Share

บทที่ 4

Author: เสียงทองใต้แท่นหมึก
วันแต่งงาน หิมะตกหนักปกคลุมเมือง

ข้าสวมชุดแต่งงานขององค์หญิงใหญ่ ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง นั่งอยู่ในรถม้าของพิธีอภิเษก

ข้าราชบริพารจำนวนมากยืนเรียงรายรอส่งอยู่ด้านนอก

ทุกคนต่างกู่ร้องพร้อมกัน

“น้อมส่งเสด็จองค์หญิงใหญ่”

ไม่มีใครรู้เลยว่า องค์หญิงใหญ่ตัวจริงนั้นกำลังยืนอยู่ด้านหลังของกู้อวิ๋นโจว

นางสวมผ้าคลุมของข้า

ปักปิ่นของแม่ข้า

ปิดบังตัวตนและยืนอยู่ข้างกายสามีของข้า

ก่อนจะขึ้นรถม้า ทันใดนั้นกู้อวิ๋นโจวก็คว้าข้อมือของข้าไว้

ข้าหันกลับไปสบตาเขา

เขามองหน้าข้า ดวงตามีหยาดน้ำตาคลออยู่ เหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ลูบข้อมือของข้า

“เจ็ดปี”

“ข้าจะรอเจ้ากลับมา”

ข้าไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้อย่างชัดเจนจึงไม่จำเป็นต้องตอบอะไรเขา

เขาเอาแต่พูดถึงเรื่องเจ็ดปี

เหมือนว่าเจ็ดปีต่อจากนี้ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

แต่หัวใจมนุษย์ไม่เหมือนกับต้นไม้ในเรือนที่ถูกตัด

ในระยะเวลาเจ็ดปีมันจะไม่มีทางแตกกิ่งก้านสาขาออกมาเพื่อรอท่านอยู่ที่เดิม

กู้อวิ๋นโจวช่วยปลดผ้าม่านรถม้าลงให้ข้า

“ไปเถอะ”

ล้อรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านหิมะ

ออกห่างจากเมืองหลวงไปเรื่อย ๆ

ข้าไม่หันกลับไปมอง

หลังจากเดินทางเป็นเวลาสามวัน ขบวนรถก็มาถึงด่านเยี่ยนเหมิน

พายุหิมะของที่นี่รุนแรงกว่าเมืองหลวง

ด้านนอกกำแพงเมืองมีกองทัพชายแดนเหนือจำนวนมากยืนเรียงอยู่

ท่านพ่อขี่ม้าอยู่ด้านหน้าสุด พี่ชายที่สวมเกราะสีเงินก็ยืนอยู่ด้านข้าง

กู้อวิ๋นโจวได้รับราชโองการให้มาส่งตัวเจ้าสาวที่ประตูเมือง เมื่อเขาเห็นดังนั้นก็ไม่แปลกใจ

“แม่ทัพฉิน”

“ออกจากเยี่ยนเหมินไปแล้วก็ขอให้ดำเนินการตามแผนเดิม”

“ท่านพ่อตอบรับเสียงเรียบ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ทันใดนั้นเองเสียงควบม้าก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล

กองทหารม้ามั่วเป่ยฝ่าพายุหิมะเข้ามา

ด้านหน้าสุดคือชายหนุ่มที่สวมชุดขนสัตว์สีดำ สวมกวานรัดผมสีทอง

ม้ายังไม่ทันได้หยุดฝีเท้า เขาก็กระโดดลงจากหลังม้าแล้ว

ขุนนางกรมพิธีการรีบวิ่งตรงเข้าไปหา

“อ๋องน้อย นี่คือองค์หญิงใหญ่แห่งต้าเหลียง…”

เขายังพูดไม่ทันจบ คนผู้นั้นก็เดินผ่านหน้าทุกคนไปแล้ว

เขาเดินตรงมาที่หน้ารถม้าของข้า

กู้อวิ๋นโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางยื่นมือออกมาขวางตามสัญชาตญาณ

แต่เหมือนว่าชายคนนั้นไม่ได้ยิน เขาผลักกู้อวิ๋นโจวออกไปอย่างแรง

ผ้าม่านของรถม้าถูกเลิกขึ้น

ท่ามกลางพายุหิมะที่ขวางกั้น ตอนนั้นข้าได้สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่แดงก่ำ

วินาทีถัดมาเขาก็หัวเราะจนน้ำตาไหล

“เสี่ยวหว่าน”

กู้อวิ๋นโจวหน้าเปลี่ยนสีทันที จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าข้า

ข้ายื่นมือไปโอบไหล่ชายผู้นั้น

ส่วนเขาก็ดึงข้าเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแรง เสียงหัวเราะดังกึกก้อง

“ไม่ได้เจอกันตั้งแปดปี”

“ในที่สุดเจ้าก็ยอมกลับมาแต่งงานกับข้าแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 9

    กู้อวิ๋นโจวถูกจับกุมกลับเมืองหลวงภายในวันนั้น องค์หญิงใหญ่ไม่ได้อยู่ในจวนผู้สำเร็จราชการแทนอีกต่อไปแล้ว นางรู้เรื่องที่กู้อวิ๋นโจวสมคบคิดกับมั่วเป่ย ดังนั้นนางจึงพยายามหนีออกประตูเมืองในคืนนั้นแต่เมืองหลวงได้ประกาศกฎอัยการศึกนานแล้ว จึงไม่สามารถเปิดประตูได้นางถูกกองทัพต้องห้ามพาตัวกลับวังหลวง ฮ่องเต้ไม่ได้สังหารนางเพียงแต่ถอดยศองค์หญิงและคุมขังนางไว้ในสุสานหลวงอย่างโดดเดี่ยวสิ่งที่นางหวาดกลัวมากที่สุดคือข่าวลือสุดท้ายเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดในเมืองหลวงหลังจากกู้อวิ๋นโจวถูกขังอยู่ในคุกหลวง สิ่งแรกที่เขาร้องขอเลยคือต้องการพบข้าข้าไม่ได้ไปหา วันรุ่งขึ้น เขาเขียนจดหมายเลือดหนึ่งฉบับส่งให้ผู้คุมภายในจดหมายเขียนว่า “ข้าผิดไปแล้ว”“เจ้ากลับมาเถอะ ไม่ว่าเจ้าต้องการอะไรข้าจะชดเชยให้ทั้งหมด”เมื่อข้าอ่านจบก็นำจดหมายนั้นไปเผาทันที ประกายไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานตัวอักษรเหล่านั้นก็เลือนรางแล้ว สามเดือนต่อมาในที่สุดคดีของกู้อวิ๋นโจวก็ถูกตัดสิน สมคบคิดกับศัตรู ปลอมแปลงคำสั่งทหาร สกัดหนังสือราชการที่ชายแดน ลอบสังหารบุตรสาวของตระกูลแม่ทัพ

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 8

    ตอนที่กู้อวิ๋นโจวเดินทางมาถึงด่านเยี่ยนเหมินก็เป็นเวลาครึ่งเดือนให้หลัง ท่านพ่อกับพี่ชายก็ประจำการอยู่ที่ด่านข้ากับทั่วป๋าเหิงก็อยู่ด้านนอกด่าน มีเพียงกำแพงเมืองที่กั้นกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย และกั้นโดยเพลิงสงครามที่กู้อวิ๋นโจวอยากจุดมากที่สุดตอนที่เขาขี่ม้าเข้ามาในด่าน ด้านหลังของเขามีองครักษ์ติดตามเพียงแค่สิบกว่าคน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพามาเยอะ เพียงแต่ฮ่องเต้เริ่มสงสัยในตัวเขาแล้ว หลังจากส่งราชสาส์นของมั่วเป่ยไปยังเมืองหลวง ฮ่องเต้ก็ได้เรียกท่านพ่อของข้าเข้าพบท่านพ่อหยิบจดหมายกู้อวิ๋นโจวสกัดเอาไว้ตลอดหลายปีออกมานอกจากนี้ยังหยิบหนังสือสั่งเคลื่อนพลกองทัพชายแดนเหนืออย่างลับ ๆ ออกมาด้วย หนังสือสั่งการเหล่านั้นประทับตราผู้สำเร็จราชการ แต่กลับขาดการลงพระปรมาภิไธยจากฮ่องเต้ กู้อวิ๋นโจวระดมกำลังทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบคิดกับศัตรู ทุกข้อหาล้วนสามารถทำให้เขาคอขาดได้ แต่ฮ่องเต้ยังไม่ได้สังหารเขาทันทีฮ่องเต้ส่งเขาไปที่ด่านเยี่ยนเหมินเขาอยากรู้ว่าในมือของกู้อวิ๋นโจวมีกำลังคนอยู่เท่าไรและอยากใช้โอกาสนี้กำจัดกองกำลังที่เขาทิ้งเอาไว้ในชายแดนเหนือในวันเจรจาข้

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 7

    หลังจากแต่งงานได้สามเดือน เสียงของข้าก็กลับคืนมา เช้าตรู่ในวันหนึ่ง ข้านั่งดื่มยาอยู่ที่ริมหน้าต่าง ถ้วยยาเพิ่งจะจรดริมฝีปาก ข้ากลับรู้สึกเจ็บลำคอขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้าไออยู่เป็นเวลานาน ทั่วป๋าเหิงที่อยู่ด้านนอกยังไม่ทันได้ใส่เสื้อคลุมให้เรียบร้อยก็รีบวิ่งเข้ามาหา “เป็นอะไรไป?”ข้ามองหน้าเขา แล้วลองเปล่งเสียงพูด “อาเหิง”คำสองคำหลุดออกจากปาก น้ำเสียงแหบพร่าอย่างมาก ทั่วป๋าเหิงนิ่งค้างอยู่ที่เดิม วินาทีถัดมา เขาก็รีบเดินเข้ามาหาแล้วกอดจนแน่น “เรียกอีกครั้งสิ”ข้ายกมือขึ้นผลักเขา “เจ้าหลงข้าเข้าแล้ว”เขาชะงักค้างไป จากนั้นเขาก็ก้มหน้า น้ำตาไหลจนเปียกไหล่ของข้า ข้าไม่ได้หัวเราะเยาะเขาเพียงแต่ยกมือขึ้นมาลูบหัวเขาเบาๆ ทั่วป๋าเหิงกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็วบ่ายวันนั้นเขาพาข้าไปที่ท้องพระโรงของราชสำนักอาการของกษัตริย์แห่งมั่วเป่ยทรุดหนักลงกว่าเดิม เพื่อตำแหน่งกษัตริย์ องค์ชายคนอื่น ๆ ต่างพยายามตีสนิทกลุ่มคนต่าง ๆ องค์ชายรองทั่วป๋าเลี่ยควบคุมกองทัพอยู่ด้านนอกเมืองหลวง เขาคือคนที่ไล่ฆ่าทั่วป๋าเหิงในปีนั้น และเขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแต่งงานเชื่อมส

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 6

    หลังจากเข้ามาอาศัยที่มั่วเป่ยได้เจ็ดวัน วันนี้ข้าก็ได้พบกับกษัตริย์แห่งมั่วเป่ยราชสำนักตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ภายในท้องพระโรงมีระบบทำความร้อนใต้ดิน อุ่นจนทำให้รู้สึกร้อน กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง เส้นผมของเขาขาวโพลนแล้วเขามองมาที่ข้าด้วยสายตาซับซ้อน ทั้งพิจารณาและรู้สึกผิด ทั่วป๋าเหิงยืนอยู่ด้านข้างของข้า เขายืนกุมมือข้าไม่ยอมปล่อย “เสด็จพ่อ นางคือฉินหว่าน”กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยเงียบไปครู่หนึ่ง“ข้ารู้”ข้าเงยหน้ามองเขา กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยถอนหายใจออกมา “เมื่อแปดปีก่อนข้าอบรมเหล่าบรรดาบุตรชายได้ไม่ดี”“ทำให้เหิงเอ๋อร์ต้องได้รับบาดเจ็บและสร้างความเดือดร้อนให้แม่ทัพฉิน”“หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้าอยากให้คนส่งจดหมายไปยังต้าเหลียง แต่กองทัพของชายแดนเหนือนั้นมีการป้องกันที่เข้มงวดมาก การส่งจดหมายไปจึงเป็นเรื่องยาก”ทั่วป๋าเหิงมองมาทางข้าแล้วอธิบายเสียงเบา“ข้าเคยเขียนจดหมายไปสามฉบับ”“แต่กลับส่งไม่ถึงมือเจ้าเลย”ข้าชะงักไปเล็กน้อยท่านพ่อไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยยกมือขึ้นองครักษ์ก็ยกกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา ภายในกล่องไม้นั้นมี

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 5

    ชายผู้นั้นกอดข้าอยู่นานกว่าจะยอมปล่อย เขาเปิดผ้าคลุมหน้าของข้าออก หิมะโปรยปรายเข้าไปในรถม้า หนาวเสียจนทำให้ขนตาของข้าสั่นไหวแต่เขากลับจ้องใบหน้าของข้าแล้วไม่พูดอะไรสักคำกู้อวิ๋นโจวสาวเท้าขึ้นมา น้ำเสียงเย็นชา“ท่านอ๋องน้อย ชายหญิงย่อมแตกต่าง”“องค์หญิงใหญ่ยังไม่ได้อภิเษกเข้าราชสำนักมั่วเป่ย การกระทำเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะสม” ชายผู้นั้นหันหน้ามองเขา “ข้ากำลังต้อนรับพระชายาของตนเอง จำเป็นต้องให้ผู้สำเร็จราชการแทนมาสอนธรรมเนียมมารยาทด้วยหรือ?”กู้อวิ๋นโจวมีใบหน้ามืดคล้ำ“นางคือองค์หญิงใหญ่แห่งต้าเหลียง”“แน่นอนอยู่แล้ว”ชายผู้นั้นตอบอย่างไม่ใส่ใจเขาหันมามองหน้าข้าอีกครั้ง พร้อมกุมมือที่ช้ำเพราะถูกไม้เรียวตี ความอบอุ่นแผ่ซ่านที่กลางฝ่ามือ ในตอนนั้นดวงตาของข้าก็เห่อร้อนขึ้นทันที แปดปีก่อนชายแดนเหนือเกิดความวุ่นวายจากภัยสงครามท่านพ่อได้รับคำสั่งให้เฝ้าด่านเยี่ยนเหมินตอนอายุสิบสาม ข้าเคยช่วยเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บในกองหิมะนอกด่านเขาพูดภาษาต้าเหลียงไม่ได้ และข้าก็ไม่เข้าใจภาษามั่วเป่ยพวกเราอาศัยท่าทางและการเขียนสื่อสารกันเกือบครึ่งเดือนจากนั้นข้าถึงได้ร

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 4

    วันแต่งงาน หิมะตกหนักปกคลุมเมือง ข้าสวมชุดแต่งงานขององค์หญิงใหญ่ ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง นั่งอยู่ในรถม้าของพิธีอภิเษกข้าราชบริพารจำนวนมากยืนเรียงรายรอส่งอยู่ด้านนอก ทุกคนต่างกู่ร้องพร้อมกัน “น้อมส่งเสด็จองค์หญิงใหญ่”ไม่มีใครรู้เลยว่า องค์หญิงใหญ่ตัวจริงนั้นกำลังยืนอยู่ด้านหลังของกู้อวิ๋นโจวนางสวมผ้าคลุมของข้า ปักปิ่นของแม่ข้า ปิดบังตัวตนและยืนอยู่ข้างกายสามีของข้า ก่อนจะขึ้นรถม้า ทันใดนั้นกู้อวิ๋นโจวก็คว้าข้อมือของข้าไว้ข้าหันกลับไปสบตาเขา เขามองหน้าข้า ดวงตามีหยาดน้ำตาคลออยู่ เหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ลูบข้อมือของข้า “เจ็ดปี”“ข้าจะรอเจ้ากลับมา”ข้าไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้อย่างชัดเจนจึงไม่จำเป็นต้องตอบอะไรเขา เขาเอาแต่พูดถึงเรื่องเจ็ดปี เหมือนว่าเจ็ดปีต่อจากนี้ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่หัวใจมนุษย์ไม่เหมือนกับต้นไม้ในเรือนที่ถูกตัด ในระยะเวลาเจ็ดปีมันจะไม่มีทางแตกกิ่งก้านสาขาออกมาเพื่อรอท่านอยู่ที่เดิมกู้อวิ๋นโจวช่วยปลดผ้าม่านรถม้าลงให้ข้า“ไปเถอะ”ล้อรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านหิมะ ออกห่างจากเมืองหลวงไปเรื่อย ๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status