تسجيل الدخول
ยุคสมัยหนึ่ง ราชวงศ์ฮั่น
ดวงตะวันสาดแสงแรง สายลมพัดพลิ้ว ต้นไม้ในฤดูสารท พากันเปลี่ยนสีส้มแดงจนเกิดทิวทัศน์งดงาม เงาทิวเขาสูงพาดทับลงที่หมู่บ้านใหญ่หมู่บ้านหนึ่ง ซากศพเกลื่อนพื้น เลือดสดสาดละลาน เสียงต่อสู้อื้ออึง
ข้าแซ่ซื่อ นามว่าเซี่ยยี่ อายุยี่สิบเจ็ดปี ถือกำเนิดในตระกูลแม่ทัพ ท่ามกลางลูกหลานที่เหลือน้อยนิด ข้าแม้เป็นอิสตรีกลับถูกเลี้ยงดูเช่นบุรุษ เบื้องหน้าข้าเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ขั้นหนึ่ง รั้งตำแหน่งจื๋อจินอู่ คุมกองกำลังรักษาเมืองหลวง หรือกองกำลังพิทักษ์แผ่นดินเบื้องหลังคุมหน่วยปฏิบัติการลับ รับคำสั่งโดยตรงจากองค์ฮ่องเต้และรัชทายาท...'
"ข...ข้ายอมแพ้ขอรับ!..."
หญิงสาวร่างสูงระหง ผิวกายสีน้ำผึ้งต่างจากสตรีฮั่นทั่วไป แต่งกายชุดเกราะอ่อน เหวี่ยงง้าวที่สูงกว่าร่างตนเข้าใส่กลุ่มชายฉกรรจ์
หนึ่งร่างต้องคมง้าวเข้าเต็มแรงจนร่างกายปริออก ฝนเลือดพร่างพรมเป็นบริเวณกว้าง กลิ่นไอคาวเลือดเข้มข้นคละคลุ้ง คนส่วนใหญ่เมื่อเลือดตกต้องตัวย่อมไม่เป็นสิ่งโสภา แต่สำหรับฉีจู้เฉิงแล้ว สตรีตรงหน้าที่เลือดกระเซ็นเปื้อนดวงหน้าหมดจด กลับงดงามกว่าสตรีนางใด
ชายอีกคนพุ่งร่างมา มือเงื้อดาบใหญ่เข้าใส่นาง หมายจะฟันเอวบางให้ขาดกระเด็น ทว่าง้าวสูงของนางกลับเป็นฝ่ายชิงตวัดลงที่ลำคอคนผู้นั้นเสียก่อน พลันที่บุรุษไร้ซึ่งศีรษะ ละอองเลือดสีแดงจัดก็ถูกพ่นออกมา แลดูคล้ายกับน้ำพุในสวนอย่างไรอย่างนั้น
ง้าวถูกใช้ออก ทว่าด้านหลังไร้การป้องกัน บุรุษร่างอวบเห็นทีเป็นโอกาส วิ่งเข้ามาทางด้านหลัง ทวนสีแดงพุ่งนำหน้า เล็งเข้าที่กลางลำตัวของนาง
"เซี่ยเอ๋อร์!"
นางเพียงหันศีรษะมาเล็กน้อยพอให้เห็นเป้าหมาย ชั่วพริบตานางโยกเอวหลบ กางแขนออกกว้าง ทวนยาวพุ่งแฉลบเกราะที่สีข้างและยังตรงไปข้างหน้าด้วยแรงส่งเดิม ทันใดนั้นนางก็หุบแขนตัวเอง หนีบทวนนั้นไว้แนบตัว มือบางทว่าแรงแขนไม่เบาตาม กระชากทวนนั้นไปข้างหน้าพร้อมกับถีบไปด้านหลัง กระแทกเข้ากับอกศัตรูเต็มที่
รูปร่างบอบบาง ทว่าเรี่ยวแรงมหาศาล แรงถีบนั้นผลักศัตรูถอยไปไกลพร้อมกระอักเลือดออกมาเป็นสาย
"เซี่ยเอ๋อร์ยอดรัก เจ้าเหน็ดเหนื่อยหรือไม่?” เสียงนุ่มจากบุรุษผู้หนึ่งเอ่ย ตามด้วยเสียงตวัดกระบี่ลงฟาดฟันศัตรูนายหนึ่งดังออกมา "กลับไปคืนนี้ข้าจะตุ๋นยาบำรุงให้เจ้า"
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ!" นางแค่นเสียงเย็นชา หยุดยืนนิ่งพร้อมง้าวในมือ "ต่อสู้ติดพัน ยังจะมีเวลาใส่ใจผู้อื่น”
"มิได้หรอก สุขภาพเจ้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด โอ๊ะ!" เขาตอบ มือใช้กระบี่รับการโจมตีไปด้วย
"ข้าไม่ช่วยหรอกนะ ข้าเองก็ไม่ว่างแล้ว" นางทำตามที่เอ่ย เพราะศัตรูกำลังดาหน้าเข้ามาหานางอีกระลอก
"เจ้าจะทนเห็นสามีถูกรุมเล่นงานเช่นนี้รึ?" ฉีจู้เฉิงตัดพ้อราวกับว่าตนเองกำลังจะถูกผู้อื่นเข่นฆ่า ทั้งที่ในความเป็นจริง เป็นเขาต่างหากที่กำลังไล่สังหารฝ่ายตรงข้ามไม่ลดละ
"ถ้าเจ้าอ่อนแอเช่นนั้นก็ไม่คู่ควรเป็นบุรุษของข้า!" นางพลิกปลายง้าวปักร่างข้าศึกจนแน่นิ่ง
"อา...เซี่ยเอ๋อร์ เจ้าอย่าพูดจาทำร้ายจิตใจข้าได้หรือไม่" เขาหมุนตัววาดกระบี่ออกพร้อมปราณรุนแรงจนคนที่เข้ามาล้อมอยู่กระเด็นหงายหลังออกไป "ข้าฟังแล้วมือไม้อ่อนทุกที"
ซื่อเซี่ยยี่เบ้ปาก...ดูเจ้าลูกเต่าที่ล้มเกลื่อนพื้น พวกมันสะดุดชายเสื้อชายผู้นั้นล้มไปหรือไร!? ปากก็ว่าตนอ่อนแอเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ตนเองนั้นแทบจะไร้รอยขีดข่วน อ่อนแออันใดกัน!?
"เฮ้อ...เหนื่อยยิ่ง เมื่อใดกำลังเสริมจะมาเสียที" เขาหยุดยืนมองศัตรูอีกสี่ห้าคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ ก่อนเช็ดเลือดที่เปรอะเนื้อตัวและเสื้อผ้า "รอยเลือดยิ่งซักออกยาก คงต้องทิ้งใหม่หมด"
ซื่อเซี่ยยี่เบ้ปาก คิดหมั่นไส้ไม่น้อย...ทิ้งทั้งชุด?! นั่นเป็นไหมชั้นดีที่มีแต่เชื้อพระวงศ์ที่จะใช้ตัดเป็นอาภรณ์สวมใส่เชียวนะ!
"อวดรวย..." นางบ่นอุบอิบ
"หากเจ้าอยากเก็บไปซักและปักชุนให้ข้า ข้าก็มิขัดหรอกนะ" ร่างสูงหันมาบอก ไร้ความสนใจพวกที่ยืนห้อมล้อมเอาเสียเลย "เพียงแต่ คืนนี้ข้าคงต้องเปลือยกาย อา...เช่นนั้นข้าคงถูกเจ้าเอาเปรียบอีกแล้วเป็นแน่"
"ทำอย่างกับเจ้าไม่ชอบ?" นางหลิ่วตาให้ ก่อนหันไปฟันศัตรูที่ทะเล่อทะล่าพุ่งเข้ามา "มารดากำลังพูด ใครใช้ให้บุกเข้ามา!"
"เซี่ยเอ๋อร์ อย่าอารมณ์เสียเลยนะ เดี๋ยวกลับไปข้าจะนวดให้ดีหรือไม่?"
"ดี!" พอได้ยินของรางวัลนางพลันมีกำลังใจสู้...คนผู้นี้นอกจากนวดแล้ว อย่างอื่นล้วนไม่ได้เรื่อง!
เรือนร่างบางราวอิสตรีทั่วไป ทว่าไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใดจึงได้กวัดแกว่งง้าวใหญ่ได้อย่างเชี่ยวชาญและทะมัดทะแมงเช่นนั้น
พวกศัตรูเดิมทีหลงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนางคงอ่อนล้าไม่น้อย พวกมันตั้งใจรอคอยโจมตีรุนแรงในช่วงท้าย หากทุกอย่างล้วนผิดไปจากการคาดการณ์ ไม่เพียงร่างอรชรนั้นจะไม่หมดแรงโดยง่าย หนำซ้ำการสู้รบที่เกิดขึ้นไปแล้ว นางทำราวกับเป็นเพียงการอุ่นเครื่องก่อนถึงการสังหารหมู่ของนาง...การสู้รบของนาง เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น
"หน้าไหนจะให้มารดาสอนสั่งอีกก็เข้ามา!" หญิงสาวกระดิกนิ้วเรียกพวกทีเหลือให้เข้ามา "มิเช่นนั้นมารดาจะบุกเข้าไปเอง!"
ท่าทางนางในสายตาพวกศัตรูตอนนี้ไม่ต่างจากเทพนักรบในร่างสตรี รอยยิ้มย่ามใจนั้นประหนึ่งอ่านการเคลื่อนไหวของพวกมันออกหมดทุกคน เหลียวมองรอบกาย มีซากศพเกลื่อนกลาด คนเป็นก็สาหัส บาดแผลล้วนเล็งจุดตาย พวกเขายังทำอะไรได้อีก?
เสียงอาวุธตกลงพื้นดังสนันหวั่นไหว ก่อนที่ผู้ที่เหลือรอดจะคุกเขาลงกับพื้นอย่างยอมจำนน
"วิชามีค่ากว่าทรัพย์นับแสน แม้อับจนหนทางก็ต่อชีวิตได้" หมิงเสวี่ยท่องสุภาษิตผิดๆถูกๆใส่นาง "แต่หน้าอกนี่ถ้าหย่อนยานจะพาลราคาตกเอาได้นะ ไม่คุ้มหรอก!""กว่ามันจะยาน คงเรียกทรัพย์ได้นับแสน!" จิงจื่อหนี่ตอบโต้ ร่ำๆจะกระโดดลงไปให้ได้ซื่อเซี่ยยี่ทนดูไม่ไหว นางหุบพัดแล้วเดินเข้ามาหิ้วเอวแน่งน้อยให้กลับไปนั่งที่เดิม...ก็ตลกและน่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่ถ้าพวกนางเล่นมากไปข้าจะเสียงานน่ะสิ!"ตั้งสติกันหน่อย ดูโน่น" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มพรายเมื่อเป้าหมายของพวกนางถูก "ผลัก" ออกมาจากหลังฉากกั้น"การประมูลที่แท้จริงจะเริ่มจากนี้ต่างหาก"ไป๋จิ้งเหอที่ถูกผลักมากลางเวทีทรุดไปกับพื้นเพราะถูกสกัดจุดไว้ ชวนเรียกคะแนนสงสารเห็นใจจากคนหมู่มาก พอฉีจู้เฉิงเดินเข้ามาประคองให้ยืนได้มั่นคงดี การประมูลสาวงามจึงเริ่มต้นขึ้น"แปดพันตำลึง!" เสียงใครบางคนจากด้านล่างตะโกนราคาขึ้นมาเป็นคนแรก "อะไรนะ?!" หมิงเสวี่ยตาค้าง"แค่เริ่มก็แปดพันตำลึงแล้วรึ!?""แปดพันห้าร้อยตำลึง!""เก้าพันตำลึง!!"ตัวเลขเริ่มสูงขึ้นเรื่อยจนหมิงเสวี่ยแทบจะลมจับ มันจะไปสิ้นสุดที่จำนวนใดกันแน่!"ข้ามีงบให้เจ้าไม่อั้น" ซื่อเซี่ยยี่วางตั๋วแลกเงินบนโต๊ะใบหนึ่ง
"ก...ก็พอมี...เจ้าค่ะ""เช่นนั้นข้าให้ยืม" ว่าพลางโยนถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะหมิงเสวี่ยยิ้มร่าเริง "ขอบคุณพี่ซื่อเจ้าค่ะ!" ด้วยประสบการณ์ขโมยอันยาวนาน เพียงหญิงสาวใช้อุ้งมือประคองถุงเงินก็พอจะเดาจำนวนได้ และในใจนางก็ยังคิดเรื่องไป๋จิ้งเหออยู่ ...หากนางเข้าร่วมการประมูล นางคงต้องแกล้งพ่ายแพ้เพื่อให้เป้าหมายของไป๋จิ้งเหอแสดงตัวออกมา และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะได้รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใครอา...นางนี่ช่างฉลาดจริงๆ!เบื้องหลังม่านโปร่ง บุรุษที่ถูกซื่อเซี่ยยี่จับตามอง กำลังมองเทียบชื่อสาวงามที่เข้ารับการประมูลเช่นกัน" "สาวงามคนสุดท้ายนี่ช่างคุ้นหน้าจริง" คนสนิทที่มีรอยยิ้มประหลาดเอ่ยทักเป็นหัวหน้ายิ้มละไม "นางเป็นคนที่เราหมายตาไว้อย่างไรเล่า""นายท่านช่างมีหัวใจรักที่มั่นคงนัก เพียงเจอหน้านางไม่กี่ครั้งก็จดจำได้ไม่ลืมเลือน""ช่วยไม่ได้นีนะ ใครใช้ให้ข้ากับนางมีความหลังอันล้ำลึกกันเล่า?""เช่นนั้นการประมูลครั้งนี้นายท่านจะแพ้มิได้นะขอรับ" สำหรับคนงามเช่นนาง ต่อให้ต้องทุ่มกำลังทรัพย์เท่าใดก็ต้องช่วงชิงมาให้ได้"ว่าจบ ชายหนุ่มก็ให้คนรับใช้เปิดหีบเล็กใบหนึ่งออก ภายในมีทองคำอัดแน่นอยู่ "เท่านี้เจ้าว่าพอ
"นายท่าน เชิญทางนี้เจ้าค่ะ" เด็กสาวเชื้อเชิญชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มพร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งนั่งที่โต๊ะที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างสูงนั้นหันกลับไปยิ้มอบอุ่นชวนให้เด็กสาวเคลิบเคลิ้ม พร้อมคำตอบที่ดูเป็นสุภาพชน"นายท่าน นี่อาจเป็นกับดักนะขอรับ" ผู้ติดตามคนหนึ่งของบุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้น ใบหน้าเขามักประดับด้วยรอยยิ้มประหลาด"น่าสนุกดี" ชายคนนั้นตอบสั้นๆ ท่าทางไม่ยี่หระ "ถ้าคนพวกนั้นไม่จะโต้กลับพวกเราบ้าง ข้าคงผิดหวังไม่น้อยทีเดียว"เช่นนั้นก็รอดูเรื่องสนุกให้สบายใจดีกว่า"สองสาวในคราบหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี ต่างลืมตัว จูงมือกันวิ่งกลับชั้นบน สองร่างถลาวืดผ่านผ้าม่าน รีบแย่งกันเกาะรั้วเตี้ยเพื่อให้มองเห็นเวทีได้ชัดเจน"พี่ซื่อเจ้าคะ ด้านล่างบอกว่าจะเริ่มประมูลสาวงามแล้วเจ้าค่ะ!" จิงจื่อหนี่ร้องบอกอย่างตื่นเต้น"มีเทียบชื่อสาวงามหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่หันไปถามเด็กสาวที่ยืนรับใช้อยู่"นี่เจ้าค่ะ" เด็กสาวยิ้มหวานจรุงใจ พลางยืนส่งเทียบชื่อให้"วันนี้มีประมูลห้าคนสินะ" ซื่อเซี่ยยี่ถามเมื่อเปิดผ่านๆแล้วหันไปถามจิงจื่อหนี่กับหมิงเสวี่ย "พวกเจ้าอยากชมดูกันหรือไม่""อยากเจ้าค่ะ!" เด็กสาวสองคนรีบมะรุมม
"ต๊าย ตายแล้ว ท่านฉีนี่ช่างมีสายตาแหลมคมเหลือเกิน ตอนนี้สตรีที่มีมาดเย็นชาตาดุเช่นนี้กำลังเป็นที่นิยมเลยเจ้าค่ะ!"แม่เล้ามองไป๋จิ้งเหอสายตาเป็นประกาย"...เพราะดูดุและเย่อหยิ่ง...ชายทั่วหล้าหมายมาดชนะใจโฉมสะคราญ เช่นนั้นบรรยากาศในการประมูลคงครึกครื้นขึ้นอีกเป็นแน่"ชายหนุ่มยิ้มบาง "ข้าอยากรู้จริงว่าใครจะได้นางไปครอง? และนางจะได้ราคาสูงเท่าใดกัน?""เช่นนั้นก็อย่ารอช้าเลยเจ้าค่ะ เข้าไปด้านในกันดีกว่า งานประมูลใกล้จะเริ่มเต็มทีแล้ว"แม่เล้านางนี้รีบเปิดม่านพาพวกเขาออกไปยังห้องโถง..."พี่ซื่อ ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก" จิงจื่อหนี่มองไปรอบด้านที่มีแต่บุรุษสลับกับสาวงามหน้าตาเลิศล้ำดั่งนางสวรรค์ พลางเดินตัวลีบหลบหลังซื่อเซี่ยยี่กับหมิงเสวี่ยที่เดินนำหน้า"ถ้ากลัวก็กอดพี่สาวไว้แน่นๆนะ" มือบางโอบเอวกลมไว้ ท่ามกลางสายตาริษยาของหนุ่มและสาวๆนางโลม"นายท่านเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ" เสียงหวานใสของนางคณิกาเอ่ยเชื้อเชิญหมิงเสวี่ยที่พยายามวางทางให้เหมือนเหอหลางของนาง"ด้านบนยังว่างหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่ถาม หากจะหาที่นั่งที่มองได้ชัดเจนที่สุด ย่อมอยู่ด้านบนซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ดีมีสตางค์"ยังว่างอยู่เจ้
"ข้าขอเป็นสาวใช้ติดตามพวกท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ" จิงจื่อหนี่ตอบอย่างระริกระรี้"เราอาจต้องไปในสถานที่อโคจรบางที่..." ซื่อเซี่ยยี่เปรย "แต่ช่างเถอะ มีข้าไปทั้งคน จะอายอะไร"หมิงเสวี่ยกับจิงจื่อหนี่นิยมชมชอบในความกล้าหาญเกินหญิงของซื่อเซี่ยยี่ยิ่ง และหวังว่าพวกนางจะดูเข้มแข็งและองอาจไม่แพ้นางเมื่อเจริญวัยขึ้นกว่านี้"ถ้าเช่นนั้นเราจะรออันใด เสวี่ยเอ๋อร์ พาเราไปรื้อตู้เสื้อผ้าของเสี่ยวเหอดูหน่อยว่ามีชุดไหนเหมาะกับเจ้าบ้าง”เด็กสาวทั้งสองพยักหน้ารับคำอย่างร่าเริง โดยเฉพาะหมิงเสวี่ยที่รู้สึกว่าซีหนิงที่นางอยู่มาช้านานไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแผนขายไป๋จิ้งเหอให้หอนางโลมราบรื่นเป็นอย่างยิ่งฉีจู้เฉิงนั่งโบกพัดไปมาด้วยท่าทางเรียบเฉย เขาสาดผงยาสลบใส่ไป๋จิ้งเหอเพื่อจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดบุรุษเป็นชุดสตรีได้โดยที่ไป๋จิ้งเหอไม่ขัดขืน เจ้าหลิวลู่เฉินเองก็ทำตามคำสั่งของเขาได้ดี ดีเกินความคาดหมายจริงๆเขาสั่งให้หลิวลู่เฉินนำภาพวาดล่วงหน้ามาก่อน เพื่อติดต่อแม่เล้าของที่นี่ไว้ว่าเช้าวันประมูลเขาจะเป็นผู้นำแม่นางไป๋มาเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัวที่นี่ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนทีละขั้น และเขากำลังรอให้ไป๋จิ้ง
"คิดจะไปก่อกวนใครหรือ?" น้ำเสียงนุ่มนวลติดเจ้าเล่ห์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสอง ไป๋จิ้งเหอยิ้มออกมาทันทีที่เห็นบุรุษผู้มาเยือน ร่างสูงนั้นแต่งชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆ เนื้อผ้าพลิ้วไหวบ่งบอกฐานะสูงส่ง พัดที่โบกไปมาในมือเป็นภาพวาดลายพระหัตถ์ของหวงตี้องค์ปัจจุบันไป๋จิ้งเหอและเฉี่ยวเหมยรีบรุดมาประสานมือคารวะเขาอย่างนอบน้อม"ข้าน้อยคารวะโหวเหย๋""ไม่ต้องมากพิธีหรอก คนกันเองทั้งสิ้น" ฉีจู้เฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส "แล้วก็ เรียกชื่อข้าพี่ฉีดีกว่า ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวผู้อื่นแตกตื่นกันหมด""ไม่นึกว่าท่านจะมาถึงซีหนิง" ไป๋จิ้งเหอว่า "ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด""ข้าตามกลิ่นสาวงามมา" เขาตอบ "สาวงามแสนซนที่ชอบไปโน่นมานี่มิได้หยุด""อ้อ มาตามคู่หมั้นนี่เอง" ไป๋จิ้งเหออารมณ์ดีขึ้นทันตา "เช่นนั้นท่านควรรีบพานางกลับไป""แต่ข้าไม่ชอบขัดความสุขของว่าที่ภรรยา" ชายหนุ่มว่า "เห็นว่านางกำลังทำเรื่องน่าสนุกใช่หรือไม่?""นางกำลังกลั่นแกล้งข้าอยู่" ว่าพลางถอนใจ "ตอนนี้นางขโมยเหนียงซื่อข้าไปแล้ว โหวเหย๋""ท่านฉี คู่หมั้นท่านก็ขโมยภรรยาข้าไปเช่นกัน" เฉี่ยวเหมยโวยวายใหญ่พัดในมือฉีจู้เฉิงหรือโหวเหย๋พลันโบกรัวๆ จากนั
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม







