แชร์

บทที่ 2 รับภารกิจ

ผู้เขียน: ชงเมิ่ง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-11 16:41:47

"แจ้งเตือนจากระบบ!! แจ้งเตือนจากระบบ!!"

เสียงที่ดังก้องขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้หลิ่งฟางเซียงที่พึ่งหลับไปได้เพียง 2 ชั่วยามสะดุ้งตื่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางหงุดหงิดงัวเงีย ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

"ทะลุมิติมาจริงๆ สินะ"

ใบหน้างามหันไปมองเด็กชายที่นอนหลับอยู่ในผ้าห่อตัวผืนหนาบนเตียงด้านข้าง ก่อนจะวางลงบนหน้าผากเล็ก เมื่อคืนฝนตกอากาศเย็นเธอจึงกังวลว่าเด็กชายอาจจะโดนลมหนาวจนล้มป่วย ไม่คิดว่าเจ้าตัวน้อยร่างกายผอมแห้งคนนี้แท้จริงจะแข็งแกร่งไม่น้อยทีเดียว

"แจ้งเตือนจากระบบ!! แจ้งเตือนจากระบบ!!"

เสียงเตือนจากระบบอัตโนมัติในหัวดังรบกวนขึ้นอีกครั้ง หลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะวาดมือขึ้นกลางอากาศ เพื่อเปิดระบบอัตโนมัติ

"กรุณากดรับภารกิจที่ 2!!  กรุณากดรับภารกิจที่ 2!! "

ภารกิจใหม่อย่างนั้นหรือดีจริง! ใบหน้าที่หงุดหงิดจากการถูกรบกวนในยามเช้า แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสรีบกดปุ่มเพื่อดูภารกิจใหม่ในทันที 

มีภารกิจก็ย่อมมีผลคะแนน มีผลคะแนนก็สามารถแลกรับสิ่งของได้ตามที่ต้องการ เช่นนี้ชีวิตอันแสนรันทดของเธอก็จะสามารถผ่านไปได้อย่างสุขสบาย 

"ภารกิจที่ 2 ทำอาหารเลี้ยงคน"

มีคนบอกว่าในช่วงเริ่มแรกของการเล่นเกมภารกิจมักจะง่ายเสมอ ทว่าหลิ่งฟางเซียงก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนี้ หญิงสาวกดยอมรับภารกิจจากนั้นก็อุ้มเด็กชายที่ยังนอนหลับอยู่เดินไปยังในห้องครัว ทว่ายามที่ได้เห็นสภาพอันซอมซ่อเต็มไปด้วยฝุ่นและและเครื่องใช้ที่ผุพังก็อดถอนหายใจยาวไม่ได้

หลังทำภารกิจเสร็จ เห็นทีเธอคงจะต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้กับตำหนักท้ายวังแห่งนี้สักหน่อยแล้ว

หลิ่งฟางเซียงเปิดพื้นที่ในภารกิจ เลือกหยิบเปลนอนสำหรับเด็กเล็กออกมา จากนั้นก็วางเด็กชายในอ้อมแขนลง พลันดวงตากลมใสก็ตื่นขึ้นมายิ้มให้ผู้เป็นมารดาโดยไม่มีท่าทางงอแงเช่นเด็กในวัยเดียวกันยามแรกตื่น

"เป็นเด็กดีไม่งอแง เดี๋ยวแม่ทำอาหารเสร็จจะชงนมอร่อยๆให้เจ้ากินนะ"

คล้ายเด็กชายตัวน้อยจะเข้าใจในสิ่งที่หลิ่งฟางเซียงสื่อบอกออกมา ริมฝีปากเล็กจึงยิ้มกว้างจนเห็นเนื้อเหงือกไร้ฟัน พร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์ หลิ่งฟางเซียงบีบแก้มตอบเบาๆ ก่อนจะหันไปทางเตาไฟพลางถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ 

"เศษฝืนเพียงไม่กี่กำกับเตาพังๆ 1 ชิ้น จะใช้ก่อไฟทำอาหารได้อย่างไร"

มือเรียววาดกลางอากาศอีกครั้งเพื่อเปิดระบบ จากนั้นนำโต๊ะสะอาดออกมาหนึ่งตัว พร้อมกับเตาแก๊สปิคนิค ชุดเครื่องครัว และเครื่องปรุงขนาดย่อม ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ก็สามารถทำอาหาร 3 อย่างพร้อมด้วยข้าวสวยอีก 1 หม้อเสร็จเรียบร้อย

"ผู้เล่นทำภารกิจสำเร็จ ได้รับคะแนน 50 คะแนน และพื้นที่คลังเก็บของเพิ่มอีก 10 ตารางวา"

ริมฝีปากของหลิ่งฟางเซียงพลันมีรอยยิ้มกว้าง แม้คะแนนที่ได้รับจากภารกิจนี้จะน้อยไปหน่อย แต่การได้รับพื้นที่คลังเก็บของในมิติเพิ่มเข้ามานับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากข้าวของที่แลกมาทั้ง 3 ครั้งนั้นมากมายจนพื้นที่ 10 ตารางวาแทบจะบรรจุไม่ไหวแล้ว

เมื่อภารกิจที่ 2 สำเร็จ หลิ่งฟางเซียงก็รีบกดูไปที่หน้าภารกิจในทันที

"ภารกิจที่  3 ปลูกผักสร้างรายได้ 10 ตำลึงเงิน ยังไม่อนุมัติให้เริ่มภารกิจ"

ดวงตาของหลิ่งฟางเซียงพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ปลูกผักนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เธอถูกกักขังอยู่ในตำหนักร้างท้ายวังเช่นนี้ จะสร้างรายได้จากการปลูกผักถึง 10 ตำลึงเงินได้อย่างไร มือเรียวยกขึ้นกอดอกขบคิดหาหนทางพิชิตภารกิจนี้ ดูเหมือนคงมีเพียงต้องออกไปจากตำหนักร้างแห่งนี้เท่านั้นจึงจะสามารถทำภารกิจที่ 3 ให้สำเร็จได้  ยังไม่ทันได้วางแผนการขายคำพูดของเฉินอ๋องในอดีตก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

จับนางไปขังที่ตำหนักท้ายวัง ไม่มีคำสั่งจากข้า ก้าวเดียวก็ห้ามออกมา

ในใจพลันเกินความสิ้นหวัง ทว่าเมื่อดวงตากลมมองผ่านหน้าต่างที่ไร้บานปิด แล้วเห็นกำแพงสูงราวสามจั้งก็ยิ้มกว้าง ก็แค่ข้ามกำแพงนี้ออกไปไม่ใช่หรือไง ด้วยความสูงระดับนี้สำหรับผู้อื่นคงยากจะปีนป่ายออกไป แต่สำหรับเธอที่เป็นแชมป์นักปีนเขาสามปีซ้อนนี่กลับเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก

"แบบนี้อย่าว่าแต่ 10 ตำลึงเงินเลย ร้อยตำลึงก็ไม่ใช่เรื่องยาก"

หลิ่งฟางเซียงเลื่อนหน้าจอของระบบอัตโนมัติไปที่หน้า Shopping ยังไม่ทันเลือกหมวดที่ต้องการซื้อ กล่องข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

"แจ้งเตือนจากระบบ คูปองส่วนลด 70% ทุกรายการ จะหมดอายุภายใน 1 ชั่วโมง"

คูปองส่วนลด 70%! นับว่าสวรรค์ยังเมตตาเธออยู่บ้าง นิ้วเรียวรีบกดปิดการแจ้งเตือน จากนั้นเลือกหมวดการเกษตร การปลูกผักนั้นสิ่งสำคัญนอกจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องมีปุ๋ย ดิน และน้ำที่เหมาะสมอีกด้วย ครั้งก่อนเธอเลือกซื้อเมล็ดพันธ์มาไว้จำนวนหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จึงเลือกปุ๋ยและดินอย่างดี

"แจ้งเตือนจากระบบ คูปองส่วนลด 70% ทุกรายการ จะหมดอายุภายใน 30 นาที"

หลิ่งฟางเซียงเห็นข้อความแจ้งเตือนก็เร่งเปลี่ยนหน้าหมวดไปยังสินค้าผาดโผน เลือกซื้อเชือกปีนเขาและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนจะกดแลกเปลี่ยนคะแนนทั้งหมดได้อย่างฉิวเฉียด

"เกือบจะไม่ทันซะแล้ว"

"แอ๊ะ! แอ๊ะ! แอ๊ะ!"

เสียงเด็กน้อยในเปลดังขึ้นเบาๆ ดึงความสนใจของหลิ่งฟางเซียงมายังเขา นิ้วยาวบีบจมูกเล็กเบาๆ มือป้อมแห้งก็จับนิ้วของเธอมาดูด ราวกับกำลังจะสื่อทวงคำสัญญาจากหญิงสาว

"ทวงของเป็นด้วยหรือเจ้าตัวน้อย"

หลิ่งฟางเซียงพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ อุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก เก็บเปลนอนเอาไว้ในคลังมิติ แล้วหยิบขวดนมออกมาชงให้เด็กชายกิน

"แอ๊ะๆ หม่ำๆ"

แม้เสียงของเขาจะฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ท่าทางยินดีพอใจอย่างชัดเจนก็ทำให้หลิ่งฟางเซียงอดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้ อุ้มคนป้อนนมพาเดินกลับไปที่เตียงในห้องนอนด้วยรอยยิ้ม

ดูเหมือนว่าทะลุมิติครั้งนี้ก็ไม่ได้แย่นัก

.........................................

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทสุดท้าย

    “ชีวิตนี้ของข้าได้ปกป้องเจ้า ข้าไม่เสียใจ”เสียงแผ่วเบาเอ่ยจบประโยคก็กระอักเลือดออกมาอีกหน หลิ่งฟางเซียงส่ายหน้าไปมา“ไม่นะท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ยอม พระองค์ห้ามเป็นอะไรทั้งนั้น”มือเรียวรีบวาดในอากาศเปิดระบบร้านค้าโดยไม่กังวลว่าความลับจะถูกเปิดเผยอีกต่อไป จากนั้นกดเข้าไปที่หมวดร้านค้า ค้นรายการเพื่อหายาแก้สารพัดพิษ เพียงแต่ของสิ่งนั้นเป็นของที่ได้จากการทำภารกิจดังนั้นจึงไม่มีขายทั่วไปในระบบค้นหายาแก้สารพัดพิษไม่พยในระบบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางแก้ไข หลิ่งฟางเซียงก็ร้องไห้จนตัวสั่น ในใจหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น อ๋องเฉินยกมือขึ้นวางบนแก้มเนียน มุมปากยกยิ้มอ่อนแรงให้นาง“เซียงเซียง วันหน้าไม่มีข้าอยู่ต้องดูแลตนเองให้ดี เข้าใจไหม”“ไม่! ข้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น หมอ! หมอมาหรือยัง!”เห็นท่าทางร้อนใจของนางในใจของหยางหย่งเล่อก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน เพียงแต่เวลานี้ตัวเขารู้สึกอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับตัวโอบกอดปลอบโยนนาง“เซียงเซียง ข้า... รักเจ้า...”น้ำเสียงแผ่วเบาสุดท้ายเอ่ยออกมาก่อนที่ดวงตาคมจะปิดลง พร้อมกับลมหายใจของอ๋องเฉินที่ค่อย ๆ แผ่วลงทีละน้อย"ไม่นะ... ท่านอ๋อง หยางหย่ง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 118 ได้ปกป้องเจ้าข้าไม่เสียใจ

    หลิ่งฟางเซียงมองดูทหารส่วนพระองค์สี่นายที่เข้ามาจับกุมตัวเธอแล้วขมวดคิ้วเรียว ดูเหมือนว่าอ๋องเฉินจะไม่ยอมทำตามคำร้องขอของเธอในจดหมายและยืนยันจะเข้าเมืองหลวง เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้อ๋องเฉินควรตกเป็นรองไม่ใช่หรือไร เหตุใดองค์ฮ่องเต้จึงทำราวกับว่าตนเองตกเป็นรองเช่นนี้เล่า“ขอพระสนมโปรดอภัยด้วย”“ไม่ต้อง พวกเจ้านำทางก็พอ”ด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กำลังของอีกฝ่ายได้ หลิ่งฟางเซียงจึงไม่คิดต่อต้านให้ตนเองตกที่นั่งลำบาก แสร้งยอมเดินตามทหารส่วนพระองค์ไปด้วยท่าทางสงบ หากแต่ในใจกำลังขบคิดหาทางหนีทีไล่ให้ตนเอง“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”หยางหย่งหมิงมองดูท่าทางว่าง่ายของหลิ่งฟางเซียงแล้วแค่นยิ้ม อ๋องเฉินเก่งกาจทางการรบแล้วอย่างไร สตรีของอีกฝ่ายในตอนนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ในกำมือเขาหรือไร“สนมรัก เจ้ารู้หรือไม่ตอนนี้อ๋องเฉินกำลังจะบุกเข้ามาชิงตัวเจ้า”“จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ อ๋องเฉินเป็นเพียงอ๋องประจำเมือง ถึงจะมีตำแหน่งแม่ทัพแต่ทหารในมือก็มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น”“แน่นอนว่าอาศัยเพียงกำลังทหารจากหัวเมืองเหนือเขาย่อมไม่กล้า แต่ที่เขากล้าก็เพราะเขามีกำลังหนุนจากอีกสามหัวเมืองอย่างไรเล่า”เมื่อได้ยินเรื่องนี้ใ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 117 ข้าต้องปกป้องนาง

    ในวันถัดมาหลิ่งฟางเซียงให้ซ่งหลินซางไปสืบความทั้งในและนอกวังเพื่อประเมินสถานการณ์ อีกทั้งยังให้เขาปล่อยข่าวเรื่องว่าเธอเป็นหญิงกาลกิณี เพียงก้าวเข้าวังก็เกิดเรื่องสะเทือนแผ่นดินดังนั้นวันต่อมาองค์ฮ่องเต้หยางหย่งหลงจึงได้รับราชฎีกามากมายคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมคนใหม่ หากแต่เขาวางแผนอย่างยากลำบากเพื่อชิงคนของน้องชายมา แน่นอนว่าย่อมไม่คิดปล่อยมือโดยง่าย“เรื่องตำหนักหลังของข้ายังไม่ถึงคราวให้ขุนนางอย่างพวกเจ้าสอดมือ! ประกาศราชโองการออกไป ผู้ใดคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมไป๋ให้ถือว่าต่อต้านข้าผู้เป็นฮ่องเต้ มีโทษเทียบเท่ากบฏ”แน่นอนว่าหลังจากที่หยางหย่งหลงประกาศราชโองการนี้ออกไปก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากคัดค้านอีก“ในเมื่อเขายังไม่ยอมถอย เช่นนั้นก็เพิ่มยาแรงอีกสักหน่อย อาซางคืนนี้เจ้าไปจัดการวางระเบิดศาลบรรพชน พรุ่งนี้โถงว่าราชการ วันถัดไปก็เป็นศาลาชมขันทร์ ข้าจะดูว่าฮ่องเต้ยังจะทนรับข้าเป็นสนมได้อยู่หรือไม่”“กระหม่อมรับพระบัญชา”ซ่งหลินซางรับกล่องระเบิดแล้วพลิ้วกายไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และในยาวสวีเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งวังหลวง ด้วยไม

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 116 เตรียมตัวรอเป็นอย่างดี

    หลิ่งฟางเซียงหยุดเท้าที่หน้าโถงพระโรง ขันทีนำทางก็แจ้งแก่ขันทีหน้าประตูไม่นานก็ได้ยินเสียงขันทีด้านในประกาศดังก้อง“เชิญเสด็จพระสนมผินไป๋เข้าเฝ้า”สิ้นเสียงขันทีด้านในท้องพระโรง หลิ่งฟางเซียงก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน สายตาของบรรดาขุนนางมองหญิงสาวที่สวมชุดสามัญ ใบหน้าครึ่งล่างอำพรางด้วยผ้าโปร่งแล้วพากันแค่นเสียงเย้ยหยันในลำคอ บางคนยังถึงขั้นเอ่ยออกมาโดยตรง“กระหม่อมทราบมาว่าพระสนมเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้าน ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็ได้เป็นพระสนมแล้ว เรื่องมารยาทอย่างเครื่องแต่งกายก็ควรจะทราบบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ”หลิ่งฟางเซียงปรายตามองอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มเย้ยหยันใต้ผ้าโปร่ง ดูจากลักษณะของขุนนางผู้นี้แล้วน่าจะเป็นรองเจ้ากรมโยธาอันจ้าวเหยียน“รองเจ้ากรมอันกล่าวเช่นนี้กำลังตำหนิฝ่าบาทหรือ”อันจ้าวเหยียนอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาด้วยโทษหมิ่นเบื้องสูงจึงรีบขยับตัวมาคุกเข่ากลางห้องโถงรีบเอ่ยแก้ต่างในทันที“กระหม่อมมิได้มีเจตนาเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระสนมทรงกล่าวหากระหม่อมเช่นนี้มีจุดประสงค์อันใดกันแน่”“ข้าเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้านจะกล่าวหารองเจ้ากรมไปทำไม อีกทั้งตอนนี้ตำแหน่งของข้าก็เป็นเพียงสนมขั้นผิน เทียบกับอันเฟยแล้วนับว่า

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 115 เดินทางเข้าวังหลวง

    สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วหลิ่งฟางเซียงสวมชุดที่รัดกุมก้าวออกจากจวนอ๋อง ทว่าทันทีที่รถม้าเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองทางทิศใต้ เบื้องหน้าก็มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากขวางกั้นเอาไว้“พวกเราไม่ยอมให้ใครพาพระชายาไปทั้งนั้น!”"ใช่! พวกเราไม่ยอม! พระนางเป็นชายาของท่านอ๋องแล้ว จะเข้าวังไปเป็นพระสนมได้อย่างไรกัน"เมื่อมีเสียงคนที่หนึ่งร้องคัดค้าน คนที่สองที่สามก็ร้องตาม เจียงฟ่านที่ยืนรออยู่หน้าประตูขบกรามแน่น จ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ ในอดีตเขากับอ๋องเฉินฝึกฝนเรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกัน ทว่าเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นเชื้อพระวงศ์จึงมีโอกาสมากกว่า เพียงไม่กี่ปีก็เป็นแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ ครอบครองพื้นที่ศักดินากลายเป็นแม่ทัพปกครองเมือง ในขณะที่เขาเป็นเพียงแม่ทัพไร้นามผู้หนึ่งเท่านั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก ว่าการเป็นศัตรูกับข้านั้นมีจุดจบเช่นไร“ขัดขวางราชโองการมีโทษประหาร! ใครกล้าก็ลองดู”แม้จะถูกข่มขู่ด้วยโทษตาย หากแต่ชาวบ้านตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด พากันถืออาวุธที่พอจะหาได้ ทั้งไม้ จอบ เสียม กำมั่นเอาไว้ด้วยสายตาแน่วแน่ ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายะวกเขาก็ไม่คิดถอยหนีพระชาย

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 114 สั่งความ

    "ราชโองการแห่งองค์ฮ่องเต้ ไป๋ฟางเซียงมีคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชนจากโรคระบาด เป็นสตรีอันควรเป็นแบบอย่าง โปรดแต่งตั้งขึ้นเป็น 'ผิงไป๋' รับราชโองการ..."หลิ่งฟางเซียงคล้ายถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางวันแสกๆ ทั้งที่เธอพยายามหลบหลีด้วยวิธีการสารพัดแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลบเลี่ยงชะตานี้หานตงขมวดคิ้วแน่น แม่นางไป๋เป็นสตรีของท่านอ๋อง เขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดแย่งชิงนางไปจากผู้เป็นนาย แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นองค์ฮ่องเต้ก็ตาม“แม่นางไป๋ คือพระชายาของท่านอ๋อง จะไปเป็นสนมของฝ่าบาทได้อย่างไร""ขัดราชโองการมีโทษเท่ากับกบฏ ทหารจับตัวมันสังหารเสีย!!""ช้าก่อนท่านแม่ทัพ หานตงทำเช่นนี้จะกล่าวว่ากบฏได้อย่างไรต้องกล่าวว่ามีใจภักดีต่างหาก"รุ่ยหลินเฮ่อรีบเอ่ยปากช่วยคน โดยจงใจใช้เสียงที่ดังกว่าปกติ เพื่อเรียกความสนใจจากชาวเมืองโดยรอบ"แม้ว่าแม่นางไป๋จะยังไม่ได้ผ่านพิธีการของราชวงศ์ แต่นางก็เข้าจวนอ๋องมาอย่างเป็นทางการ มีพยานบุคคลยืนยันเป็นจำนวนมาก! ท่านประกาศราชโองการออกมาเช่นนี้ กลับสร้างความเสื่อมเสียให้ฝ่าบาท ทำให้พระองค์ตกเป็นที่ครหาของผู้คนว่าเป็นกษัตริย์แย่งชิงภรรยาชาวบ้าน!”"แม่นางไป๋ ยังไม่ผ่านพิธีการของราชวงศ์ จะ

บทอื่นๆ

บางทีคุณอาจจะชอบ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status