Masukรุ่งเช้า
บรรยากาศบนรถไฟฟ้าในตอนเช้าแน่นขนัดด้วยผู้คนตามปกติ กลิ่นกาแฟ กระดาษเอกสาร น้ำหอมจากหลากหลายแรนด์ปะปนกัน โอมยืนกันหลังให้แฟนสาว มือหนาค่อย ๆ แบจับราวเหนือศีรษะ ขณะที่มืออีกข้างจับสายสะพายกระเป๋าเธอไว้ไม่ให้แกว่งกระแทกคนอื่น
“ไม่ต้องจับก็ได้ เดี๋ยวตกสถานีแล้วลากไม่ทัน” เธอหัวเราะคิก
“โอมไม่ได้จับกระเป๋า โอมจับเจ้าของกระเป๋าต่างหาก” เขาเอนตัวลงมากระซิบข้างใบหู แค่พอให้ได้ยินกันสองคน “ทนหน่อยทูนหัว รถมันเบียด”
เธอปรายตาขึ้นมองค้อน แต่เผลอกัดริมฝีปากกลั้นยิ้ม
สัญญาณรถไฟดัง ปิ๊ง ก่อนประตูจะเลื่อนเปิดที่สถานีชานชาลาใกล้บริษัทเธอ เขายื่นมือมารับเหมือนเดิม “ลงก่อน เดี๋ยวคนชน”
“ขอบคุณ” เธอพูดสั้น ๆ เดินออกมายืนริมทาง เช็กรองเท้าก่อนเงยขึ้น ใบหน้าของโอมอยู่ตรงหน้าใกล้เกินกว่าจะตั้งตัวได้ เขายิ้มบาง ๆ
“เย็นนี้ให้ไปรับไหม”
“ไม่ต้อง” เธอส่ายหัว “วันนี้มีประชุมกับทีมต่อ ไปละ”
“โอเค” เขาพยักหน้าไม่เซ้าซี้ “ถ้าเหนื่อยมากบอกนะ เดี๋ยวส่งของหวานไปปลอบใจ ทนหน่อยทูนหัว”
“พอ! หยุดเรียกคำนี้!” เธอแสร้งดุ แต่รอยยิ้มยังค้างอยู่ตรงมุมปาก
เขายกมือทำท่ารูดซิปปาก “ครับ ๆ ตั้งใจทำงานนะครับคนเก่ง”
เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว โทรศัพท์ก็สั่น ติ๊ง
OHM PT : ภาพสติกเกอร์แมวนอนเหยียดยาวบนพุงคน พร้อมข้อความ: “วันนี้ไม่แป๊บ แต่ทำตามสัญญานะ”
OHM PT : เดตไนต์ศุกร์ที่สอง ตั้งล็อกแล้ว บาย
ลลิลหลุดยิ้มกว้างกว่าที่ตั้งใจ ก่อนจะรีบกดล็อกจอเมื่อเดินผ่านแผนกต้อนรับ
…
ที่ทำงานช่วงเช้าเงียบผิดปกติจนถึงเก้าโมงครึ่ง ก่อนเสียงส้นสูงของ “พลอยใส” จะดัง ตึก ตึก ตึก มาตามทางเดิน เธอวางกระเป๋าแบรนด์ลงบนโต๊ะตรงข้ามลลิล แล้วก้มกระซิบด้วยน้ำเสียงมีประกายคึกคัก
“เมื่อวานเห็นสตอรี่ใครไม่รู้ลงว่า โปรเพลเยอร์ตำนานกู้แชมป์ นี่แฟนแกปะ”
ลลิลกะพริบตาปริบ ๆ “โอมไม่ได้เป็นโปร เขาแค่…ทีมสมัครเล่น”
“โอ๊ย สมัครเล่นแต่เล่นเก่งก็โปรในใจเมียปะ” พลอยใสยิ้มร้าย ๆ “ระวังนะ คนติดเกม วันดีคืนดีเขาเลือกเกมมากกว่าเมียก็มี”
“อืม” ลลิลตอบสั้น “แล้วอะไรดี ๆ ไม่มีจะพูดเหรอ”
“ก็บอกให้ระวังไง เพื่อนเป็นห่วง” พลอยใสเบิกตาใสซื่อเกินเหตุ ก่อนจะดึงเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ “ว่าแต่…แฟนเก่าที่ทำงานสำนักพิมพ์นั่น รันใช่ไหม ติดต่อแกอีกหรือยัง”
คำว่า รัน ทำให้หัวใจลลิลสะดุดกึกไปชั่วครู่ เธอวางปากกา “ทำไมต้องถาม”
“ก็เห็นเขามาประชุมชั้นล่างเมื่อวาน แอบหล่อขึ้นนะ ออร่าลลิลชายเงินหนา มากเวอร์” พลอยใสยักคิ้ว “คนแบบนั้นคงไม่ให้รอหรอก ถ้าเขาบอกเจ็ดโมง ก็คือเจ็ดโมง”
ประโยคสุดท้ายเหมือนมีมีดบางเฉียบเฉือนผ่านรอยบอบช้ำเมื่อคืน ลลิลสูดลมหายใจ “พลอย ถ้าเธอไม่มีเรื่องงาน ฉันขอทำสรุปประชุมก่อนนะ”
พลอยใสเชิดนิด ๆ “ก็ได้ค่า อย่าลืมเล่าเรื่องแฟนติดเกมให้ฟังล่ะ สนุกดี” แล้วเธอก็ลุกไปทิ้งกลิ่นน้ำหอมติดหวานไว้ข้างหลัง
ลลิลหลับตาสงบสติครู่หนึ่ง พยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกให้คงที่ เธอไม่ยอมให้เช้าอันดีพังลงเพียงเพราะคำแหย่เล่นของใคร
ทนหน่อยทูนหัว เสียงของโอมดังก้องขึ้นมาเองอย่างประหลาด จู่ ๆ ก็กลายเป็นประโยคที่ช่วยเยียวยา
ช่วงบ่ายเธอประชุมติด ๆ กันสองรอบ ทั้งเรื่องแคมเปญและงบประจำไตรมาส จนถึงเวลาพักเบรกก็พบว่ามีถุงกระดาษวางอยู่บนโต๊ะเธอ พร้อมโน้ตเล็ก ๆ ลายมือขยุกขยิกคุ้นตา
“ภารกิจชดใช้ภาคสอง: ไข่คัสตาร์ดนมสด จากยูทูบเชฟที่โอมเชื่อใจ ถ้าไม่อร่อย บทลงโทษคราวนี้เป็นหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง ป.ล. ทนหน่อยทูนหัว แฟนเธอกำลังหัดเป็นคนดี (แต่อาจจะยังปากหมาอยู่)”
ใบหน้าของคนที่กำลังอ่านโน้ตเห่อร้อนขึ้นทันที แอบเหลือบมองรอบ ๆ ว่ามีใครเห็นไหม ก่อนค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ไข่คัสตาร์ดเนียนสวยสองถ้วย ราดคาราเมลสีอำพัน เธอตักคำเล็ก ๆ ลองชิม มันละลายบนลิ้น “หวานกำลังดี…”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
OHM PT : อร่อยไหม
Lalil_O : อร่อย
OHM PT : โอเค งั้นโทษเลื่อนไปไว้ใช้ทีหลัง
Lalil_O : แปลว่ายังคิดจะทำผิดอีกสินะ
OHM PT : ไม่ครับบอสใหญ่ โอมจะพยายามไม่ผิด
OHM PT : ถ้าเหนื่อย กินหวานแล้วหายไหม
Lalil_O : หายไปนิด
OHM PT : ทนหน่อยทูนหัว เดี๋ยวเลิกงานไปรับ อ้าว เมื่อเช้าลลิลบอกว่าไม่ต้องนี่หว่า
OHM PT : งั้นส่งมุกขำ ๆ แทน: แมวติดเกม เรียกว่าอะไร
Lalil_O : …อะไร
OHM PT : แคตแรงก์
Lalil_O : เลิกคุย!
ลลิลอมยิ้มจนแก้มเกือบแตก แล้ววางมือถือลงพยายามตั้งใจทำงานต่อ แต่ไม่นานนักหน้าจอก็สว่างขึ้นอีกครั้ง จากชื่อที่เธอยังไม่ทันลบออกจากชีวิต
รัน: เย็นนี้ว่างไหม เจอกันครึ่งชั่วโมงได้หรือเปล่า เรื่องงานน่ะ อยากชวนเขียนรวมเรื่องสั้นเล่มพิเศษ
ลลิลชะงักนิ่ง เธอไม่อยากหลบ ไม่อยากหนี เรื่องงานก็คืองาน แต่เธอก็รู้ว่าควรบอกคนที่คบอยู่ให้เข้าใจ มากกว่าจะปล่อยให้มันกลายเป็นอะไรที่คลุมเครือ
ก่อนจะพิมพ์ตอบห้วน ๆ
Lalil_O : ว่าง 18:30 ที่คาเฟหน้าบริษัท
นิ้วเรียวประทับวางอยู่เหนือคีย์บอร์ดอีกครั้งด้วยท่าทีลังเลไม่น้อย แล้วเปลี่ยนหน้าจอไปหาอีกคนทันที
Lalil_O : เย็นนี้ไปเจอรุ่นพี่ที่สำนักพิมพ์หน่อยนะ เรื่องงานน่ะ
OHM PT : รัน?
Lalil_O : ใช่
OHM PT : โอเค ไปเถอะ โอมเชื่อใจลลิล
OHM PT : แต่…ทูนหัวจะให้โอมไปส่งได้ไหม โอมจะไม่กวน ไม่นั่งด้วย ถ้าลลิลไม่อยาก เดี๋ยวโอมรอข้างนอก
ความจริงใจที่ปราศจากน้ำเสียงหึงหวงฟังง่ายกว่าที่คิด ลลิลมองจออยู่สักพักแล้วตอบกลับ
Lalil_O : ไม่ต้องมาส่งก็ได้ ลลิลไปเอง
OHM PT : รับทราบ ถ้าเสร็จแล้วไลน์มานะ โอมใส่รองเท้ารออยู่บ้านเฉย ๆ
Lalil_O : ทำไมนายต้องรอ
OHM PT : เพราะอยากเป็นคนแรกที่ได้เห็นว่าลลิลยิ้มไหม
เธอเม้มปาก รู้สึกเหมือนโดนลูบหัวใจเบา ๆ
คาเฟหน้าบริษัท
บรรยากาศภายในร้านช่วงหัวค่ำค่อนข้างเงียบ ครืด ครืดเสียงเครื่องบดกาแฟดังเป็นจังหวะ รันนั่งรออยู่แล้ว เขาเลือกโต๊ะมุมข้างในสุด เขารูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด ดวงตาเรียบนิ่ง แบบที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ของความสบายใจสำหรับเธอ
“ลลิล” เขาลุกขึ้นยืน ยิ้มบาง “ขอบคุณที่มานะ นั่งก่อนสิ”
“ค่ะ” ร่างเล็กนั่งลงตรงข้าม พลางวางกระเป๋า “เรื่องงาน สรุปเลยได้ไหมคะ ลลิลมีเวลาไม่มาก”
รันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พยักหน้าเข้าเรื่องอย่างคนอ่านเกมเก่ง “สำนักพิมพ์อยากทำโพรเจกต์รวมเรื่องสั้นนักเขียนรุ่นใหม่ พอคิดถึงสายเขียนแนวอบอุ่นติดดรามานิด ๆ ก็เลย…นึกถึงเธอ”
คำชมไม่ได้ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเหมือนเมื่อก่อน แค่รู้สึกขอบคุณ “ขอบคุณนะคะ”
เขายื่นแฟลชไดร์ฟอันเล็กให้ “รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในโฟลเดอร์นะ ถ้าสนใจ เรามีนัดบรีฟสัปดาห์หน้า”
“ลลิลอ่านแล้วจะตอบอีกทีนะคะ” เธอหยิบแฟลชไดร์ฟมาเก็บลงกระเป๋า ก่อนค้อมศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณที่ไว้ใจในงานของลลิลนะคะ”
รันมองใบหน้าสวยหวานสองสามวินาที สุดท้ายก็หลุดคำถามที่เหมือนเก็บมาเนิ่นนาน “เขาดีกับลลิลไหม”
ลลิลเงยหน้า ไม่หลบ “ดีในแบบของเขา”
“เขาติดเกม” น้ำเสียงรันไม่ได้ประชด แค่บอกข้อเท็จจริง “โอมยังจำได้ว่าลลิลไม่ชอบการรอคอย”
“ลลิลก็ยังไม่ชอบ” เธอยอมรับ “แต่เรากำลังเรียนรู้กันอยู่”
รันยิ้มจาง ๆ คล้ายกำลังฝืนรับฟัง “ถ้าวันไหนเขาทำให้ลลิลเสียใจ-”
“ลลิลเสียใจเอง ก็หายเองได้ค่ะ” เธอตัดบทนุ่มนวล “รัน…เราโตขึ้นแล้วเนอะ เรารู้ว่ารักอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีพื้นที่ให้คนสองคนยืนอยู่ด้วยกันอย่างพอดี”
เขานิ่งไป ก่อนพยักหน้า “ขอให้ลลิลมีความสุขนะ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มจริงใจ “และถ้าโพรเจกต์นี้เวิร์ก เราเป็นพาร์ตเนอร์งานที่ดีต่อกันได้”
เมื่อการคุยเรื่องงานจบเรียบร้อย เธอก็ลุกขึ้น “ลลิลขอตัวก่อนนะคะ”
“ให้ไปส่งไหม” เขาถามตามมารยาท
“ไม่เป็นไรค่ะ มีคนรออยู่ที่บ้าน” เธอตอบโดยไม่เขินที่จะบอก
“เขาเคยบอกว่าไม่มีใครแย่งเขาจากเกมได้ แต่วันนี้…เขายอมวางเมาส์ทุกชั่วโมง เพียงเพื่อจะมองหน้าเมียคนเดียว”เวลาผ่านไปไวเหมือนสายฟ้าจากวันที่เราทะเลาะเพราะเกมจากวันที่ฉันงอนเพราะเขาไม่สนใจจากวันที่เขายอมวางเมาส์ครั้งแรกวันนี้…มันกลายเป็น “ครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงาน” ของเราแล้วฉันนั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองพระอาทิตย์ตกดินอย่างใจเย็น ข้างกายคือชายคนหนึ่งที่กำลังแอบซ่อนอะไรบางอย่างเพราะเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองซ่อนความลับได้ “ห่วยแตก” แค่ไหน“นายทำหน้าแปลก ๆ นะ” ฉันพูดทั้งที่ยังไม่หันไปมอง“หน้าแปลกอะไร ผัวหน้าปกติ” โอมตอบแบบไม่สบตา“โกหกไม่เนียนเลย” ฉันหัวเราะเบา ๆ “ตั้งแต่เช้านายก็แอบโทรศัพท์ แอบไลน์ แอบย่องออกไปหน้าบ้านไม่รู้กี่รอบ”“ผัวแค่มีธุระ~” เขายิ้มยียวน“ธุระแบบโอม ๆ นี่แหละน่าสงสัยที่สุดแล้ว”“เมียอย่ารู้มากได้ไหม~” เขายื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบา ๆ“โอมมมมมมมม!” ฉันโวยเสียงยาว“รอหน่อยทูนหัว~” เขาพูดประโยคประจำตัวที่เคยทำฉันหัวร้อนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้…ฉันกลับยิ้มหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนไปมากเขายังคงเป็นผัวติดเกมคนเดิมแต่กลายเป็น “ผัวที่รู้จักจัดเวลา” และ “รู้ว่าตอนไหนควร
“เมียไม่เคยเล่นเกม…ผัวเลยต้องเป็นโค้ช ปัญหาคือ ผัวคลั่งเมียเกินจนลืมว่า นี่มันสนามรบ ไม่ใช่เตียง!”“ลลิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”เสียงลากยาวจากผัวติดเกมดังมากจนนกบนหลังคาคงหนีไปคนละทิศ ฉันวางแก้วน้ำลงแล้วมองเขาอย่างระอา“อะไรของนายอีก” ฉันเลิกคิ้วโอมหมุนเก้าอี้หันมาหา แววตาเป็นประกายเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่“มาเล่นเกมกับโอมเถอะ”“หา?” ฉันขมวดคิ้ว“ก็ผัวอยากให้เมียลองเล่นเกมด้วยกันไง!” เขายิ้มตาหยี “จะได้เข้าใจความสุขของผัว!”“โอม…ฉันไม่ถนัด” ฉันพูดชัดถ้อย “ฉันเป็นพวกเล่นเกมไม่รอดนะ เคยเดินตกเหวในเกมที่เล่นกับเพื่อนไปสามรอบติด”“ไม่เป็นไร ผัวฝึกให้” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่ามั่นใจเวอร์ “ผัวสายโค้ช”“ไม่เอา…” ฉันส่ายหัว“แต่ผัวอยากเล่นกับเมียอะ” เขาทำเสียงอ้อน ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เหมือนลูกหมาโดนเมิน “ขอเถอะนะ เมียจ๋า~”“อย่ามาเสียงนี้” ฉันพยายามกลั้นยิ้ม“นะครับ ที่รักของโอม~” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันโอ๊ย…ตานี่มันอ้อนเก่งกว่าแมวอีก!สุดท้าย…ฉันก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มกวน ๆ ของเขา“เออ! เล่นก็เล่น!”“เย่!” เขากระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดีใจยิ่งกว่าตอนได้แชมป์โลกโอมจ
“เขาเคยบอกว่าเกมคือโลกของเขา…แต่วันที่คิดว่าเมียอาจ ‘ท้อง’ โลกของเขาพลิกทั้งใบ”มันเริ่มจากความผิดปกติง่าย ๆ ในเช้าวันหนึ่งฉันอาเจียนตั้งแต่ยังไม่ทันกินข้าว“อึก…” ฉันพุ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่แปรงฟันเสร็จเสียงอาเจียนดังชัดจนโอมที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่หน้าทีวีถึงกับโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดเข้ามา“ลลิล! เป็นอะไร!?” เสียงเขาตื่นเต็มที่“ไม่รู้…” ฉันพูดเสียงเบา ขณะล้างปาก “อยู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้”“เมื่อคืนเรากินอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า” เขาขมวดคิ้ว“ก็ข้าวต้มธรรมดา…” ฉันพึมพำเขาหันมาจ้องหน้าฉันทันที ดวงตาคมเข้มมองอย่างคาดโทษ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะ เครียด“หรือว่า…” เขาพูดเสียงแผ่ว“ว่า?” ฉันขมวดคิ้ว“ลลิล…จะท้อง?”ฉันชะงัก“บ้า!” ฉันหัวเราะเสียงดัง “อย่าพูดเล่นสิ!”“ใครพูดเล่น โอมพูดจริง” เขาก้มลงมาจ้องตาฉัน “ลลิล อ้วกตอนเช้า หน้าซีด ตัวร้อนนิด ๆ แล้วก็บ่นง่วงมาตั้งแต่เมื่อคืน”“นายนี่…” ฉันถอนหายใจยาว “อย่าคิดไปไกลสิ”“ไม่ไกลได้ไง! โอมกับเมียโอม” เขาชะงักกะทันหัน แล้วทำหน้ากวนประสาท “อืม…เอาเป็นว่า มีเหตุผลให้สงสัยก็แล้วกัน”“ไอ้บ้า” ฉันหน้าแดงเถือกเขาหัวเราะเสียงดัง แต่ใน
“ถ้าจะพาเมียไปฮันนีมูนทั้งที…ผัวติดเกมคนนี้ก็จะพาไปทั้งในชีวิตจริงและในเกม!”หลังจากงานแต่งผ่านไปสองสัปดาห์…เราก็เพิ่งได้เวลา “ฮันนีมูน” กันแบบเป็นเรื่องเป็นราว“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนโน้ตบุ๊กไว้ในกระเป๋า” ฉันพูดขณะนั่งอยู่บนเบาะรถระหว่างทางไปสนามบิน“แน่ใจสิ” โอมตอบหน้าตาย“แล้วไอ้ที่พกกล่องใส่เมาส์ติดตัวมาคืออะไร” ฉันเลิกคิ้วทันทีเขาชะงักไปหนึ่งวิแล้วหัวเราะ “โอเค โอมแค่เอามา เผื่อไว้”“นี่มันไม่ใช่ฮันนีมูนแบบปกตินะ!” ฉันหัวเราะพรืดออก มา “นายจะติดเกมขนาดนี้เลยเหรอ!”“ไม่ใช่ติดเกม” เขายิ้มกวน “ติดเมีย…แต่แค่พกเมาส์ติดตัวไปด้วยเฉย ๆ”ฉันกลอกตา “นายมันบ้า”“บ้ารักเมียไงครับ” เขาตอบทันควันทริปฮันนีมูนของเราไม่ใช่มัลดีฟส์ ไม่ใช่ยุโรป… แต่เป็นเกาะเล็ก ๆ ในภาคใต้ รีสอร์ตเงียบ ๆ ริมทะเล ที่ไม่มีเสียงเมือง มีแค่เสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นไอเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลยามเช้า“ที่นี่สวยจัง” ฉันพูดพลางหันหน้ารับลม“สวยกว่าลลิลไหมล่ะ” เขากระซิบข้างหู“อย่ามาเนียน!” ฉันหัวเราะแล้วตีแขนเขาเบา ๆ“โอมพูดจริง” เขาก้มลงจูบข้างแก้มฉันแบบไม่ให้ตั้งตัว “ลลิลน่ารักกว่าวิวอีก”“นายมันคนกวน!” ฉันหน้าแดงพรืดเข
“หลังแต่งงาน…เขายังติดเกมเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือ…เมียก็ ‘ติดผัว’ ไม่แพ้กัน”เช้าวันแรกหลังแต่งงาน ไม่ใช่เช้าในโรงแรมหรู หรือฮันนีมูนริมทะเลแต่เป็นเช้าที่เราตื่นบนเตียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราเองบ้านที่มีกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากห้องครัวบ้านที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์พร้อมจอใหญ่สองจอ วางข้างเตียงแบบไม่รู้จักคำว่า “โรแมนติก”และบ้านที่มี “โอม” สามีปากหมา ผัวติดเกมของฉันนอนกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ“โอม…” ฉันสะกิดแขนเขาเบา ๆ“อือ…” เสียงครางงัวเงียหลุดออกมา ก่อนเขาจะหันตัวมาพาดแขนมากอดฉันแน่นเหมือนหมาหวงเจ้าของ“นี่นายจะกอดฉันหรือจะนอนเหยียบฉันกันแน่” ฉันหัวเราะขำ“กอดเมีย…” เสียงแหบเบา ๆ ดังข้างหู “เมียของผัว…อย่าหนี”“พูดจาแบบนี้แต่ยังไม่ตื่นเลยนะ”“ผัวไม่ได้หลับ” เขาพึมพำ “ผัวแค่ยังไม่อยากลุก”ฉันส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นตีเบา ๆ ที่แผ่นอกกว้างของเขาผัวติดเกมแต่ดันติดเมียยิ่งกว่าอีก“โอม วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ?” ฉันถามหลังจากที่เขายอมลุกจากเตียงมาแปรงฟันและกินกาแฟด้วยกัน“บอกแล้วไงว่าวันนี้โอมปิดหมดหนึ่งวัน” เขายิ้มกวน “วันแรกของชีวิตผัวเมียทั้งที…โอมจะซ้อมได้ไง”“พูดเหมือนโรแมนติก แต่เมื่อกี้เห็นเปิดคอมฯ
“เขาเคยเลือกเกมมาก่อน…แต่วันนี้เขาเลือกฉัน และเลือกจะพาฉันเข้ามาอยู่ ‘ในเกม’ กับเขา ไม่ใช่ข้างนอกอีกต่อไป”ใครจะไปคิด…ว่าคนที่เคยทะเลาะกันเพราะเกม คนที่เคยต้องทนนั่งมองแฟนเล่นเกมยันตีสามทุกวัน วันหนึ่ง…จะได้ “แต่งงาน” กัน ทั้งในเกม และในชีวิตจริงใช่…ฉันกับโอม เรากำลังจะแต่งงานกัน“ลลิล” เขาเรียกฉันตอนค่ำ ก่อนวันงานจริงหนึ่งวันขณะที่ฉันกำลังนั่งเช็กงานการ์ดแต่งงานกับทีมเพื่อนสาว เขาเดินเข้ามาหาในชุดเสื้อยืดกางเกงบอกเซอร์ หน้าตากวน ๆ เหมือนเคย“อะไรอีกล่ะ” ฉันถามขำ ๆ “อย่าบอกนะว่าจะขอซ้อมเกมก่อนวันแต่ง”“ไม่ใช่” เขายิ้มมุมปาก “โอมอยากชวนลลิลแต่งงาน…ในเกม”ฉันเลิกคิ้วทันที “หา? นี่นายพูดจริง?”“จริงสิ” เขายักคิ้วกวน “โอมจองแผนที่ไว้แล้ว ตั้งใจจัดงานไว้ในเกมด้วย”“นายมันบ้า” ฉันหัวเราะ “นี่มันโรแมนติกแบบเกมเมอร์ชัด ๆ”“ก็ผัวติดเกมนี่นา” เขายิ้มกว้าง แล้วก้าวเข้ามากอดเอวฉันจากด้านหลัง “เมียจะปฏิเสธได้เหรอ”“เฮ้อ…” ฉันส่ายหน้า แต่ยิ้มกว้างกว่าเขา “ก็ได้ค่ะ ทูนหัวของเมีย~”โอมเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในคืนนั้น แล้วพาฉันเข้าไปในเกมออนไลน์ที่เขารักที่สุด เกมที่เคยทำให้เราทะเลาะกัน…ร้องไห้กัน…แ







