Se connecter"ขอรับ!" เสียงเหล่าทหารขานรับกันพร้อมเพรียง วิ่งวุ่นทำตามคำสั่ง
"แบ่งกำลังส่วนหนึ่งค้นหาให้ทั่วว่ามันเอาเด็กและสตรีไปซ่อนไว้ที่ใด หากหาไม่เจอก็ไปลากพวกมันมาถาม หากมันไม่ตอบก็เฆี่ยนพวกมันจนกว่าจะตอบ!"
"ขอรับ!"
"เหนื่อยหรือไม่ เซี่ยเอ๋อร์?" ฉีจู้เฉิงเดินมาหาพร้อมถุงใส่น้ำใบย่อมที่ทำจากกระเพาะแกะ
นางคว้าไป ไม่มีแม้แต่คำว่าขอบใจ เมื่อน้ำถ่ายเทจากถุงเข้าปาก นางก็พ่นออกมา
"นี่มันน้ำนี่!" นางบอกสายตาขุ่น เหวี่ยงถุงน้ำฟาดกับอกแกร่ง "ข้าต้องการสุรา หาใช่น้ำไม่"
"เพิ่งใช้แรงกาย ถ้าดื่มเหล้าทันทีจะไม่ดีต่อสุขภาพนะ" ชายหนุ่มยิ้มบาง "เอาไว้เราเข้าตัวเมืองแล้วข้าจะเลี้ยงเหล้าเจ้าให้จุใจทีเดียว"
ดวงตาหรี่น้อยๆยังคงมองมาที่เขา
"อีกอย่าง...จะเมาในเวลางานได้อย่างไร?"
ซื่อเซี่ยยี่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างนึกขัดใจ "ขอกินให้ชื่นใจสักสามสี่อึกน่า" นางต่อรอง
"ทำไมพูดเหมือนข้าพกติดตัว?" เขาทำหน้าฉงน
"ก็..." ซื่อเซี่ยยี่ทำจมูกฟุดฟิด "มีกลิ่นเหล้าจางๆออกมาจากตัวเจ้า..." นางเดินวนรอบตัวชายหนุ่มและกระดิกนิ้วเป็นเชิงบอกว่าให้ส่งมันมาให้นาง "ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าข้าชมชอบสุราเพียงใด ส่งมา"
เขาหัวเราะน้อยๆ แล้วหยิบขวดกระเบื้องขนาดเท่าฝ่ามือมา "เหล้าบรรณาการที่ฝ่าบาทพระราชทานมา ดื่มระวังๆหน่อยนะ"
นางหยิบไปยกจิบหนึ่งอึกและปิดฝาส่งคืนเขา "สุราดี แต่กลับเก็บไว้คนเดียว มันน่านัก" นางปรายหางตามอง
"เก็บไว้ให้เจ้า" เขาเอ่ยประจบนาง "รู้อยู่ว่าเจ้าชอบร่ำสุราหลังเสร็จศึก ทั้งศึกรบและศึกรัก"
คราวนี้นางไหวไหล่เบาๆ สีหน้าไม่ขึ้นสีเช่นสตรีทั่วไป สำหรับสตรีที่ถูกเลี้ยงดูดั่งบุรุษเช่นนางย่อมคิดว่าเรื่องบนเตียงเป็นเพียงการเสพสุขอย่างหนึ่งเท่านั้น
เขาอมยิ้มน้อยๆ รู้แก่ใจว่าการหยอกเย้าเช่นนี้ใช้กับนางไม่ได้ผล "หลังศึกเรียบร้อย พวกเราก็กลับบ้านก่อนเถอะ เลือดเลอะเนื้อเลอะตัวจนเหนอะหนะไปหมดแล้ว" ร่างสูงเอ่ยบอก ถลกแขนเสื้อขึ้นมาสำรวจ คิ้วเข้มพลันขมวด
"ดูสิ มีแผลด้วย ข้าจะตายหรือไม่เซี่ยเอ๋อร์?"
"...แผลเท่าแมวข่วน" นางมองผ่านๆแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น
ทหารคนหนึ่งวิ่งมาคุกเข่ารายงาน "เรียนท่านแม่ทัพ เจอสตรีทั้งหมดยี่สิบคน เด็กเล็กสิบสามคน เด็กทารกสองคนขอรับ!"
"มารดามันเถอะ! แม้แต่ทารกก็ยังขโมยมา! ส่งพวกมันให้กรมอาญา บอกด้วยว่าตัวการใหญ่ควรตัดหัวเสียบประจานให้เป็นเยี่ยงอย่าง!!" ดวงตาคมของนางวาวโรจน์ด้วยโทสะ
"สตรีขายให้พ่อค้าต่างชาติได้ ทารกชายขายให้พวกผู้ดีมีสกุลที่ไร้บุตรได้สินะ" เขาเปรยเบาๆ "เดรัจฉาน..."
"เค้นพวกมันให้ได้ว่าขโมยเด็กมาจากที่ใดและส่งคนไปตามหาบิดามารดาของเด็กให้เจอ!" นางสั่งอีก บุตรหายไปเช่นนี้ ป่านนี้บิดามารดาคงตรอมใจแทบแย่แล้ว
"เราไปดูพวกเขากัน อย่างน้อยก็ต้องดูแลเบื้องต้นก่อนจนกว่าจะมีพ่อแม่มารับ" ฉีจู้เฉิงเสนอ
"ดียิ่ง" ซื่อเซี่ยยี่ว่า แล้วหันไปถามลูกน้อง "พวกมันจับคนไว้ที่ใด?"
"กระท่อมร้าง ห่างจากที่นี่ไปเล็กน้อยขอรับ"
หญิงสาวยิ้มบาง "ไปกันเถอะ จู้เฉิง"
"วิชามีค่ากว่าทรัพย์นับแสน แม้อับจนหนทางก็ต่อชีวิตได้" หมิงเสวี่ยท่องสุภาษิตผิดๆถูกๆใส่นาง "แต่หน้าอกนี่ถ้าหย่อนยานจะพาลราคาตกเอาได้นะ ไม่คุ้มหรอก!""กว่ามันจะยาน คงเรียกทรัพย์ได้นับแสน!" จิงจื่อหนี่ตอบโต้ ร่ำๆจะกระโดดลงไปให้ได้ซื่อเซี่ยยี่ทนดูไม่ไหว นางหุบพัดแล้วเดินเข้ามาหิ้วเอวแน่งน้อยให้กลับไปนั่งที่เดิม...ก็ตลกและน่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่ถ้าพวกนางเล่นมากไปข้าจะเสียงานน่ะสิ!"ตั้งสติกันหน่อย ดูโน่น" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มพรายเมื่อเป้าหมายของพวกนางถูก "ผลัก" ออกมาจากหลังฉากกั้น"การประมูลที่แท้จริงจะเริ่มจากนี้ต่างหาก"ไป๋จิ้งเหอที่ถูกผลักมากลางเวทีทรุดไปกับพื้นเพราะถูกสกัดจุดไว้ ชวนเรียกคะแนนสงสารเห็นใจจากคนหมู่มาก พอฉีจู้เฉิงเดินเข้ามาประคองให้ยืนได้มั่นคงดี การประมูลสาวงามจึงเริ่มต้นขึ้น"แปดพันตำลึง!" เสียงใครบางคนจากด้านล่างตะโกนราคาขึ้นมาเป็นคนแรก "อะไรนะ?!" หมิงเสวี่ยตาค้าง"แค่เริ่มก็แปดพันตำลึงแล้วรึ!?""แปดพันห้าร้อยตำลึง!""เก้าพันตำลึง!!"ตัวเลขเริ่มสูงขึ้นเรื่อยจนหมิงเสวี่ยแทบจะลมจับ มันจะไปสิ้นสุดที่จำนวนใดกันแน่!"ข้ามีงบให้เจ้าไม่อั้น" ซื่อเซี่ยยี่วางตั๋วแลกเงินบนโต๊ะใบหนึ่ง
"ก...ก็พอมี...เจ้าค่ะ""เช่นนั้นข้าให้ยืม" ว่าพลางโยนถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะหมิงเสวี่ยยิ้มร่าเริง "ขอบคุณพี่ซื่อเจ้าค่ะ!" ด้วยประสบการณ์ขโมยอันยาวนาน เพียงหญิงสาวใช้อุ้งมือประคองถุงเงินก็พอจะเดาจำนวนได้ และในใจนางก็ยังคิดเรื่องไป๋จิ้งเหออยู่ ...หากนางเข้าร่วมการประมูล นางคงต้องแกล้งพ่ายแพ้เพื่อให้เป้าหมายของไป๋จิ้งเหอแสดงตัวออกมา และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะได้รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใครอา...นางนี่ช่างฉลาดจริงๆ!เบื้องหลังม่านโปร่ง บุรุษที่ถูกซื่อเซี่ยยี่จับตามอง กำลังมองเทียบชื่อสาวงามที่เข้ารับการประมูลเช่นกัน" "สาวงามคนสุดท้ายนี่ช่างคุ้นหน้าจริง" คนสนิทที่มีรอยยิ้มประหลาดเอ่ยทักเป็นหัวหน้ายิ้มละไม "นางเป็นคนที่เราหมายตาไว้อย่างไรเล่า""นายท่านช่างมีหัวใจรักที่มั่นคงนัก เพียงเจอหน้านางไม่กี่ครั้งก็จดจำได้ไม่ลืมเลือน""ช่วยไม่ได้นีนะ ใครใช้ให้ข้ากับนางมีความหลังอันล้ำลึกกันเล่า?""เช่นนั้นการประมูลครั้งนี้นายท่านจะแพ้มิได้นะขอรับ" สำหรับคนงามเช่นนาง ต่อให้ต้องทุ่มกำลังทรัพย์เท่าใดก็ต้องช่วงชิงมาให้ได้"ว่าจบ ชายหนุ่มก็ให้คนรับใช้เปิดหีบเล็กใบหนึ่งออก ภายในมีทองคำอัดแน่นอยู่ "เท่านี้เจ้าว่าพอ
"นายท่าน เชิญทางนี้เจ้าค่ะ" เด็กสาวเชื้อเชิญชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มพร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งนั่งที่โต๊ะที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างสูงนั้นหันกลับไปยิ้มอบอุ่นชวนให้เด็กสาวเคลิบเคลิ้ม พร้อมคำตอบที่ดูเป็นสุภาพชน"นายท่าน นี่อาจเป็นกับดักนะขอรับ" ผู้ติดตามคนหนึ่งของบุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้น ใบหน้าเขามักประดับด้วยรอยยิ้มประหลาด"น่าสนุกดี" ชายคนนั้นตอบสั้นๆ ท่าทางไม่ยี่หระ "ถ้าคนพวกนั้นไม่จะโต้กลับพวกเราบ้าง ข้าคงผิดหวังไม่น้อยทีเดียว"เช่นนั้นก็รอดูเรื่องสนุกให้สบายใจดีกว่า"สองสาวในคราบหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี ต่างลืมตัว จูงมือกันวิ่งกลับชั้นบน สองร่างถลาวืดผ่านผ้าม่าน รีบแย่งกันเกาะรั้วเตี้ยเพื่อให้มองเห็นเวทีได้ชัดเจน"พี่ซื่อเจ้าคะ ด้านล่างบอกว่าจะเริ่มประมูลสาวงามแล้วเจ้าค่ะ!" จิงจื่อหนี่ร้องบอกอย่างตื่นเต้น"มีเทียบชื่อสาวงามหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่หันไปถามเด็กสาวที่ยืนรับใช้อยู่"นี่เจ้าค่ะ" เด็กสาวยิ้มหวานจรุงใจ พลางยืนส่งเทียบชื่อให้"วันนี้มีประมูลห้าคนสินะ" ซื่อเซี่ยยี่ถามเมื่อเปิดผ่านๆแล้วหันไปถามจิงจื่อหนี่กับหมิงเสวี่ย "พวกเจ้าอยากชมดูกันหรือไม่""อยากเจ้าค่ะ!" เด็กสาวสองคนรีบมะรุมม
"ต๊าย ตายแล้ว ท่านฉีนี่ช่างมีสายตาแหลมคมเหลือเกิน ตอนนี้สตรีที่มีมาดเย็นชาตาดุเช่นนี้กำลังเป็นที่นิยมเลยเจ้าค่ะ!"แม่เล้ามองไป๋จิ้งเหอสายตาเป็นประกาย"...เพราะดูดุและเย่อหยิ่ง...ชายทั่วหล้าหมายมาดชนะใจโฉมสะคราญ เช่นนั้นบรรยากาศในการประมูลคงครึกครื้นขึ้นอีกเป็นแน่"ชายหนุ่มยิ้มบาง "ข้าอยากรู้จริงว่าใครจะได้นางไปครอง? และนางจะได้ราคาสูงเท่าใดกัน?""เช่นนั้นก็อย่ารอช้าเลยเจ้าค่ะ เข้าไปด้านในกันดีกว่า งานประมูลใกล้จะเริ่มเต็มทีแล้ว"แม่เล้านางนี้รีบเปิดม่านพาพวกเขาออกไปยังห้องโถง..."พี่ซื่อ ข้าเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก" จิงจื่อหนี่มองไปรอบด้านที่มีแต่บุรุษสลับกับสาวงามหน้าตาเลิศล้ำดั่งนางสวรรค์ พลางเดินตัวลีบหลบหลังซื่อเซี่ยยี่กับหมิงเสวี่ยที่เดินนำหน้า"ถ้ากลัวก็กอดพี่สาวไว้แน่นๆนะ" มือบางโอบเอวกลมไว้ ท่ามกลางสายตาริษยาของหนุ่มและสาวๆนางโลม"นายท่านเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ" เสียงหวานใสของนางคณิกาเอ่ยเชื้อเชิญหมิงเสวี่ยที่พยายามวางทางให้เหมือนเหอหลางของนาง"ด้านบนยังว่างหรือไม่?" ซื่อเซี่ยยี่ถาม หากจะหาที่นั่งที่มองได้ชัดเจนที่สุด ย่อมอยู่ด้านบนซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ดีมีสตางค์"ยังว่างอยู่เจ้
"ข้าขอเป็นสาวใช้ติดตามพวกท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ" จิงจื่อหนี่ตอบอย่างระริกระรี้"เราอาจต้องไปในสถานที่อโคจรบางที่..." ซื่อเซี่ยยี่เปรย "แต่ช่างเถอะ มีข้าไปทั้งคน จะอายอะไร"หมิงเสวี่ยกับจิงจื่อหนี่นิยมชมชอบในความกล้าหาญเกินหญิงของซื่อเซี่ยยี่ยิ่ง และหวังว่าพวกนางจะดูเข้มแข็งและองอาจไม่แพ้นางเมื่อเจริญวัยขึ้นกว่านี้"ถ้าเช่นนั้นเราจะรออันใด เสวี่ยเอ๋อร์ พาเราไปรื้อตู้เสื้อผ้าของเสี่ยวเหอดูหน่อยว่ามีชุดไหนเหมาะกับเจ้าบ้าง”เด็กสาวทั้งสองพยักหน้ารับคำอย่างร่าเริง โดยเฉพาะหมิงเสวี่ยที่รู้สึกว่าซีหนิงที่นางอยู่มาช้านานไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแผนขายไป๋จิ้งเหอให้หอนางโลมราบรื่นเป็นอย่างยิ่งฉีจู้เฉิงนั่งโบกพัดไปมาด้วยท่าทางเรียบเฉย เขาสาดผงยาสลบใส่ไป๋จิ้งเหอเพื่อจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดบุรุษเป็นชุดสตรีได้โดยที่ไป๋จิ้งเหอไม่ขัดขืน เจ้าหลิวลู่เฉินเองก็ทำตามคำสั่งของเขาได้ดี ดีเกินความคาดหมายจริงๆเขาสั่งให้หลิวลู่เฉินนำภาพวาดล่วงหน้ามาก่อน เพื่อติดต่อแม่เล้าของที่นี่ไว้ว่าเช้าวันประมูลเขาจะเป็นผู้นำแม่นางไป๋มาเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัวที่นี่ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนทีละขั้น และเขากำลังรอให้ไป๋จิ้ง
"คิดจะไปก่อกวนใครหรือ?" น้ำเสียงนุ่มนวลติดเจ้าเล่ห์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสอง ไป๋จิ้งเหอยิ้มออกมาทันทีที่เห็นบุรุษผู้มาเยือน ร่างสูงนั้นแต่งชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆ เนื้อผ้าพลิ้วไหวบ่งบอกฐานะสูงส่ง พัดที่โบกไปมาในมือเป็นภาพวาดลายพระหัตถ์ของหวงตี้องค์ปัจจุบันไป๋จิ้งเหอและเฉี่ยวเหมยรีบรุดมาประสานมือคารวะเขาอย่างนอบน้อม"ข้าน้อยคารวะโหวเหย๋""ไม่ต้องมากพิธีหรอก คนกันเองทั้งสิ้น" ฉีจู้เฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส "แล้วก็ เรียกชื่อข้าพี่ฉีดีกว่า ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวผู้อื่นแตกตื่นกันหมด""ไม่นึกว่าท่านจะมาถึงซีหนิง" ไป๋จิ้งเหอว่า "ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด""ข้าตามกลิ่นสาวงามมา" เขาตอบ "สาวงามแสนซนที่ชอบไปโน่นมานี่มิได้หยุด""อ้อ มาตามคู่หมั้นนี่เอง" ไป๋จิ้งเหออารมณ์ดีขึ้นทันตา "เช่นนั้นท่านควรรีบพานางกลับไป""แต่ข้าไม่ชอบขัดความสุขของว่าที่ภรรยา" ชายหนุ่มว่า "เห็นว่านางกำลังทำเรื่องน่าสนุกใช่หรือไม่?""นางกำลังกลั่นแกล้งข้าอยู่" ว่าพลางถอนใจ "ตอนนี้นางขโมยเหนียงซื่อข้าไปแล้ว โหวเหย๋""ท่านฉี คู่หมั้นท่านก็ขโมยภรรยาข้าไปเช่นกัน" เฉี่ยวเหมยโวยวายใหญ่พัดในมือฉีจู้เฉิงหรือโหวเหย๋พลันโบกรัวๆ จากนั
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม







