로그인คอนโดมิเนียม
ติ๊ง
ลิฟต์คอนโดมิเนียมเปิดออกในเวลาเกือบสองทุ่มครึ่ง ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดสลัว ๆ โอมอยู่ในครัว พยายามถอดฝาเครื่องปิ้งขนมปังอย่างมุ่งมั่นราวแก้ปริศนาโลกแตก
“นายทำอะไร” ลลิลหัวเราะ
“ภารกิจชดใช้ภาคสาม: ขนมปังกระเทียมเนยชีส แต่เครื่องมันดื้ออะ” เขาเงยหน้า พอเห็นเธอ มือหนาก็วางทิ้งอุปกรณ์ทุกอย่างลงทันที “เป็นไง ยิ้มไหม”
“ยิ้มสิ” เธอตอบตรง ๆ “งานน่าสนใจดี”
“ดีแล้ว” เขาพยักหน้า “แต่ถ้าเขา-”
“เราเป็นแค่พาร์ตเนอร์งานกันเท่านั้น” เธอพูดก่อนที่เขาจะได้จบประโยค “ไม่ใช่พาร์ตเนอร์หัวใจ”
โอมยิ้มกว้าง คราวนี้เป็นร้อยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจริงใจไม่มีกวน “ขอบคุณที่บอกนะ”
ลลิลถอดรองเท้า วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิม “นายอยากรู้ไหม ทำไมคำว่า ทนหน่อยทูนหัว ถึงทำให้ฉันไม่โกรธเท่าคำว่า แป๊บเดียว”
เขาเกาหัวแกรก ๆ “เพราะมันหวานกว่า?”
“เพราะมันเหมือนนายกำลังพูดกับฉัน ไม่ใช่กำลังพูดกับเวลา” เธอพูดช้า ๆ “คำว่า ‘แป๊บเดียว’ ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่สำคัญ แต่คำว่า ‘ทนหน่อยทูนหัว’ …มันเหมือนนายกำลังวางมือหนา ๆ ที่แผ่ไออุ่นลงบนหัวฉันเบา ๆ แล้วบอกว่า ฉันเห็นว่าเธออยู่ตรงนี้นะ ขอเวลาฉันจัดการอะไรสักอย่างแค่เดี๋ยวเดียว แล้วฉันจะกลับมาหาเธอ”
โอมยืนชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมที่มักเรียบนิ่งเกิดสั่นไหวเบา ๆ เขายกมือเกาท้ายทอยด้วยท่าทีเงอะงะเหมือนคนไม่ถนัดจัดการความรู้สึก “จริง ๆ โอมโตมากับคำว่า ‘ทนหน่อย’ จากพ่อ แบบที่ไม่ได้อ่อนโยนเท่าไร พอพูดกับลลิล…โอมเลยเติม ‘ทูนหัว’ ใส่ไปเอง คงหวังว่ามันจะไม่บาดใจ”
“มันไม่ได้บาด” เธอส่ายหน้าเบา ๆ “มันทำให้ใจอ่อน”
เขาหลุดหัวเราะ “งั้นจากนี้ ถ้าโอมต้องขอเวลา…โอมจะขอแบบเห็นลลิล ไม่ใช่เห็นแต่เกม” ร่างสูงโปร่งขยับเข้ามาใกล้ “แต่ก่อนจะขออะไร คืนนี้โอมเป็นของลลิลเต็มเวลา”
ลลิลเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เพราะเสียงหัวใจเต้นระรัวราวกลองศึกจนเกรงว่าเขาจะได้ยิน “อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ”
“พูดความจริงไง” เขาก้มลงจนหน้าผากแตะหน้าผากเธอ “ทนหน่อยทูนหัว…ผัวจะกอด”
“โอม!” เธอผลักอกเขาเบา ๆ แล้วหัวเราะคิกระคนเขินอาย “ไปล้างมือก่อน กลิ่นเนยทั้งมือแล้วนั่น”
“รับคำสั่งครับบอสใหญ่” เขารีบวิ่งไปเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือ แล้วรีบชำระล้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับมาเช็ดกับผ้าแล้วแบมือให้ดู “สะอาดแล้ว ขอสิทธิ์กอดหนึ่งครั้ง”
ลลิลยืนกอดอก “แล้วถ้าลลิลให้สองครั้งล่ะ”
“โอมจะเก็บแต้มวันนี้เพิ่ม” เขายิ้มกว้าง แบบที่มีแต่ความสุขเต็มไปหมด
ลลิลส่ายหัว พลางขยับเข้าไปแนบอกแฟนหนุ่มอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทันตั้งตัว กลิ่นกายที่หอมอ่อน ๆ กับไออุ่นจากอกแกร่งของเขาล้อมเธอไว้ “ขอบคุณที่พยายามนะ โอม”
“โอมยังพยายามได้มากกว่านี้นะ” เจ้าของแขนแกร่งกอดตอบแน่นขึ้น “และโอมอยากทำ ไม่ใช่เพราะกลัวโทษล้างจานหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง…แต่เพราะโอมอยากเป็นที่พักใจให้ลลิลเหมือนที่เกมเคยเป็นที่พักใจให้โอม”
ลลิลหลับตา วางแก้มกับอกแฟนหนุ่ม “โอเค ดีล”
ก๊อกน้ำหยด ติ๋ง ติ๋ง อยู่ไกล ๆ มีเพียงความเงียบอุ่น ๆ เข้าปกคลุมทั้งห้องนั่งเล่น กระทั่งเสียงท้องไส้ของใครสักคนร้อง ครืด เธอสะดุ้ง “ขำอะไร!”
“ท้องคนสวยร้องไง” เขายกมือยอมแพ้ “ภารกิจขนมปังกระเทียมเนยชีสต้องเดินต่อ”
“อย่าทำครัวเละนะ ลลิลเพิ่งเช็ดเมื่อวาน”
“รับทราบครับ ทนหน่อยหิวนะทูนหัว” เขากะพริบตาข้างหนึ่งอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปจัดการเครื่องปิ้งต่อ ร่างบางยืนพิงเคาน์เตอร์คอยดูเขาทำงานเหมือนดูโชว์ส่วนตัว
ไม่นาน กลิ่นกระเทียมและชีสยืดก็ลอยคลุ้งทั่วห้อง โอมตักขึ้นวางในจาน เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปใสที่ใช้ซุปก้อนแบบสำเร็จรูปแต่ทำท่าอย่างภาคภูมิใจ “เมนูทูนหัวดีไลต์”
“ตั้งชื่อเองเหรอ” เธอหัวเราะคิกคัก
“อืม… ชื่อนี้ต้องห้ามกินคนเดียว ต้องมี ทูนหัว นั่งตรงข้าม”
“โอเค ให้ผ่านหนึ่งคำ” เธอกัดคำใหญ่ ชีสยืดจนต้องยกส้อมสูง “อร่อยนะ”
“ขอบคุณที่-”
เสียงโทรศัพท์ของเขาสั่นบนโต๊ะ เขามองหน้าจอ ปรากฏชื่อเพื่อนร่วมทีมเด้งขึ้นมาพร้อมข้อความกลุ่ม “ขึ้นสแคริมไหม มีคนขาดหนึ่งที่” เขาชะงักไปครึ่งวินาทีก่อนกดล็อกหน้าจอ วางคว่ำลง
ลลิลจับสังเกตได้ เธอวางส้อม “ถ้านายอยากไป-”
โอมส่ายหน้า “คืนนี้ไม่” เขาสบตาเธอตรง ๆ “โอมมีนัดกับขนมปังทูนหัวดีไลต์กับหนังหนึ่งเรื่อง และหมอนหนึ่งใบที่ยึดพื้นที่ไปครึ่งเตียง”
เธอยิ้ม ยิ้มแบบไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป “บอสใหญ่อนุมัติ”
หนังที่เปิดค้างไว้มาจากเมื่อคืนกลับต้องเริ่มตั้งแต่ต้นอีกครั้ง คราวนี้เธอเอนหัวบนไหล่เขา โอมเลื่อนผ้าห่มมาคลุมจนถึงปลายเท้า มือเขาวางบนหลังมือเธออย่างสบาย ๆ ไม่มีความเร่งรีบ ไม่มีเสียงเร่งด่วนจากเกม มีเพียงเสียงบทสนทนาของตัวละครจากสมาร์ตทีวีและลมหายใจสองคนที่ค่อย ๆ เข้าจังหวะเดียวกัน
หนังดำเนินไปถึงกลางเรื่อง ลลิลหยิบโน้ตบุ๊กและแฟลชไดรฟ์ที่รับมาจากรันขึ้นมาวางบนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะเปิดโฟลเดอร์ที่จัดเก็บข้อมูลโพรเจกต์
“นายช่วยดูหัวข้อหน่อยสิ ลลิลลังเลระหว่างเขียนเรื่องครอบครัวกับเรื่องรัก”
“อ่านให้ฟังได้ไหม” เขาถาม
เธอพยักหน้า พลางเปิดข้อมูลสองหน้าแรก แล้วอ่านย่อหน้าเริ่มต้นเบา ๆ โอมตั้งใจฟังจริงจังแบบเดียวกับตอนเขาเล่นแรงก์ แต่ครั้งนี้ไม่มีเมาส์ ไม่มีคีย์บอร์ด มีเพียงสายตาและความเงียบที่ทำให้เธอมั่นใจ
“ชอบแบบไหนบอก” เธอถามหลังอ่านจบ
“ชอบแบบที่เธอเขียนด้วยหัวใจ” เขาตอบง่าย ๆ “ไม่ใช่แบบที่ใครอยากให้เป็น แม้แต่โอม”
ลลิลมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกวูบวาบเริ่มแผ่ซ่านข้างในเหมือนมีบางอย่างในตัวเองถูกวางลงอย่างนุ่มนวล “ขอบคุณนะ”
“ไม่เป็นไร” เขายิ้ม “ทนหน่อยทูนหัว ถ้าโอมเผลอปากหมาไปบ้าง ให้จำไว้ว่าโอมตั้งใจจะดีด้วยมากกว่าร้ายเสมอ”
“ลลิลรู้” เธอกระซิบเสียงแผ่ว ก่อนเอนตัวลงบนหมอน ยอมปล่อยไหล่ให้เขายึดครึ่งหนึ่งตามที่ร้องขอ
ครืด ครืด ครืด
บนโต๊ะ โทรศัพท์ของโอมสั่นอีกหน เขาเอื้อมมือไปกดปิดเสียงโดยไม่แม้แต่จะดู ชั่วขณะที่หน้าจอสว่างวาบ เขาเห็นชื่อ เพื่อนในทีมโผล่ขึ้นมาหลายคน แต่เขาปล่อยให้แสงจางหายไปเอง
แต่เขากลับหันมามองคนข้างกาย แก้มเนียนใสของเธอสัมผัสปลายแขนเขาอย่างไว้ใจ เขาก้มลงจูบหน้าผากเบา ๆ อย่างอ่อนโยนเหมือนคืนก่อน “ขอบคุณนะที่ยอมให้โอกาสโอมได้ซ้อมเป็นคนรักที่ดี ไม่ใช่แค่คนที่เล่นเกมเก่งอย่างเดียว”
ลลิลหลับตาพริ้ม รับสัมผัสนั้นโดยไม่ต้องพูดอะไรเพิ่ม เธอรู้แล้วว่าคำว่า ทนหน่อยทูนหัว ของเขาไม่ได้แปลว่าให้เธอรออย่างไร้ค่า แต่มันคือคำขอเวลาจากคนที่กำลังพยายามจริง ๆ
และเธอก็ตั้งใจจะ “ทน” อย่างมีเหตุผล เท่าที่หัวใจของเธอจะไม่บอบช้ำอีก
บรรยากาศข้างนอกห้องสี่เหลี่ยม วิวเมืองยังคงส่องสว่างจากไฟหลากหลายดวง เสียงรถแล่นยังคงวิ่งไม่ขาดสาย แต่ในห้องเล็ก ๆ นั้น ทุกอย่างค่อย ๆ ช้าลงพอดีกับสองคนที่กำลังเรียนรู้จังหวะกันและกัน
ก่อนหนังจบ โอมกระซิบเบา ๆ ใกล้หู “ลลิล”
“หืม”
“ถ้าวันหนึ่งโอมเผลอ ลลิลเตือนฉันด้วยคำนี้ได้ไหม”
“คำไหน”
“ทนหน่อยทูนหัว” เขายิ้ม “ให้โอมจำว่า…โอมเลือกลลิล ก่อนเกมเสมอ”
ร่างเล็กไม่ตอบ เพียงพยักหน้าแล้วซุกกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ให้คำสัญญาทั้งหมดถูกเก็บไว้ระหว่างหัวใจสองดวง โดยไม่ต้องใช้คำสาบานใด ๆ
คืนนี้ไม่มีแรงก์ ไม่มีบอส ไม่มีคำว่า แป๊บเดียว มีเพียงคำที่กวนตีนแต่ทำให้ใจสั่น คำที่กลายเป็นรหัสลับของสองคน
ทนหน่อยทูนหัว
และทั้งเขาและเธอก็ตั้งใจจะรักษามันไว้ให้ดี
“เขาเคยบอกว่าไม่มีใครแย่งเขาจากเกมได้ แต่วันนี้…เขายอมวางเมาส์ทุกชั่วโมง เพียงเพื่อจะมองหน้าเมียคนเดียว”เวลาผ่านไปไวเหมือนสายฟ้าจากวันที่เราทะเลาะเพราะเกมจากวันที่ฉันงอนเพราะเขาไม่สนใจจากวันที่เขายอมวางเมาส์ครั้งแรกวันนี้…มันกลายเป็น “ครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงาน” ของเราแล้วฉันนั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองพระอาทิตย์ตกดินอย่างใจเย็น ข้างกายคือชายคนหนึ่งที่กำลังแอบซ่อนอะไรบางอย่างเพราะเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองซ่อนความลับได้ “ห่วยแตก” แค่ไหน“นายทำหน้าแปลก ๆ นะ” ฉันพูดทั้งที่ยังไม่หันไปมอง“หน้าแปลกอะไร ผัวหน้าปกติ” โอมตอบแบบไม่สบตา“โกหกไม่เนียนเลย” ฉันหัวเราะเบา ๆ “ตั้งแต่เช้านายก็แอบโทรศัพท์ แอบไลน์ แอบย่องออกไปหน้าบ้านไม่รู้กี่รอบ”“ผัวแค่มีธุระ~” เขายิ้มยียวน“ธุระแบบโอม ๆ นี่แหละน่าสงสัยที่สุดแล้ว”“เมียอย่ารู้มากได้ไหม~” เขายื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบา ๆ“โอมมมมมมมม!” ฉันโวยเสียงยาว“รอหน่อยทูนหัว~” เขาพูดประโยคประจำตัวที่เคยทำฉันหัวร้อนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้…ฉันกลับยิ้มหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนไปมากเขายังคงเป็นผัวติดเกมคนเดิมแต่กลายเป็น “ผัวที่รู้จักจัดเวลา” และ “รู้ว่าตอนไหนควร
“เมียไม่เคยเล่นเกม…ผัวเลยต้องเป็นโค้ช ปัญหาคือ ผัวคลั่งเมียเกินจนลืมว่า นี่มันสนามรบ ไม่ใช่เตียง!”“ลลิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”เสียงลากยาวจากผัวติดเกมดังมากจนนกบนหลังคาคงหนีไปคนละทิศ ฉันวางแก้วน้ำลงแล้วมองเขาอย่างระอา“อะไรของนายอีก” ฉันเลิกคิ้วโอมหมุนเก้าอี้หันมาหา แววตาเป็นประกายเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่“มาเล่นเกมกับโอมเถอะ”“หา?” ฉันขมวดคิ้ว“ก็ผัวอยากให้เมียลองเล่นเกมด้วยกันไง!” เขายิ้มตาหยี “จะได้เข้าใจความสุขของผัว!”“โอม…ฉันไม่ถนัด” ฉันพูดชัดถ้อย “ฉันเป็นพวกเล่นเกมไม่รอดนะ เคยเดินตกเหวในเกมที่เล่นกับเพื่อนไปสามรอบติด”“ไม่เป็นไร ผัวฝึกให้” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่ามั่นใจเวอร์ “ผัวสายโค้ช”“ไม่เอา…” ฉันส่ายหัว“แต่ผัวอยากเล่นกับเมียอะ” เขาทำเสียงอ้อน ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เหมือนลูกหมาโดนเมิน “ขอเถอะนะ เมียจ๋า~”“อย่ามาเสียงนี้” ฉันพยายามกลั้นยิ้ม“นะครับ ที่รักของโอม~” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันโอ๊ย…ตานี่มันอ้อนเก่งกว่าแมวอีก!สุดท้าย…ฉันก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มกวน ๆ ของเขา“เออ! เล่นก็เล่น!”“เย่!” เขากระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดีใจยิ่งกว่าตอนได้แชมป์โลกโอมจ
“เขาเคยบอกว่าเกมคือโลกของเขา…แต่วันที่คิดว่าเมียอาจ ‘ท้อง’ โลกของเขาพลิกทั้งใบ”มันเริ่มจากความผิดปกติง่าย ๆ ในเช้าวันหนึ่งฉันอาเจียนตั้งแต่ยังไม่ทันกินข้าว“อึก…” ฉันพุ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่แปรงฟันเสร็จเสียงอาเจียนดังชัดจนโอมที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่หน้าทีวีถึงกับโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดเข้ามา“ลลิล! เป็นอะไร!?” เสียงเขาตื่นเต็มที่“ไม่รู้…” ฉันพูดเสียงเบา ขณะล้างปาก “อยู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้”“เมื่อคืนเรากินอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า” เขาขมวดคิ้ว“ก็ข้าวต้มธรรมดา…” ฉันพึมพำเขาหันมาจ้องหน้าฉันทันที ดวงตาคมเข้มมองอย่างคาดโทษ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะ เครียด“หรือว่า…” เขาพูดเสียงแผ่ว“ว่า?” ฉันขมวดคิ้ว“ลลิล…จะท้อง?”ฉันชะงัก“บ้า!” ฉันหัวเราะเสียงดัง “อย่าพูดเล่นสิ!”“ใครพูดเล่น โอมพูดจริง” เขาก้มลงมาจ้องตาฉัน “ลลิล อ้วกตอนเช้า หน้าซีด ตัวร้อนนิด ๆ แล้วก็บ่นง่วงมาตั้งแต่เมื่อคืน”“นายนี่…” ฉันถอนหายใจยาว “อย่าคิดไปไกลสิ”“ไม่ไกลได้ไง! โอมกับเมียโอม” เขาชะงักกะทันหัน แล้วทำหน้ากวนประสาท “อืม…เอาเป็นว่า มีเหตุผลให้สงสัยก็แล้วกัน”“ไอ้บ้า” ฉันหน้าแดงเถือกเขาหัวเราะเสียงดัง แต่ใน
“ถ้าจะพาเมียไปฮันนีมูนทั้งที…ผัวติดเกมคนนี้ก็จะพาไปทั้งในชีวิตจริงและในเกม!”หลังจากงานแต่งผ่านไปสองสัปดาห์…เราก็เพิ่งได้เวลา “ฮันนีมูน” กันแบบเป็นเรื่องเป็นราว“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนโน้ตบุ๊กไว้ในกระเป๋า” ฉันพูดขณะนั่งอยู่บนเบาะรถระหว่างทางไปสนามบิน“แน่ใจสิ” โอมตอบหน้าตาย“แล้วไอ้ที่พกกล่องใส่เมาส์ติดตัวมาคืออะไร” ฉันเลิกคิ้วทันทีเขาชะงักไปหนึ่งวิแล้วหัวเราะ “โอเค โอมแค่เอามา เผื่อไว้”“นี่มันไม่ใช่ฮันนีมูนแบบปกตินะ!” ฉันหัวเราะพรืดออก มา “นายจะติดเกมขนาดนี้เลยเหรอ!”“ไม่ใช่ติดเกม” เขายิ้มกวน “ติดเมีย…แต่แค่พกเมาส์ติดตัวไปด้วยเฉย ๆ”ฉันกลอกตา “นายมันบ้า”“บ้ารักเมียไงครับ” เขาตอบทันควันทริปฮันนีมูนของเราไม่ใช่มัลดีฟส์ ไม่ใช่ยุโรป… แต่เป็นเกาะเล็ก ๆ ในภาคใต้ รีสอร์ตเงียบ ๆ ริมทะเล ที่ไม่มีเสียงเมือง มีแค่เสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นไอเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลยามเช้า“ที่นี่สวยจัง” ฉันพูดพลางหันหน้ารับลม“สวยกว่าลลิลไหมล่ะ” เขากระซิบข้างหู“อย่ามาเนียน!” ฉันหัวเราะแล้วตีแขนเขาเบา ๆ“โอมพูดจริง” เขาก้มลงจูบข้างแก้มฉันแบบไม่ให้ตั้งตัว “ลลิลน่ารักกว่าวิวอีก”“นายมันคนกวน!” ฉันหน้าแดงพรืดเข
“หลังแต่งงาน…เขายังติดเกมเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือ…เมียก็ ‘ติดผัว’ ไม่แพ้กัน”เช้าวันแรกหลังแต่งงาน ไม่ใช่เช้าในโรงแรมหรู หรือฮันนีมูนริมทะเลแต่เป็นเช้าที่เราตื่นบนเตียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราเองบ้านที่มีกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากห้องครัวบ้านที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์พร้อมจอใหญ่สองจอ วางข้างเตียงแบบไม่รู้จักคำว่า “โรแมนติก”และบ้านที่มี “โอม” สามีปากหมา ผัวติดเกมของฉันนอนกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ“โอม…” ฉันสะกิดแขนเขาเบา ๆ“อือ…” เสียงครางงัวเงียหลุดออกมา ก่อนเขาจะหันตัวมาพาดแขนมากอดฉันแน่นเหมือนหมาหวงเจ้าของ“นี่นายจะกอดฉันหรือจะนอนเหยียบฉันกันแน่” ฉันหัวเราะขำ“กอดเมีย…” เสียงแหบเบา ๆ ดังข้างหู “เมียของผัว…อย่าหนี”“พูดจาแบบนี้แต่ยังไม่ตื่นเลยนะ”“ผัวไม่ได้หลับ” เขาพึมพำ “ผัวแค่ยังไม่อยากลุก”ฉันส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นตีเบา ๆ ที่แผ่นอกกว้างของเขาผัวติดเกมแต่ดันติดเมียยิ่งกว่าอีก“โอม วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ?” ฉันถามหลังจากที่เขายอมลุกจากเตียงมาแปรงฟันและกินกาแฟด้วยกัน“บอกแล้วไงว่าวันนี้โอมปิดหมดหนึ่งวัน” เขายิ้มกวน “วันแรกของชีวิตผัวเมียทั้งที…โอมจะซ้อมได้ไง”“พูดเหมือนโรแมนติก แต่เมื่อกี้เห็นเปิดคอมฯ
“เขาเคยเลือกเกมมาก่อน…แต่วันนี้เขาเลือกฉัน และเลือกจะพาฉันเข้ามาอยู่ ‘ในเกม’ กับเขา ไม่ใช่ข้างนอกอีกต่อไป”ใครจะไปคิด…ว่าคนที่เคยทะเลาะกันเพราะเกม คนที่เคยต้องทนนั่งมองแฟนเล่นเกมยันตีสามทุกวัน วันหนึ่ง…จะได้ “แต่งงาน” กัน ทั้งในเกม และในชีวิตจริงใช่…ฉันกับโอม เรากำลังจะแต่งงานกัน“ลลิล” เขาเรียกฉันตอนค่ำ ก่อนวันงานจริงหนึ่งวันขณะที่ฉันกำลังนั่งเช็กงานการ์ดแต่งงานกับทีมเพื่อนสาว เขาเดินเข้ามาหาในชุดเสื้อยืดกางเกงบอกเซอร์ หน้าตากวน ๆ เหมือนเคย“อะไรอีกล่ะ” ฉันถามขำ ๆ “อย่าบอกนะว่าจะขอซ้อมเกมก่อนวันแต่ง”“ไม่ใช่” เขายิ้มมุมปาก “โอมอยากชวนลลิลแต่งงาน…ในเกม”ฉันเลิกคิ้วทันที “หา? นี่นายพูดจริง?”“จริงสิ” เขายักคิ้วกวน “โอมจองแผนที่ไว้แล้ว ตั้งใจจัดงานไว้ในเกมด้วย”“นายมันบ้า” ฉันหัวเราะ “นี่มันโรแมนติกแบบเกมเมอร์ชัด ๆ”“ก็ผัวติดเกมนี่นา” เขายิ้มกว้าง แล้วก้าวเข้ามากอดเอวฉันจากด้านหลัง “เมียจะปฏิเสธได้เหรอ”“เฮ้อ…” ฉันส่ายหน้า แต่ยิ้มกว้างกว่าเขา “ก็ได้ค่ะ ทูนหัวของเมีย~”โอมเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในคืนนั้น แล้วพาฉันเข้าไปในเกมออนไลน์ที่เขารักที่สุด เกมที่เคยทำให้เราทะเลาะกัน…ร้องไห้กัน…แ







