ประกาศิตซาตาน

ประกาศิตซาตาน

last updateLast Updated : 2026-02-25
By:  KaowsethongUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
82Chapters
3views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ลูกก็ส่วนลูกเขารับผิดชอบได้อยู่แล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้จะไม่มีทางได้เป็นภรรยาของเขา อย่างมากก็แค่นางบำเรอไว้สนองความต้องการตอนเบื่อก็เท่านั้น

View More

Chapter 1

๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๑)

แค่สบตาก็ถูกใจ

            รองเท้าหนังขัดจนเงาก้าวไปตามทางเดินซึ่งเป็นทางไปสู่โรงแรมหรูประจำจังหวัด นครเฟื่องรัตน์ที่สร้างมาหลายสิบปีเป็นกิจการตกทอดจากรุ่นทวดมาสู่รุ่นเหลน ถึงจะมีโรงแรมมากมายผุดเป็นดอกเห็ดก็ไม่อาจสู้กับความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ได้ ภายนอกไม่ได้ดูเก่าสักนิดกลับให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในนครอันสวยงามของยุคสมัยก่อน

            ด้านหน้าของโรงแรมถูกออกแบบให้มีความเป็นไทยไม่ว่าจะหลังคาทรงปั้นหยาหรือภาพเก่าที่ติดตามฝาผนังเพื่อต้อนรับแขกโดยเฉพาะ ถัดมาเป็นส่วนล็อบบี้ที่ลูกค้าสามารถนั่งพักได้ มีบริการเครื่องดื่มฟรีตั้งแต่เดินเข้ามา บรรยากาศไม่ได้มืดครึ้มแม้เฟอร์นิเจอร์ส่วนมากเป็นไม้ เพราะผนังเน้นโทนสีสว่างเป็นหลัก กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าบ้านผีสิงอย่างที่หลายคนนำไปพูดต่อกัน

            นอกจากโรงแรมยังมีห้างสรรพสินค้าที่เป็นอีกหนึ่งกิจการที่สร้างมาได้เกือบห้าสิบปี ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องแม้ว่าจะมีห้างใหญ่มาเปิดฝั่งตรงข้ามก็ตาม ห้างเฟื่องรัตน์ยังเป็นที่พูดถึงเสมอและคนนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อมาเยือนที่จังหวัดแห่งนี้ นามสกุลเฟื่องรัตน์ภักดีที่แสนโด่งดังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายต่อหลายคน

            สนับสนุนผู้ลงสมัครเลือกตั้งจนช่วงหนึ่งมีคนเข้าออกบ้านไม่ขาดสาย โดยหัวเรือหลักคือคุณอวัช เฟื่องรัตน์ภักดีที่รับช่วงต่อจากบิดาผู้ล่วงลับ แล้วตอนนี้ก็กำลังจะส่งต่องานทั้งหมดให้บุตรชายคนโตของตัวเองที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีในสาขาวิชาบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองผู้ดี

            ธนนท์ปภพ เฟื่องรัตน์ภักดี ผู้มีดวงตาเฉี่ยวคมแฝงความดุดันเอาไว้จนไม่ค่อยมีใครกล้าจะสบตาเท่าไหร่ เขาเติบโตกว่าวัยพอสมควร เริ่มเข้ามาศึกษางานตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนต้นเสียด้วยซ้ำ จบมัธยมศึกษาตอนปลายก็บินไปเรียนต่อต่างประเทศทันที กลับมาช่วงวันหยุดเพื่อเรียนรู้งาน ซึ่งตอนนี้เรียนจบแล้วจึงได้เข้ามาทำงานเต็มตัว

            เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลโรงแรมที่ตอนนี้กำลังเฟื่องฟู มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักไม่ขาดสาย บางวันห้องพักก็เต็มแม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็ตาม ห้องอาหารก็มีคนนอกเข้ามารับประทานถึงไม่ได้เข้าพักก็ตามเพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ต้องยกความดีความชอบให้มารดาที่ไปสรรหาพ่อครัวจนได้คนที่ทำให้ห้องอาหารกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ถือว่าสร้างรายได้และชื่อเสียงให้โรงแรมอีกทางหนึ่ง

            “สวัสดีครับคุณหนึ่ง” ชายวัยกลางคนที่สวมชุดพนักงานต้อนรับเดินเข้ามาไหว้เขาอย่างนอบน้อมพร้อมเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความเคารพ ทำให้ร่างสูงต้องรีบรับไหว้แล้วบอกอย่างรวดเร็ว ยังไม่ชินกับการถูกคนอายุมากกว่ายกมือไหว้สักที

            “ไม่ต้องไหว้ก็ได้ครับ ผมเพิ่งเรียนจบเอง อาทำงานนานกว่าผมซะอีก” ถึงหน้าตาจะคมดุจนพนักงานที่เดินผ่านนึกกลัว แต่เขาก็ยังมีความนอบน้อมมากกว่าที่คิดเอาไว้

            “ได้ยังไงล่ะครับ คุณหนึ่งเป็นเจ้านาย...” คนอายุมากกว่ายังไม่ยอม

            เพราะชายตรงหน้าเป็นถึงลูกชายเจ้าของโรงแรมที่อีกไม่นานต้องได้ขึ้นนั่งตำแหน่งประธานบริหาร ควบคุมกิจการทุกอย่างของเฟื่องรัตน์ภักดีอย่างแน่นอน ขนาดเพิ่งเรียนจบไม่นานยังมีออร่าของผู้นำ เชื่อว่าอีกสี่ถึงห้าปีเขาจะสามารถควบคุมกิจการทั้งหมดได้โดยไม่มีใครกังขาอย่างแน่นอน

            พนักงานเดินผ่านต่างยกมือไหว้เขาทั้งนั้นถึงชายหนุ่มจะอายุน้อยกว่าก็ตาม เขาเพิ่งไปเดินตรวจตราที่ห้างสรรพสินค้าเสร็จจึงได้มาโรงแรม คิดจะขึ้นไปข้างบนเพื่อตรวจเอกสารสักหน่อยก่อนคิดจะกลับบ้านพร้อมมารดา แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คงไม่จำเป็นจะต้องขึ้นห้องทำงานเพราะสายตาเหลือบไปเห็นท่านกำลังคุยกับคนสนิทอยู่ตรงมุมบันไดขึ้นไปยังห้องจัดเลี้ยงพอดี

            “เอาไว้ผมทำงานสักสิบปีค่อยไหว้ก็ได้ครับ” เขาหันมาสบตากับคู่สนทนาแล้วยิ้มเล็กน้อยให้อีกฝ่าย

            “ครับ” เดินแยกออกมาขณะที่ค้อมศีรษะให้แก่คนอายุมากกว่า มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยยามก้าวเท้าเข้าไปใกล้มารดาผู้ตัวเล็กเพียงอก

            ขณะที่เขาเติบโตขึ้นก็ดูเหมือนว่าท่านจะเด็กลงสวนกับอายุจริง คุณมาลาตี เฟื่องรัตน์ภักดีผู้ที่เลี้ยงดูลูกทั้งสี่ด้วยความรักไม่ต่างหาก แต่เพราะลูกสามคนเป็นผู้ชายทำให้มีบางอย่างที่ไม่เข้าใจคำสอนของแม่บ้าง กระนั้นก็ไม่เป็นปัญหาทุกคนพร้อมเชื่อฟังท่าน จะมีคนดื้อหน่อยก็คือน้องชายคนสุดท้ายอย่างมนัสกร เฟื่องรัตน์ภักดี ส่วนลูกรักของแม่ก็คือติณณภพ เฟื่องรัตน์ภักดีที่ชอบทำอาหารเข้าครัวกับท่านเสมอ

            เสียดายที่น้องชายสองคนไปเรียนมหาวิทยาลัยทั้งคู่ คนที่สองไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ ส่วนคนที่สามอยู่เมืองหลวงไม่ค่อยกลับบ้านเท่าไหร่ จึงเหลือเพียงลูกชายคนเดียวอย่างเขาที่อยู่กับพ่อแม่

            นอกจากนั้นยังมีน้องสาวคนเล็กที่ตอนนี้ไปอยู่กับคุณยายไกลถึงเชียงใหม่ หทัยวาริน เฟื่องรัตน์ภักดีเด็กจอมแก่นที่กลายเป็นสาวน้อยเรียบร้อยอยู่ในโอวาทเพราะคุณยายถูกคุณยายจับมาอบรมจนสลัดคราบความซนไปจนหมดสิ้น

            “เป็นยังไงบ้าง ทำงานวันแรกเหนื่อยหรือเปล่าล่ะเรา” เดินมาหยุดยืนข้างท่านทำให้คุณมาลาตีต้องหันมองลูกคนโตที่ไม่รู้ว่าเติบโตมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่านพยักหน้าให้ผู้ช่วยเพื่อจะได้จัดการตามที่ตกลงกันไว้

            งานโรงแรมเหมือนจะลงตัวแล้วแต่ก็ยังมีปัญหายิบย่อย ซึ่งบิดาของเขาดูแลเป็นหลักแต่เพราะช่วงนี้ท่านกำลังมุ่งหน้ากับธุรกิจใหม่คือสวนสนุกและสวนน้ำจึงปล่อยให้ลูกชายจัดการโรงแรมและห้างสรรพสินค้า โดยมีคนเป็นแม่คอยช่วยเหลือเพราะผ่านงานมาก่อนแล้ว

            “เหนื่อยอะไรกันครับ งานแค่นี้ผมทำได้สบายอยู่แล้ว อีกอย่างคุณพ่อก็สอนงานผมตั้งแต่ผมอายุสิบห้าแล้วนะครับ” สองมือล้วงกระเป๋าพลางยิ้มเนือย ความจริงก็เหนื่อยกับงานเอกสารพอสมควร อีกอย่างก็เพิ่งกลับมาถึงไทยไม่นานยังไม่ค่อยได้พักผ่อนก็ต้องมาลุยงาน

            เมื่อวานเพื่อนเพิ่งเลี้ยงต้อนรับยังไม่ค่อยสร่างเมายังต้องตื่นมาทำงาน ถึงเขาอยากพักแต่ก็เลือกมาทำงานตามความรับผิดชอบของตัวเอง ยังดีที่มีคนสนิทคอยให้ความช่วยเหลือ เจตน์ วิเศษการณ์เป็นคนที่ทำงานกับเขามาหลายปี อีกฝ่ายอายุมากกว่าตนเกือบสิบปีแต่เลือกจะเชื่อฟังคำสั่งของหนุ่มรุ่นน้องที่มีสถานะเป็นเจ้านายของตัวเอง

            “เห็นลูกมีความสุขแม่ก็ดีใจ...” ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเอื้อมไปลูบกลุ่มผมสั้น แต่ตอนนี้ลูกชายสูงเกินไปจนขี้เกียจเขย่งปลายเท้าเพื่อลูบผม จึงมองด้วยสายตาชื่นชมแทน

            “หนึ่ง แม่ไม่ได้บังคับเรื่องงานใช่ไหม หนึ่งมีความฝันหรืออยากทำอย่างอื่นหรือเปล่า” เห็นร่องรอยความเหนื่อยในดวงตาคมจึงได้ถาม ตั้งแต่เด็กจนโตเหมือนว่าลูกชายคนโตจะเก็บความรู้สึกเอาไว้มิดชิด ไม่บอกถึงความต้องการนอกจากทำตามคำสั่งของบิดาอย่างเดียว

            เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ จึงใช้โอกาสนี้ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาได้ยินอย่างนั้นก็ส่ายหน้าแล้วแต้มยิ้มที่มุมปาก

            “ไม่ครับ ผมเต็มใจ”

            ท่านได้ยินอย่างนั้นก็ค่อยโล่งใจกับคำตอบ จากนั้นจึงสบโอกาสชวนลูกชายเข้าไปในงานเลี้ยงของคนรู้จัก ควงแขนหนาพร้อมบังคับให้อีกฝ่ายเดินขึ้นบันไดไปยังห้องรับรองชั้นสองที่มีขนาดค่อนข้างต่างกันตามเรทราคา มีการจองใช้ห้องตลอดทั้งเดือนแทบไม่ได้ว่างเว้น

            “คุณแม่จะไปไหนเหรอครับ” ถึงจะเดินตามแล้วยื่นแขนให้ท่านควงแต่ก็ไม่วายเอ่ยถาม ทราบดีว่าจุดหมายน่าจะเป็นห้องจัดเลี้ยงแต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณมาลาตีจะต้องพาเขาไปด้วย สิ่งที่ชายหนุ่มอยากทำตอนนี้คือขึ้นไปห้องทำงานแล้วตรวจเอกสารก่อนกลับไปนอนมากกว่า

            เขาเกือบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว...

            ไม่น่าดื่มเยอะเลย...

            “แม่ว่าจะไปงานเลี้ยงของคุณพราวหน่อยน่ะ เขามาจัดเลี้ยงต้อนรับลูกค้าที่ห้องจารวีนี่เอง ลูกไปกับแม่ไหม ว่างหรือเปล่า” ยิ้มเจื่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น จะปฏิเสธก็คงไม่ทันแล้วเพราะอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องจัดเลี้ยง ดูก็รู้ว่าท่านคงอยากให้ไปด้วย

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
82 Chapters
๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๑)
๑แค่สบตาก็ถูกใจ รองเท้าหนังขัดจนเงาก้าวไปตามทางเดินซึ่งเป็นทางไปสู่โรงแรมหรูประจำจังหวัด นครเฟื่องรัตน์ที่สร้างมาหลายสิบปีเป็นกิจการตกทอดจากรุ่นทวดมาสู่รุ่นเหลน ถึงจะมีโรงแรมมากมายผุดเป็นดอกเห็ดก็ไม่อาจสู้กับความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ได้ ภายนอกไม่ได้ดูเก่าสักนิดกลับให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในนครอันสวยงามของยุคสมัยก่อน ด้านหน้าของโรงแรมถูกออกแบบให้มีความเป็นไทยไม่ว่าจะหลังคาทรงปั้นหยาหรือภาพเก่าที่ติดตามฝาผนังเพื่อต้อนรับแขกโดยเฉพาะ ถัดมาเป็นส่วนล็อบบี้ที่ลูกค้าสามารถนั่งพักได้ มีบริการเครื่องดื่มฟรีตั้งแต่เดินเข้ามา บรรยากาศไม่ได้มืดครึ้มแม้เฟอร์นิเจอร์ส่วนมากเป็นไม้ เพราะผนังเน้นโทนสีสว่างเป็นหลัก กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าบ้านผีสิงอย่างที่หลายคนนำไปพูดต่อกัน นอกจากโรงแรมยังมีห้างสรรพสินค้าที่เป็นอีกหนึ่งกิจการที่สร้างมาได้เกือบห้าสิบปี ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องแม้ว่าจะมีห้างใหญ่มาเปิดฝั่งตรงข้ามก็ตาม ห้างเฟื่องรัตน์ยังเป็นที่พูดถึงเสมอและคนนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อมาเยือนที่จังหวัดแห่งนี้ นามสกุลเฟื่องรัต
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๒)
ลูกชายกลับจากต่างประเทศแล้วมารับช่วงต่อกิจการ มีหรือที่คุณมาลาตีจะไม่อยากอวดให้คนในวงสังคมทราบ ที่สำคัญหน้าตาของธนนท์ปภพหล่อเหลาขนาดนี้แต่ยังไม่เคยมีแฟนจริงจังเลยสักคน จึงอยากให้คู่ครองให้ลูกบ้าง “ไปได้ครับ” “งั้นก็ไป” พูดแล้วก็พาร่างหนาเดินเข้าไปในงานเลี้ยงที่กว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติ เขาพยายามปรับสีหน้าให้ต้อนรับแขก ด้วยรู้ดีว่าหน้าตาของตัวเองตอนนี้ไม่ค่อยอยากจะต้อนรับใครสักเท่าไหร่ ค่อยโน้มศีรษะลงมาเล็กน้อยเมี่อคุณมาลาตีถามถึงลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้ไม่ค่อยโทรหาท่านบ่อยเหมือนเมื่อก่อน “ทักไปหาน้องสาวเราบ้างหรือเปล่า แม่ติดต่อก็ไม่ค่อยอยากคุยเท่าไหร่มัวแต่เล่นสนุก ติดต่อน้องบ้างนะลูกไปอยู่ที่นั่นคนเดียวแม่กลัวน้องจะเหงา” คิดหนักพอสมควรกว่าจะส่งลูกสาวเพียงคนเดียวให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา แต่เมื่อลองคิดดูหลายรอบก็สงสารมารดาที่อยู่คนเดียว จึงส่งหทัยวารินไปอยู่กับท่านเพื่อไม่ให้เหงาจนเกินไป อีกทั้งลูกสาวอยู่ที่นี่ก็เป็นลิงทโมนจากการหยอกล้อกับพี่ชาย จึงต้องส่งไปดัดนิสัยสักหน่อย ตอนนี้เป็นกุลสตรีขึ้นมาบ้างแล้ว “เหงาอะไรล่ะครับ
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๓)
ไม่ว่าเธอจะก้าวเดินไปส่วนไหนของเวที สายตาของเขาก็มักจะไปตามไปเสมอ ตนรู้ดีว่าเธอคงไม่ได้มองลงมาข้างล่างหรือโฟกัสจุดใสจุดหนึ่งเพราะต้องตั้งสมาธิกับการแสดง ทว่าลึกลงไปในใจก็อยากให้หยิงสาวมองกันบ้างความรู้สึกมันเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร...แล้วอารมณ์เหล่านี้คืออะไร...“อ้าองค์พระพุทธา ตัวข้าบุษบาขอกราบวิงวอน ข้าสวดมนต์ขอพระพรวิงวอนให้หทัยระเด่นปรานี รักอย่าเคลือบแฝง ดังแสงเทียนริบหรี่ ขอองค์ระเด่นมนตรี โปรดมีจิตนึกเมตตา ขอเทียนที่เสี่ยงทาย ดลให้คนรักข้า รักเพียงแต่ บุษบา ดั่งข้านี้ ตั้งใจ....”การแสดงจบลงไปแล้วโดยที่นางรำยังคงค้างท่าสุดท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปหลังม่านอย่างพร้อมเพรียงสวยงาม โดยไม่รับรู้ถึงสายตาของร่างสูงที่มองไปจนสุดเวทีหวังจะได้เห็นดวงหน้าสวยอีกครั้งกลับพบเพียงความว่างเปล่า จนต้องถอนหายใจนึกเสียดายไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ เหม่อลอยไปไกลแค่ไหนกระทั่งไม่รับรู้ว่ามารดามายืนอยู่ข้างกายสักพักแล้ว ท่านจึงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเพื่อเรียกสติคนที่กำลังสติหลุดลอยไปไกล หลังจากได้ชมการแสดงสุดพิเศษแววตาง่วงเหงาก็แปรเปลี่ยนเป็นสดชื่นขึ้นมาทันตา
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๔)
ไม่คิดว่าความต้องการจะสัมฤทธิ์ผลเร็วขนาดนี้ ชายหนุ่มถึงกับตกตะลึงเมื่อเลิกงานแล้วเขาแอบเดินโฉบผ่านห้องจัดเลี้ยง เพื่อมองดูว่าข้างในมีการแสดงรำหรือเปล่า ก่อนพบว่านางบุษบาของตนได้วิ่งหน้าตื่นขึ้นบันไดก่อนจะชะงักเมื่อพบเขา ธนนท์ปภพถึงกับเม้มปากแน่นไม่คิดว่าเรื่องบังเอิญจะมีจริง รีบตีหน้าเคร่งขรึมอย่างเดียวเร็ว โดยที่หล่อนเป็นฝ่ายทักเขาก่อน “อ้าวคุณ เจอกันอีกแล้ว” หยุดยืนตรงหน้าพร้อมโบกมือทักทาย เพิ่งเห็นหน้าสดของเธอครั้งแรกยิ่งรู้สึกว่าสวยกว่าแต่งเต็มเสียอีก โดยเขาไม่รู้ว่าหล่อนทั้งทาครีมกันแดกและโบกรองพื้นพร้อมตบด้วยแป้งพัฟเพื่อปกปิดรอยแดงและรอยดำจากสิว เติมสีสันให้ใบหน้าด้วยบลัชออนสีอ่อนเข้ากับปากสีชมพูระเรื่อ ค่อยมาแต่งเพิ่มหลังเวทีก่อนขึ้นทำการแสดง “ครับ” ตอบสั้นเหมือนเดิมจนเธอคิดจะขอตัว แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามเรื่องที่ไหว้วานชายหนุ่มให้หาเจ้าของเงิน จึงต้องสืบสาวราวเรื่องเสียก่อน ทั้งที่นึกเกรงใจเขาอยู่เหมือนกัน “เจอเจ้าของไหมคะ” “น่าจะเจอแล้วครับ” ตอบไปเท่าที่พอจะนึกออก โยนงานให้คนอื่นทำแล้วก็ไม่ได้ถามว่าเจอเจ้าข
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๒ มีใจให้กันหรือยัง (๑)
๒มีใจให้กันหรือยัง ความสัมพันธ์ของพวกเราขยับจากคนแปลกหน้าเป็นพี่น้องโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ การทำงานแต่ละวันที่เคยผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขามีจุดมุ่งหมายคือการพบกับนางบุษบาของตัวเอง เธอมักจะมาทำพาร์ทไทม์ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ไม่ได้มาทุกวันแต่ก็ค่อนข้างบ่อยจนชายหนุ่มรู้ตารางงานของหล่อน จึงได้ปรับเปลี่ยนตารางงานของตัวเองเช่นเดียวกัน เขาทำหลายอย่างโดยที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้ตัวเองจะต้องมาทำ จอดรถเพื่อรอส่งเธอให้กลับบ้าน เก็บดอกกุหลาบขาวไว้อย่างดีในห้องนอน นำแบงค์พันใส่กรอบพร้อมเก็บไว้ในสมุดบันทึกที่เขียนถึงเรื่องราวความประทับใจของเรา หรือความจริงอาจเป็นเขาเพียงคนเดียวที่ประทับใจก็เป็นได้ ย้อนกลับไปคิดถึงเมื่อไหร่ก็นึกขำตัวเองเหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าการตกหลุมรักเพียงแรกพบมีอยู่จริง จนกระทั่งได้พบกับเธอทำให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว ธนนท์ปภพพยายามจะไม่แสดงออกมาเกินไปถึงความรู้สึกของตัวเอง ยังคงไว้ท่าทีอยู่บ้างถึงแม้ความจริงจะชอบหล่อนมากแค่ไหนก็ตาม อย่างตอนนี้ที่เขาเลิกงานและเพิ่งชมการแสดงของหล่อนจบ จึงได้ออกมานั
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๒ มีใจให้กันหรือยัง (๒)
พอหันไปมองจึงได้พบหญิงสาวที่สวมชุดนักเรียนของโรงเรียนรัฐบาลวิ่งออกมา หล่อนน่าจะเลิกเรียนนานแล้วแต่ยังไม่เปลี่ยนมาสวมชุดไปรเวท ผมยาวประบ่าตามกฎของโรงเรียนที่ไม่ให้ไว้ยาวจนเกินไป ดวงตาเป็นประกายจดจ้องไปยังรถยนต์ที่มาจอดหน้าบ้าน “โห รถสวยมาก! รถใครอ่ะ” หันไปถามพี่สาวที่เดินเคียงข้างชายแปลกหน้า หรี่ตามองอย่างจับผิดก่อนเอ่ยเสียงดังกว่าเดิมจนคนอายุมากกว่านึกเกรงใจชายหนุ่มที่อุตส่าห์มาส่งตนถึงบ้าน เพราะดูเหมือนน้องสาวจะเสียมารยาทกับเขาพอสมควร “พี่อัญมีแฟนแล้วเหรอ!” ตะโกนเสียงดังเล่นเอาคนที่อยู่ในบ้านพากันเดินออกมาดู ทำให้เธอต้องเข้าไปบอกน้องอย่างรวดเร็ว สีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับคำพูดกล่าวหาต่อหน้าบุคคลที่สาม ทั้งยังพ่อแม่ที่เดินออกมาอีก “ไม่ใช่ พี่หนึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน...พี่หนึ่งคะนี่อรค่ะเป็นน้องสาวของอัญเอง” เธอรีบแนะนำให้เขารู้จักกับน้องสาวที่กำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยรอบแอดมิดชั่นเพราะไม่ผ่านรอบสอบตรงของทางสถานบัน อัญชิสา อนันต์เมษเหลียวมองน้องสาวที่เปลี่ยนจากใบหน้าบึ้งตึงเป็นแย้มยิ้มงดงาม ปร
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๒ มีใจให้กันหรือยัง (๓)
อัญชิสาพยายามทำตามคำสั่งของบุพการีทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นลูกรักเหมือนน้องบ้าง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนกลับเหมือนว่าถูกผลักให้ห่างมากกว่าเดิม หล่อนจึงทำได้แค่ภาวนาให้ตัวเองได้รับความรักในสักวัน “พี่หนึ่งพอจะติวให้อรได้ไหมคะ อรไม่ค่อยเก่งวิชาคณิตเท่าไหร่ไม่รู้ว่าจะชอบติดหรือเปล่า พี่หนึ่งช่วยอรหน่อยนะคะ” เข้ามานั่งในห้องรับแขกก็ถูกขนาบข้างด้วยหญิงสาวที่พยายามจะตีสนิท ทั้งที่ใบหน้าของเขานิ่งเฉยแววตาไม่รับแขก แต่ก็ยังตอบไปตามมารยาท “ถ้าว่างนะครับ...” เจ้าของบ้านถึงกับนำน้ำมาเสิร์ฟเอง แต่เขากลับไม่เห็นหญิงสาวที่ตนมาส่งถึงบ้าน เธอไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนแต่ได้ยินเสียงทำอาหารคาดว่าคงอยู่ในครัว ชายหนุ่มหยิบน้ำขึ้นจิบแก้กระหายแล้วตอบคำถามของคุณปวัต อนันต์เมษบ้าง ทราบว่าครอบครัวนี้ทำโรงงานผลิตของใช้ตามออเดอร์ ซึ่งส่วนมากก็เป็นโรงแรมหรือบริษัทห้างร้านที่มาสั่งทำ ทว่าโรงแรมของเขามีโรงงานที่ใช้งานอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจจะร่วมงานกับท่านแต่คุณปวัตรก็ยังพยายามจะบอกว่าอยากร่วมงานจนนึกรำคาญ เขาอยากคุยกับอัญชิสามากกว่า... “ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ” สบ
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๓ ผลประโยชน์ (๑)
๓ผลประโยชน์ ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองชื่อร้านอาหารพร้อมกับพรูลมหายใจด้วยความหนักอก ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้อีกครั้ง ทราบดีว่ามารดาต้องการอะไรโดยใช้หน้าตาของหล่อนเป็นตัวล่อให้ผู้อื่นเข้ามาติดกับ ทั้งที่ไม่เคยบอกรักเลยสักครั้งแต่ก็ขอให้หล่อนทำตามคำสั่งได้ไม่หยุดสักที ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอยากหันหลังเดินหนีออกไปจากตรงนี้ หลายต่อหลายครั้งที่ถูกชักชวนให้ไปรับประทานอาหารกับผู้ชายที่สนใจในตัวหล่อน โดยที่ตนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะครอบครัวเห็นดีเห็นงามไปหมดเสียทุกอย่าง ผู้ชายเหล่านั้นแสดงออกถึงความสนใจที่มีต่อเธออย่างชัดเจน จนไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรเพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์อันน่าอึดอัด ทำได้เพียงปล่อยให้มันจบลงในแต่ละครั้ง โดยที่เธอก็ทำได้แค่ทนอย่างเดียว จำต้องเป็นลูกสาวแสนดีที่ทำตามคำสั่งของบุพการี แม้ว่าในใจของตนจะไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้นก็ตาม นึกอยากใช้ชีวิตธรรมดากับครอบครัวเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ทว่าหล่อนไม่ได้รับสิทธิ์นั้นเพราะตัวเองคือคนนอกที่พยายามทำตัวให้กลมกลืน หวังว่าความดีที่ทำอาจสัมฤทธิ์ผลแล้วพวกท่
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๓ ผลประโยชน์ (๒)
เขาชอบผู้หญิงผิวขาวแล้วที่คบมาส่วนใหญ่ก็ขาวทั้งนั้น... “แต่ผู้หญิงที่มึงชอบนี่ขาวทั้งนั้นเลยนะ” “มึงรู้เหรอกูชอบแบบไหน” เพื่อนซี้สบตาเป็นอันรู้กัน พอดีกับที่อาหารทยอยมาเสิร์ฟจึงหันไปสนใจมื้อเที่ยงแล้วหยิบตะเกียบพร้อมสำหรับรับประทานอาหาร ไตรเตชินกินด้วยความอร่อยแล้วพูดคุยกับคนที่ไม่ได้เจอกันนานนม “ไม่รู้ เห็นควงแต่แหม่มนี่หว่า ไปอยู่ลอนดอนเป็นไงบ้างล่ะ เรียนก็เรียนเล่นก็เล่นเต็มที่เชียวนะมึง” ทราบข่าวจากเพื่อนอีกคนเพราะเห็นธนนท์ปภพควงสาวต่างชาติเข้าห้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา หากไม่มีพันธะก็ยังสามารถสนุกสนานได้ อายุเท่านี้จะรีบมีแฟนไปไหน ไตรเตชินเองก็ครองโสดมาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่แค่คุยหรือตกลงขึ้นเตียงเท่านั้น “ธรรมดาป่ะวะ คนเราก็ต้องผ่อนคลายบ้าง” ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วเริ่มรับประทานอาหารเช่นเดียวกัน พวกเขาคุยกันอย่างออกรสไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทำให้หนุ่มนักบริหารไม่เห็นว่ามีคนรู้จักนั่งทานข้าวอยู่ในร้านเดียวกัน “ตรวจโรคบ้าง” “กูป้องกันตลอด แล้วก็ตรวจสุขภาพประจำตรวจโรคทุกอย่าง...มึงอ่ะตรวจบ้าง” นึกหมั่น
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
๓ ผลประโยชน์ (๓)
“ตอนเย็น...ไปกินข้าวกับเพื่อนพ่อค่ะ อาธีระ...เขาทำงานกับพ่อ” บอกตามความจริงแล้วเขาก็ค่อนข้างโล่งใจที่เพื่อนของตนมองผิด รอยยิ้มกลับมาประดับใบหน้าหล่ออีกครั้ง แววตาที่เคยมีความกังขาก็หมดไป “อ้อ” พยักหน้าเป็นการรับทราบ เขาเลือกจะนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ยอมลุกไปไหน จนเธอเริ่มขยับไปมาไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร หรือจะพูดเรื่องสำคัญกับอีกฝ่ายตอนนี้เลย แต่หล่อนก็ยังไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ของเรา... เพราะการรู้จักกันในตอนแรกมันคือความบังเอิญ ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์เหมือนตอนนี้ จนเธอไม่รู้ว่าควรจัดการเช่นไร “พี่หนึ่งจะไปทำงานตอนไหนเหรอคะ” “ทำไม ไม่อยากคุยกับพี่แล้วเหรอถึงได้ไล่กัน” แกล้งพูดหยอกจนเธอต้องรีบปฏิเสธกลัวเขาเข้าใจตนผิด “เปล่าค่ะ แค่ถาม...” ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าจะสบตาคนตรงหน้าด้วยซ้ำ เย็นนี้เธอมีนัดแล้วจึงไม่อาจพูดคุยกับเขาต่อทั้งที่ในใจนึกอยากคุยมากกว่านี้ เหมือนว่าช่องว่างระหว่างเรามันห่างขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่ทราบว่าธนนท์ปภพเป็นใคร ตัดสินใจจะบอกลาอีกฝ่ายแต่กลับถูกเขาเอ่ยอาสาขึ้นมาก่อน
last updateLast Updated : 2026-02-25
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status