวลิ้นร้อนลากตวัดเกี่ยวไล้โลมเกสรดอกไม้งาม เอวบางแอ่นขย่มโหมใส่ลิ้นแต่เมื่อความเสียวซ่านมาเยือนมากเกินไป เธอกลับหลบหลีกพาส่วนอ่อนไหวหนีห่าง ทว่ามันไม่เป็นผลเมื่อถูกเงื้อมือหนารวบรั้งต้นขากักกันไม่ให้เธอเคลื่อนหนีห่าง "เสี่ยใจร้าย! จะ ใจร้ายที่สุด" "หึ"เขาเพียงตอบโต้เธอด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ ระหว่างที่กำลังเคลิ้มไปกับห้วงราคะเสียงเคาะประตูหน้าห้องกลับดังขึ้น "หนูนาร่าเป็นไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?" "ปะ ป้า!" ป้ารพีเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ เธอเคาะประตูเรียกถามหญิงสาวเกรงว่านาร่าจะไม่สบายหนัก ห
----------"น่ากลัวจังเนอะ" "คนที่น่ากลัวคือเสี่ยต่างหาก" หลังจากเดินออกจากโรงหนังเสียวินเทจเกี่ยวแขนซบไหล่เล็กเดินแนบกายไม่ห่าง ราวกับชายเดียงสาทั้งที่ทุกอย่างมันคือแผนการของเขาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่นั่งด้านบนสุดเพื่อไม่เป็นจุดสนใจต่อสายตาคนอื่น หรือจะเป็นการเลือกดูหนังผีเพื่อที่จะได้ซบไหล่อิงแอบร่างหญิงสาว ทั้งที่จุดประสงค์แท้จริงนั้นคือการได้แต๊ะอั๋งเรือนร่างที่เขาพยายามข่มอารมณ์กดความอยากเอาไว้เพื่อรอวันที่เธอเอ่ยปากว่าต้องการ ครั้งแรกของเธอทั้งเจ็บปวดและทรมาน ผมไม่อยากทำให้เธอต้องเจ็บปวดแบบนั้นอีกครั้ง เลยต้องรอเวลาให้เธอพร้อมและมอบมันให้ผมด้วยตัวเอง "อะไรกัน ไหนว่าเป็นหนึ่งในนักแข่งไง" "ไอ้ฮาร์ด" ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะปรากฏตัว ฮาร์ดพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ปกติเพื่อนของเขาออกจะขรึมสร้างมาดชายเท่อยู่ตลอดเวลา ไหงตอนนี้ถึงได้เหมือนแมวเชื่องตัวหนึ่งกันนะ "สวัสดีค่ะคุณฮาร์ด" "ดีจ้ะ เป็นไงล่ะมึงอาหารแมวอร่อยไหม" "อาหารแมวพ่องมึงอ่ะ" "ฮ่าๆ กูล่ะเชื่อมึงเลยว่ะไอ้วิน มึงไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครเลยจริงๆ" ไม่วายฮาร์ดเอ่ยปากแซวไม่พัก ถึงแบบนั้นวินเ
--------แสงแดดยามสายทอแสงส่องลงมาสะท้อนพื้นสนามหญ้า สายลมอ่อนผ่านพัดใบไม้เกิดเป็นเสียงกระทบกันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ร่างเล็กในชุดแม่บ้านสีดำขาวกวาดใบไม้ตกหล่นใต้ต้นไม้ใหญ่กองรวมกัน เป็นอีกวันที่เธอทำงานตามหน้าที่ของตัวเองเฉกเช่นทุกวัน"วันนี้อากาศดีจังเนอะว่าไหม" "ค่ะ" ไม่วายโดนเสี่ยร่างแกร่งเดินตามไม่ห่าง และเป็นแบบนี้มานานนับเดือนตั้งแต่คืนวันนั้น จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เกินเลย เสี่ยวินเทจแสนเย็นชากลับกลายเป็นแมวเชื่องๆ ตัวหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ไล่พริตตี้อดีตนางบำเรอเบอร์หนึ่งออกจากบ้านไป เพียงเพราะหล่อนมายั่วยวนให้ท่าตนต่อหน้าเด็กสาวเท่านั้น การกระทำที่เปลี่ยนไปของเสี่ยวินเทจจึงเป็นที่พูดถึงไปทั้งบ้าน รวมไปถึงแวดวงสังคมที่เขารู้จัก "ว่าแต่อยากไปห้างสะ---" "ขอโทษนะคะเสี่ย ช่วยขยับออกไปหน่อยค่ะจะกวาดใบไม้ตรงนั้น" "อะ เออโทษที" เพียงคำขอร้องเล็กๆ น้อยๆ จากนาร่าวินเทจกลับกระตือรือร้นที่จะทำในทันที "จะไม่ไปกับพี่จริงๆ เหรอวันนี้จองตั๋วหนัง vip เอาไว้ด้วยนะ" "ไม่ได้หรอกค่ะ นาร่ามีงานที่ต้องรับผิดชอบ ถ้านาร่าไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะคะ" "เดี๋ยวฉันให้คนอื่นทำแทน" "แบบนั้นก็ไม่
----------บรรยากาศบ้านหลังใหญ่ในยามค่ำคืนนั้นช่างเงียบเหงาและวังเวงในเวลาเดียวกัน ลานน้ำพุมีรถคันหรูขับแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว ก่อนจะเหยียบเบรกบริเวณหน้าประตูบ้าน เมื่อเปิดประตูลงมาร่างแกร่งของเสี่ยวินเทจเดินจ้ำอ้าวปรี่ตรงเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ ร่างเล็กในชุดราตรีนั่งโงนเงนแทบไม่ได้สติ บริเวณรอบริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบลิปสติกสีแดงรวบตัวเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิง "อือ จะพาไปไหนเหรอคะ หรือว่าเมื่อกี้ยังแกล้งนาร่าไม่พอ ของเสี่ยมันพุ่งปรี๊ดเข้าในปากเลย ฮ่าๆ" เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสนุกสนานสีหน้าเคลิ้มพริ้มราวกับจะหลับให้ได้ ทว่าสีหน้าคนพี่กลับดูเรียบนิ่งกว่าปกติสายตาดุดันตวัดมองไปรอบบ้าน มีเพียงแสงสว่างรำไรให้ความสว่างเล็กน้อยพอนำทาง"ไม่แน่เธออาจจะโดนมากกว่าไอ้นั่นพุ่งเข้าปากอีกนะ ตั้งตารอไว้ให้ดีล่ะนาร่า" "......." ชั่วขณะร่างเล็กถึงกับแน่นิ่งราวกับว่าได้สติ คำขู่เมื่อครู่มันจะไม่เป็นคำขู่อีกต่อไปเมื่อร่างแกร่งพาเธอเดินขึ้นยังชั้นสอง โดยมีสายตาของป้าแม่บ้านจ้องมองตามหลังจนลับสายตา "เฮ้อ ยังอายุน้อยอยู่แท้ๆ ต้องมาเจออะไรแบบนี้" "อ๊ะ!"ร่างเล็กถูกโยนลงบนเตียงอย่างแรง ชายก
------------"งานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของลูกสาว ต้องขอขอบคุณแขกทุกท่านที่เดินทางมาร่วมต้อนรับ" "ขอบคุณทุกท่านนะคะ" โฮมลูกสาวคนโตของบ้านเป็นตระกูลนำเข้ารถหรูรายใหญ่ของประเทศ แขกเข้ามาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับเสี่ยวิจเทจเพื่อนสนิทน้องชาย "คิดว่าจะเบี้ยวกูซะละ" "อือ ไปหาอะไรกินก่อนสิ" "อ๋อค่ะ" หญิงสาวร่างเล็กในชุดราตรีสีฟ้าขาวยกยิ้มพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไปยังโซนอาหารตามคำแนะนำเสี่ย สายตาจ้องมองจนเธอหายลับเข้าไปในกลุ่มผู้คน ทำเอาเพื่อนสนิทอย่างฮาร์ดถึงกับหัวเราะขำขัน "ฮ่าๆ อะไรกันวะมันไม่เหมือนเสี่ยวินคนเดิมเลยนี่หว่า" "อะไรของมึง" "มึงไงวิน ปกติมึงเคยพกคนใช้ที่บ้านไปไหนมาไหนด้วยเหรอวะ แถมนี่ยังซื้อชุดราตรีให้ใส่อีก กูว่าคนนี้ต้องไม่ปกติ" "คนที่ไม่ปกติคงจะเป็นมึงมากกว่านะไอ้ฮาร์ด จ้องจับผิดชีวิตกูยิ่งซะกว่าผู้เป็นพระเจ้า""ถ้าเป็นแบบนั้นพระเจ้าคงไม่มีจริงหรอก ไม่งั้นผู้ชายที่ชอบหักอกผู้หญิงอย่างวินคงจะไม่ถูกรายล้อมไปด้วยผู้หญิงแบบนี้" "พี่โฮม" ทำเอาเสี่ยวินเทจถึงกับหน้าถอดสี การเผชิญหน้ากับพี่สาวเพื่อน ทั้งยังเป็นอดีตแฟนเก่าที่จบความสัมพันธ์กันไม่ดีสักเ
----------"พริตตี้! ทำอะไรของหล่อน" "อุ๊ป!! โทษทีนะคะป้าพอดีตรงนี้มันค่อนข้างร้อน ไม่รู้ว่าเกิดจากเด็กที่มันแก่แดดอยากมีผัวตั้งแต่อายุยังน้อยๆ หรือเปล่า พริตตี้ก็แค่อยากจะดับไฟร่านให้เด็กเท่านั้นเอง" น้ำเสียงกระแนะกระแหนสีหน้าเย้ยหยันแถมเหล่าแม่บ้านคนอื่นๆ ยังจ้องมองมาที่นาร่าด้วยสายตาดูถูกดูแคลน สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างไปจากสนามรบเลยสักนิด "จำใส่หัวเอาไว้ คนที่จะได้ขึ้นเป็นเมียเสี่ยวินเทจคือฉันคนนี้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวรีบไสหัวออกไปซะ" "อึก!" เข้าทำงานได้แค่วันเดียวกลับถูกหมายหัวจากเบอร์หนึ่ง แม้จะกลัวเพราะคำขู่แต่เธอไม่อาจจะถอยหลังกลับไปได้แล้ว ทั้งหมดก็เพื่ออนาคตของตัวเอง "ใครเป็นคนบอกว่าเธอจะได้ขึ้นเป็นเมียฉัน" "สะ เสี่ย!!" ไม่เพียงแค่เสียง ร่างแกร่งเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ปรากฏตัวขึ้น สีหน้าเคร่งขรึมสายตาดุดันจ้องมองพริตตี้สาวใช้ผู้ช่ำชองดั่งกับกำลังคาดโทษหล่อนเอาไว้ "นาร่ามาหาฉัน" "ค่ะ" เด็กสาวหลุบสายตาไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมองพริตตี้ สาวใช้ร่างเพรียวสูงหน้าหมวยตาเฉี่ยว หล่อนดูจะโกรธนาร่าไม่น้อยแม้ว่าตัวเองจะเป็นคนเริ่มก่อสงครามครั้งนี้ก็ตาม"วันนี้ก่อนหกโมงเย็นอาบน้ำไปหาฉันที่ห