Share

บทที่ 3 ผู้ร่วมชะตากรรม

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 16:40:29

หลังจากจัดการป้อนนมเด็กน้อยจนหลับไปอีกรอบ หลิ่งฟางเซียงก็เดินออกมาสำรวจรอบๆ เรือนอีกครั้ง พลันสายตาก็มองเห็นไป๋เหลียนฮวาที่นั่งงอตัวฟุบหลับอยู่ในซอกมุมหนึ่งของเรือน ท่าทางชวนน่าสงสารนี้ทำให้เธออดที่จะถอนหายใจยาวด้วยความเวทนาไม่ได้ 

เพราะเจ้านายตกต่ำ สาวใช้ข้างกายจึงยากลำบากไปด้วย นี่เป็นสัจจะธรรมในยุคอดีต ที่แม้แต่ในระบบเกมส์นี้ก็ไม่ยกเว้น เอาเถิดไม่ว่าระบบจะวางตัวละครหลิ่งฟางเซียงนี้ไว้อย่างไร ฉัน... จะแก้ไขมันเอง!!!

หลิ่งฟางเซียงไม่ได้ปลุกไป๋เหลียนฮวา เพียงดึงโต๊ะลมและเก้าอี้สี่ตัวออกมาจากคลังเก็บของในมิติ แล้วยกอาหารที่ทำเสร็จเมื่อครู่ออกมา

“พระชายา!”

ไป๋เหลียนฮวาปรือตาตื่นมาเจ้านายก็ร้องอย่างตกใจ เป็นสาวใช้กลับตื่นทีหลังเจ้านายเรื่องนี้นับเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งมองเห็นอาหารบนโต๊ะกลางห้องในใจของนางก็ยิ่งรู้สึกผิด ไม่เพียงนอนหลับตื่นสาย ยังกลายเป็นภาระให้พระชายา ช่างน่าละอายใจนัก

“หม่อมฉันผิดไปแล้ว ขอพระชายาทรงลงอาญาเพคะ”

หลิ่งฟางเซียงเห็นสาวใช้คนสนิทเดินมาทิ้งตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าด้วยน้ำตาอาบแก้มก็รีบเข้าไปประคองคนในทันที

“ลงอาญง อาญาอะไรกัน ที่ผ่านมาข้างกายข้ามีเพียงเจ้าที่คอยดูแล พวกเราน่ะนับว่าเป็นผู้ร่วมชะตา ดั่งสามีภรรยาคู่ทุกข์ยาก ดังนั้นธรรมเนียมวุ่นวายเหล่านี้ต่อไปก็อย่าได้ถือปฏิบัติให้ยุ่งยากอีกเลย”

"แต่ว่า..."

"เป็นคำสั่งของข้าผู้เป็นพระชายา ไป๋เหลียนฮวาเจ้ากล้าขัดแย้งหรือ"

เมื่อถูกยกฐานะของผู้เป็นนายมาข่มขู่บังคับ ไป๋เหลียนฮวาก็ไม่อาจโต้แย้งทำได้เพียงทรุกตัวโขลกศีรษะ 

“ขอบพระทัยพระชายาที่เมตตาเพคะ”

หลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ดูแล้วสาวใช้ไป๋เหลียนฮวาผู้นี้คงถูกสร้างขึ้นโดยตั้งระบบให้มีความจงรักภักดีต่อผู้เป็นนายสุดชีวิตอย่างแน่นอน

“เอาเถิดอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย เร่งลุกขึ้นมานั่งกินด้วยกันเร็วๆ เข้า”

“นั่งกินด้วยกัน??”

ความหมายของพระชายาคงไม่ใช่ให้นางนั่งร่วมโต๊ะกระมัง แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน พระชายาเป็นคุณหนูอันดับหนึ่ง ส่วนนางเป็นเพียงสาวใช้ที่ถูกซื้อมาจากตลาดทาสเท่านั้น 

"ก็ใช่น่ะสิ หรือเจ้าจะยืนกินค้ำหัวข้าอยู่เช่นนี้"

แม้ว่าหลิ่งฟางเซียงจะเป็นหญิงสาวจากยุค 21 แต่ก็ดูซีรี่ย์และอ่านนิยายแนวย้อนยุคมาไม่น้อย ดังนั้นเรื่องการพูดจาให้เข้ากับยถคอดีตจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ 

"หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ แต่ว่า..."

"นี่เป็นคำสั่ง! หรือเจ้าจะขัดข้า"

"หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ"

ไป๋เหลียนฮวาขานรับเสียงสั่นก่อนจะเร่งนั่งลงด้วยอาการประหม่า ตะเกียบในมือสั่นน้อยๆ มองอาหารบนโต๊ะด้วยดวงตาแดงก่ำ หนึ่งปีกว่าแล้วที่นางไม่ได้เห็นข้าวสวยพูนจาน และอาหารหลากหลายน่ากินเช่นนี้ หลิ่งฟางเซียงมองดูสาวใช้ตรงหน้าแล้วเข้าใจอีกฝ่ายได้ในทันทีโดยไม่ต้องถามไถ่ ก่อนจะคีบหมูผัดผักกาดดองใส่ชามข้าวของนาง

"ช่วงนี้กินอาหารจืดๆ ไปก่อน รอร่างกายปรับตัวได้ ข้าจะทำอาหารที่รสชาติจัดจ้านกว่านี้ให้เจ้ากิน"

"แต่เราไม่มีวัตถุดิบนะเพคะ จะทำอาหารได้อย่างไร"

"เจ้ากำลังสงสัยข้า"

"หม่อมฉันไม่กล้า"

เพราะไม่อาจบอกเล่าความจริงว่าเธอเป็นหญิงสาวต่างยุคที่เข้ามาในระบบเกมส์ หลิ่งฟางเซียงจึงจำใจต้องใช้วิธีข่มขู่ เพื่อตัดปัญหาข้อสงสัยของไป๋เหลียนฮวา

"รีบกิน พวกเรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก"

"เพคะ"

เมื่อได้ยินผู้เป็นนายเอ่ยบอกเช่นนั้นไป๋เหลียนฮวาก็เร่งกินข้าวในถ้วย ทว่าตะเกียบในมือกลับไม่กล้าแตะกับข้าวบนโต๊ะเลยสักชิ้น หลิ่งฟางเซียงถอนหายใจเบา ดูเหมือนครั้งหน้าเธอต้องแบ่งอาหารออกเป็นสองชุดเสียแล้ว สาวใช้ผู้เคร่งครัดคนนี้จะได้ไม่เกร็งจนเกินไป

"กินเสร็จแล้วเจ้าก็ไปอุ้มเสี่ยวอันมา"

"เสี่ยวอัน?"

"ก็องค์ชายน้อยของเจ้าอย่างไร"

หลิ่งฟางเซียงไม่มีความสามารถในการตั้งชื่อมากนัก เพียงแค่อยากให้เด็กชายน้อยผู้นั้นมีชีวิตอย่างสงบสุขก็เท่านั้น ทว่าชื่อที่เธอตั้งอย่างเรียบง่ายนี้กลับทำให้สาวใช้ตรงหน้าน้ำตาไหลพราก ทรุดตัวลงจากเก้าอี้ประสานมือก้มตัวโขลกศีรษะ

"หม่อมฉันขอบพระทัยพระชายาแทนองค์ชายน้อยเพคะ"

นับจากให้กำเนิดองค์ชายน้อย พระชายาไม่เคยสนพระทัยดูแลเขา แม้แต่ชื่อก็ไม่เคยคิดจะตั้งให้ ครั้งนี้ไม่เพียงรับเขาไปเลี้ยงดูตลอดคืน ยังมอบชื่อที่มงคลให้เขาอีกด้วย สวรรค์ท่านเมตตาองค์ชายน้อยแล้วจริงๆ ดังนั้นหลังจากกินมื้อเช้าเสร็จแล้วไป๋เหลียนฮวาจึงรีบไปอุ้มองค์ชายน้อยออกมา ทว่าเมื่อเห็นว่าองค์ชายน้อยอยู่ในผ้าห่อเนื้อดีความสงสัยในใจของไป๋เหลียนฮวาก็ยิ่งเพิ่มทวี

นางไม่เอ่ย ก็ไม่ได้หมายความว่านางไม่คิด สิ่งของต่างๆ ที่พระชายานำออกมาในช่วงนี้ พระนางได้มาจากที่ไหนกัน

"เหลียนฮวา เจ้าออกมาส่งของให้ข้าหน่อย!"

เสียงเรียกที่ดังอยู่นอกตำหนักทำให้ไป๋เหลียนฮวารีบอุ้มองค์ชายน้อยตรงหน้าออกมา ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้าง ทั้งตัวแข็งค้างด้วยความตื่นตระหนก 

"พระชายา!!  ทรงขึ้นไปทำอะไรบนหลังคาเพคะ"

.............................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 20 ขอร้องเทพเซียน

    หลิ่งฟางเซียงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงมาครึ่งคืนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ในใจของเธอเวลานี้รู้สึกคิดไม่ตก กังวลเรื่องที่ดินด้านหลังตำหนัก กว้างขวางขนาดนั้นหากต้องใช้แรงขุดจริงๆ เธอคงจะมือหักก่อนได้ปลูกผักมือเรียววาดกลางอากาศ เปิดระบบเข้าไปตรวจสอบร้านค้าหมวดอุปกรณ์ทางการเกษตร ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อพบเครื่องพรวนดินระบบไฟฟ้าขนาดเล็กถึงแม้ว่าในยุคนี้ไม่มีไฟฟ้า แต่ในคลังมิติของเธอนั้นมีคุณสมบัติในการรักษาสภาพสินค้า ดังนั้นแค่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ทำให้หลิ่งฟางเซียงหนักใจก็คือ ราคาแลกเปลี่ยนเจ้าสินค้าชิ้นนี้กลับสูงถึง 20 คะแนน แพงยิ่งกว่าปิ่นปักผม 30 อันที่เธอแลกมาเมื่อวันก่อนเสียอีกหลิ่งฟางเซียงลังเลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าวันนี้เธอจะทำภารกิจสำเร็จและได้คะแนนเพิ่มมาถึง 100 คะแนน แต่คะแนนเดิมของเธอก็เหลือเพียงแค่ 10 คะแนน รวมกันแล้วมีเพียง 110 คะแนนเท่านั้น จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเมื่อคิดถึงอนาคตที่ต้องอยู่ในระบบนี้ไปอย่างไร้กำหนด เธอก็ถอนหายใจยาวคนเราจะใช้จมูกผู้อื่นหายใจได้อย่างไรกัน ถึงแม้ว่าตัวเธอจะมีระบบร้านค้าที่มีข้าวของมากมายให้หยิบใช้ แต่ก็ต้อง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 19 นายหญิงคือเจ้าชีวิต

    ดวงตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลง หลิ่งฟางเซียงมองดูหมอชราตรวจอาการให้ซ่งหลินซีด้วยสีหน้ากังวล ด้านหนึ่งก็ห่วงใยอาการของเด็กชายที่นอนอยู่ตรงหน้า อีกด้านก็คะนึงหาเด็กน้อยที่รออยู่ในตำหนักท้ายวังอ๋องฉิน“แม่นางฟาง อาการของลูกชายเจ้ารุนแรงอยู่ไม่น้อย ทั้งขาดอาหาร ทั้งบาดเจ็บภายใน เจ้าเป็นแม่คน ต่อให้เขาดื้อรั้นเพียงใดก็ไม่ควรลงมือหนักขนาดนี้”พูดพลางมองไปทางเด็กขายตัวโตอีกคนที่ผอมแห้งไม่ต่างกันช่างเป็นมารดาที่ย่ำแย่จริงๆ ทั้งที่รูปร่างงดงาม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี แต่กลับให้เด็กๆ ใช้ชีวิตรันทดถึงเพียงนี้หลิ่งฟางเซียงอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นมารดาร้ายกาจ อีกทั้งยังมีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกสองคน ก็วางสีหน้าไม่ถูก กลับเป็นเด็กชายบนเตียงที่รู้ความรีบเอ่ยปากแทน“ท่านลุงหมอเข้าใจผิดแล้วขอรับ พวกเราเป็นเด็กกำพร้าไร้บ้าน วันนี้ถูกคนพาลรังแก นายหญิงไปพบเข้าเกิดความเมตตาจึงรับมาอยู่ด้วยขอรับ”เมื่อได้ยินคำอธิบายที่ชัดเจน หมอชราก็หันกลับมาโค้มศีรษะเอ่ยขออภัยต่อหญิงสาว พร้อมมอบใบสั่งยาให้ก่อนจะจากไปหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปจับมือของซ่งหลินซาง แล้ววางเงินอีแปะพวงหนึ่งไว้บนฝ่ามือเล็ก เด็กชายเงยห

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 18 ตามข้ากลับบ้าน

    “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็มัดที่คอแทนก็แล้วกัน”มัดคอ ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของหญิงสาวที่ใช้ผ้าโปร่งอำพรางใบหน้าเอาไว้ดวงตาของเด็กชายก็ตวาดมองด้วยสายตาแข็งกร้าวช่างเป็นหญิงสาวที่โหดเหี้ยมจริงๆ แต่โหดเหี้ยมแล้วอย่างไร ขอเพียงวันนี้เขากับน้องชายสามารถออกไปจากที่นี่ได้ วันหน้าค่อยคิดวิธีการจัดการหญิงชั่วร้ายผู้นี้ก็ยังไม่สาย“เจ้าในตอนนี้เป็นทาสของข้า ศพนั่นแบกตามมา”ศพ! น้องเขายังไม่ตายเสียหน่อย ถึงแม้ในใจของเด็กชายจะคิดเช่นนั้น ทว่าต่อให้นางไม่สั่งเขาก็จะแบบน้องชายออกไปอยู่ดี ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามหลิ่งฟางเซียงก็พาเด็กชายทั้งสองออกมาจากตลาดค้าทาสได้สำเร็จ ใบหน้าของเด็กชายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม อีกทั้งยังต้องแบกน้องชายที่หมดสติไว้บนหลังก็เต็มไปด้วยเม็ดหนึ่งที่ชุ่มโชก เธอไม่แม้แต่จะหันมามองเขาก็พูดเสียงเรียบ"เดินต่ออีกหนึ่งลี้ค่อยพัก"ไม่ใช่การถามไถ่แต่เป็นการออกคำสั่ง ดังนั้นต่อให้ไม่ยินยอมเด็กชายก็ทำได้แค่จำใจต้องเดินตามหญิงสาว โชคดีที่นางเป็นเพียงสตรีบอบบางที่เชื่องช้า เขาจึงไม่ได้เหนื่อยจนเกินไปไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็หยุดเท้าพักที่ศาลาริมทาง ร่างเพรียวบางนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อน

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 17 ค่าของคน

    เซิ่นชิงหยวนส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยลา หลิ่งฟางเซียงยังคงสับสนในใจกับเรื่องที่ได้รับรู้ หรือแท้จริงแล้วอ๋องเฉินผู้นั้นไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เจ้าของร่างเดิมเข้าใจ"แจ้งเตือนจากระบบ!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!!"ในขณะที่กำลังคิดวิเคราะห์เรื่องราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น หลิ่งฟางเซียงโยนเรื่องทั้งหมดในความคิดทิ้ง รีบเดินเข้าไปด้านในบ้านวาดมือเปิดระบบก่อนจะกดไปที่หน้าภารกิจ"ภารกิจที่ 4 ช่วยชีวิตคน 1 คน"ช่วยคน! แม้ว่าภารกิจนี้จะดูไม่ยากนัก เพราะแค่หาคนใกล้ตายสักคนแล้วช่วยเหลือเขา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจทว่าสถานที่ที่มีคนใกล้ตายนั้นก็มีเพียงแค่... ลานประหาร... ที่นี่ต่อให้เธอไปได้ ก็คงช่วยคนไม่ได้ สนามรบ... หากไปที่นั่นเธอไม่ทันช่วยคนก็คงเป็นศพไปเสียก่อน พื้นที่โรคระบาด... ไม่มีโรคระบาด จะมีพื้นที่โรคระบาดได้อย่างไร แต่หากจะรอให้เกิดโรคระบาด อีกสิบปีเธอก็คงทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ทั้งที่เป็นภารกิจง่ายๆ แต่กลับทำได้ยากยิ่ง พลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง เมื่อนึกสถานที่ที่หนึ่งได้เธอช่างโง่จริงๆ ลืมสถานที่ดีๆ แห่งนี้ไปได้อย่างไร“แม่นางอยาก

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 16 ให้ข้าเป็นสามี

    "บ้านของข้าอยู่ในซอยนี้ คุณชายเซิ่นส่งแค่นี้ก็พอเจ้าค่ะ”เซิ่นชิงหยวนเห็นท่าทางลำบากใจของหญิงสาวก็ไม่คิดรบเร้าตอแยให้คนอึดอัดใจ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้รู้ที่อยู่ของนางแล้ว วันหน้ายังต้องกังวลเรื่องหานางไม่พบอยู่อีกหรือ“ได้! เช่นนั้นข้ากลับก่อน วันหน้าหากมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้เสมอ”“ขอบ...”“แม่นางน้อย ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว นี่คงเป็นสามีของเจ้าใช่หรือไม่ แต่งตัวภูมิฐานเช่นนี้ย่อมต้องได้เจ้านายที่ดีอย่างแน่นอน มาๆ รีบมาทำสัญญากันเถิด”หลิ่งฟางเซียงไม่ทันเอ่ยปากสักครึ่งคำก็ถูกเถ้าแก่ฉินพูดรวบรัดจนจบประโยค จากนั้นก็เดินนำทาง“สามี? เซียงเซียงนี่มันเรื่องอะไรกัน”หัวใจที่พองโตของเซิ่นชิงหยวนพลันแตกสลายในทันที เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวมีสามีแล้ว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งอก จนแม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด ใบหน้าคมก็พลันซีดเซียวขึ้นมา“ข้ากำลังจะซื้อบ้าน เพื่อความปลอดภัยจึงโกหกไปว่ามีสามีและน้องชายร่วมอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ”คล้ายใจที่แตกสลายได้รับยาวิเศษช่วยเยียวยาไม่เพียงอาการเจ็บปวดในอกจนหายใจติดขัดก่อนหน้านี้จะหายเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้ยังรู้สึกเต็มตื้นพองโตมากกว่าเดิม เชิดหน้าขึ้นขานรับด้วยสีหน้าอิ่มเอ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 15 ข้ายินดี

    หลังจากตกลงราคาซื้อบ้านได้แล้ว หลิ่งฟางเซียงก็รีบไปที่ร้านเครื่องประดับของเซิ่นชิงหยวน เสี่ยวติงเห็นคนก็จดจำได้ในทันที ดังนั้นจึงรีบให้บ่าวชายไปส่งข่าวแก่คุณชายของตน ก่อนจะออกมาต้อนรับหญิงสาวด้วยท่าทางกระตือรือร้น“แม่นางฟาง วันนี้ท่านมาที่ของเราเพื่อซื้อหรือว่า...”“ข้ามาขายของ”พูดจบก็ส่งกล่องไม้ใบหนึ่งให้อีกฝ่าย เมื่อหลงจู๊หนุ่มเปิดดูก็พบว่าด้านในคือปิ่นทองบุปผาประดับเกสรด้วยทับทิมสีแดงสด พร้อมกับต่างหูทับทิม ทว่าที่ทำให้เขาตกใจจนเกือบทำของในมือตกก็คือ...“ทับทิมโลหิต แม่นางฟางนี่มันของล้ำค่ามาก ท่านมีได้อย่างไร”ทับทิมโลหิต เป็นอัญมณีที่หายากมาก เพียงแค่เม็ดเล็กๆ ประดับหัวแหวนหนึ่งวงก็มีค่าถึง 1 ตำลึงทอง ทว่าปิ่นทองเล่มนี้ของแม่นางฟางเซียนกลับประดับไว้ถึง 1 , 2 , 3 , … 15 เม็ด นับรวมกับที่ต่างหูทั้งสองข้างก็ 17 เม็ด“เชิญท่านหลงจู๊ตีราคาเถิดเจ้าค่ะ”“แม่นางฟางของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าเกรงว่าทางร้านของเราจะซื้อไม่ไหว”คิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เธออุตส่าห์ใช้คะแนนสะสมถึง 10 คะแนนไปกับการแลกซื้อเครื่องประดับ 30 กว่าชิ้น เพื่อนำมาขายเปลี่ยนเป็นเงินใช้จ่าย และเพรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status