LOGINฝ่าฟันอุปสรรคนานัปประกาศ ตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของท่านแม่ทัพและท่านอ๋องที่แหวกขนมประเพณีทุกอย่างของราชวงศ์ฮั่น!
View Moreยุคสมัยหนึ่ง ราชวงศ์ฮั่น
ดวงตะวันสาดแสงแรง สายลมพัดพลิ้ว ต้นไม้ในฤดูสารท พากันเปลี่ยนสีส้มแดงจนเกิดทิวทัศน์งดงาม เงาทิวเขาสูงพาดทับลงที่หมู่บ้านใหญ่หมู่บ้านหนึ่ง ซากศพเกลื่อนพื้น เลือดสดสาดละลาน เสียงต่อสู้อื้ออึง
ข้าแซ่ซื่อ นามว่าเซี่ยยี่ อายุยี่สิบเจ็ดปี ถือกำเนิดในตระกูลแม่ทัพ ท่ามกลางลูกหลานที่เหลือน้อยนิด ข้าแม้เป็นอิสตรีกลับถูกเลี้ยงดูเช่นบุรุษ เบื้องหน้าข้าเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ขั้นหนึ่ง รั้งตำแหน่งจื๋อจินอู่ คุมกองกำลังรักษาเมืองหลวง หรือกองกำลังพิทักษ์แผ่นดินเบื้องหลังคุมหน่วยปฏิบัติการลับ รับคำสั่งโดยตรงจากองค์ฮ่องเต้และรัชทายาท...'
"ข...ข้ายอมแพ้ขอรับ!..."
หญิงสาวร่างสูงระหง ผิวกายสีน้ำผึ้งต่างจากสตรีฮั่นทั่วไป แต่งกายชุดเกราะอ่อน เหวี่ยงง้าวที่สูงกว่าร่างตนเข้าใส่กลุ่มชายฉกรรจ์
หนึ่งร่างต้องคมง้าวเข้าเต็มแรงจนร่างกายปริออก ฝนเลือดพร่างพรมเป็นบริเวณกว้าง กลิ่นไอคาวเลือดเข้มข้นคละคลุ้ง คนส่วนใหญ่เมื่อเลือดตกต้องตัวย่อมไม่เป็นสิ่งโสภา แต่สำหรับฉีจู้เฉิงแล้ว สตรีตรงหน้าที่เลือดกระเซ็นเปื้อนดวงหน้าหมดจด กลับงดงามกว่าสตรีนางใด
ชายอีกคนพุ่งร่างมา มือเงื้อดาบใหญ่เข้าใส่นาง หมายจะฟันเอวบางให้ขาดกระเด็น ทว่าง้าวสูงของนางกลับเป็นฝ่ายชิงตวัดลงที่ลำคอคนผู้นั้นเสียก่อน พลันที่บุรุษไร้ซึ่งศีรษะ ละอองเลือดสีแดงจัดก็ถูกพ่นออกมา แลดูคล้ายกับน้ำพุในสวนอย่างไรอย่างนั้น
ง้าวถูกใช้ออก ทว่าด้านหลังไร้การป้องกัน บุรุษร่างอวบเห็นทีเป็นโอกาส วิ่งเข้ามาทางด้านหลัง ทวนสีแดงพุ่งนำหน้า เล็งเข้าที่กลางลำตัวของนาง
"เซี่ยเอ๋อร์!"
นางเพียงหันศีรษะมาเล็กน้อยพอให้เห็นเป้าหมาย ชั่วพริบตานางโยกเอวหลบ กางแขนออกกว้าง ทวนยาวพุ่งแฉลบเกราะที่สีข้างและยังตรงไปข้างหน้าด้วยแรงส่งเดิม ทันใดนั้นนางก็หุบแขนตัวเอง หนีบทวนนั้นไว้แนบตัว มือบางทว่าแรงแขนไม่เบาตาม กระชากทวนนั้นไปข้างหน้าพร้อมกับถีบไปด้านหลัง กระแทกเข้ากับอกศัตรูเต็มที่
รูปร่างบอบบาง ทว่าเรี่ยวแรงมหาศาล แรงถีบนั้นผลักศัตรูถอยไปไกลพร้อมกระอักเลือดออกมาเป็นสาย
"เซี่ยเอ๋อร์ยอดรัก เจ้าเหน็ดเหนื่อยหรือไม่?” เสียงนุ่มจากบุรุษผู้หนึ่งเอ่ย ตามด้วยเสียงตวัดกระบี่ลงฟาดฟันศัตรูนายหนึ่งดังออกมา "กลับไปคืนนี้ข้าจะตุ๋นยาบำรุงให้เจ้า"
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ!" นางแค่นเสียงเย็นชา หยุดยืนนิ่งพร้อมง้าวในมือ "ต่อสู้ติดพัน ยังจะมีเวลาใส่ใจผู้อื่น”
"มิได้หรอก สุขภาพเจ้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด โอ๊ะ!" เขาตอบ มือใช้กระบี่รับการโจมตีไปด้วย
"ข้าไม่ช่วยหรอกนะ ข้าเองก็ไม่ว่างแล้ว" นางทำตามที่เอ่ย เพราะศัตรูกำลังดาหน้าเข้ามาหานางอีกระลอก
"เจ้าจะทนเห็นสามีถูกรุมเล่นงานเช่นนี้รึ?" ฉีจู้เฉิงตัดพ้อราวกับว่าตนเองกำลังจะถูกผู้อื่นเข่นฆ่า ทั้งที่ในความเป็นจริง เป็นเขาต่างหากที่กำลังไล่สังหารฝ่ายตรงข้ามไม่ลดละ
"ถ้าเจ้าอ่อนแอเช่นนั้นก็ไม่คู่ควรเป็นบุรุษของข้า!" นางพลิกปลายง้าวปักร่างข้าศึกจนแน่นิ่ง
"อา...เซี่ยเอ๋อร์ เจ้าอย่าพูดจาทำร้ายจิตใจข้าได้หรือไม่" เขาหมุนตัววาดกระบี่ออกพร้อมปราณรุนแรงจนคนที่เข้ามาล้อมอยู่กระเด็นหงายหลังออกไป "ข้าฟังแล้วมือไม้อ่อนทุกที"
ซื่อเซี่ยยี่เบ้ปาก...ดูเจ้าลูกเต่าที่ล้มเกลื่อนพื้น พวกมันสะดุดชายเสื้อชายผู้นั้นล้มไปหรือไร!? ปากก็ว่าตนอ่อนแอเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ตนเองนั้นแทบจะไร้รอยขีดข่วน อ่อนแออันใดกัน!?
"เฮ้อ...เหนื่อยยิ่ง เมื่อใดกำลังเสริมจะมาเสียที" เขาหยุดยืนมองศัตรูอีกสี่ห้าคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ ก่อนเช็ดเลือดที่เปรอะเนื้อตัวและเสื้อผ้า "รอยเลือดยิ่งซักออกยาก คงต้องทิ้งใหม่หมด"
ซื่อเซี่ยยี่เบ้ปาก คิดหมั่นไส้ไม่น้อย...ทิ้งทั้งชุด?! นั่นเป็นไหมชั้นดีที่มีแต่เชื้อพระวงศ์ที่จะใช้ตัดเป็นอาภรณ์สวมใส่เชียวนะ!
"อวดรวย..." นางบ่นอุบอิบ
"หากเจ้าอยากเก็บไปซักและปักชุนให้ข้า ข้าก็มิขัดหรอกนะ" ร่างสูงหันมาบอก ไร้ความสนใจพวกที่ยืนห้อมล้อมเอาเสียเลย "เพียงแต่ คืนนี้ข้าคงต้องเปลือยกาย อา...เช่นนั้นข้าคงถูกเจ้าเอาเปรียบอีกแล้วเป็นแน่"
"ทำอย่างกับเจ้าไม่ชอบ?" นางหลิ่วตาให้ ก่อนหันไปฟันศัตรูที่ทะเล่อทะล่าพุ่งเข้ามา "มารดากำลังพูด ใครใช้ให้บุกเข้ามา!"
"เซี่ยเอ๋อร์ อย่าอารมณ์เสียเลยนะ เดี๋ยวกลับไปข้าจะนวดให้ดีหรือไม่?"
"ดี!" พอได้ยินของรางวัลนางพลันมีกำลังใจสู้...คนผู้นี้นอกจากนวดแล้ว อย่างอื่นล้วนไม่ได้เรื่อง!
เรือนร่างบางราวอิสตรีทั่วไป ทว่าไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใดจึงได้กวัดแกว่งง้าวใหญ่ได้อย่างเชี่ยวชาญและทะมัดทะแมงเช่นนั้น
พวกศัตรูเดิมทีหลงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนางคงอ่อนล้าไม่น้อย พวกมันตั้งใจรอคอยโจมตีรุนแรงในช่วงท้าย หากทุกอย่างล้วนผิดไปจากการคาดการณ์ ไม่เพียงร่างอรชรนั้นจะไม่หมดแรงโดยง่าย หนำซ้ำการสู้รบที่เกิดขึ้นไปแล้ว นางทำราวกับเป็นเพียงการอุ่นเครื่องก่อนถึงการสังหารหมู่ของนาง...การสู้รบของนาง เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น
"หน้าไหนจะให้มารดาสอนสั่งอีกก็เข้ามา!" หญิงสาวกระดิกนิ้วเรียกพวกทีเหลือให้เข้ามา "มิเช่นนั้นมารดาจะบุกเข้าไปเอง!"
ท่าทางนางในสายตาพวกศัตรูตอนนี้ไม่ต่างจากเทพนักรบในร่างสตรี รอยยิ้มย่ามใจนั้นประหนึ่งอ่านการเคลื่อนไหวของพวกมันออกหมดทุกคน เหลียวมองรอบกาย มีซากศพเกลื่อนกลาด คนเป็นก็สาหัส บาดแผลล้วนเล็งจุดตาย พวกเขายังทำอะไรได้อีก?
เสียงอาวุธตกลงพื้นดังสนันหวั่นไหว ก่อนที่ผู้ที่เหลือรอดจะคุกเขาลงกับพื้นอย่างยอมจำนน
"จะเอาไปให้หลิงเอ๋อร์ นางต้องตกใจจนวิ่งป่าราบแน่" นางยิ้มอย่างมีแผน ทำเอาฉีจู้เฉิงบีบจมูกนางอย่างเอ็นดู"ชอบแกล้งคนเป็นที่หนึ่งนัก น่าตีจริงๆ"ฉีจู้เฉิงพูดยังไม่ทันจบคำ ปลาดาวตัวนั้นก็ถูกวางแหมะลงบนศีรษะเขา"ว้าก!!" ฉีจู้เฉิงที่รักผมตัวเองนักถึงกับร้องเสียงหลง แกะปลาดาวออกจากศีรษะตนเองวุ่นวาย ก่อนมองภรรยาคนงามที่หัวร่องอหายตรงหน้า"เหมียนเหมี่ยน!" เขาถือปลาดาวตัวนั้น เตรียมจะวางบนหัวนางบ้าง แต่นางก็วิ่งหนีไปอย่างเร็ว เขาจึงได้แต่วิ่งตามนางวนไปมาเสียงหัวเราะดังไปทั่วชายหาด เก๋อลี่ที่นั่งมองทั้งสองอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้พี่สาวจะรู้หรือไม่ ว่าเสื้อของท่านบางนัก...แค่ถูกน้ำก็ลีบติดตัวเป็นผิวหนังชั้นที่สอง จนเอี๊ยมสีขาวชัดเจนมาก...ชัดมากจนเห็นว่าปิดอกอวบๆแทบจะไม่มิดอยู่แล้ว!อิจฉาเจ้าหนุ่มนั่นชะมัด...ที่ได้โฉมงามเช่นนี้เป็นภรรยาอา...ดูนั่นสิ วิ่งไล่จับกันจนล้มลงไปทั้งคู่แล้วเพ้ย!! ประเดี๋ยวก่อน! จะจูบกันกลางหาดทรายนี่เลยรึ?!ท...ทำอะไร...ไม่...ไม่...ไม่เกรงใจคนไร้คู่เช่นข้าบ้างเลย!แถมพี่สาวยังเป็นฝ่ายจูบก่อนเสียด้วย!แล้วดูสิ! นางยังเป็นฝ่ายอยู่บนจนหน้าอกนั่นเบียดเจ้าหมอนั่นไปเต็มๆแล้ว!หน
"สตรี? ทำไมเจ้าถึงรู้ลงไปลึกขนาดนั้นล่ะ?" ซื่อเซี่ยยี่ย่นคิ้วน้อยๆอย่างนึกสงสัย"โธ่พี่สาว ท่านเพิ่งมามิรู้อันใด" ชายหนุ่มทำหน้าจริงจัง ฉวยโอกาสนี้กระแซะเข้าไปใกล้ซื่อเซี่ยยี่อีก... ไม่สิ...ถ้าพูดให้ถูกคือ กระแซะเข้าไปใกล้ 'หน้าอก' ของซื่อเซี่ยยี่จึงจะถูก"ตอนพวกมันมาปรากฏตัวแถวนี้ แรกๆมันก็ใช้วิธีประกาศรับสมัครบุรุษหน้าตาดี ค่าจ้างอย่างงาม แต่พอเห็นว่ามีบุรุษไปสมัครเพียงสองสามคน ก็เลยไม่พอใจ คงจะหล่อเหลาไม่พอต่อความต้องการ จึงบุกมาจับเอาไปเอาซึ่งๆ หน้า"ต้นแขนแกร่งกระแซะแตะสัมผัสทรวงอกของซื่อเซี่ยยี่เพียงฉิวเฉียดก็ผละออก ทั้งนึกชื่นชมในใจว่าช่างนุ่มหยุ่นยิ่ง "แต่ข้าเองใฝ่ฝันจะโดนจับไปนะ ได้ยินว่าพวกที่โดนจับไปนั้นได้เข้าหอบุรุษของท่านหญิงของพวกวาโค ร่ำลือว่าทั้งสวยและหน้าอกหน้าใจใหญ่โตนัก ถ้าได้อยู่นางข้าคงไม่อดตาย"ซื่อเซี่ยยี่ถึงกับชะงักเท้า นางมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความพิศวง…อยู่เป็นอิสระดีๆไม่ชอบ กลับชอบถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว!? ในโลกหล้ายังมีเรื่องประหลาดเช่นนี้เชียวรึ!?"อ้าว ข้าไม่เหมือนพวกท่านที่อยู่อย่างร่ำรวย ต้องปากกัดตีนถีบ ลำบากตั้งแต่เล็ก ถ้ามีโอกาสอยู่กับสาวสวย ไม่ต้อ
เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น เขาเองก็คงต้องทำตามฟูเหรินแต่โดยดี...ทั้งสองขี่ม้าย่างเยาะไปตามทาง ทั้งคู่หารู้ไม่ว่า พวกเขาถูกใครบางคนจับตามองมาระยะหนึ่งแล้ว.................ขี่ม้าขึ้นเหนือกันต่อไปอีกพักใหญ่ หลังคามุงหญ้าก็ปรากฏแก่สายตาซื่อเซี่ยยี่กับฉีจู้เฉิงลงจากหลังม้า ยืนด้อมๆมองๆอยู่ที่หน้าบ้าน จะว่าเป็นบ้านร้าง ก็สะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็น...หรือเจ้าของบ้านจะไม่อยู่?"มีใครอยู่หรือไม่?!" ซื่อเซี่ยยี่ป้องปากตะโกนเรียก"อยู่!" มีเสียงๆหนึ่งตอบกลับมา"ถ้าท่านอยู่ กรุณาออกมาพบพวกข้าหน่อย บังเอิญพวกเราหลงทาง เลยอยากถามทางจากท่านสักนิด" ฉีจู้เฉิงเอ่ยตาม"ข้าออกมาไม่ได้" อีกฝ่ายตอบกลับ จนทั้งซื่อเซี่ยยี่และฉีจู้เฉิงหันมามองหน้ากัน"เพราะข้ายืนอยู่หลังพวกท่านนี่ไงเล่า!"สองสามีภรรยาหันไปทางต้นเสียงจึงได้พบชายหนุ่มวัยราวๆยี่สิบปีผู้หนึ่งเป็นเจ้าของเสียงนั้นชายหนุ่มแต่งตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไป แต่ใบหน้าเยาว์วัยนั้นมีรอยยิ้มสดใสส่งมาทั้งที่เจอหน้ากันเป็นครั้งแรกช่างมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม...ฉีจู้เฉิงตั้งข้อสังเกตไว้ในใจ"พวกท่านจะไปไหนกันล่ะ ถึงหลงทางมาถึงนี่?" เด็กหนุ่มเอ่ยถาม"พวกเราจะไปทะเล แ
"ช่างเถอะ พวกเจ้าไม่มีเวลาฟังหรอก""ฟังขอรับ" ฉีจู้เฉิงว่าขณะที่มองภรรยาในอ้อมแขนที่ดูขัดใจน้อยๆ "ไม่ทราบว่าท่านหมอมีอะไรจะชี้แนะหรือขอรับ?"เฟิงหวงทำไม่สนใจท่าทางขัดใจของซื่อเซี่ยยี่ แต่ในใจสะใจยิ่งที่ได้ขัดจังหวะคู่รักจอมแสบคู่นี้"ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้จึงคิดว่าควรเตือนพวกเจ้าไว้เสียแต่เนิ่นๆ""ขอรับ? เตือนเรื่องใดหรือขอรับ?""ฉินหวงเต่าเป็นเมืองท่าชายทะเลที่ดี วิวก็ดี สตรีก็งาม" เฟิงหวงแกล้งออกนอกเรื่องไปไกล ตั้งใจให้ฉีจู้เฉิงอุ้มจนเมื่อย"เข้าเรื่องเถอะเจ้าค่ะ" ซื่อเซี่ยยี่ว่าด้วยน้ำเสียงขุ่นน้อยๆ"ก็เป็นธรรมดาของเมืองชายทะเลที่มีเรือต่างชาติแวะเวียนมาบ่อยๆ โดยเฉพาะพวกโกครูยอ (เกาหลี) สินค้าจากทางนั้นโดยเฉพาะโสมน่ะ ชั้นดีทีเดียว"ฉีจู้เฉิงพยักหน้าหงึกๆ แล้วตัดสินใจวางภรรยาลง "ที่ท่านจะเตือนพวกข้า คงมิใช่แค่เรื่องโสม...สินะขอรับ?""ก็...ไหนๆพวกเจ้าก็ไปแล้ว ขากลับถ้าผ่านทางนี้...""ไม่ผ่าน" ซื่อเซี่ยยี่ที่ยืนกอดโพล่งสวนขึ้นมาเฟิงหวงถอนใจแรงๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ช่วงหลังๆนี้มีพวกโจรสลัดวาโค[1] กับโกครูยอ[2]ออกอาละวาดจมเรือสินค้าไปหลายลำ บางครั้งก็ขึ้นบกมาปล้นสะดมหมู่บ้านริมทะเลจนเดือดร้
สามวันต่อมา…ซื่อเซี่ยยี่ที่สูบยาจนไม่รู้วันรู้เดือน ห้องที่นางอยู่นั้นก่ออิฐปิดหมดทั้งสี่ด้านจนแม้แต่ลมก็แทบไม่พัดเข้ามา แต่ก็ดีนักเพราะในฤดูหนาวอันโหดร้ายเช่นนี้ ห้องอับทึบมิดชิดเช่นนี้กลับช่วยให้ห้องอุ่น สิ่งเดียวที่ช่วยยึดเหนี่ยวนางไม่ให้เสียสติด้วยฤทธิ์ยา มีแต่เพียงลูกในท้อง…แค่เพียงได้คุย ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น สนามบินลั่วหยางฉีจู้เฉิงเดินลากกระเป๋ามากับเฉินไห่เยี่ยนที่เป็นคนขับรถมาส่ง ชายหนุ่มเดินไปสอดส่ายสายตามองหาร่างคุ้นตาไปพลางจนเฉินไห่เยี่ยนถอนหายใจ"อยากจะเซอร์ไพรซ์ด้วยการกลับไฟลท์เดียวกัน แต่ก็กลัวเขาจะเจอตัวก่อน เฮ้อ...นายนี่น้า..." เฉินไห่เยี่ยนไม่รู้จะว่ายังไงดีแล้วส่วนฉีจู้เฉ
"..." ฉีจู้เฉิงลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า พลางกะพริบตาปริบๆ คิดทบทวนถึงฝันเมื่อคืนเขากับเซี่ยเอ๋อร์อยู่ในชุดสีขาวแปลกตา...กำลังเข้าพิธีแต่งงาน...ฝันว่าเซี่ยเอ๋อร์มีน้องชาย และเขากับเธอก็กำลังจะมีลูก...และยัง...ของเล่นประหลาดที่ทำจากหยกนั่นอีก…พลันเขาทำท่านึกอะไรขึ้นได้ ร่างสูงผุดลุกทันที จัดเสื้อผ
เซี่ยเซี่ยของเขา ไปทำงานที่อู่ฮั่นได้สองวันแล้ว…ชายหนุ่มที่นอนคว่ำอ่านหนังสืออยู่หยิบโทรศัพท์มาดู มันยังคงเงียบกริบ ไร้ข่าวคราวใดจากคนรัก มีแต่รูปเธอยิ้มกว้างยืนชูสองนิ้วที่เขาตั้งเป็นภาพหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นเพื่อนเขา เขาเดาว่าเธออาจอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สะดวกจะติดต่อสื่อสารกับเขาได้ แต่การที่ทุกอ

















