LOGINในคลับประจำและโซนประจำ คุณหมอทั้งสามนั่งดื่มกินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่แล้วเรดาร์ของหมอสาวก็ทำงาน เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีสายตาของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน พวกหล่อนมองมาทางผู้ชายของเธอและเพื่อนชายรักสนุกของเธอตาไม่กะพริบ และเหมือนสองหนุ่มข้างกายเธอจะเล่นด้วยเสียนี่ สองสาวที่สวยที่สุดในกลุ่มเดินเฉียดกรายผ่านโต๊ะของเธอ พวกหล่อนทิ้งสายตามาที่หมอหนุ่มทั้งสอง แล้วเดินนวยนาดผ่านไปทางโซนด้านหลัง ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นโซนเชือดของหนุ่มสาวกลัดมันสองหนุ่มหยิบตาให้กันแล้วขอตัวเธอไปเข้าห้องน้ำสักครู่
เธอรู้ดีทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เธอเจ็บปวดไปทั้งใจเมื่อรู้ว่าคนที่เธอหมายปองกำลังจะไปมีความสุขกับผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว ทำไมเขาถึงมองข้ามเธอตลอดเวลาทั้งๆ ที่เธอก็สวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร มีผู้ชายดีๆเข้ามาจีบเธอตลอดแต่เธอเลือกที่จะรอเขาคนเดียวเท่านั้น และนี่คือสิ่งที่เธอได้รับกลับมาเสมอ แต่ในฐานะเพื่อนเธอจะแสดงความรู้สึกอะไรมากมายนักไม่ได้เลย
หมอสาวยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด เธอเติมแล้วดื่มแบบนี้อีกหลายแก้วติดกันจนมึนเมาได้ที่ เธอไม่มีสติพอที่จะควบคุมตนเองได้อีกแล้ว จึงออกเดินไปตามทางที่เพื่อนชายของเธอทั้งสองเดินหายเข้าไปทันที เมื่อเข้ามาภายในทางที่ค่อนข้างมืดและมีช่องทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด อีกทั้งยังมีแผ่นไม้กั้นเป็นฉาก กล่องลังตั้งจนสูง เหมาะสำหรับกิจกรรมที่ต้องหลบๆซ่อนๆนัก เธอเดินโซเซเข้ามาหลบอยู่ในช่องหลืบหนึ่ง หมอสาวยกมืออันสั่นเทาปิดปากตัวเองแน่น กลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดหลุดออกมา น้ำตาไหลพรากจากดวงตาที่ตกแต่งมาอย่างงดงาม
ภาพตรงหน้าทำเอาเธอเข่าแทบทรุด หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังกอดรัดกันนัวเนีย ผู้หญิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ส่วนชายหนุ่มที่ยืนหันข้างให้เธอ เธอจำดีว่าเขาเป็นใครแม้ข้างในนี้จะค่อนข้างมืด ชายหนุ่มที่เสื้อผ้ายังอยู่บนตัวครบทุกชิ้น กำลังสาวสะโพกสอบกระแทกกระทั้นร่างงามตรงหน้าที่ถูกเขายกขาข้างหนึ่งขึ้นสูง เขาเด้งสะโพกอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่นานก็หยุดนิ่งไปทั้งคู่ ชายหนุ่มถอดถอนตัวตนออกมาแล้วรูดปอกป้องกันออกทิ้งที่พื้นแล้วหยิบอีกชิ้นมาสวมครอบไว้ มือแกร่งจับร่างงามให้หันหลังให้ตนแล้วสอดแทรกท่อนเอ็นใหญ่เข้าสู่กายงามอย่างแรง มือแกร่งกำสะโพกผายของผู้หญิงที่ยืนด้านหน้าเขาแน่น แล้วกระแทกกระทั้นตอกตรึงตัวตนของตัวเองเข้าออกกายเธออย่างไม่มีคำว่าปรานี
ภาพตรงหน้าทำเอาเธอแทบยืนไม่อยู่อยากจะไปจากตรงนี้ก็ก้าวขาไม่ออกจึงต้องยืนมองคนทั้งคู่ทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับเสียงดนตรีที่แสนเร้าใจในร้านต่อไป หมอหนุ่มเร่งจังหวะรัวแรงจนคนที่แอบยืนมองยังแทบหยุดหายใจ ไม่นานบทเพลงของทั้งคู่ก็สิ้นสุดลงเมื่อสาวสวยกรีดร้องโหยหวนอย่างไม่อายใครในจังหวะที่เขากระแทกสะโพกอย่างแรงครั้งสุดท้าย ชายหนุ่มถอดถอนตัวตนออกมาทันทีแล้วรีบรูดปอกป้องกันทิ้งลงพื้นที่เดิม เธอมองเห็นสิ่งแบบนี้กองอยู่แทบเท้าเขาสองชิ้น และเมื่อมองไปรอบๆ แม้กระทั่งที่เท้าของเธอก็มีสิ่งเหล่านี้กองเรียงรายอยู่ เธอขยะแขยงสถานที่แห่งนี้จนแทบอาเจียน
หมอหนุ่มเก็บอาวุธคู่กายเข้าที่ทันทีแล้วรูดซิปรัดเข็มขัดอย่างเรียบร้อยตามเดิม เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูผู้หญิงคนนั้นแล้วเดินออกไปทันทีอย่างไม่หันกลับมาเหลียวแลหล่อนอีก หญิงสาวคนนั้นรีบจัดชุดของหล่อนให้เข้าที่เข้าทางแล้วก็เดินออกจากสถานที่แห่งนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อทั้งสองคนเดินออกไป เธอก็สูดหายใจลงปอดให้ลึกแล้วก้าวเดินตามออกไป เธอแวะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างคราบน้ำตาออกจากใบหน้าให้หมดเพื่อกลับไปเจอเพื่อนสนิททั้งสองให้เหมือนปกติ
“ไปไหนมาตั้งนานน่ะพรีม”
เสียงทุ้มแสดงความเป็นห่วงใยดังออกมาจากปากของเขา คนที่เธอหลงรัก
“ไปห้องน้ำมา คนเยอะมาก”
“เราก็เป็นห่วง กลับมาตั้งนานแล้วหาพรีมไม่เจอ”
นานเหรอ เขาเพิ่งแยกจากร่างกายของผู้หญิงคนนั้นเมื่อครู่นี่เอง แค่คิดก็สะท้อนในใจ ดวงตางามคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่ใกล้จะไหลลงมาเต็มที หมอสาวกลั้นใจยกแก้วขึ้นกระดกจนหมด
“เบาๆ เดี๋ยวก็เมาหรอก ฉันกับไอ้เหนือขี้เกียจดูแล”
เสียงดังมาด้านหลัง เป็นราวินที่บ่นเพื่อนสาวเบาๆ ด้วยแววตาห่วงใย แต่คนปากไม่ดีที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างเขากับเธอ คงพูดกันดีๆ ได้ไม่เกินสองคำ
“ใครใช้ให้นายมาดูแล แค่เหนือคนเดียวก็พอแล้ว”
“เออ จำไว้ วันไหนไอ้เหนือมันมีเมีย แล้วมันไม่เหลียวแลเธอ อย่ามาง้อหมอวินผู้หล่อเหลาและเป็นที่ต้องการของสาวๆคนนี้ล่ะ”
“เหนือมีแฟนแล้วเหรอ”
เธอไม่สนใจคำพูดใดๆของราวินอีก หันไปถามพิชญะทันทีในสิ่งที่เธอกลัวมาตลอด กลัวว่าเขาจะแอบไปมีใครโดยที่เธอไม่รู้และไม่ทันได้ขัดขวาง
“ยังหรอก คงไม่มีแล้วมั้ง อยู่กับแม่กับน้องสาวดีกว่า ขี้เกียจทำให้ผู้หญิงเสียใจ”
แววตาคมวูบไหวลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงแม่กับน้องสาว
พิชญะมีอดีตที่ขื่นขมในวัยเด็ก เพราะพ่อแท้ๆทิ้งแม่ น้องสาวและเขาไปอย่างไม่ใยดี พวกเขาต้องหอบหิ้วเสื้อผ้าย้ายไปอยู่บ้านเก่าของแม่ที่ชานเมืองอยู่หลายปี กว่าที่แม่จะตั้งตัวได้ ช่วงแรกๆทั้งแม่และน้องสาวของเขาร้องไห้แทบทุกวัน ทั้งคู่แทบไม่แตะอาหารจนร่างกายซูบผอม แม่และน้องเกือบเป็นโรคซึมเศร้า เขาในวัยเพียงแปดขวบต้องทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อเป็นเสาหลักที่พึ่งทางใจของแม่และน้องและก็เป็นแบบนั้นเสมอมา
ทั้งสองคนเปรียบเสมือนดวงใจของเขา เขาจึงทั้งรักและห่วงแม่ละน้องมาก รวมไปถึงหวงน้องสาวมากด้วย เพราะรู้ดีว่าผู้ชายมันเป็นอย่างไร ขนาดเขาเองยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย ว่าจะรักผู้หญิงคนหนึ่งได้คนเดียวตลอดชีวิตหรือไม่ เขาไม่อยากเป็นแบบพ่อ เขาไม่อยากทำให้ลูกและเมียเสียใจหากวันหนึ่งเขาไม่ได้เป็นคนดีแบบเดิม ไม่อยากให้ลูกเมียหรือผู้หญิงที่ไหนก็ช่างมาตกอยู่ในสภาพเดียวกับที่แม่และน้องสาวเขาเคยเป็นมา เขาจึงไม่คิดมีใครเป็นตัวเป็นตน และสนุกสุดเหวี่ยงกับผู้หญิงง่ายๆ ที่หาได้ตามสถานที่แบบนี้ พวกที่ไม่คิดอะไรมาก และมีรสนิยมรักสนุกไม่คิดผูกพันเหมือนกัน
และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาไม่กล้าก้าวข้าวความสัมพันธ์ที่มากกว่าคำว่าเพื่อนกับเธอ พริมา ผู้หญิงที่สวย เก่ง ฉลาด นิสัยดี เข้าใจและอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพราะเขากลัวว่าหากไม่ได้เป็นดั่งที่ใจคิดฝัน เมื่อเขาทั้งคู่ต้องจบความสัมพันธ์ลง ความเป็นเพื่อนที่ดีเสมอมามันจะหมดไป เขาขอยืนอยู่ในจุดที่เป็นเพื่อนที่รักและห่วงใยเธอแบบนี้ ให้เธอไปเจอกับคนที่ดีที่พร้อมจะดูแลเธอน่าจะดีกว่า
พริมาและราวิน ได้เห็นแววตาวูบไหวนี้ของพิชญะเช่นกัน ทั้งคู่รู้ดีว่าเหตุใดพิชญะไม่ยอมมีใครจริงจังเสียที และนี่ก็อาจเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาไม่แสดงท่าทีต่อเธอมากมายไปกว่าเพื่อนก็ได้ ถึงแม้บางทีเธอก็แอบรู้สึกบ่อยครั้งว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่น้อย
“เห้ย คิดมากน่า วันหนึ่งถ้าแกเจอคนที่ใช่ แกก็จะก้าวผ่านจุดนั้นมาได้เอง แต่วันนี้แกก็สนุกสุดเหวี่ยง ฟันสาวเป็นเพื่อนฉันก่อนโว้ยเพื่อนรัก”
“วิน นายจะฟันก็ฟันไปคนเดียวสิ ทำไมต้องมาชวนเพื่อนใจแตกด้วย”
หมอสาวแหวใส่เพื่อนตัวร้าย
“โห คุณหมอพรีมครับ เพื่อนคุณหมอเนี่ย ตัวดีเลยครับ เห็นนิ่งๆแบบนี้ มันฟันเรียบนะครับ”
“โอ๊ย พอๆเลย ฉันไม่อยากฟัง”
“แสลงใจหรือครับ ธรรมดาน่า ชายโสดก็ต้องมีบ้าง ถ้าฉันมีแฟน ฉันก็หยุดเหมือนกัน” ราวินพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง สบตาหมอสาวด้วยประกายตาเจือแววเศร้า
“อกหักมาหรอนายวิน”
เธอเห็นประกายเศร้าในตาเพื่อนเพียงครู่ก็ให้สงสัย เหตุใดชายหนุ่มที่แสนจะร่าเริงและแรดที่สุดในกลุ่มถึงมีประกายตาเศร้านักเมื่อพูดคำว่าแฟน
“อือ นานแล้ว แต่ไม่หาย ช่างเถอะ”
ราวินตอบปัดแบบส่งๆไม่ให้ใครสงสัย แต่ไหนเลยเรื่องนี้จะรอดพ้นสายตาและความรู้สึกของพิชญะไปได้ เขารู้ดีมาตลอดว่าราวินแอบรักพริมามานาน เผลอๆนานกว่าเขาด้วยซ้ำ เขาค่อนข้างชัดเจนและใจแข็งพอสมควร ความรักที่มีต่อพริมาจึงหลงเหลือเพียงความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน และปรารถนาดีต่อเพื่อนคนนี้เสมอ และยิ่งรู้และแน่ใจว่าราวินคิดอย่างไรกับเธอ เขายิ่งขีดเส้นกั้นความสัมพันธ์นี้ไว้เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น เพราะเขาไม่ต้องการจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดทั้งสองคนไปสังเวยให้กับความรักที่ไม่รู้มันจะจอมปลอมและหักหลังเขาเหมือนที่หลายๆคนโดนมันกระทำไหม
“มาๆ ดื่มย้อมใจกันดีกว่า คืนนี้ยังอีกยาวไกล ฉันเมาก็ดูแลฉันด้วยละกัน”
ราวินกลับมาร่าเริงอีกหน แล้วทั้งสามก็เข้าสู่โหมดสนุกสนานจนถึงเวลาคลับปิด
บนหาดทรายขาวละเอียด ร่างงามในชุดเจ้าสาวสีขาวงาช้างสายเดี่ยวผ้าลูกไม้แหวกอกลึกกระโปรงทรงเข้ารูปและบานออกตั้งแต่ช่วงต้นขายันปลายกระโปรงลากชายยาวเกือบเมตร ผมสวยถูกเกล้าต่ำระท้ายทอยประดับด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ ใบหน้าตกแต่งอย่างดีด้วยสีหวานโชว์ความงามตามธรรมชาติของเจ้าสาวคนสวย มือข้างหนึ่งของเธอถือช่อดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าตกแต่งใบไม้สวยงาม ส่วนมืออีกข้างของเธอใช้เกี่ยวแขนผู้เป็นบิดาไว้ ทั้งคู่กำลังเดินผ่านทางที่ประดับตกแต่งด้วยเสาไม้ที่พันด้วยผ้าสีขาวและช่อดอกไม้ที่คล้ายกับช่อที่เธอถืออยู่ยาวตลอดสองข้างทางไปจนถึงหน้าซุ้มไม้ขนาดใหญ่ที่พันแต่งด้วยผ้าขาวและตกแต่งด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยช่อดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าและใบไม้เล็กใหญ่สวยงามตามมุมของหัวเสาเข้าธีมเดียวกันไปทั้งงาน ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดทักซิโด้สีดำที่ยืนรอคอยอยู่หน้าซุ้มนั้น หันมามองเธอด้วยแววตาหวานหยด ปากหยักแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มละมุน มองเธอเยื้องกรายเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่หน้าเขา “พ่อฝากน้องด้วยนะลูก”
เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น ต่างพูดคุยและเล่นกับหลานสาวอย่างสนุกสนาน จนเธอพาลูกลงมาฝึกคว่ำฝึกคลานในคอกพลาสติกสีสด คุณพี่หมอจอมจุ้นก็ลงมานั่งวุ่นวายกับเธอและลูกอีกแล้ว เขาอุ้มลูกของเธอไปกอดแนบอกแกร่ง มือใหญ่ลูบหลังลูกน้อยแผ่วเบาอย่างทะนุถนอมราวกับนี่คือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต พิชญะจูบลงที่กระหม่อมน้อยๆของลูกรักเบาๆ เขาทั้งกอดทั้งหอมลูกของเธอแบบนั้นอยู่หลายครั้ง ซึ่งเธอก็แอบสังเกตเห็นเขามีน้ำตาคลอจวนเจียนจะหยดไหลอีกแล้ว ลูกสาวผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีเด่นของเธอก็ช่างกระไร คนแปลกหน้า แม้จะเป็นพ่อแท้ๆก็ช่างเถอะ แต่คนไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนก็ปล่อยให้เขากอดเขาหอมอยู่นั่น แถมมือน้อยๆ แขนป้อมๆ นั่น ก็ดันไปกอดเขาตอบเสียแน่น แม้แขนสั้นๆนั้นจะไม่สามารถโอบรัดรอบร่างใหญ่ได้ แต่ก็กางแขนนั้นแนบชิดร่างเขา ซ้ำยังแนบหน้ากลมป้อมลงที่อกแกร่งของเขาอีกต่างหาก นี่แหละหนาสายสัมพันธ์พ่อลูก เลือดย่อมข้นกว่าน้ำเสมอ ไม่นานนัก แม่ตัวน้อยก็หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของผู้เป็นพ่อ นี่แหละ
เมื่อเธอเดินอุ้มลูกน้อยเข้ามาถึงโต๊ะอาหารก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าแขกของพ่อแม่เธอคือใคร ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในโต๊ะนั้น คือคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ใจดวงน้อยแกว่งไกวไหววูบทันใดเมื่อสบประสานสายตากับเขา พิชญะ คนที่เธอรักหมดใจ และยังคงคิดถึงเขาทุกค่ำคืน “เข้ามาก่อนที่สิลูก พ่อจะแนะนำให้รู้จักกับพี่ๆ และคุณป้า” เธอมองไปเห็นหญิงกลางคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพ่อแม่เธอ จึงไม่กล้าเสียมารยาทพาลูกเดินออกไปจากที่นี่ จึงเดินตรงเข้าไปตามที่พ่อบอก ทุกย่างก้าวที่เธออุ้มลูกเดินเข้าไปตกอยู่ในสายตาคมของเขาตลอดเวลา เขามองเธอไม่วางตา เธอสังเกตเห็นเขายิ้มอย่างยินดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ ในแววตานั้นมีแต่คำว่ารัก คิดถึงและโหยหา ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองไหม แต่เขาใช้สายตาแบบนั้นมองเธอกับลูกจริงๆ พิชญะคิดว่านี่คงเป็นเซอร์ไพรส์จากพ่อของเขา เขาคิดเอาไว้แล้วว่าเธอต้องเก็บลูกของเขาไว้ ลูกที่เกิดจากความรักของเราทั้งคู่ เธอไม่มีวันทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำลายลูกขอ
เผลอแป๊บเดียว ขวัญข้าวก็เลี้ยงลูกเพียงลำพังในต่างแดน จนลูกสาวตัวน้อยอายุครบหกเดือนแล้ว เธอไม่รับรู้ความเป็นไปทางเมืองไทยอีกเลยตั้งแต่วันที่เธอจากมาจนถึงวันนี้ก็ปีกว่าเข้าไปแล้ว และไม่มีใครที่เมืองไทยรู้ความเป็นไปของเธอเช่นกัน เพราะเธอไม่ยอมติดต่อใครอีกเลยแม้แต่แม่ของเธอ ไม่รู้ว่าตอนนี้ พ่อแม่ของเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอเป็นห่วงท่านทั้งสองเหลือเกิน แต่ที่ผ่านมาที่ไม่ยอมติดต่อใครไปเพราะกลัวว่าจะได้รับรู้เรื่องราวของเขา พิชญะ คนที่เธอรักสุดหัวใจและทำร้ายเธอจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี จริงๆ เธอไม่ได้โกรธเขาเลย เธอเข้าใจความรู้สึกและความเจ็บปวดเขาด้วยซ้ำ เธอรักเขามากจนยอมให้อภัยและนึกถึงความรู้สึกของเขาก่อนความรู้สึกเจ็บปวดของเธอเอง จนโกรธเขาไม่ลง ป่านนี้เขาคงแต่งงานสร้างครอบครัวกับหมอสาวคนนั้นแล้ว และลูกของทั้งคู่คงอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวที่น่าสงสารของเธอแน่นอน เธอใช้ชีวิตสองคนแม่ลูกอย่างมีความสุขดี ลูกสาวตัวน้อยไม่เคยงอแงหรือกวนใจเธอเลย สงสัยลูกคงรู้ว่าแม่ของตัวเองกำลังเสียใจและต้องมาใ
“ออกไป สมใจแล้วใช่ไหม ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้” มือน้อยพยายามผลักไสร่างหนาที่ยังคงทาบทับอยู่บนร่างกายเธอ แถมยังไม่ยอมถอดถอนตัวตนใหญ่โตที่ยังแข็งกร้าวและกระตุกน้อยๆของเขาออกไปจากตัวเธอเสียที “พรีม วินขอโทษ วินไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย วินเข้าใจผิด คิดว่าพรีมกับไอ้เหนือมีอะไรกัน ก็วินเห็นข้อความที่พรีมส่งหาขวัญข้าวกับคลิปนั่น วินโกรธพรีมมากที่ทำแบบนั้น” “นายเป็นใคร ถึงได้มาตัดสินผิดถูก นายมีสิทธิอะไรมาโกรธและลงโทษฉันแบบนี้ ถึงฉันจะทำจริงๆ นายก็ไม่มีสิทธิ” หมอสาวสาดอารมณ์ใส่เขาพร้อมทุบตีเขาไม่ยั้ง ตะโกนก้องจนลั่นห้อง “วินรู้ว่าวินไม่มีสิทธิ์ แต่วินหึงพรีม วินไม่อยากให้พรีมไปเอากับใครทั้งนั้นนอกจากวิน วินรักพรีมมาเป็นสิบๆปี ไม่รู้บ้างเลยหรือไง” หมอหนุ่มก็สาดอารมณ์ใส่เธอเช่นกัน ความกดดันทำให้เขาต้องสารภาพความจริงที่ปิดบังเธอมานานนับสิบปี “ว่าไงนะ นี่นาย...” หมอสาวตาโตเบิกกว้าง เธอตกใจ
เขากระโจนขึ้นคร่อมทับร่างบาง จับแขนเธอทั้งสองข้างขึ้นล็อกเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือแกร่งเพียงมือเดียว ปากหยักได้รูปประกบบดจูบปากกระจับบอบบางอย่างรุนแรง เขาขบเม้มดูดดึงกระแทกกระทั้นจนริมฝีปากของหมอสาวแตกยับมีเลือดไหลซึม ความเจ็บปวดและตกใจทำให้หญิงสาวใต้ร่างดิ้นขลุกขลักและส่งเสียงประท้วงในลำคอ กลิ่นเลือดสดๆ ที่ไหลซึมออกมาทำให้เขาได้สติเล็กน้อยและหยุดการรุกรานเธอ “วิน นายเป็นอะไร บ้าไปแล้วหรอ ปล่อยนะ ปล่อย” “ทำไม รังเกียจฉันมากนักรึไง ทีกับไอ้เหนือนอนอ้าให้มันเอา ทีกับฉันทำสะดีดสะดิ้ง อยากมีผัวนักก็จะสงเคราะห์ให้ มีผัวเป็นตัวเป็นตนของตัวเองก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเร่ไปนอนกับผัวชาวบ้านเพื่อหวังจับเขา บอกตรงๆ มันน่าสมเพชว่ะ” “หมายความว่าไง แกหมายถึงอะไรไอ้วิน” “ก็ไอ้คลิปที่เธอกับไอ้เหนือเอากันไง ฉันเห็นหมดแล้ว ผู้หญิงร่านๆแบบเธอ ทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งผัวเขาสินะ ร่านนัก อยากนัก ฉันจะเอาเธอเอง จะกระแทกให้เดินไม่ได้เลย” “วิน นายกำลังเข
“คุณฟ้าคะ รบกวนเอาแฟ้มข้อมูลงานสัมมนาของสูตินรีแพทย์ที่จะไปจัดที่เดอแกรนด์เวียงพิงค์ให้ข้าวหน่อยค่ะ” เสียงหวานดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอมเพื่อสั่งงานเลขาคู่ใจหน้าห้อง ขวัญข้าว ลูกสาวคนสวยของ นลินี กับพิชัย ทายาทเพียงคนเดียวของโรงแรมเดอแกรนด์ที่มีสาขาอยู
แต่เรื่องราวมันไม่ง่ายแบบนั้น เมื่อขวัญข้าวล็อกเป้าหมายไว้ที่ตัวเขาแล้ว เย็นนั้นเขาจึงได้รับการ์ดเชิญให้ไปร่วมรับประทานอาหารกับเธอ เขาจึงตอบรับไปกับพนักงานที่นำการ์ดมาให้ ว่าเขาจะไปและขอพาเพื่อนไปด้วยสองคน“ดีใจนะคะ ที่คุณรับคำเชิญ”ขวัญข้าวเอ่ยต้อนรับเขาและเพื่อน“ครับ”“สวัสดีค่ะ ฉันขวัญข้าว หรือ
การสัมมนาวันที่สองจบลงไปโดยที่ทั้งวันนี้ขวัญข้าวไม่เข้ามาตอแยเขาเลย ใจหนึ่งของเขาก็รู้สึกโล่ง ดีแล้วที่ไม่ต้องมาข้องแวะกับลูกของผู้หญิงเลวๆคนนั้นอีก แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวิวๆ ในหัวใจเหมือนกัน สัมผัสนุ่มนิ่มหอมหวานของริมฝีปากเธอเมื่อวานนี้ยังชัดเจน มันรบกวนสมาธิเขาทั้งวันจนต้
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนถูกเปิดเข้ามาโดยสาวสวยดีกรีสูตินรีแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง “เลิกงานรึยังคะ คุณหมอ” แพทย์หญิง พริมา หรือ หมอพรีม หมอสาวสวยระดับดาวของโรงพยาบาลเอ่ยทักหมอหนุ่มเจ้าของห้อง “เลิกแล้วครับ คุณหมอ







