เข้าสู่ระบบข่าวการหายตัวไปของดาราสาว ยังมีให้เห็นทุกวัน เมื่อเธอไม่รับสายดาราราย และไม่ตอบข้อความ ภาพและคลิปของเธอก็หลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของดาราราย หรือเสี่ยวินิชย์กันแน่ เพราะสองคนนั้นต่างก็ขู่อาฆาตเธอ ภาพและคลิปที่หลุดออกมาล้วนแต่เป็นภาพตัดต่อ ผู้หญิงในคลิปหุ่นใกล้เคียงกับเธอก็จริงแต่สัดส่วนต่างกันมาก นมเธอไม่ล้นมือขนาดนั้น และที่สำคัญไม่เคยผ่านมีดหมอเลยสักครั้ง
“โอ้ย! ปวดหลังตาย” ขำให้นางแบบในคลิปที่นมล้นหน้าอก ถ้าหน้าอกเธอใหญ่ขนาดนั้น หลังคงหัก เพราะช่วงตัวกับนมไม่สัมพันธ์กัน
รอจนมืดก็ไม่มีทีท่าว่าผู้ชายคนนั้นจะมาเปิดบ้านให้เธอ ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างก็ยิ้มให้ บางคนก็เข้ามาทักทาย คงรู้แล้วว่าเธอเป็นดารา วันทั้งวันข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยสักเม็ด เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอ แอนนี่เป็นอีกคนที่ติดต่อมา แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่รับสาย เธอคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ชาวบ้านที่เห็นคงโพสต์ลงโซเชียล อีกไม่นานนักข่าวก็คงตามมา
กระบะสี่ประตูยกสูง ที่ขับมาจอดหน้าบ้าน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ลงมาเปิดประตูรั้ว ทำให้แสนรักตาสว่าง
“สองทุ่ม!” นี่เขาปล่อยให้เธอรอถึงสองทุ่มเลยเหรอ โชคดีที่เติมน้ำมันมาเต็มถัง จึงติดเครื่องยนต์บ้าง ฝนตกทำให้ไม่ร้อนเปิดกระจกได้เป็นพัก ๆ
“ยังไม่กลับอีก” ต้นหมื่นบ่นกับตัวเอง เมื่อเห็นว่าแสนรักยังไม่ไปไหน
“ยังไม่ทันดับเครื่องยนต์ รถคันหรูก็ขับตามเข้ามาจอดเทียบข้าง ๆ รู้อย่างนี้รีบลงไปปิดประตูก็ดี ชายหนุ่มคิดในใจ
“เอาจนได้นะแสนรัก” พูดกับตัวเองก่อนจะเปิดประตูลงมา
แสนรักมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถลงมา ที่นี่มืดและเงียบมาก จนทำให้รู้สึกวังเวง ตอนอยู่ข้างนอกไม่เป็นแบบนี้ กวาดตามองไปรอบ ๆ บ้าน ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ต้นมะกอกป่า กับต้นมะขวิดสูงใหญ่ที่ทอดเงาดำทมึน ปู่บอกว่ามะกอกกับมะขวิดมีอายุราว ๆ ร้อยปี เพราะตอนมาซื้อที่ก็มีสองต้นนี้อยู่แล้ว
“เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” วิ่งมาดักหน้าเขาเอาไว้ เมื่อต้นหมื่นกำลังจะเดินไปอีกทาง
“อะไรอีกคุณ ผมเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ฉันจะอยู่ที่นี่”
“เชิญครับ” เข้ามาขนาดนี้ไล่ก็คงไม่ไป แล้วเขาจะทำอะไรได้
“ฉันหมายถึงฉันจะอยู่ในบ้านกับคุณ!” น้ำเสียงที่ใช้เข้มขึ้น เพราะโมโหกับความเรื่อยเปื่อยของเขา ให้เธอรอทั้งวันทั้งหิวทั้งถูกยุงกัด ไม่โมโหก็แปลกแล้ว
“เชิญครับ มีห้องอยู่สองห้อง ไม่ว่างเลยสักห้อง คุณเลือกเอาก็แล้วว่าจะอยู่ห้องไหน เข้าไปสิ ผมเหนื่อยอยากนอนจะแย่อยู่แล้ว”
“เหนื่อย อยากนอน แล้วกลับมาเอาป่านนี้เนี่ยนะ ย้อนแย้งไปไหม คุณจงใจหลบหน้าฉันมากกว่า” ต้นหมื่นขมวดคิ้วให้กลับข้อกล่าวหาของเธอ ที่มีความน้อยใจปนอยู่ในนั้น ถ้าเป็นแฟนกันเค้าคงคิดว่าเธอกำลังหึงหวงและน้อยใจ กับการกระทำของเขา
“แล้วแต่จะคิด” ตากลมโตกะพริบถี่ ๆ เมื่อได้ฟังคำตอบของเขา เมื่อกี้เธอถามอะไรออกไป
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าฉันจะปลอดภัย”
“วิ่งเข้ามาขออยู่กับผู้ชาย มีอะไรต้องกลัวอีกคุณ”
“ถ้าเกิดคุณทำร้ายฉันขึ้นมา ฉันจะทำยังไง”
“นั่นประตู เชิญครับ” ชี้นิ้วไปที่ประตูรั้วที่ยังเปิดอยู่ ถ้าไม่แน่ใจก็รีบกลับไป เรียกร้องจะอยู่ที่นี่ให้ได้ แล้วมาถามหาความปลอดภัย เขาก็ผู้ชายมีเลือดเนื้อและความรู้สึก ไม่ใช่คนดีและไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
แสนรักค้อนให้เขาวงโต มาถึงขั้นนี้แล้วเธอไม่ถอยเด็ดขาด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะมีการพิสูจน์โฉนด ถ้าผลออกมาว่าโฉนดของต้นหมื่นเป็นของปลอม เขาจะต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ และจ่ายค่าเสียหายให้เธอ
“ฉันไม่กลับ”
“งั้นก็เข้าบ้าน ผมจะไปปิดประตูรั้ว” พูดจบก็หันหลังเดินจากไป แสนรักมองซ้ายทีขวาที ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน มีไฟส่องทั่วบริเวณบ้านก็จริง แต่ก็วังเวงจนน่ากลัว
“รอด้วยสิคุณ” แทนที่จะเข้าบ้านตามที่เขาบอก แต่แสนรักกลับวิ่งตามไปติด ๆ บรรยากาศยามค่ำคืนวังเวงและน่ากลัว เธอเคยเล่นละครผี แต่ก็ไม่น่ากลัวขนาดนี้ เวลาที่นกร้องออกมาแต่ละครั้ง ก็ชวนให้ขนลุก บวกกับแมลงกลางคืนที่ส่งเสียงร้องระงม ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวไปกันใหญ่ อยู่ในช่วงล่าท้าผีของรายการคนอวดผีชัด ๆ
“รอด้วยสิ” ตามมายังไม่พอ ยังเดินตามแบบตัวติด ต้นหมื่นมองการกระทำของหญิงสาว เดาได้ว่าเธอคงกลัว บรรยากาศน่ากลัวก็จริงแต่ไม่มีผีแน่นอน เธอเพิ่งมาวันแรกเลยยังไม่ชิน เป็นแบบนี้ก็ดีจะได้ออกไปเร็ว ๆ
“ทำไมไม่เปิดไฟให้สว่างทั่วบ้าน” น้ำเสียงที่ใช่เบาลง กิริยาอาการก็เช่นกัน ดูนุ่มนวลขึ้นกว่าตอนเข้ามาครั้งแรก
“ผมอยู่คนเดียว” ตอบแค่นี้พอ อยู่คนเดียวชินเสียแล้ว ใช้แค่พื้นที่ในบ้าน เข้าบ้านแล้วเข้าห้องนอน เพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ จึงไม่พิถีพิถันกับความเป็นอยู่วันไหนเมามาก็นอนอย่างนี้เลย
บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว ภายในมีสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ มีห้องโถงด้านหน้าและมีครัวอยู่ข้างหลัง ปู่บอกว่าสร้างบ้านหลังนี้ตั้งแต่แต่งงานกับย่าใหม่ ๆ ตอนนั้นยังไม่มีลูก จึงสร้างแค่พออยู่อาศัย แล้วค่อยต่อเติมที่หลัง แต่ก็ไม่ทันได้ต่อเติมเพราะย้ายไปอยู่กรุงเทพเสียก่อน เลยปิดเอาไว้ ทุกอย่างถูกรีโนเวทหมดแล้ว จึงไม่เห็นของเดิม
“คุณนอนห้องนั้นก็แล้วกัน” ชี้มือไปยังห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ที่เป็นห้องเก็บเสื้อผ้าของเขา
“ไม่มีเตียง ไม่มีที่นอน มีแต่เสื้อผ้าคุณเต็มไปหมด แล้วฉันจะนอนยังไง” โวยวายเมื่อเปิดเข้าไปดูด้านใน จนคนที่หมุนลูกบิดประตูเพื่อจะหนีเข้าห้องตัวเอง ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
“อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป”
“ขนเสื้อผ้าของคุณออกไปสิ”
“พอเถอะคุณดารา ผมเหนื่อยและปวดหัวมาทั้งวันแล้ว อยากอยู่ก็ทำเอาเอง” พูดจบก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปด้านใน ทิ้งให้หญิงสาวยืนคว้างอยู่อย่างนั้น
“อยากอยู่ก็หาวิธีเอา” เปิดพัดลมให้ส่ายไปมา แล้วล้มตัวลงนอน อากาศหลังฝนตกเย็นสบาย ไม่ต้องเปิดแอร์ก็อยู่ได้ งานหนักที่ทำทุกวัน คือยานอนหลับชั้นดี
“คนบ้า คนเฮงซวย” แสนรักก่นด่าชายหนุ่มในใจ คงต้องหาคนมาช่วยทำความสะอาด เพราะห้องนี้ไม่ต่างจากห้องเก็บของ ทางจะเดินยังไม่มี แล้วเธอจะอยู่ได้ยัง
“ต้นหมื่น คนนิสัยไม่ดี” เวลานี้เธอจะไปหาคนงานที่ไหน และไม่รู้จักใครสักคน มืดมนและสับสนไปหมด เมื่อวานเธอยังเป็นนางเอกอยู่เลย วันนี้กลายเป็นดาราตกอับไปแล้ว แม้แต่ที่ซุกหัวนอนยังไม่มี
รีสอร์ทและร้านอาหารถูกเนรมิตขึ้น ท่ามกลางขุนเขาและสวนเมล่อน ช่างรับเหมาทำงานและส่งงานตามเวลา ห้าเดือนที่นี่แตกต่างไปจากเดิมมาก จากที่มีแค่ไร่เมล่อน ออฟฟิศ และร้านกาแฟ แต่ตอนนี้กลายเป็นรีสอร์ทที่สวยงาม ต้นหมื่นให้พรพรรณกับวิชัยจัดการเรื่องจัดหาพนักงานตำแหน่งต่าง ๆ ก่อนจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ทุกคนต่างก็วุ่นวายไปหมด “มีคนมาสมัครงานน่ะพี่ต้น” วิชัยบอกกับเจ้าของรีสอร์ทที่เอาแต่ทำงาน จนลืมวันลืมคืน คำบอกเล่าของลูกน้องทำให้หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่น ปรกติก็พิจารณากันเองไม่เห็นต้องมาถามหรือปรึกษาเค้า “พรไปไหน” ถามเพราะหน้าที่นี้เป็นของพรพรรณ “อยู่ แต่พรไม่กล้าตัดสินใจเอง เลยให้ผมมาถามพี่” “ทำไม ปกติก็รับกันเอง ผู้หญิงหรือผู้ชาย มาสมัครตำแหน่งอะไร ทำไมถึงตัดสินใจไม่ได้” ใส่มาเป็นชุดเพราะไม่พอใจที่เรื่องแค่นี้ก็ตัดสินใจกันไม่ได้ “ผู้หญิง พี่ไปดูเองเถอะ ผมตัดสินใจไม่ได้ เพราะตำแหน่งที่เธอมาสมัครไม่เกี่ยวกับผม” “อะไรของมึง เธอมาสมัครตำแหน่งอะไร!” ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห รับไม่ได้หรือเต็มก็แค่ไล่ออกไป
แอนนี่ตามแสนรักออกไป และได้พูดคุยกัน แอนนี่อาสาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ ถ้าแสนรักอยากอยู่ต่อ แสนรักขอให้แอนนี่ช่วยแถลงข่าวให้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยผ่าน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้คงต้องพูดออกมาบ้าง ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปให้พ้นจากวงการนี้ “แสนจะไปอยู่ที่ไหน” แอนนี่ถามเพราะรู้ว่าแสนรักไม่มีใคร ญาติที่มีก็เหมือนไม่ใช่ญาติ จ้องจะเอาเปรียบและหาผลประโยชน์กับแสนรักไปวัน ๆ “ยังไม่รู้เลยค่ะ พี่แอนไม่ต้องห่วงนะคะ แสนเอาตัวรอดได้” บอกกับสาวสองเพื่อให้เธอสบายใจ เพราะรู้ว่าแอนนี่เป็นห่วงเธอมาก “จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง แสนมีบุญคุณกับพี่ พี่รักแสนนะคะ” “อย่าพูดแบบนี้สิคะ ถ้าไม่มีพี่คอยช่วยเหลือ แสนคงมาไม่ถึงวันนี้ พี่แอนนี่กลับบ้านเถอะค่ะ บอกคุณป้าด้วยนะคะว่าแสนคิดถึง” “แสนจะกลับไปที่อุทัยธานีหรือเปล่า” อุทัยธานีที่แอนนี้พูดคงหมายถึงบ้านหลังนั้น ที่เคยเป็นของเธอ “ป้าขายบ้านหลังนั้นไปแล้ว แสนคงไม่กลับไปอีก” “แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะค่ะ พี่เห็นเขากอดและพยายามปกป้องแสน” ถามถึงต้นหมื่น วันนั้นแอนนี่
เมื่อภาพและข่าวของต้นหมื่นหลุดออกไป ส่งผลให้นักข่าวแห่กันมาเต็มไร่เพราะต้องการข่าวของผู้ชายปริศนาที่อยู่กับแสนรักในรูป ไร่เมล่อนของต้นหมื่นถูกนำไปออกรายการโทรทัศน์ สร้างความสนใจให้กับคนที่ติดตามข่าวของแสนรักเป็นอย่างมาก ต้นหมื่นกลายเป็นคนที่สื่อต้องการตัวมากที่สุด โทรศัพท์ในออฟฟิศดังไม่ขาดสายเพราะนักข่าวต้องการสัมภาษณ์เขา และเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ สิ่งที่ไม่คาดคิดที่เป็นผลพวงมาจากข่าวก็คือ ยอดสั่งเมล่อนและแคนตาลูปจากสวนของเขาพุ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว คนที่มีความสุขที่สุดน่าจะเป็นพิมพ์ศิริ ข่าวทำให้ยอดสั่งเมล่อนเพิ่มขึ้นจากที่เคยโมโหที่พรพรรณบอกนักข่าวก็หายเป็นปลิดทิ้ง เพราะผลที่สะท้อนกลับมาคือเรื่องดี และที่ทำให้สาวน้อยสะใจก็คือพรพรรณถูกต้นหมื่นตำหนิ เพราะวิชัยบอกให้ต้นหมื่นรู้ว่า พรพรรณเป็นคนบอกกับนักข่าวว่าแสนรักอยู่ที่นี่ ต้นหมื่นรู้ว่าที่เป็นแบบนี้น่าจะมาจากความหึงหวง เพราะพรพรรณชอบเขา ต่อไปนี้เค้าต้องระวังตัวให้มากขึ้น เว้นระยะห่าง และบอกกับพรพรรณไปตามตรง ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน “พรขอโทษค่ะพี่ต้น พรทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ” คำสารภาพของพรพร
เสียงเอะอะโวยวายและเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านปลุกคนทั้งสองให้ตื่นขึ้น แสนรักงัวเงียบิดขี้เกียจไปมาอยู่ในอ้อมแขนของคนที่นอนตาค้าง อยู่กับที่ เพราะตกใจกับภาพตรงหน้า “เสียงอะไรคะคุณ” คนในอ้อมแขนยังไม่ยอมลืมตา ขาเรียวสวยก่ายอยู่บนท่อนขาแกร่ง เมื่อตั้งสติได้ร่างสูงจึงพลิกตัวขึ้นไปบังคนตัวเล็กเอาไว้ เพื่อให้เธอพ้นจากกล้องนับสิบตัว ที่กำลังถ่ายรูปเธอกับเขารัว ๆ “อย่าถ่ายนะ! ฉันบอกว่าอย่าถ่ายไง!” แอนนี่ที่วิ่งตามมาทีหลังร้องโวยวาย ผลักนักข่าวออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปหาแสนรักที่ยังหลับอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายปริศนา “แสน...แสนรัก ตื่นเถอะครับ” ต้นหมื่นเรียกหญิงสาว เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้นักข่าวแห่มาที่บ้านของเขา แล้วถือวิสาสะขึ้นมาบนนี้ แอนนี่เองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นสภาพของแสนรัก เสื้อผ้ายังอยู่ครบชุดก็จริง แต่ภาพที่ออกมาก็ชวนให้คิดดีไม่ได้เลย ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกอีกแล้ว เธอได้ข่าวว่ามีคนแจ้งกับนักข่าวสำนักหนึ่งว่าแสนรักอยู่กับผู้ชายที่นี่จึงรีบตามมา ดารารายก็ตามมาด้วยแต่ก็ช้ากว่าเธอ “หยุดถ่ายนะ ถ้ามี
วัดที่ต้นหมื่นพามาเป็นวัดประจำจังหวัด ที่มีคนเลื่อมใสศรัทธามากมาย นักบุญและนักท่องเที่ยวพากันมากราบไหว้ แสนรักเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยมา สมัยที่ปู่ยังอยู่ปู่มักจะเล่าประวัติความเป็นมาของวัดนี้ให้ฟัง ปู่บอกว่าจะพาเธอมา กราบพระ แต่ท่านก็จากไปเสียก่อน ต้นหมื่นหย่อนเงินใส่ตู้บริจาคแล้วหยิบดอกไม้ธูปเทียนมาสองกำ ส่งให้หญิงสาวแล้วเดินนำไปยังบริเวณที่กราบพระด้านหน้าพระอุโบสถ แสนรักเดินตามไปแต่เพราะมีแขนเดียวจึงทำไม่ถนัด “เดี๋ยวผมทำให้” ส่งธูปที่จุดแล้วให้เธอ แล้วหยิบในมือเธอไปจุดให้ตัวเอง ก่อนจะพากันไปกราบพระ แสนรักนั่งลงข้าง ๆ เขา กราบไม่ถนัดจึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต ต้นหมื่นรับธูปของเธอไปปัก ถอยมากราบสามครั้ง แล้วพากันไปปิดทอง มือหนาคว้ามือบางมาวางไว้บนแขน ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ เธอปิดทองไม่ถนัดก็ปิดพร้อมกับเขาเลย “เวลาปิดทองปิดที่มือของพระนะครับ ทำอะไรจะได้ประสบความสำเร็จ” กระซิบบอกหญิงสาว แล้วนำแผ่นทองไปปิดบนฝ่ามือพระพุทธรูป แล้วพาเธอเดินปิดทองจนครบทุกองค์ แสนรักเดินตามเขาอย่างว่าง่าย วันนี้เป็นวันธรรมดาคนน้อยเลยเดินได้สะดวก มีสายตาหลายคู่มอง
มื้ออาหารผ่านไปอย่างเชื่องช้า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเขินอายของหญิงสาว ที่ประหม่าและเขินอายทุกครั้ง เมื่อสบตากับเขา ต้นหมื่นก็ไม่ต่างจากเธอทุกครั้งที่มองตากันใบหน้าคร้ามแดดก็ร้อนขึ้น ดีที่เขาเป็นคนผิวเข้มเธอจึงมองไม่เห็น “ลองชิมนี่ดู” เพราะเห็นว่าเธอตักแต่ต้มจืดที่วางอยู่ตรงหน้า ต้นหมื่นจึงตักหมูกระเทียมใส่จานให้ “ขอบคุณค่ะ” คนฟังอมยิ้มเมื่อได้ยินคำขอบคุณ เวลาที่แสนรักไม่โมโห น้ำเสียงของเธอจะไพเราะน่าฟัง “ยิ้มอะไรคะ” ถามเมื่อเห็นเขาเอาแต่อมยิ้ม “เปล่า” ตอบพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก แล้วหลบตากลมโตที่มองมาอย่างเอาเรื่องนั่น “คุณนินทราฉันใช่ไหม” วางช้อนลงตั้งป้อมเอาเรื่อง เธอต้องได้คำตอบที่ดีกว่านี้ “มีแขนเดียวยังจะอวดเก่งอีก อุตส่าห์ชมในใจ เวลาไม่เกรี้ยวกราด คุณก็น่ารักดีนะ” “ฉันก็เป็นแบบนี้” “ดีกว่าตอนมาใหม่ ๆ เยอะเลย ตอนนั้นแว๊ด ๆ จนหูผมจะแตก คุณน่าจะเป็นนางร้ายมากกว่านางเอกนะ” “ชีวิตจริงกับละครมันคนล่ะเรื่องกัน คุณก็ไม่ต่างจากฉันหรอก ป่าเถื่อนไร้มารยาทที่สุด ลูกน้องคุณด้วย
เมื่อเห็นว่าเธอเหนื่อยมาทั้งวัน ต้นหมื่นจึงยอมสงบศึกชั่วคราว อยู่รอจนเธออาบน้ำเสร็จจึงอาบต่อ จังหวะที่แสนรักเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็มีเหตุให้ทั้งสองต้องสบตากันอีกครั้ง ตาคมเข้มจ้องค้างอยู่ที่ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของเธอ เวลาไม่แต่งหน้าแสนรักก็น่ามองไปอีกแบบ แก้มใสจนเห็นเส้นเลือดฝาด ริมฝีปากอิ่ม
สุดท้ายแสนรักก็ต้องเลือกโซฟาหน้าทีวีเป็นที่นอน หลังจากสำรวจหาปลั๊กไฟ และเปิดไฟจนสว่างทั่วบ้าน ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย มีเสื้อผ้าอยู่ในรถ แต่ไม่กล้าออกไปเอา มองไปด้านนอกเห็นเงาดำทะมึนของต้นไม้ใหญ่สองต้นนั่นทีไร ก็หวาดกลัวทุกที ไหนจะห้องปูนเปลือยที่อยู่หน้าบ้านนั่นอีก ไม่รู้ว่าเขาสร้างไว้ทำไม มองทีไ
โฉนดที่ดินสองใบถูกกางออกพร้อมกัน เมื่อต่างคนต่างก็ยืนยันว่าตัวเองมีหลักฐาน ต้นหมื่นขมวดคิ้วมุ่น โฉนดของดาราสาวใหม่ก็จริงแต่คนปลอมก็ตั้งใจทำมาก มิน่าเธอถึงได้มั่นใจว่าของเธอเป็นของจริง “ผมมีหลักฐานซื้อขายชัดเจน นี่ใบมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของคุณ ดูให้เต็มตา!” ถึงแม้จะมั่นใจว่าโฉนดของ
“จะรีบไปไหนพี่ต้น” วิชัยร้องถามเมื่อเห็นรุ่นพี่กระโดดคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไปด้วยความรีบร้อน “พี่ต้นไปไหนพร” ถามพรพรรณเมื่อต้นหมื่นไม่ตอบคำถาม “พรได้ยินพี่ต้นคุยโทรศัพท์กับพริก แล้วพี่ต้นก็ออกไปเลย”“เอาอีกแล้ว เด็กเปรต!” ก่นด่าพิมพ์ศิริเพราะเข้าใจว่าพิมพ์ศิร







