LOGINการสัมมนาวันที่สองจบลงไปโดยที่ทั้งวันนี้ขวัญข้าวไม่เข้ามาตอแยเขาเลย ใจหนึ่งของเขาก็รู้สึกโล่ง ดีแล้วที่ไม่ต้องมาข้องแวะกับลูกของผู้หญิงเลวๆคนนั้นอีก แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวิวๆ ในหัวใจเหมือนกัน สัมผัสนุ่มนิ่มหอมหวานของริมฝีปากเธอเมื่อวานนี้ยังชัดเจน มันรบกวนสมาธิเขาทั้งวันจนต้องเรียกสติของตนเองบ่อยๆ
ระหว่างที่เขานั่งเล่นอยู่ในห้องพักเพื่อรอเวลาลงไปทานอาหารเย็นกับกลุ่มเพื่อนนั้น ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเขา
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ หมอเหนือ ข้าวเองนะคะ”
“ครับ คุณมีธุระอะไรกับผมหรือครับ”
“ถ้าไม่มีธุระ โทรหาไม่ได้หรือคะ ใจร้ายจริง คนเขาอุตส่าห์คิดถึง”
“ว่าไงครับ มีอะไรหรือเปล่า”
“ข้าวจะโทรมาชวนหมอมากินข้าวค่ะ”
คำสั้นๆของเธอ ทำเอาเขาคิดลึก ทั้งๆที่รู้ว่าเธอชวนกินข้าวที่เป็นจานๆ ไม่ใช่ข้าวที่หมายถึงตัวเธอ
“เอ่อ คือ”
หมอหนุ่มอึกอักเพราะเผลอคิดลึกทะลึ่งกับเธอไปแล้ว
“ห้ามปฏิเสธนะคะ แล้ววันนี้ก็ห้ามพาเพื่อนมาเป็น ก ข ค นะคะ ข้าวอยากกินกับหมอแค่สองคน หมอกล้าไหมคะ”
สาวน้อยเปรี้ยวอมหวานสบประมาทเขาเข้าให้อีกแล้ว
“ที่ไหนครับ”
เขาอยากรู้นักว่าแม่สาวร้อนรักคนนี้จะมีอะไรมาหลอกล่อให้เขาตกหลุมพรางอีก จึงยอมรับคำ
“ห้องข้าวค่ะ มาได้เลยนะคะ ข้าวจัดอาหารเสร็จแล้ว”
หมอหนุ่มรีบเข้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ไม่ได้อยากจะไปเจอเธออะไรนักหรอก เห็นเธอบอกว่าเตรียมอาหารเรียบร้อยแล้ว ขืนไปช้าอาหารจะเย็นชืดหมดอร่อยกันพอดี
ค่ะ หมอ ตามนั้นค่ะ
หมอหนุ่มแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวสบายๆกับกางเกงยีนตัวเก่ง ใช้ไดร์เป่าผมที่ปรกลงมาข้างหน้า ให้ตั้งขึ้นเป็นทรงฟุ้งๆ เบาสบาย
“ไอ้เหนือ จะไปไหนวะ”
“กินข้าว”
“แหมเป่าผมตั้ง ลงไปกินข้าวเย็นเหรอวะ ไม่เนียน จะไปไหน”
“คุณข้าวโทรมานัด ให้ไปกินข้าวเย็นกับเขา”
“โอ้โห มีเบอร์ทงเบอร์โทรกันด้วย พัฒนานะเอ็ง”
“ไม่ได้ให้ เขาหามาเอง”
“เออ ไอ้หล่อ นัดไปกินกันที่ไหน”
คำถามสองแง่สองง่ามซึ่งพิชญะเข้าใจดี แต่ขี้เกียจเอามาใส่ใจ
“ที่ห้องเขา”
“อีกแล้วเหรอวะ แสดงว่าเมื่อวานติดใจ หรือยังกินกันไม่อิ่ม พอดีฉันโทรไปขัดจังหวะก่อน” “รู้ตัวก็ดี”
พิชญะยกคิ้วข้างหนึ่งอย่างกวนๆใส่เพื่อน
“อะไรวะ นี่ไม่คิดจะปฏิเสธหน่อยเหรอ”
“จะให้ฉันพูดอะไร ถ้าบอกว่า ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย แกเข้าใจผิด แล้วแกจะเชื่อหรอวะ”
“ไม่เชื่อ”
“นั่นไง ก็เพราะสมองแกมีแต่เรื่องแบบนี้ จะให้ฉันเสียเวลาอธิบายความจริงไปทำไม”
พิชญะส่ายหน้าหล่อๆ อย่างเอือมระอาความคิดของเพื่อนเต็มที
“สรุปว่าแกยังไม่ได้ฟันเขา”
ราวินยกคิ้วข้างหนึ่งตอบกลับ พร้อมแสดงสีหน้าที่ตีความหมายได้ว่าไม่อยากจะเชื่อ
“ไอ้เวร ไม่โว้ย ไม่ทำ ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่เอาตัวไปพัวพัน ให้แม่กับน้ำผึ้งเสียใจเพระคนบ้านนั้นอีก”
“แต่แกก็รับนัดกินข้าวกับเขา สองต่อสอง ในห้องของเขา สถานที่ที่บรรยากาศเป็นใจให้เสียตัว”
“ก็ ไม่เห็นเป็นไรเลย แค่กินข้าว ไม่ได้ทำไรกันสักหน่อย อย่าคิดมากสิวะ”
“เออๆ จะเชื่อ ทำให้ได้อย่างที่พูดละกัน ไม่งั้นแกเองนั่นแหละ จะน้ำตาเช็ดหัวเข่า”
“เออ ไปละ ดูแลพรีมให้ดีแล้วกัน อย่าไปกวนประสาทกันมาก เดี๋ยวตีกันอีก”
“เออ อะไรจะห่วงกันปานนั้น”
“เพื่อนกู”
“เพื่อนกูเหมือนกัน”
“ใช่เหรอ หึหึ”
หมอหนุ่มหัวเราะในลำคอด้วยความขบขันเพื่อน คนอะไร ใจกล้าหน้าด้านฟันสาวไปทั่ว แต่กับคนที่ตัวเองแอบรัก กลับไม่เคยกล้าบอกความในใจ
เมื่อประตูห้องพักสาวสวยเปิดออก หมอหนุ่มที่กำลังก้าวเข้ามาภายในถึงกับตกตะลึง สาวสวยเจ้าของห้องเดินออกมาต้อนรับในชุดมินิเดรสผ้าไหมอิตาลีสีน้ำเงินมันวับ ตัวเสื้อเป็นสายเดี่ยวเส้นสปาเกตตีคอแหวกลึกลงไปแทบถึงสะดือ เผยให้เห็นอกอวบตั้งเป็นก้อนกลมที่ไร้เงาของบราเซียวับๆแวมๆ ลำคอระหงถูกตกแต่งด้วยสร้อยคอโซ่สีทองห้อยยาวลงมาผ่านกลางร่องอกทิ้งตัวหายไปในเสื้อชวนค้นหาว่าความยาวจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน กระโปรงพลิ้วไหวแนบเนื้อทรงสอบแหวกสูงจนน่าใจหายโชว์ขาเรียวยาวสวยราวลำเทียนโผล่พ้นความยาวของกระโปรงออกมา เพิ่มความเพรียวระหงของร่างงามด้วยรองเท้าส้นสูงสามนิ้วเปิดหน้าที่มีส้มเข็มสีทอง
หมอหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างแรง คิดต่อว่าต่อขานเธอในใจว่าเอาเศษผ้าอะไรมาห่อหุ้มตัว อยากจะยั่วยวนเขาขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าปกติแล้วเธอก็แต่งกายยั่วน้ำลายชายแบบนี้เสมอ
เธอเยื้องกรายอย่างเย้ายวนมาหยุดตรงหน้าเขาไม่ถึงศอก ยิ่งทำให้เขามองเห็นวงหน้างามชัดเจน ดวงตาที่แต่งแต้มสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ แก้มที่ปัดสีชมพูอ่อนๆ ปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มคู่นั้นวันนี้เป็นสีแดงอมส้มระเรื่อคล้ายกำมะหยี่ ผมที่ถูกมัดอย่างลวกๆไว้ครึ่งหัวยุ่งเหยิงหน่อยๆ ปล่อยชายผมยาวที่วันนี้เธอม้วนลอนเกลียวใหญ่จนถึงโคนผมยิ่งเพิ่มความเซ็กซี่
“สวัสดีค่ะหมอ เชิญค่ะ”
“เอ่อ ครับ สวัสดีครับ”
ร่างงามเชื้อเชิญหมอหนุ่มเข้าไปในห้อง แค่เพียงเธอหันหลังให้เขาเท่านั้น ทำเอาเลือดกำเดาเขาแทบพุ่ง ข้างหน้าว่าแหวกลึก ข้างหลังนี่ยิ่งหนัก เว้าลึกลงจนถึงกระดูกก้นกบ เขาอยากจะตีเธอให้เนื้อเขียวจริงๆ ไม่รู้ว่าตอนที่อยู่เมืองนอกจะทำตัวแบบนี้ไหม ชวนผู้ชายเข้าห้องและแต่งตัววับๆแวมๆให้ผู้ชายน้ำลายหกเล่น แค่คิดก็รู้สึกไม่พอใจในตัวเจ้าหล่อนแล้ว
บรรยากาศในห้องสุดหรูที่ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้น้อยใหญ่ทั่วห้องอย่างโรแมนติก กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่แสนเย้ายวนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมานิดนึง เขามองไปทั่วทั้งห้องแล้วมาหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหารที่จัดวางอย่างสวยงาม พร้อมทั้งไวน์แดงแสนแพงที่รินใส่แก้วไว้รอต้อนรับเขา
“นี่คุณเตรียมทั้งอาหาร ทั้งตกแต่งสถานที่ก่อนที่จะโทรชวนผมเนี่ยนะครับ”
“ใช่ค่ะ”
เธอยิ้มหวานตอบด้วยท่าทางแสนภาคภูมิใจ
“แล้วถ้าผมปฏิเสธล่ะ”
หมอหนุ่มเลิกคิ้วข้างหนึ่งกวนเธอ
“หมอก็มาแล้วนี่ไงคะ”
เออ เขาก็มาแล้วนี่ไง มาทำไม มาได้ยังไงวะ ทั้งๆที่ไม่ควรมาเกี่ยวข้องอะไรกับเธอแล้วด้วยซ้ำ
บนหาดทรายขาวละเอียด ร่างงามในชุดเจ้าสาวสีขาวงาช้างสายเดี่ยวผ้าลูกไม้แหวกอกลึกกระโปรงทรงเข้ารูปและบานออกตั้งแต่ช่วงต้นขายันปลายกระโปรงลากชายยาวเกือบเมตร ผมสวยถูกเกล้าต่ำระท้ายทอยประดับด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ ใบหน้าตกแต่งอย่างดีด้วยสีหวานโชว์ความงามตามธรรมชาติของเจ้าสาวคนสวย มือข้างหนึ่งของเธอถือช่อดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าตกแต่งใบไม้สวยงาม ส่วนมืออีกข้างของเธอใช้เกี่ยวแขนผู้เป็นบิดาไว้ ทั้งคู่กำลังเดินผ่านทางที่ประดับตกแต่งด้วยเสาไม้ที่พันด้วยผ้าสีขาวและช่อดอกไม้ที่คล้ายกับช่อที่เธอถืออยู่ยาวตลอดสองข้างทางไปจนถึงหน้าซุ้มไม้ขนาดใหญ่ที่พันแต่งด้วยผ้าขาวและตกแต่งด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยช่อดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าและใบไม้เล็กใหญ่สวยงามตามมุมของหัวเสาเข้าธีมเดียวกันไปทั้งงาน ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดทักซิโด้สีดำที่ยืนรอคอยอยู่หน้าซุ้มนั้น หันมามองเธอด้วยแววตาหวานหยด ปากหยักแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มละมุน มองเธอเยื้องกรายเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่หน้าเขา “พ่อฝากน้องด้วยนะลูก”
เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น ต่างพูดคุยและเล่นกับหลานสาวอย่างสนุกสนาน จนเธอพาลูกลงมาฝึกคว่ำฝึกคลานในคอกพลาสติกสีสด คุณพี่หมอจอมจุ้นก็ลงมานั่งวุ่นวายกับเธอและลูกอีกแล้ว เขาอุ้มลูกของเธอไปกอดแนบอกแกร่ง มือใหญ่ลูบหลังลูกน้อยแผ่วเบาอย่างทะนุถนอมราวกับนี่คือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต พิชญะจูบลงที่กระหม่อมน้อยๆของลูกรักเบาๆ เขาทั้งกอดทั้งหอมลูกของเธอแบบนั้นอยู่หลายครั้ง ซึ่งเธอก็แอบสังเกตเห็นเขามีน้ำตาคลอจวนเจียนจะหยดไหลอีกแล้ว ลูกสาวผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีเด่นของเธอก็ช่างกระไร คนแปลกหน้า แม้จะเป็นพ่อแท้ๆก็ช่างเถอะ แต่คนไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนก็ปล่อยให้เขากอดเขาหอมอยู่นั่น แถมมือน้อยๆ แขนป้อมๆ นั่น ก็ดันไปกอดเขาตอบเสียแน่น แม้แขนสั้นๆนั้นจะไม่สามารถโอบรัดรอบร่างใหญ่ได้ แต่ก็กางแขนนั้นแนบชิดร่างเขา ซ้ำยังแนบหน้ากลมป้อมลงที่อกแกร่งของเขาอีกต่างหาก นี่แหละหนาสายสัมพันธ์พ่อลูก เลือดย่อมข้นกว่าน้ำเสมอ ไม่นานนัก แม่ตัวน้อยก็หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของผู้เป็นพ่อ นี่แหละ
เมื่อเธอเดินอุ้มลูกน้อยเข้ามาถึงโต๊ะอาหารก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าแขกของพ่อแม่เธอคือใคร ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในโต๊ะนั้น คือคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ใจดวงน้อยแกว่งไกวไหววูบทันใดเมื่อสบประสานสายตากับเขา พิชญะ คนที่เธอรักหมดใจ และยังคงคิดถึงเขาทุกค่ำคืน “เข้ามาก่อนที่สิลูก พ่อจะแนะนำให้รู้จักกับพี่ๆ และคุณป้า” เธอมองไปเห็นหญิงกลางคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพ่อแม่เธอ จึงไม่กล้าเสียมารยาทพาลูกเดินออกไปจากที่นี่ จึงเดินตรงเข้าไปตามที่พ่อบอก ทุกย่างก้าวที่เธออุ้มลูกเดินเข้าไปตกอยู่ในสายตาคมของเขาตลอดเวลา เขามองเธอไม่วางตา เธอสังเกตเห็นเขายิ้มอย่างยินดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ ในแววตานั้นมีแต่คำว่ารัก คิดถึงและโหยหา ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองไหม แต่เขาใช้สายตาแบบนั้นมองเธอกับลูกจริงๆ พิชญะคิดว่านี่คงเป็นเซอร์ไพรส์จากพ่อของเขา เขาคิดเอาไว้แล้วว่าเธอต้องเก็บลูกของเขาไว้ ลูกที่เกิดจากความรักของเราทั้งคู่ เธอไม่มีวันทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำลายลูกขอ
เผลอแป๊บเดียว ขวัญข้าวก็เลี้ยงลูกเพียงลำพังในต่างแดน จนลูกสาวตัวน้อยอายุครบหกเดือนแล้ว เธอไม่รับรู้ความเป็นไปทางเมืองไทยอีกเลยตั้งแต่วันที่เธอจากมาจนถึงวันนี้ก็ปีกว่าเข้าไปแล้ว และไม่มีใครที่เมืองไทยรู้ความเป็นไปของเธอเช่นกัน เพราะเธอไม่ยอมติดต่อใครอีกเลยแม้แต่แม่ของเธอ ไม่รู้ว่าตอนนี้ พ่อแม่ของเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอเป็นห่วงท่านทั้งสองเหลือเกิน แต่ที่ผ่านมาที่ไม่ยอมติดต่อใครไปเพราะกลัวว่าจะได้รับรู้เรื่องราวของเขา พิชญะ คนที่เธอรักสุดหัวใจและทำร้ายเธอจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี จริงๆ เธอไม่ได้โกรธเขาเลย เธอเข้าใจความรู้สึกและความเจ็บปวดเขาด้วยซ้ำ เธอรักเขามากจนยอมให้อภัยและนึกถึงความรู้สึกของเขาก่อนความรู้สึกเจ็บปวดของเธอเอง จนโกรธเขาไม่ลง ป่านนี้เขาคงแต่งงานสร้างครอบครัวกับหมอสาวคนนั้นแล้ว และลูกของทั้งคู่คงอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวที่น่าสงสารของเธอแน่นอน เธอใช้ชีวิตสองคนแม่ลูกอย่างมีความสุขดี ลูกสาวตัวน้อยไม่เคยงอแงหรือกวนใจเธอเลย สงสัยลูกคงรู้ว่าแม่ของตัวเองกำลังเสียใจและต้องมาใ
“ออกไป สมใจแล้วใช่ไหม ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้” มือน้อยพยายามผลักไสร่างหนาที่ยังคงทาบทับอยู่บนร่างกายเธอ แถมยังไม่ยอมถอดถอนตัวตนใหญ่โตที่ยังแข็งกร้าวและกระตุกน้อยๆของเขาออกไปจากตัวเธอเสียที “พรีม วินขอโทษ วินไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย วินเข้าใจผิด คิดว่าพรีมกับไอ้เหนือมีอะไรกัน ก็วินเห็นข้อความที่พรีมส่งหาขวัญข้าวกับคลิปนั่น วินโกรธพรีมมากที่ทำแบบนั้น” “นายเป็นใคร ถึงได้มาตัดสินผิดถูก นายมีสิทธิอะไรมาโกรธและลงโทษฉันแบบนี้ ถึงฉันจะทำจริงๆ นายก็ไม่มีสิทธิ” หมอสาวสาดอารมณ์ใส่เขาพร้อมทุบตีเขาไม่ยั้ง ตะโกนก้องจนลั่นห้อง “วินรู้ว่าวินไม่มีสิทธิ์ แต่วินหึงพรีม วินไม่อยากให้พรีมไปเอากับใครทั้งนั้นนอกจากวิน วินรักพรีมมาเป็นสิบๆปี ไม่รู้บ้างเลยหรือไง” หมอหนุ่มก็สาดอารมณ์ใส่เธอเช่นกัน ความกดดันทำให้เขาต้องสารภาพความจริงที่ปิดบังเธอมานานนับสิบปี “ว่าไงนะ นี่นาย...” หมอสาวตาโตเบิกกว้าง เธอตกใจ
เขากระโจนขึ้นคร่อมทับร่างบาง จับแขนเธอทั้งสองข้างขึ้นล็อกเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือแกร่งเพียงมือเดียว ปากหยักได้รูปประกบบดจูบปากกระจับบอบบางอย่างรุนแรง เขาขบเม้มดูดดึงกระแทกกระทั้นจนริมฝีปากของหมอสาวแตกยับมีเลือดไหลซึม ความเจ็บปวดและตกใจทำให้หญิงสาวใต้ร่างดิ้นขลุกขลักและส่งเสียงประท้วงในลำคอ กลิ่นเลือดสดๆ ที่ไหลซึมออกมาทำให้เขาได้สติเล็กน้อยและหยุดการรุกรานเธอ “วิน นายเป็นอะไร บ้าไปแล้วหรอ ปล่อยนะ ปล่อย” “ทำไม รังเกียจฉันมากนักรึไง ทีกับไอ้เหนือนอนอ้าให้มันเอา ทีกับฉันทำสะดีดสะดิ้ง อยากมีผัวนักก็จะสงเคราะห์ให้ มีผัวเป็นตัวเป็นตนของตัวเองก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเร่ไปนอนกับผัวชาวบ้านเพื่อหวังจับเขา บอกตรงๆ มันน่าสมเพชว่ะ” “หมายความว่าไง แกหมายถึงอะไรไอ้วิน” “ก็ไอ้คลิปที่เธอกับไอ้เหนือเอากันไง ฉันเห็นหมดแล้ว ผู้หญิงร่านๆแบบเธอ ทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งผัวเขาสินะ ร่านนัก อยากนัก ฉันจะเอาเธอเอง จะกระแทกให้เดินไม่ได้เลย” “วิน นายกำลังเข
“ทำไมไปนานจังวะไอ้เหนือ” ราวินเอ่ยถามทันทีที่เขานั่งลงประจำที่ “อุบัติเหตุนิดหน่อย” “เห้ย เป็นอะไรวะ เกิดไรขึ้น” “ไม่เป็นไร เดินชนสาวน่ะ” “อะไรวะ ทำหน้าทำตา แกชอบเธอหรอ” “คิดว่าใช่ว
แต่เรื่องราวมันไม่ง่ายแบบนั้น เมื่อขวัญข้าวล็อกเป้าหมายไว้ที่ตัวเขาแล้ว เย็นนั้นเขาจึงได้รับการ์ดเชิญให้ไปร่วมรับประทานอาหารกับเธอ เขาจึงตอบรับไปกับพนักงานที่นำการ์ดมาให้ ว่าเขาจะไปและขอพาเพื่อนไปด้วยสองคน“ดีใจนะคะ ที่คุณรับคำเชิญ”ขวัญข้าวเอ่ยต้อนรับเขาและเพื่อน“ครับ”“สวัสดีค่ะ ฉันขวัญข้าว หรือ
ในคลับประจำและโซนประจำ คุณหมอทั้งสามนั่งดื่มกินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่แล้วเรดาร์ของหมอสาวก็ทำงาน เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีสายตาของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน พวกหล่อนมองมาทางผู้ชายของเธอและเพื่อนชายรักสนุกของเธอตาไม่กะพริบ และเหมือนสองหนุ่มข้างกายเธอจะเล่นด้วยเสียนี่ สองสาวที่สวยท
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนถูกเปิดเข้ามาโดยสาวสวยดีกรีสูตินรีแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง “เลิกงานรึยังคะ คุณหมอ” แพทย์หญิง พริมา หรือ หมอพรีม หมอสาวสวยระดับดาวของโรงพยาบาลเอ่ยทักหมอหนุ่มเจ้าของห้อง “เลิกแล้วครับ คุณหมอ







