Masuk"ข...ขนาดนั้นเชียวหรือ""เอาน่า เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติเอง แต่มันอาจจะสยองๆไปหน่อยเท่านั้น"ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้าหน้า มือกำขวดยานั้นไว้แน่น"อาหารเย็นเสร็จแล้วขอรับ" ฮุ่ยหลินเรียกบุคคลทั้งสองที่ยังนั่งคุยอยู่ในห้องรับแขก"มา ข้าช่วย" ซื่อเซี่ยยี่ทำท่ากระตือรือร้น รีบเก็บขวดยาทันที"ไม่เป็นไรๆ เจ้านั่งเถอะ" ฉีจู้เฉิงว่าอย่างใจดี ก่อนรุนหลังให้นางไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวซื่อเซี่ยยี่ทำเป็นยิ้มหวาน ปล่อยให้เขาจัดการอย่างคุ้นเคย แต่สายตาและสมองกลับวิ่งวุ่น มองหาวิธีเอายาผสมน้ำให้เขา"จู้เฉิง เจ้าทำกับข้าวเสียเหงื่อท่วมเชียว" นางว่าพลางเหลือบไปเห็นกาน้ำชาวางอยู่ "กินน้ำหน่อยไหม ข้ารินให้""ไม่เป็นไร ข้ากินมาแล้วจากในครัว" เขายิ้มตอบและนั่งลงตักข้าวใส่ชามให้นาง"อ๊ะ เหรอ?" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วรับข้าวมา เห็นกับข้าวที่เป็นของโปรดของนางแทบทุกอย่างก็อดรู้สึกผิดไม่ได้เขาทั้งตามใจ และใส่ใจนางเพียงนี้ นางจะให้ความผิดครั้งเดียวทำลายสิ่งเหล่านี้หรือ?นางก้มมองขวดยาในอกเสื้อสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของสามี ความเฉียบขาดในการลงมือยิ่งลดฮวบ"ข...ข้าไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนะ" ซื่อเซี่ยยี่ลุกพรวด ก่อนออกจากห้
"เรื่องพวกนี้ไกลตัวพวกท่านนัก แล้วข้าก็รู้ว่าท่านไม่ใช้คนที่จะเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาให้ใครฟัง" หญิงสาวว่า แล้วรับน้ำชาที่ฮุ่ยหลินชงมาให้ "อีกอย่าง ใครจะไปเชื่อว่าองค์หญิงแห่งว่าโคจะก่อเรื่องเลวร้ายพรรค์นั้นขึ้นมา""พวกสตรีไปที่ไหนมีแต่สร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย" เฟิงหวงย่นจมูกกล่าวพึมพำ แล้วเหลือบตามองมาทางซื่อเซี่ยยี่ ชี้หน้านางแล้วพูดเสียงดัง "โดยเฉพาะเจ้า!"ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน"เจ้าชนะพวกนั้นได้ แปลว่าเจ้าชั่วร้ายที่สุด!""นู่น คนชั่วร้ายสุดต้องยกให้เจ้าคนน่าตายฉีจู้เฉิงนั่น" นางชี้ไปที่ครัว "ด่าข้าซะหน้าชา แถมยังส่งใบหย่ามาให้อีก ถ้าตอนนั้นข้าไม่ไหวตัวทันป่านนี้เจ้านั้นกลายเป็นบะช่อไปแล้ว!"เฟิงหวงแค่ฟังน้ำเสียงก็รับรู้ได้ถึงความอาฆาตแค้น เขายื่นตัวชะโงกศีรษะข้ามโต๊ะไปหานาง "เจ้า...อยากแก้แค้นหรือไม่?""ก็อยากอยู่เจ้าค่ะ แต่ชอบใจอ่อนทุกที" ซื่อเซี่ยยี่กล่าวเสียงค่อย"หากข้าช่วยเจ้าเอาคืนได้ล่ะ? จะว่าอย่างไร?"ซื่อเซี่ยยี่เหยียดยิ้ม "ท่านหมอต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทนมิทราบ? ถึงได้เสนอตัวเช่นนี้""คนเป็นหมอหรือจะทำสิ่งใดหวังผล เพียงแต่อารมณ์โมโหส่งผลต่อตับกับหัวใจ ทำลายสุขภ
รีบขึ้นหลังม้า และหันมองคู่รักที่เบื้องหลัง เมื่อซื่อเซี่ยยี่ให้สัญญาณว่าพร้อมเดินทางแล้ว เขาก็ออกนำไปก่อน"ไหนบอกว่าจะให้ข้านำไปไงเล่า พี่สาว" เฉินลู่บ่นอุบ "นี่มันทางไปลั่วหยางนี่นา พี่สาวมีธุระที่นั่นหรือ?""ว่าจะแวะไปหาคนรู้จักเสียหน่อย" ซื่อเซี่ยยี่ว่าพลางยกปลาดาวตากแห้งขึ้นมาพวงหนึ่ง "ได้ปลาดาวตากแห้งมามากมาย ถ้าไม่เก็บไปฝากเดี๋ยวเขาจะด่าว่าข้าแล้งน้ำใจ""คนนั้นป่วยหนักหรือ ถึงต้องแบกปลาดาวไปมากขนาดนั้น?" เด็กหนุ่มย่นคิ้วถาม"เขาเป็นหมอน่ะ" นางตอบ"อ๋อ... แต่โรงหมอไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย มีแต่คนป่วย" อีกฝ่ายถอนใจเฮือกๆ"เจ้าจะเดินทางไปล่วงหน้าก็ได้นะ" ซื่อเซี่ยยี่ตอบหน้าตาย"เช่นนั้นข้าแวะไปบ้านเพื่อนในตัวเมืองลั่วหยางดีกว่า ได้ข่าวว่ามันมาประจำการที่นี่ อยากไปคุยให้หายคิดถึงสักที""ข้าจะอยู่แถวป่าหยางเฉิง ร้านหมอเฟิ่งหวง" ซื่อเซี่ยยี่บอกสถานที่ เผื่อเขาเสร็จธุระแล้วจะได้ตามมาถูก"แต่ถ้าพี่สาวเสร็จธุระก่อนแล้วไม่มีอะไรทำ ก็แวะมาหาพวกข้าได้เหมือนกันนะ บ้านเพื่อนข้าอยู่ตรงข้ามกับร้าน อ้วนหัวเหลา นี่ล่ะ""ได้ เช่นนั้นก็แยกกันตรงนี้" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มและโบกมือให้ จากนั้นหันไปเรียกฉีจ
หลังจากเรือเทียบฝั่งแล้ว ซื่อเซี่ยยี่กับฉีจู้เฉิงจึงขอแยกจากขบวนรับเสด็จ ด้วยเหตุผลว่ามีธุระไปทำต่อ ซึ่งองค์หญิงก็อนุญาต ซ้ำยังเอ่ยขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในครานี้ด้วย"เราจะไม่ลืมความดีของพวกท่านทั้งสามเลย" องค์หญิงตรัสพลางน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งใจ"ทรงตรัสเกินไปเพคะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มรับระรื่น "องค์หญิงเปรียบเหมือนอาคันตุกะของราชวงศ์ ยามประสบเหตุเภทภัย หากหม่อมฉันกับฉีจู้เฉิงไม่ยื่นมือเข้าช่วย ก็เสียทีเกิดเป็นขุนนางแล้ว""ถ้าได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท เราจะพูดถึงวีรกรรมของพวกท่านในครานี้ รับรองว่าพระองค์ต้องพระราชทานสิ่งของลาภยศตอบแทนพวกท่านแน่"ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มตอบ...ผู้หญิงคนนี้ ยังไม่รู้ว่าตัวเองเข้าวังไปจะได้รับความโปรดปรานหรือไม่ แต่กลับกล้าบอกว่า ฝ่าบาทต้องตอบแทนอย่างงามที่ช่วยนาง มิใช่มีความมั่นใจเกินปกติก็ต้องมีแผนการอะไรบางอย่างเป็นแน่"ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันกับฉีจู้เฉิงมิเคยหวังลาภยศ เพียงต้องการรับใช้บ้านเมือง" ซื่อเซี่ยยี่กล่าวจริงจัง "หากคนดีต้องการความช่วยเหลือ หม่อมฉันย่อมช่วยเหลือสุดกำลัง แต่หากเป็นคนเลว ไม่ว่าเป็นใคร ยิ่งใหญ่สูงศักดิ์ปานใด หม่อมฉันกับฉีจู้เฉิงย่อมไม่ปล่อยม
ซื่อเซี่ยยี่ผงกหัวเร็วๆ "ข้าเสียใจมากเลยรู้หรือไม่? ได้แต่ถามตนเองว่าทำอะไรผิดไป""ไม่ ไม่ ข้าผิด ข้าผิดเอง เจ้าตีข้าเถอะ" เขายกมือนางมาตีแก้มเขาไปมา"ไม่เอา...เจ้าตีตนเองไปแล้วมิใช่หรือ?" นางพยายามดึงมือหนีไปด้วย"ต่อให้ตีเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก" เขาว่า "ตอนนั้นข้าปากร้ายน่ารังเกียจขนาดข้าเองยังตกใจเลย" พูดไปเขาก็อยากเฉือนปากตัวเองทิ้งเหลือเกิน"นึกว่าพูดจากใจจริงเสียอีก" สตรีในอ้อมอกเขาหัวเราะเบาๆ" เจ้าด่ามาที ข้านี่อยากโขกศีรษะร้องขอชีวิตเลยเชียว""ถ้าตอนนั้นเจ้าโขกศีรษะจริง ข้าจะกัดลิ้นตาย!! องค์หญิงเน่าเหม็นเฉาฉุ่ย ข้าไม่สนแล้ว!"ซื่อเซี่ยยี่หัวเราะร่วน แล้วเอามือลูบหน้าลูบคางเขาอย่างคิดถึงจับใจ "ไว้ถึงฝั่งแล้ว เราหาโรงเตี๊ยมดีๆ รำลึกความหลังสักหน่อย แล้วค่อยกลับฉางอัน ดีไหม?" นางเอานิ้วเขี่ยสาบเสื้อเขาไปมา"กลัวก็แต่ลูกสุนัขของเจ้าจะมาขัดคอน่ะสิ""ไม่หรอกน่า เขาก็แค่แหย่เล่น พอขึ้นฝั่ง เขาก็กลับไปประจำหน้าที่ตามเดิม" นางว่า "เลิกหึงเจ้าหอยตลับน้อยได้แล้วน่า""ช่วยไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้เจ้ามีเสน่ห์กับพวกบุรุษมากเพียงนี้กันเล่า?" โหวหนุ่มว่าอย่างหึงหวง วงแขนก็กระชับแน่นกว่าเดิม"หึๆ ข้านั
"ที่บ้านเจ้าไม่มีครอบครัวรออยู่หรืออย่างไร?" ซื่อเซี่ยยี่ถาม"แม่ข้าที่เป็นคนในครอบครัวคนสุดท้ายเพิ่งจากไปเมื่อปีที่แล้ว แล้วก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก" เขายิ้มแกนๆ "เห็นไหม แบบนี้ก็สะดวกพี่สาวไม่ต้องส่งอัฐิกลับบ้านเกิดด้วย"ซื่อเซี่ยยี่คิดหนัก ดูท่าเจ้านี่จะเกาะนางยิ่งกว่าทาก นางน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉีจู้เฉิงนี่สิ...ถึงนางจะยังเคืองเขาอยู่ แต่จะเอาเด็กผู้ชายอีกคนมาติดสอยห้อยตามเช่นนี้ บุรุษใดก็คงยากจะยอมรับยังไม่นับรวมถึงว่านางเพียงเคืองเขา มิได้หมดรักเขาเสียหน่อยเฮ้อ...."...ข้าล้อเล่นน่ะ" หลิวลู่เฉินว่าเมื่อเห็นซื่อเซี่ยยี่ทำท่าหนักใจ "ข้าหมดภารกิจตรงนี้ข้าก็ต้องกลับบ้านสิ"ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้าแล้วยิ้มให้ "เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้""ตกลงว่า?" หลิวลู่เฉินกลับทำหน้างง"อ้าว ก็ลงเรือแล้วมาทางไหน เจ้าก็กลับไปทางนั้นเลยไง""นี่ข้าตั้งใจจะไปส่งพี่สาวถึงฉางอันเลยนะ""จะตามไปส่งหรือจะตามไปปั่นหัวฉีจู้เฉิงมิทราบยะ?""ทั้งสองอย่าง" เด็กหนุ่มตอบตาใสระรื่น"พอเลย! หากเจ้าแกล้งเขาอีก ข้าจะตีเจ้าให้หลังลายเลย!" หญิงสาวทำตาดุ"ธ่อ พี่สาวอ่ะ...""ไม่ต้องมาทำหน้าเช่นนั้น จะดีจะเลวเขาก็เป็นคนของข้า!"
หลังจากตรากตรำเตรียมงานหามรุ่งหามค่ำมากันหลายวัน ในที่สุด คณะราชทูตที่เดินทางมาเชื่อมสัมพันธไมตรีก็ได้เดินทางมาถึงฉางอัน ซื่อเซี่ยยี่รีบร้อนออกจากจวนไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันเปลี่ยนสี อากาศด้านนอกยังหนาวเหน็บ แต่ฉีจู้เฉิงยังงัวเงียตื่นมาส่งนางที่หน้าจวน เขาสั่งนางแล้วสั่งนางอีกราวกับจะส่งนางไปรบกับพวกน
"ท่านแม่ทัพ! ท่านบอกลูกสุนัขสองตัว แต่เหตุใดตีข้าอยู่คนเดียวล่ะขอรับ!""เป็นบ่าวต้องรับโทษแทนนาย!"ฉีจู้เฉิงเห็นว่าทั้งสามรู้จักกันเป็นอย่างดีก็เบาใจ ใจหนึ่งก็อยากจะปล่อยให้นางตีจนสาแก่ใจอยู่หรอก...สงสารก็แต่บ่าวที่รับผิดแทนนายผู้นั้นจะห้ามดีหรือไม่?"เห็นหรือไม่ ต่อให้แต่งตัวดีเพียงใด เหมือนสตรีเ
"ไปซื้อโคมกันไหม" ซือเซี่ยยี่ชี้ไปยังร้านขายโคมไฟหลากสีสัน "ข้าจะซื้อเอาไปแขวนที่หน้าบ้าน""ไว้ซื้อขากลับสิ จะได้ไม่ต้องถือไปถือมา อย่างไรเราก็ต้องกลับทางนี้อยู่แล้ว""ไม่ได้ๆ หากกลับมาซื้อทีหลังแล้วลายที่ชอบไม่มีจะทำอย่างไรเล่า""ได้ เช่นนั้นตามใจเจ้า" จู้เฉิงหัวเราะน้อยๆ แล้วพานางไปที่ร้านขายโคม
ซือเซี่ยยี่หัวเราะออกมา คนพิลึกบ้าบวมเช่นนี้ บอกใครใครจะเชื่อว่าเป็นขุนนางชั้นโหว"ข้าเอาไม้บนสุดนั่น!" นางป้องปากบอกเขา"ได้!" เขาเหยียดมือสุดแขนแล้วคว้าถังหูลู่มาให้นางสองไม้"อ๊าา ไม้นั้นน่ากินจังเลย!" เด็กๆร้องกันเซ็งแซ่ "ข้าจะเอาไม้บนด้วย""เอาด้วยๆ"เขาก้มมองมนุษย์ตัวจิ๋วที่ร้องกันเซ็งแซ่แล้ว







