Share

บทที่ 3

Penulis: เสียงทองใต้แท่นหมึก
วันที่สามพ่อและท่านพี่ของข้ามาหาที่จวน

ท่านพ่อสวมเกราะเก่า ๆ ผมขาวโพลนมากกว่าเมื่อครึ่งปีก่อน

ท่านพี่เดินตามหลังเขามา ขาขวายังคงบาดเจ็บจากแผลเก่า

เพื่อแผนการยึดครองมั่วเป่ยในอีกเจ็ดปีให้หลังของกู้อวิ๋นโจว พวกเขาจึงต้องกลับไปที่ชายแดนเหนืออีกครั้ง

กู้อวิ๋นโจวกางคำสั่งเคลื่อนพลไว้บนโต๊ะ

“แม่ทัพฉินนำทัพไปชายแดนเหนือ”

“แม่ทัพเสี่ยวฉินรับผิดชอบเรื่องเสบียงกรัง”

“ข้าต้องการให้ท่านทำลายมั่วเป่ยภายในเจ็ดปี”

ท่านพ่อไม่ได้มองที่ตราพยัคฆ์

เขามองมาทางข้า

“เจ้าตอบตกลงแล้ว?”

ข้าพยักหน้า

“ตอบตกลงไปแล้ว”

บนขมับของท่านพ่อมีเส้นเลือดสีเขียวปูดโปน

ท่านพี่ลุกขึ้นยืน

“ฉินหว่าน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ใครอนุญาตให้เจ้าตอบตกลงแต่งงานแทน?”

“นี่เจ้าไม่รู้หรือว่ามั่วเป่ยเป็นสถานที่แบบใด?”

ดวงตาของเขาแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดไหลออกมา

“ราชสำนักมั่วเป่ยกินคนไม่คายกระดูก เจ้าเป็นเพียงแค่สตรีคนหนึ่ง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาข้ากับท่านพ่อจะอยู่อย่างไร?”

กู้อวิ๋นโจวขมวดคิ้ว

“แม่ทัพเสี่ยวฉินระวังคำพูดด้วย”

ท่านพี่จ้องหน้ากู้อวิ๋นโจวตาเขม็ง เขาเหมือนสามารถฉีกทึ้งร่างกายของอีกฝ่ายด้วยสายตา

“แน่นอนว่าท่านอ๋องไม่หวาดกลัวหรอก”

“คนที่ท่านส่งไปตายหาใช่คนรักของท่านไม่”

ใบหน้าของกู้อวิ๋นโจวมืดคล้ำลงทันที

ท่านพ่อหันไปมองพี่ชาย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“จิ่งสิง พอแล้ว”

ท่านพี่ดวงตาแดงก่ำ เขายืนนิ่งอยู่นานกว่าจะนั่งลงไปที่เดิม

ท่านพ่อยื่นมือที่สั่นสะท้านเล็กน้อยออกไปรับตราพยัคฆ์

“กระหม่อมรับบัญชา”

ในที่สุดสีหน้าของกู้อวิ๋นโจวก็ค่อย ๆ ดีขึ้น

“แม่ทัพฉินวางใจเถอะ ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของฉินหว่านเอง”

ท่านพ่อมองหน้าเขา แผ่นหลังเหยียดตรง

“ท่านอ๋องควรจะจำคำพูดในวันนี้ให้ดี”

จากนั้นท่านพ่อก็เดินมาตรงหน้าข้า ก่อนช่วยจัดปกคอเสื้อให้เรียบร้อย

เหมือนทุกครั้งก่อนออกรบ

“กลัวหรือไม่?”

ปลายจมูกของข้าแสบร้อนขึ้นมาทันที

“ท่านพ่อ ข้าไม่กลัว”

มือหยาบกร้านของท่านพ่อจับไหล่ของข้าครู่หนึ่ง

จากนั้นก็ใช้นิ้วชี้เคาะเป็นจังหวะสามครั้งเบา ๆ

นี่คือรหัสลับภายในกองทัพตระกูลฉิน

ดาบถูกชักออกจากฝักแล้ว ทุกอย่างเตรียมพร้อม

ข้าขยิบตาเบา ๆ

ขณะที่ท่านพี่กำลังเดินผ่านข้าไป เขาก็ใช้นิ้วเคาะฝักกระบี่ที่เอวสามครั้ง

ไม่มีใครพูดอะไรอีก

พวกเขารับตราพยัคฆ์แล้วออกจากจวนไป

กู้อวิ๋นโจวยืนอยู่ที่โถงทางเดิน ในที่สุดเขาก็สามารถผ่อนคลายลงได้

“ท่านพ่อกับพี่ของเจ้ายังคงมองสถานการณ์ออกเสมอ”

ข้ามองหน้าเขา มุมปากกระตุกขึ้น

“เพคะ”

คนของตระกูลฉินล้วนสามารถมองสถานการณ์ออกทั้งนั้น

แต่เป็นสถานการณ์ของพวกเรา ไม่ใช่เขา

กลางดึกองค์หญิงใหญ่ก็เดินทางมาอย่างกะทันหัน

ในมือของนางถือขวดหยกขาวใบหนึ่ง

“อวิ๋นโจวให้ข้านำสิ่งนี้มาให้”

ข้าเปิดมันออก กลิ่นยาขม ๆ ลอยเตะจมูก

“นี่คืออะไร?”

“ยาสงบคำ”

นางพูดเสียงเบา

“เสียงของเจ้าไม่ค่อยเหมือนกับเสียงของข้า”

“เมื่อถึงมั่วเป่ยแล้ว พูดน้อยจะได้ผิดน้อย”

ข้าเงยหน้ามองนาง

นางเองก็คงรู้สึกว่ามันโหดร้ายมาก ดังนั้นจึงรีบอธิบายว่า

“หมอหลวงบอกว่ายานี้จะมีฤทธิ์อยู่สามเดือน ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย”

“หากฤทธิ์ยายังคงอยู่ล่ะ?”

นางก้มหน้าลง ไม่พูดไม่จา

หลังจากผ่านไปสักพัก เสียงของกู้อวิ๋นโจวก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

“เช่นนั้นเจ้าก็จะเป็นใบ้”

ข้าหันกลับไปมอง

เขายืนอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าราบเรียบจนแทบเย็นชา

“แต่มันก็ดีกว่าความลับถูกเปิดเผย เรื่องนี้เกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ของสองประเทศ”

ข้ามองเขา ความรู้สึกคับข้องใจเอ่อล้นอยู่ในอกอย่างควบคุมไม่ได้

“กู้อวิ๋นโจว ข้าต้องสูญเสียทุกอย่างในการเดินทางครั้งนี้”

เขาขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ที่ทำไปทุกอย่างก็เพื่อเจ้า เจ็ดปีจากนี้…”

“เจ็ดปีจากนี้ข้าจะอยู่หรือตายยังไม่รู้เลย!”

ข้าแผดเสียงพูดแทรกคำพูดเขา

“ข้ากำลังพูดถึงตอนนี้”

“ชื่อของข้าไม่มีแล้ว สามีของข้าไม่มีแล้ว ของที่ระลึกของท่านแม่ข้าก็ไม่มีแล้ว ตอนนี้แม้กระทั่งเสียงของข้าก็จะไม่มีแล้ว”

“หากวันหนึ่งข้ากลับมาได้ แล้วข้ายังจะเหลืออะไรอยู่บ้าง?”

ใบหน้าของกู้อวิ๋นโจวซีดเผือดทันที

เขานิ่งเงียบไปอยู่นาน

หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็หันมามองข้า แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“ฉินหว่าน”

“เลิกก่อเรื่องได้แล้ว”

ทันใดนั้นข้าก็รู้สึกว่ามันน่าขำมาก และไม่อยากจะถามอะไรอีก

ข้าเงยหน้าขึ้น แล้วยกยาสงบคำดื่มจนหมดขวด

รสชาติขมปร่าแล่นผ่านลำคอร้อนถึงกระเพาะ มันเจ็บปวดจนรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน

กู้อวิ๋นโจวก็เข้ามาประคองข้าโดยสัญชาตญาณ

ข้าถอยหลังหลบ ก่อนคว่ำขวดเปล่าลง

ไม่เหลือสักหยด

จากนั้นก็ยิ้มให้เขา

ตอนนี้ฉินหว่านกลายเป็นคนตายที่พูดไม่ได้แล้ว

สมใจพวกเขาแล้วสินะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 9

    กู้อวิ๋นโจวถูกจับกุมกลับเมืองหลวงภายในวันนั้น องค์หญิงใหญ่ไม่ได้อยู่ในจวนผู้สำเร็จราชการแทนอีกต่อไปแล้ว นางรู้เรื่องที่กู้อวิ๋นโจวสมคบคิดกับมั่วเป่ย ดังนั้นนางจึงพยายามหนีออกประตูเมืองในคืนนั้นแต่เมืองหลวงได้ประกาศกฎอัยการศึกนานแล้ว จึงไม่สามารถเปิดประตูได้นางถูกกองทัพต้องห้ามพาตัวกลับวังหลวง ฮ่องเต้ไม่ได้สังหารนางเพียงแต่ถอดยศองค์หญิงและคุมขังนางไว้ในสุสานหลวงอย่างโดดเดี่ยวสิ่งที่นางหวาดกลัวมากที่สุดคือข่าวลือสุดท้ายเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดในเมืองหลวงหลังจากกู้อวิ๋นโจวถูกขังอยู่ในคุกหลวง สิ่งแรกที่เขาร้องขอเลยคือต้องการพบข้าข้าไม่ได้ไปหา วันรุ่งขึ้น เขาเขียนจดหมายเลือดหนึ่งฉบับส่งให้ผู้คุมภายในจดหมายเขียนว่า “ข้าผิดไปแล้ว”“เจ้ากลับมาเถอะ ไม่ว่าเจ้าต้องการอะไรข้าจะชดเชยให้ทั้งหมด”เมื่อข้าอ่านจบก็นำจดหมายนั้นไปเผาทันที ประกายไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานตัวอักษรเหล่านั้นก็เลือนรางแล้ว สามเดือนต่อมาในที่สุดคดีของกู้อวิ๋นโจวก็ถูกตัดสิน สมคบคิดกับศัตรู ปลอมแปลงคำสั่งทหาร สกัดหนังสือราชการที่ชายแดน ลอบสังหารบุตรสาวของตระกูลแม่ทัพ

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 8

    ตอนที่กู้อวิ๋นโจวเดินทางมาถึงด่านเยี่ยนเหมินก็เป็นเวลาครึ่งเดือนให้หลัง ท่านพ่อกับพี่ชายก็ประจำการอยู่ที่ด่านข้ากับทั่วป๋าเหิงก็อยู่ด้านนอกด่าน มีเพียงกำแพงเมืองที่กั้นกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย และกั้นโดยเพลิงสงครามที่กู้อวิ๋นโจวอยากจุดมากที่สุดตอนที่เขาขี่ม้าเข้ามาในด่าน ด้านหลังของเขามีองครักษ์ติดตามเพียงแค่สิบกว่าคน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพามาเยอะ เพียงแต่ฮ่องเต้เริ่มสงสัยในตัวเขาแล้ว หลังจากส่งราชสาส์นของมั่วเป่ยไปยังเมืองหลวง ฮ่องเต้ก็ได้เรียกท่านพ่อของข้าเข้าพบท่านพ่อหยิบจดหมายกู้อวิ๋นโจวสกัดเอาไว้ตลอดหลายปีออกมานอกจากนี้ยังหยิบหนังสือสั่งเคลื่อนพลกองทัพชายแดนเหนืออย่างลับ ๆ ออกมาด้วย หนังสือสั่งการเหล่านั้นประทับตราผู้สำเร็จราชการ แต่กลับขาดการลงพระปรมาภิไธยจากฮ่องเต้ กู้อวิ๋นโจวระดมกำลังทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบคิดกับศัตรู ทุกข้อหาล้วนสามารถทำให้เขาคอขาดได้ แต่ฮ่องเต้ยังไม่ได้สังหารเขาทันทีฮ่องเต้ส่งเขาไปที่ด่านเยี่ยนเหมินเขาอยากรู้ว่าในมือของกู้อวิ๋นโจวมีกำลังคนอยู่เท่าไรและอยากใช้โอกาสนี้กำจัดกองกำลังที่เขาทิ้งเอาไว้ในชายแดนเหนือในวันเจรจาข้

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 7

    หลังจากแต่งงานได้สามเดือน เสียงของข้าก็กลับคืนมา เช้าตรู่ในวันหนึ่ง ข้านั่งดื่มยาอยู่ที่ริมหน้าต่าง ถ้วยยาเพิ่งจะจรดริมฝีปาก ข้ากลับรู้สึกเจ็บลำคอขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้าไออยู่เป็นเวลานาน ทั่วป๋าเหิงที่อยู่ด้านนอกยังไม่ทันได้ใส่เสื้อคลุมให้เรียบร้อยก็รีบวิ่งเข้ามาหา “เป็นอะไรไป?”ข้ามองหน้าเขา แล้วลองเปล่งเสียงพูด “อาเหิง”คำสองคำหลุดออกจากปาก น้ำเสียงแหบพร่าอย่างมาก ทั่วป๋าเหิงนิ่งค้างอยู่ที่เดิม วินาทีถัดมา เขาก็รีบเดินเข้ามาหาแล้วกอดจนแน่น “เรียกอีกครั้งสิ”ข้ายกมือขึ้นผลักเขา “เจ้าหลงข้าเข้าแล้ว”เขาชะงักค้างไป จากนั้นเขาก็ก้มหน้า น้ำตาไหลจนเปียกไหล่ของข้า ข้าไม่ได้หัวเราะเยาะเขาเพียงแต่ยกมือขึ้นมาลูบหัวเขาเบาๆ ทั่วป๋าเหิงกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็วบ่ายวันนั้นเขาพาข้าไปที่ท้องพระโรงของราชสำนักอาการของกษัตริย์แห่งมั่วเป่ยทรุดหนักลงกว่าเดิม เพื่อตำแหน่งกษัตริย์ องค์ชายคนอื่น ๆ ต่างพยายามตีสนิทกลุ่มคนต่าง ๆ องค์ชายรองทั่วป๋าเลี่ยควบคุมกองทัพอยู่ด้านนอกเมืองหลวง เขาคือคนที่ไล่ฆ่าทั่วป๋าเหิงในปีนั้น และเขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแต่งงานเชื่อมส

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 6

    หลังจากเข้ามาอาศัยที่มั่วเป่ยได้เจ็ดวัน วันนี้ข้าก็ได้พบกับกษัตริย์แห่งมั่วเป่ยราชสำนักตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ภายในท้องพระโรงมีระบบทำความร้อนใต้ดิน อุ่นจนทำให้รู้สึกร้อน กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง เส้นผมของเขาขาวโพลนแล้วเขามองมาที่ข้าด้วยสายตาซับซ้อน ทั้งพิจารณาและรู้สึกผิด ทั่วป๋าเหิงยืนอยู่ด้านข้างของข้า เขายืนกุมมือข้าไม่ยอมปล่อย “เสด็จพ่อ นางคือฉินหว่าน”กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยเงียบไปครู่หนึ่ง“ข้ารู้”ข้าเงยหน้ามองเขา กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยถอนหายใจออกมา “เมื่อแปดปีก่อนข้าอบรมเหล่าบรรดาบุตรชายได้ไม่ดี”“ทำให้เหิงเอ๋อร์ต้องได้รับบาดเจ็บและสร้างความเดือดร้อนให้แม่ทัพฉิน”“หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้าอยากให้คนส่งจดหมายไปยังต้าเหลียง แต่กองทัพของชายแดนเหนือนั้นมีการป้องกันที่เข้มงวดมาก การส่งจดหมายไปจึงเป็นเรื่องยาก”ทั่วป๋าเหิงมองมาทางข้าแล้วอธิบายเสียงเบา“ข้าเคยเขียนจดหมายไปสามฉบับ”“แต่กลับส่งไม่ถึงมือเจ้าเลย”ข้าชะงักไปเล็กน้อยท่านพ่อไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน กษัตริย์แห่งมั่วเป่ยยกมือขึ้นองครักษ์ก็ยกกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา ภายในกล่องไม้นั้นมี

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 5

    ชายผู้นั้นกอดข้าอยู่นานกว่าจะยอมปล่อย เขาเปิดผ้าคลุมหน้าของข้าออก หิมะโปรยปรายเข้าไปในรถม้า หนาวเสียจนทำให้ขนตาของข้าสั่นไหวแต่เขากลับจ้องใบหน้าของข้าแล้วไม่พูดอะไรสักคำกู้อวิ๋นโจวสาวเท้าขึ้นมา น้ำเสียงเย็นชา“ท่านอ๋องน้อย ชายหญิงย่อมแตกต่าง”“องค์หญิงใหญ่ยังไม่ได้อภิเษกเข้าราชสำนักมั่วเป่ย การกระทำเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะสม” ชายผู้นั้นหันหน้ามองเขา “ข้ากำลังต้อนรับพระชายาของตนเอง จำเป็นต้องให้ผู้สำเร็จราชการแทนมาสอนธรรมเนียมมารยาทด้วยหรือ?”กู้อวิ๋นโจวมีใบหน้ามืดคล้ำ“นางคือองค์หญิงใหญ่แห่งต้าเหลียง”“แน่นอนอยู่แล้ว”ชายผู้นั้นตอบอย่างไม่ใส่ใจเขาหันมามองหน้าข้าอีกครั้ง พร้อมกุมมือที่ช้ำเพราะถูกไม้เรียวตี ความอบอุ่นแผ่ซ่านที่กลางฝ่ามือ ในตอนนั้นดวงตาของข้าก็เห่อร้อนขึ้นทันที แปดปีก่อนชายแดนเหนือเกิดความวุ่นวายจากภัยสงครามท่านพ่อได้รับคำสั่งให้เฝ้าด่านเยี่ยนเหมินตอนอายุสิบสาม ข้าเคยช่วยเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บในกองหิมะนอกด่านเขาพูดภาษาต้าเหลียงไม่ได้ และข้าก็ไม่เข้าใจภาษามั่วเป่ยพวกเราอาศัยท่าทางและการเขียนสื่อสารกันเกือบครึ่งเดือนจากนั้นข้าถึงได้ร

  • ถูกบังคับแต่งแทน แต่ข้ากลับยินดี   บทที่ 4

    วันแต่งงาน หิมะตกหนักปกคลุมเมือง ข้าสวมชุดแต่งงานขององค์หญิงใหญ่ ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง นั่งอยู่ในรถม้าของพิธีอภิเษกข้าราชบริพารจำนวนมากยืนเรียงรายรอส่งอยู่ด้านนอก ทุกคนต่างกู่ร้องพร้อมกัน “น้อมส่งเสด็จองค์หญิงใหญ่”ไม่มีใครรู้เลยว่า องค์หญิงใหญ่ตัวจริงนั้นกำลังยืนอยู่ด้านหลังของกู้อวิ๋นโจวนางสวมผ้าคลุมของข้า ปักปิ่นของแม่ข้า ปิดบังตัวตนและยืนอยู่ข้างกายสามีของข้า ก่อนจะขึ้นรถม้า ทันใดนั้นกู้อวิ๋นโจวก็คว้าข้อมือของข้าไว้ข้าหันกลับไปสบตาเขา เขามองหน้าข้า ดวงตามีหยาดน้ำตาคลออยู่ เหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ลูบข้อมือของข้า “เจ็ดปี”“ข้าจะรอเจ้ากลับมา”ข้าไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้อย่างชัดเจนจึงไม่จำเป็นต้องตอบอะไรเขา เขาเอาแต่พูดถึงเรื่องเจ็ดปี เหมือนว่าเจ็ดปีต่อจากนี้ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่หัวใจมนุษย์ไม่เหมือนกับต้นไม้ในเรือนที่ถูกตัด ในระยะเวลาเจ็ดปีมันจะไม่มีทางแตกกิ่งก้านสาขาออกมาเพื่อรอท่านอยู่ที่เดิมกู้อวิ๋นโจวช่วยปลดผ้าม่านรถม้าลงให้ข้า“ไปเถอะ”ล้อรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านหิมะ ออกห่างจากเมืองหลวงไปเรื่อย ๆ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status