Mag-log inอ๋องห้าบ้าราคะ เมื่อแม่ทัพหญิง ‘หยางชิงอี้’ พ่ายแพ้ศึกให้แก่อ๋องห้า ‘หลี่หลงจิ่ง’ แห่งแคว้นต้าจิ้น นางจำต้องตกเป็นเชลยและถูกอุ้มกลับค่าย เพื่อแลกกับความอยู่รอดของทหารใต้บังคับบัญชา นางจึงจำใจต้อง ‘ปรนนิบัติ’ อีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง ทว่าเหตุใดอ๋องห้าผู้นี้จึงได้บ้าราคะและเรียกร้องไม่รู้จักพอเช่นนี้! อ๋องสามบ้ากามยิ่ง เพื่อตามหาพี่สาวที่หายตัวไป ‘มู่ซีหว่าน’ จึงแฝงตัวเข้าหอคณิกาเพื่อเข้าหาผู้ต้องสงสัยอย่างอ๋องสาม ‘หลี่หลงฮ่าว’ หากเขาจะร่วมอภิรมย์กับนางก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดจึงไม่รู้จักเลือกสถานที่ แม้แต่ใต้เตียงผู้อื่นเขาก็ยังไม่เว้น ช่างบ้ากามสิ้นดี! อ๋องสี่ขยี้บุปผา ‘มู่ซีเหม่ย’ หัวหน้าหน่วยบุปผาเพลิง ได้รับมอบหมายให้ไปทำภารกิจลับเพื่อชี้แนะเรื่องบนเตียงแก่ ‘หลี่หลงเฟิง’ อ๋องสี่ผู้เย็นชาและไร้ความสนใจในม่านมุ้ง ทว่าไม่ว่านางจะยั่วยวนด้วยวิธีใด บุรุษไร้อารมณ์ผู้นี้ก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี หากเป็นเช่นนี้ นางก็คงต้องงัดทุกกลยุทธ์มารบกวนใจเขาให้รู้แล้วรู้รอด!
view moreหลี่หลงจิ่งกอดกระชับเอวบางเข้ามาแนบชิดบดเบียดความเป็นบุรุษเข้าหาบุปผางามราวกับจะตอกย้ำความสัมพันธ์ของเขาและนางให้ฝังลึกลงไปกลางใจหญิงสาวผวากายหลุดเสียงครางหวานออกมาจนตนเองยังเขินอายใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกแผดเผา หยางชิงอี้ใคร่ครวญความรู้สึกตัวเองเพียงครู่ ในที่สุดจึงพยักหน้าตอบรับ“ข้า…ยินดี” “หึ ๆ ดียิ่ง ข้าดีใจมากรู้หรือไม่” ดวงตาคมกล้าทอประกายระยิบระยับดุจธารดารา ในอกราวกับมีใครเอาน้ำผึ้งมาชโลมหัวใจ ชายหนุ่มอดไม่ไหวประทับจุมพิตอ่อนหวานคลอเคลียกับริมฝีปากบางไม่ห่าง หยางชิงอี้คล้ายจะตระหนักได้ว่าเรื่องราวกำลังจะเลยเถิดอีกแล้วจึงรีบผลักแผ่นอกหนาออกไป“ข้าต้องเขียนจดหมายส่งไปให้ท่านพี่ ท่านอย่าได้ซุกซน” “ไม่ต้องรีบร้อน พรุ่งนี้เช้าก็ยังทัน ยามนี้เราสองคนยังมีเรื่องสำคัญต้องสานต่อ” หลี่หลงจิ่งกระซิบเสียงแหบพร่าพลางขยับมือเลื่อนลงต่ำจับยึดเอวคอดยกขึ้นเหนือความแข็งขืนที่ผงาดง้ำดั่งธงรบ หญิงสาวก้มมองความใหญ่โตของเขาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งสรรพางค์“หลงจิ่ง ท่านรู้จักคำว่ายับยั้งชั่งใจหรือไม่!”“หึ! มีคนงามอยู่ข้างกายไหนเลยจะอดทนได้เล่า” สิ้นเสียง
ครั้นพายุอารมณ์ราคะสงบลงสติที่ล่องลอยหายไปของหยางชิงอี้ก็กลับคืนสู่ร่าง คราวนี้นางไม่ได้ไม่พอใจกับการกระทำที่ลึกซึ้งของเขา และไม่ลืมความตั้งใจเดิมที่จะพูดคุยเรื่องราวสำคัญอีกฝ่าย คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงผุดลุกขึ้นไปทิ้งตัวลงบนตักแกร่งของหลี่หลงจิ่งทันที “ฮื้ม....นี่ถือเป็นการยั่วยวนได้หรือไม่” ชายหนุ่มกล่าวพลางวาดแขนโอบรัดเอวบางเข้ามาแนบชิด ทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังคงเปลือยเปล่าทำให้อะไรต่อมิอะไรสัมผัสกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างเพลิดเพลิน รอคอยว่าร่างนุ่มนิ่มกำลังจะทำสิ่งใด “ข้ามีเรื่องจะขอ” “ได้สิ อยากได้อีกรอบใช่หรือไม่ โอ๊ย!” หยางชิงอี้ทนกับความหื่นกามของเขาไม่ไหวจนต้องบิดเนื้ออ่อนบริเวณเอวสอบไปหนึ่งที หลี่หลงจิ่งที่ถูกคนงามทำร้ายร่ายกายจึงแสร้งร้องโอดโอยเรียกความเห็นใจ ทว่าดวงตากับเปล่งประกายหยอกเย้ายียวน “ข้ากำลังพูดเรื่องจริงจัง ท่านอย่าทำเป็นเล่นได้หรือไม่” “เอาล่ะ ๆ ข้าจริงจังก็ได้ เจ้าอยากขอสิ่งใดเล่า” ได้ยินดังนั้นหยางชิงอี้ไม่ตอบเขาในทันที หากแต่ดึงรั้งลำคอหนาเข้ามาแนบชิดพร้อมจุมพิตแก้มสากแผ่วเบาราวกับจะออดอ้อน ร่างกายชายหนุ่มพลันแข็งทื่อไปชั
“อ๊ะ! หลงจิ่ง เจ้า…” หยางชิงอี้กำลังจะบอกว่าเขาอย่าพูดจาเหลวไหล ทว่าต้องหยุดชะงักเมื่อสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมที่จ้องตอบมาอย่างจริงจัง ไม่มีความสั่นไหวแม้เพียงนิด กลับเป็นนางเสียอีกที่ไม่กล้าสู้สายตาเขาจนต้องเบนหน้าหนีไปทางอื่น อ๋องห้าใช้โอกาสนี้ก้มลงซุกไซ้ลำคอระหงสูดดมความหอมหวานเข้าเต็มปอด มือที่ว่างจากการเคล้นคลึงเต้างามกำลังเคลื่อนไปตามหน้าท้องแบนราบกระทั่งถึงเนินเนื้ออวบอูมชุ่มฉ่ำ...“อ๊ะ ยะ อย่าเพิ่ง” “หึ ๆ รัดข้าแน่นถึงเพียงนี้ ไยต้องปฏิเสธเล่า” เสียงกระซิบหยอกเย้าสั่นพร่ากอปรกับมือหนาที่รุกล้ำเข้ามาภายในตัวนาง สร้างความวาบหวามกำซาบซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์ หยางชิงอี้ได้แต่เปล่งเสียงครางหวานให้คนฟังรู้สึกฮึกเหิมมือหนากวาดรายงานทางการทหารบนโต๊ะตกกระจัดกระจาย พลิกกายเล็กให้นอนราบก่อนจะทาบทับลงไปบดจูบเร่าร้อน ป้อนความกระสันซ่านด้วยนิ้วแกร่งที่เริ่มขยับเข้าออกช่องทางคับแคบรัวเร็ว “อ๊ะ อ๊ะ อ๊า” “อืม..เจ้างดงามมาก” เขาผละริมฝีปากอกจากกลียบปากอวบอิ่มเอ่ยชหญิงสาวเสียงกระเส่า หยางชิงอี้หลับตาพริ้มแยกเรียวขากว้างเผลอแอ่นสะโพกตามนิ้วยาวที่เคลื่อนขยับถี่ระรัวจนเกิดเสียงน่าอาย
บ่ายวันนั้นหยางชิงอี้ได้เดินสำรวจค่ายทหารต้าจิ้นสมใจ โดยมีหลี่หลงจิ่งตามประกบไม่ห่าง ชายหนุ่มมองคนตัวเล็กที่พุ่งถลาเข้าหาดาบกระบี่ที่เรียงรายอยู่บนชั้นวาง เห็นนางหยิบนู่นจับนี่อยู่เป็นนานสุดท้ายใบหน้าหวานก็แสดงอารมณ์ยุ่งยากออกมา “เป็นอันใดไป อาวุธของข้ามีปัญหาตรงที่ใดหรือ” “ไม่มี” หยางชิงอี้ตอบโดยไม่เงยหน้าจากดาบยาวในมือ พลางคิดในใจว่าหากเผ่าของนางมีอาวุธเช่นนี้ไว้ใช้ในกองทัพยังจะต้องกลัวใครมารุกรานอีก “แล้วเหตุใจเจ้าจึงทำสีหน้ายุ่งยากใจถึงเพียงนี้เล่า” “ข้าแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ช่างเถอะ ๆ” นางปัดมือไปมาในอากาศก่อนจะเดินผละจากไปสำรวจจุดอื่นในค่าย ระหว่างทางที่เดินผ่านทหารชั้นผู้น้อยของต้าจิ้น พวกเขาต่างก็มองนางด้วยแววตาแปลกประหลาด แน่สิ ก็นางถูกจับมาในฐานะเชลยแต่กลับทำตัวตามสบายเสียจนนึกว่าตนเองเป็นหนึ่งในแม่ทัพของแคว้นไปเสียแล้ว คิดมาถึงตรงนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะหันไปหาคนข้างกาย เป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายมองมาที่นางพอดี “ชิงชิง ข้าต้องกลับไปเขียนรายงานส่งราชสำนัก หากเจ้าเดินจนทั่วแล้วก็ตามไปที่กระโจมข้าก็แล้วกัน” “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะหนีหรือ” หยางชิงอี้เลิกคิ้วถาม











