ด้านนักข่าวสายบันเทิงพอรู้ว่าพราวดาวฟื้นก็มารอทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวดาราสาวประสบอุบัติเหตุ ถูกจับตามองเป็นอย่างมากเพราะมีคนในปล่อยข่าว
สาเหตุที่ทำให้ดาวร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอดเป็นเพราะเข้าไปเป็นมือที่สามระหว่างเจ้าของบริษัทโฆษณาชื่อดังกับเลขาคนสนิท
การพาดหัวข่าวเป็นไปในทางด้านลบมากกว่าจะเป็นการเห็นอกเห็นใจที่ดาราสาวประสบอุบัติเหตุคราวนี้ เพราะผู้ชายที่ถูกดึงเข้ามาเป็นต้นเหตุมีคนรักอยู่แล้วแต่คนที่กลุ้มใจเห็นจะมีแค่ผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น
เนตรนภาต้องคอยตอบคำถามนักข่าวตั้งแต่วันแรกที่พราวดาวเข้าโรงพยาบาลแถมยังต้องคอยรับสายแก้ต่างจากเจ้าของโฆษณาหลายตัวที่พราวดาวเป็นพรีเซนเตอร์อยู่
"โอ๊ยอะไรกันนักกันหนา"เนตรนภาทิ้งตัวลงเก้าอี้พลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่เช้าแล้วกระมังที่เธอรับโทรศัพท์ไม่ได้หยุดหย่อน ใจหนึ่งก็อยากจะต่อว่าให้คนของตัวเองแต่นิสัยดื้อรั้นอย่างพราวดาวพูดไปก็เหมือนละลายน้ำพริกลงแม่น้ำ
นับตั้งแต่วันที่เนตรนภาเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวพราวดาวเชื่อฟังเธอมาตลอดยกเว้นก็แต่เรื่องของเหนือเมฆเท่านั้นที่พอคุยกันทีไรแม่ดาราก็ทำเป็นเข้าหูซ้ายออกหูขวา
ที่ทุกครั้งเนตรนภายอมเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเลยไม่อยากจะตีกรอบมากเกินไปแต่ครั้งนี้เห็นทีเธอจะปล่อยผ่านไม่ได้เสียแล้ว
"กับคุณเหนือน่ะจะเอายังไง" เนตรนภารู้ว่าพราวดาวแค่แกล้งนอนเลยตั้งใจพูดให้ได้ยินโดยที่เธอไม่รู้ว่าความจริงนีรชาที่ได้มาอยู่ในร่างตัวละครในนิยายของตัวเองยังไม่รู้จะจับต้นชนปลายอย่างไรเลยแกล้งทำเป็นหลับใส่
"พราว" น้ำเสียงปนความไม่พอใจทำให้นีรชายอมเอาหน้าที่ซุกอยู่ในผ้าห่มออกมา
เอาวะ ฉันรู้จักพราวดาวดีกว่าใครแค่สวมรอยเป็นๆไปก่อนก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไร อย่างน้อยก็ดีกว่าให้บอกความจริงออกไปเพราะพนันเลยว่าไม่มีใครยอมฟังเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้แน่นอน
"เดี๋ยวเรื่องก็เงียบเองแหละเชื่อพราวสิ"นีรชาเห็นดาราในโลกของเธอมีข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวันเลยเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจแต่สถานการณ์ของพราวดาวในตอนนี้เนตรนภาไม่เห็นด้วยที่คนของเธอจะคิดอะไรง่ายๆ
"พี่ว่าพราวต้องแถลงข่าว"
"ถึงกับต้องแถลงข่าวเลยเหรอ" แค่พรีเซ้นงานหน้าห้องให้อาจารย์ฟังยังพูดตะกุกตะกักเลย
"ก็ใช่น่ะสิเห็นเป็นเรื่องเล็กหรือไงเดี๋ยวถ้าคุณหมอพายุมาตรวจพี่จะขอให้พราวออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด" เนตรนภาออกความเห็นค่อนไปทางคำสั่งคนเอาแต่ใจอย่างพราวดาวอธิบายอะไรไปก็ไม่มีทางฟังหรอก
ทีแรกนีรชาว่าจะไม่ยอมแต่พอนึกว่าถ้าเป็นพราวดาวเธอต้องรีบให้เปิดแถลงข่าวแน่เลยยอมเออออห่อหมก
“ดูนี่”
“อะไรเหรอคะ” นีรชาหลี่ตามองสมาร์ทโฟนที่เนตรนภาส่งให้ดู
“ยังจะถามว่าอะไรอีกก็ผลงานของเธอไง เป็นไงคราวนี้สมใจหรือยัง” ผู้จัดการสาวถามแกมประชด หากพราวดาวไม่หึงหวงจนตามเหนือเมฆไปก็คงจะไม่ต้องมานอนเจ็บตัวแบบนี้และที่แย่ไปกว่า...คือการที่พราวดาวถูกคนในสังคมตราหน้าว่าเป็นมือที่สามของคนอื่น
พอได้ฟังนีรชาถึงนึกขึ้นมาได้ ใช่ เธอเป็นคนวางเนื้อเรื่องว่าให้นางร้ายตามไปขัดขวางความรักของพระเอกนางเอกแต่ใครจะไปคิดว่าบทน้ำเน่าที่วางเอาไว้จะเป็นหลุมขุดฝังตัวเอง
“พราวผิดเองค่ะ” นีรชายอมรับผิดในฐานะที่เธอเป็นคนแต่งนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา ป่านนี้ไม่รู้ว่าอรรถพลผู้เป็นพ่อและคนบนโลกความจริงจะเป็นยังไงที่อยู่ๆเธอก็หายตัวมาแบบนี้
“คิดได้ตอนนี้จะช่วยอะไรได้พี่เคยเตือนพราวแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้หยุดแล้วสุดท้ายเป็นยังไงไหนจะนักข่าวอีก รู้ไหมตอนนี้นักข่าวดักรอทำข่าวพราวตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ไปไหนเลย” เนตรนภาว่าอย่างหัวเสียตราบใดที่ยังไม่มีการแถลงข่าวเรื่องฉาวโฉ่คงไม่มีทางจบลงง่ายๆ
ในระหว่างที่ทั้งสองคนต่างคนต่างกำลังเครียดประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา
“คุณหมอมาพอดีเลยค่ะ” เนตรภาปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือพายุ ผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอด
“มีอะไรเหรอครับ” เจ้าของร่างสูงเดินตรงมาที่เตียงผู้ป่วยด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างเคยถึงแม้คุณหมอจะดูออกว่าผู้จัดการของดาราสาวคงจะมีเรื่องทำให้หมออย่างเขาลำบากใจเป็นแน่
“คืออย่างนี้นะคะคุณหมอคือเนตรอยากถามว่าพราวจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหนคะ” ไม่ใช่ว่าเนตรนภาจะไม่เป็นห่วงคนของตัวเอง แต่ตอนนี้อาการโดยรวมของพราวดาวก็ดีขึ้นมากแล้วถึงแม้จะยังเดินเหินไม่สะดวกแต่เธอก็อยากให้พราวดาวกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านมากกว่า
“ถึงภายนอกจะดูไม่ได้เป็นอะไรแล้วแต่ยังจำเป็นต้องพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อนครับ” พายุเข้าใจที่เนตรนภาอยากให้พราวดาวออกจากโรงพยาบาล แต่ด้วยจรรยาบรรณของการเป็นศัลยแพทย์และความห่วงใยในฐานะเพื่อนสนิทเขาจึงอยากให้พราวดาวอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิด
“แต่ว่า”
“รออีกสักอาทิตย์เถอะครับถ้าเห็นสมควรว่าออกได้ไม่ผมจะทำเรื่องออกให้” พายุใช้ความเป็นหมอเจ้าของคนไข้ออกคำสั่งเพราะเขารู้ว่าเนตรนภากำลังจะพูดอะไร แม้ว่าพราวดาวจะรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์แต่อาการโดยรวมก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี
“วันนี้เป็นยังไงเจ็บหรือรู้สึกผิดปกติรงไหนหรือเปล่า” พายุหันไปถามคนไข้ของเขา นีรชาส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“แล้วขาล่ะเป็นยังไงยังรู้สึกเจ็บเหมือนเมื่อเช้าอยู่ไหม” คุณหมอถามต่อ
“ยังช่วยตัวเองไม่ได้ค่ะเมื่อกี้ไปเข้าห้องน้ำก็ให้เนตรพาไป” เนตรนภาตอบแทนเพราะคนถูกถามเอาแต่ปิดปากเงียบ
“ดูจากอาการแล้วน่าเป็นห่วงนะครับ”
“ทำไมคะหรือว่าคุณหมอตรวจเจอความผิดปกติตรงไหนเหรอคะ” เนตรนภาตกใจที่อยู่ๆพายุก็พูดแบบนี้ การบอกว่าอาการของพราวดาวน่าเป็นห่วงถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเป็นผู้จัดการส่วนตัว
“ก่อนอื่นเลยผมอาจจะต้องพาไปเช็กสมองอีกทีเพราะปกติเด็กของคุณเนตรต้องพูดมากกว่านี้นะครับ” คุณหมออธิบายพลางจ้องคนไข้
“นี่พายุนายหาว่าฉันเป็นบ้าเหรอ” นีรชาถลึงตาใส่คนเป็นหมอที่สรรหาคำพูดคำจามาว่าให้คนอื่นได้อย่างหน้าตาย
“แบบนี้สิค่อยสมเป็นเธอหน่อย” รอยยิ้มที่ปรากฏมุมปากทำให้คนฟังโมโหมากกว่าเดิม
“ฉันเป็นยังไงไม่ทราบยะ” หากตอนนี้เป็นพราวดาวตัวจริงเสียงจริงก็คงจะถามคำถามเดียวกัน
“ก็เป็นยัยดาราขี้วีนแล้วก็หลงตัวเองไง” พายุวางปลายปากกาจิ้มลงไปที่หน้าผากเล็กส่วนเจ้าตัวนั้นเผยรอยยิ้มที่มุมปากอีกครั้งก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
“ไอ้หมอบ้าอย่าให้ฉันหายนะ โอ๊ย” นีรชาลืมว่าตัวเองยังเจ็บอยู่จึงลุกขึ้นกะว่าจะสั่งสอนพระรองของเธอสักหน่อยแต่ร่างกายดันไม่เข้าข้างเอาซะเลย
“ระวังหน่อยสิเดี๋ยวขาก็ได้หักจริงๆหรอก” เนตรนภาว่าอย่างเหนื่อยใจ ทั้งที่เป็นเพื่อนกันแท้ๆแต่พายุกับพราวดาวก็ไม่เคยพูดจากันดีๆเกินสามคำ
หลายวันต่อมาอาการโดยรวมดีขึ้นพายุเลยอนุญาตให้พราวดาวกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้แต่ก็กำชับแล้วกำชับอีกว่าช่วงนี้อย่าพึ่งรับงานโดยเด็ดขาด
ขนาดว่าเนตรนภาปิดข่าวดีแล้วแต่เรื่องที่ดาราสาวออกจากโรงพยาบาลก็รู้ไปถึงหูนักข่าวอยู่ดี เนตรนภาประสานกับทางโรงพยาบาลให้ช่วยพาออกไปเพราะยังไม่อยากให้พราวดาวพูดอะไรก่อนถึงวันแถลงข่าว
เนตรนภาออกอุบายหลอกล่อนักข่าวโดยที่เธอแต่งตัวคล้ายพราวดาวแล้วแยกกันไปอีกทางซึ่งก็ได้ผล...นักข่าวสายบันเทิงจากทั่วทุกสำนักพากันแห่ตามเนตรนภาไป
นีรชาที่อยู่ในร่างพราวดาวหลบออกไปอีกทางโดยการช่วยเหลือของบุคลากรของโรงพยาบาล ดูเหมือนจะราบรื่นแต่พอนีรชาหนีมาถึงตรงทางออกดันไปเจอกลุ่มแอนตี้พราวดาวดักรออยู่
“นั่นไงพราวดาวออกมาโน่นแล้ว ไปเร็ว” หนึ่งในแอนตี้แฟนที่ไม่ชอบพราวดาวตะโกนขึ้นกลุ่มคนเกือบยี่สิบชีวิตจึงกรูเข้าไปแล้วพากันปาไข่ไก่ดิบๆใส่ดาราสาวด้วยความเกลียดชัง พร้อมกับคำด่าทอแรงๆเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที จนนีรชาและบุคลากรของโรงพยาบาลอีกสองคนต้านไม่ไหว เนื้อตัวของพราวดาวเลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยกลิ่นคาวของไข่ที่ปาใส่ไม่หยุด
นีรชาไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่าคนที่เธอยัดเยียดชีวิตให้เป็นไปตามความต้องการของตัวเองต้องมาเผชิญกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ ไม่เคยเข้าใจว่าการเป็นคนถูกเกลียด ถูกด่าทอด้วยคำรุนแรงรู้สึกแย่เพียงใด
กระทั่งที่แม่นักเขียนเจอเข้ากับตัวเองถึงรู้ว่ากว่าที่พราวดาวจะผ่านอะไรๆมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ในสายตาของแอนตี้แฟนกลุ่มนี้พราวดาวคือดาราที่ขยันสร้างแต่ข่าวฉาวทำตัวไม่สมกับเป็นคนของประชาชนแต่ที่คนเหล่านี้ทนไม่ได้จนต้องออกมารวมตัวกัน เป็นเพราะพราวดาวทำตัวเป็นมือที่สามของคนอื่นซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวและเปราะบางที่คนในสังคมทุกวันนี้ยอมรับไม่ได้
“อย่าครับขอร้องหยุดเถอะครับ” บุคลากรของโรงพยาบาลตะโกนห้ามทุกคนแต่คนกลุ่มนี้ก็ไม่ยอมหยุดหนำซ้ำยังพากันรุมดาราสาวมากกว่าเดิมเนื้อตัวของพราวดาวเต็มไปด้วยไข่ดิบเหม็นคาวโดยที่นีรชาไม่สามารถจะตอบโต้หรือมีช่องว่างให้พูดอะไรแก้ต่าง
“ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดใช้ความรุนแรงผมจะแจ้งความจับพวกคุณทุกคนข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้แล้ว” ในความชุลมุนวุ่นวายมีเสียงจากใครคนหนึ่งดังขึ้นและประโยคเมื่อครู่ทำให้กลุ่มแอนตี้แฟนของพราวดาวพากันหันไปมองแล้วพบว่าเจ้าของหัวกฎหมายไม่ใช่ใคร
หากแต่เป็นคุณหมอของโรงพยาบาลแห่งนี้หนำซ้ำคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศัลยแพทย์ยังเอาตัวเข้ามาบังดาราสาวจนใบหน้าและเสื้อกาวน์สีขาวเปรอะเปื้อนและเหม็นคาวไปหมด
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกคุณจะมาทำอะไรได้ตามอำเภอใจและพวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินคนอื่นจากข่าวมั่วๆพวกนั้นเพราะสิ่งที่พวกคุณทำมันคือการพยายามยัดเยียดความผิดให้ผู้หญิงคนหนึ่งโดยที่พวกคุณยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นพราวดาวสามารถเอาผิดพวกคุณได้นะครับแล้วถ้ายังไม่หยุดผมจะแจ้งตำรวจตอนนี้เลย ว่าไงครับ” พายุจ้องไปยังทุกคนสีหน้าและคำพูดที่เต็มไปด้วยหลักกฎหมายของเขาทำให้กลุ่มแอนตี้ยอมหยุด
"ไปกันเถอะ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับพาดาราสาวฝ่าฝูงชนออกมาเนื้อตัวพราวดาวสั่นเทาเพราะตั้งแต่เกิดมานีรชาไม่เคยเจออะไรแบบนี้
“ฉันอยู่ตรงนี้”พายุกุมมือพราวดาวเอาไว้แน่น เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกที่เรียกว่าความรักในตอนที่พราวดาวฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของตัวเองอีกครั้ง พายุก็รับรู้ได้จากแววตาว่าเธอคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เขาอยากให้พราวดาวได้เริ่มต้นชีวิตใหม่จึงลองพยายามรักพราวดาวดูสักครั้งแต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่าเรื่องหัวใจไม่อาจจะฝืนกันได้ ไม่สามารถสั่งให้หัวใจรักใครได้ง่าย ๆ แม้พายุจะพยายามอยู่กับความเป็นจริง อยากทำทุกวันให้พราวดาวมีความสุขแต่เขาไม่อาจจะแตะต้องตัวพราวดาวได้อีกต่อไปทุกครั้งที่เขามองไปที่หน้า ภาพของเธอคนนั้นก็ทับซ้อนเข้ามา ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนสายตาและหัวใจของพายุก็มีเพียงเธอคนนั้น“ฉันรู้ว่านายทำเพื่อฉันมาตลอดแต่ต่อไปนี้นายไม่ต้องทำอะไรเพื่อฉันแล้วนะ” น้ำเสียงอิดโรยเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบากขณะพยายามฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย พราวดาวรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพายุพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขแต่เรื่องหัวใจก็ไม่อาจจะบังคับกันได้“เธอจะต้องไม่เป็นอะไร ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไปเป็น
นีรชากลับมาใช้ชีวิตตามเดิม เธอพยายามทำทุกอย่างเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น การได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองเป็นสิ่งที่เธอควรจะยอมรับและอยู่กับความเป็นจริงให้จงได้ แต่โลกที่ไม่มีพายุ…ต่อให้ท้องฟ้าจะสดใสเพียงใดหัวใจของเธอก็หม่นหมองอยู่ดี เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน“เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ” เมื่อนีรชารู้ตัวว่าเผลอเหม่อลอยก็หันกลับไปถามเพลินเพลง“ฉันถามว่าแกเอาร่มมาหรือเปล่า ฝนทำท่าจะตกอีกแล้วนะ ช่วงนี้แกเป็นอะไรไปฟ้าทำไมเหม่อบ่อยจังเมื่อเช้าก็ทีนึงหนึ่งแล้วนะ” เพลินเพลงสังเกตว่าเพื่อนดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่เมื่อเช้าเธอดึงมือเพื่อนเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นป่านนี้นีรชาอาจจะถูกรถชนไปแล้ว“ไม่เป็นไรหรอกแค่รู้สึกเหนื่อยๆ” นีรชาเลือกจะไม่เล่าเรื่องที่เธอเข้าไปอยู่ในนิยายให้เพื่อนฟังเพราะเธอไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตลอดหลายเดือนที่มีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นแต่เวลาของที่นี่กลับผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น“งั้นกลับไปถึงบ้านก็พักผ่อนล่ะกัน ฉันกลับแล้วนะพรุ่งนี้เจอกัน” เพลินเพลงโบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินขึ้นรถไป เนื่
เนตรนภาถูกตำรวจคุมตัวไปยังโรงพักข้อหาพยายามฆ่าโดยมีการไตร่ตรองไว้แล้ว แม้นีรชาจะไม่เอาเรื่องเพราะเธอเข้าใจเหตุผลของเนตรภาดี อีกอย่างเธอก็สงสารลูกน้อยวัยห้าขวบที่ต้องมาเห็นแม่ตัวเองติดคุกแต่เพราะเป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้เธอจึงต้องปล่อยให้เรื่องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายงานแต่งของทั้งคู่จะถูกจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า ความจริงพายุอยากจัดงานแต่งให้เร็วกว่านี้แต่เพราะพราวดาวติดคิวถ่ายละคร บวกกับเขาเองก็ต้องเคลียร์งานที่โรงพยาบาลให้เรียบร้อยก่อนลาหยุดยาว เขาเลยจำใจต้องรอฤกษ์ที่พิสุทธิ์หาให้วันนี้เป็นอีกวันที่นีรชาในร่างพราวดาวต้องไปถ่ายละคร ส่วนพายุหลังจากออกเวรเขาก็รีบบึ่งรถมาคอนโดของพราวดาว แต่ระหว่างถ่ายทำเกิดปัญหาขึ้นการถ่ายทำจึงลากยาวกว่ากำหนด พายุมองนาฬิกาข้อมือแทบจะทุกห้านาทีเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้เห็นหน้าเธอเขาเฝ้ารอที่จะได้หอมแก้มเธอและนอนกอดเธอให้หายเหนื่อย แต่ขณะกำลังปัดหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่นั้นนีรชาก็โทรมาบอกว่ากำลังจะขับรถกลับเองเพราะผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ต้องแวะไปดูชุดที่จะใส่ไปออกรายงานในวันพรุ่งนี้ พายุเห็นว่าสถานที่ถ่ายละครกับคอน
ย้อนกลับไปตอนพายุสงสัยว่าเนตรนภาอยู่เบื้องหลังเรื่องที่สัญญาหายไปเขาจึงแอบสะกดรอยตามเนตรนภาหลายครั้ง จนวันหนึ่งเขาขับรถตามเนตรนภาไปจนถึงวัดแห่งหนึ่งเลยได้รู้ว่าเนตรนภาไปไหว้หลุมศพแม่ของเธอพายุเคยได้ยินพราวดาวเล่าว่า แม่ของเนตรนภาล้มป่วยเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนเนตรนภาอายุได้เพียงแปดขวบเท่านั้น ส่วนพ่อมีครอบครัวใหม่พายุมีความสงสัยบางอย่าง หลังจากวันนั้นที่มีคนสะกดรอยตามพราวดาวไปที่คอนโดเขาก็ขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจคอยดูเนตรนภาอยู่ห่าง ๆ รวมถึงให้ช่วยสืบเรื่องพ่อของเนตรนภาด้วย เขาเลยรู้ว่าเนตรนภากับพราวดาวเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดต่างแม่ทรงยศทิ้งแม่ของเนตรนภาไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือทัศวรรณนั่นเองหลังถูกสามีทอดทิ้งเนตรนภากับแม่ก็ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างลำบากเพราะขาดเสาหลักครอบครัวไป และที่แย่ไปกว่านั้นแม่ของเนตรนภายังป่วยออด ๆ แอด ๆ มาตลอดคนที่ขาดพ่ออย่างเนตรนภาเลยต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาดูแลแม่ กระทั่งตอนอายุได้แปดขวบแม่ของเนตรนภาก็จากไป โชคดีที่ญาติห่าง ๆ ฝั่งแม่เมตตารับเนตรนภาไปอุปการะเลี้ยงดูแต่ด้วยฐานะทางครอบคร
“ยินดีด้วยนะ” เนตรนภาระบายยิ้มให้กับทั้งคู่ แต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากใจ ยิ่งไปกว่านั้นสายตาเนตรนภายังบ่งบอกว่าเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนกับความรักของพวกเขาแค่ไหน“แต่พี่ก็อดน้อยใจไม่ได้นะที่พราวไม่เคยบอกพี่เลยว่าคบกับคุณหมออยู่” หลังจากเธอพูดจบแขกในงานต่างพากันหันไปซุบซิบ ในเมื่อพราวดาวกับพายุประกาศออกสื่อว่ากำลังคบหากันอยู่แต่ทำไมผู้จัดการส่วนตัวถึงพูดทำนองว่าทั้งคู่ปกปิดตัวเองอยู่ล่ะในตอนนั้นเองเนตรนภาก็ได้หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า พายุและนีรชารู้ทันทีว่าสิ่งที่เนตรนภาถืออยู่ในมือคือสัญญาที่พวกเขาสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกลวงสังคมเพื่อกลบข่าวฉาวเมื่อหลายเดือนก่อน เนตรนภาชูกระดาษให้แขกในงานเห็นก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ“ทุกคนอยากรู้ไหมคะว่าในมือเนตรคืออะไร สัญญาไงคะสัญญาที่สองคนนี้ทำขึ้นหลังจากโกหกทุกคนว่าคบกันอยู่ ถ้าไม่เชื่อจะดูก็ได้นะคะในนี้มีลายนิ้วมือของพวกเขาอยู่เชิญตรวจสอบได้เลย” เนตรนภาส่งกระดาษแผ่นนั้นไปให้เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครไม่อยากรู้ หลังจากคนหนึ่งได้ดูกระดาษแผ่นนั้น
“ในสายตาฉันเธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุดแต่ถ้าเธอยังทำเป็นไม่ได้ยินฉันอาจจะต้องพาเธอไปคุยที่อื่น”“มะ…ไม่ต้องฉันได้ยินชัดแล้ว” สายตาของพายุไม่น่าไว้ใจสักนิดนีรชาจึงต้องรีบกลับมาเป็นคนหูดีเพราะใครจะไปคิดว่าผู้ชายอบอุ่นและแสนสุภาพบุรุษอย่างพ่อพระรองคนนี้ เวลาอยากรังแกเธอขึ้นมาก็เปรียบเหมือนเสือซ่อนเล็บดี ๆ นี่เองพายุพาเธอเข้าไปในงานวันเกิดของพิสุทธิ์ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสวนหย่อมขนาดใหญ่ พอแขกเหรื่อเห็นดาราสาวปรากฏตัวในวันสำคัญของครอบครัวฝ่ายชาย พวกเขาต่างก็พากันมองพายุกับพราวดาวด้วยความชื่นชม เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกตั้งแต่ประกาศออกสื่อว่าคบหากัน ดาราสาวก็ไม่เคยมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ อีกเลยตรงกันข้ามดูเหมือนว่าความรักครั้งนี้กับนายแพทย์หนุ่มดีกรีเพื่อนสมัยเด็กจะไปได้สวยอีกด้วยหลังจากที่พายุพาพราวดาวไปแนะนำกับเพื่อนของพิสุทธิ์อย่างเป็นทางการในฐานะแฟนสาว เขาก็พาเธอมานั่งยังโต๊ะด้านหน้าซึ่งมีเจ้าของงานวันเกิดและญาติใกล้ชิดอีกสองสามคนนั่งอยู่ด้วยเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญอดีตนายแพทย์พิส