Share

บทที่ 2 รับภารกิจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 16:41:47

"แจ้งเตือนจากระบบ!! แจ้งเตือนจากระบบ!!"

เสียงที่ดังก้องขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้หลิ่งฟางเซียงที่พึ่งหลับไปได้เพียง 2 ชั่วยามสะดุ้งตื่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางหงุดหงิดงัวเงีย ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

"ทะลุมิติมาจริงๆ สินะ"

ใบหน้างามหันไปมองเด็กชายที่นอนหลับอยู่ในผ้าห่อตัวผืนหนาบนเตียงด้านข้าง ก่อนจะวางลงบนหน้าผากเล็ก เมื่อคืนฝนตกอากาศเย็นเธอจึงกังวลว่าเด็กชายอาจจะโดนลมหนาวจนล้มป่วย ไม่คิดว่าเจ้าตัวน้อยร่างกายผอมแห้งคนนี้แท้จริงจะแข็งแกร่งไม่น้อยทีเดียว

"แจ้งเตือนจากระบบ!! แจ้งเตือนจากระบบ!!"

เสียงเตือนจากระบบอัตโนมัติในหัวดังรบกวนขึ้นอีกครั้ง หลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะวาดมือขึ้นกลางอากาศ เพื่อเปิดระบบอัตโนมัติ

"กรุณากดรับภารกิจที่ 2!!  กรุณากดรับภารกิจที่ 2!! "

ภารกิจใหม่อย่างนั้นหรือดีจริง! ใบหน้าที่หงุดหงิดจากการถูกรบกวนในยามเช้า แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสรีบกดปุ่มเพื่อดูภารกิจใหม่ในทันที 

มีภารกิจก็ย่อมมีผลคะแนน มีผลคะแนนก็สามารถแลกรับสิ่งของได้ตามที่ต้องการ เช่นนี้ชีวิตอันแสนรันทดของเธอก็จะสามารถผ่านไปได้อย่างสุขสบาย 

"ภารกิจที่ 2 ทำอาหารเลี้ยงคน"

มีคนบอกว่าในช่วงเริ่มแรกของการเล่นเกมภารกิจมักจะง่ายเสมอ ทว่าหลิ่งฟางเซียงก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนี้ หญิงสาวกดยอมรับภารกิจจากนั้นก็อุ้มเด็กชายที่ยังนอนหลับอยู่เดินไปยังในห้องครัว ทว่ายามที่ได้เห็นสภาพอันซอมซ่อเต็มไปด้วยฝุ่นและและเครื่องใช้ที่ผุพังก็อดถอนหายใจยาวไม่ได้

หลังทำภารกิจเสร็จ เห็นทีเธอคงจะต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้กับตำหนักท้ายวังแห่งนี้สักหน่อยแล้ว

หลิ่งฟางเซียงเปิดพื้นที่ในภารกิจ เลือกหยิบเปลนอนสำหรับเด็กเล็กออกมา จากนั้นก็วางเด็กชายในอ้อมแขนลง พลันดวงตากลมใสก็ตื่นขึ้นมายิ้มให้ผู้เป็นมารดาโดยไม่มีท่าทางงอแงเช่นเด็กในวัยเดียวกันยามแรกตื่น

"เป็นเด็กดีไม่งอแง เดี๋ยวแม่ทำอาหารเสร็จจะชงนมอร่อยๆให้เจ้ากินนะ"

คล้ายเด็กชายตัวน้อยจะเข้าใจในสิ่งที่หลิ่งฟางเซียงสื่อบอกออกมา ริมฝีปากเล็กจึงยิ้มกว้างจนเห็นเนื้อเหงือกไร้ฟัน พร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์ หลิ่งฟางเซียงบีบแก้มตอบเบาๆ ก่อนจะหันไปทางเตาไฟพลางถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ 

"เศษฝืนเพียงไม่กี่กำกับเตาพังๆ 1 ชิ้น จะใช้ก่อไฟทำอาหารได้อย่างไร"

มือเรียววาดกลางอากาศอีกครั้งเพื่อเปิดระบบ จากนั้นนำโต๊ะสะอาดออกมาหนึ่งตัว พร้อมกับเตาแก๊สปิคนิค ชุดเครื่องครัว และเครื่องปรุงขนาดย่อม ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ก็สามารถทำอาหาร 3 อย่างพร้อมด้วยข้าวสวยอีก 1 หม้อเสร็จเรียบร้อย

"ผู้เล่นทำภารกิจสำเร็จ ได้รับคะแนน 50 คะแนน และพื้นที่คลังเก็บของเพิ่มอีก 10 ตารางวา"

ริมฝีปากของหลิ่งฟางเซียงพลันมีรอยยิ้มกว้าง แม้คะแนนที่ได้รับจากภารกิจนี้จะน้อยไปหน่อย แต่การได้รับพื้นที่คลังเก็บของในมิติเพิ่มเข้ามานับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากข้าวของที่แลกมาทั้ง 3 ครั้งนั้นมากมายจนพื้นที่ 10 ตารางวาแทบจะบรรจุไม่ไหวแล้ว

เมื่อภารกิจที่ 2 สำเร็จ หลิ่งฟางเซียงก็รีบกดูไปที่หน้าภารกิจในทันที

"ภารกิจที่  3 ปลูกผักสร้างรายได้ 10 ตำลึงเงิน ยังไม่อนุมัติให้เริ่มภารกิจ"

ดวงตาของหลิ่งฟางเซียงพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ปลูกผักนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เธอถูกกักขังอยู่ในตำหนักร้างท้ายวังเช่นนี้ จะสร้างรายได้จากการปลูกผักถึง 10 ตำลึงเงินได้อย่างไร มือเรียวยกขึ้นกอดอกขบคิดหาหนทางพิชิตภารกิจนี้ ดูเหมือนคงมีเพียงต้องออกไปจากตำหนักร้างแห่งนี้เท่านั้นจึงจะสามารถทำภารกิจที่ 3 ให้สำเร็จได้  ยังไม่ทันได้วางแผนการขายคำพูดของเฉินอ๋องในอดีตก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

จับนางไปขังที่ตำหนักท้ายวัง ไม่มีคำสั่งจากข้า ก้าวเดียวก็ห้ามออกมา

ในใจพลันเกินความสิ้นหวัง ทว่าเมื่อดวงตากลมมองผ่านหน้าต่างที่ไร้บานปิด แล้วเห็นกำแพงสูงราวสามจั้งก็ยิ้มกว้าง ก็แค่ข้ามกำแพงนี้ออกไปไม่ใช่หรือไง ด้วยความสูงระดับนี้สำหรับผู้อื่นคงยากจะปีนป่ายออกไป แต่สำหรับเธอที่เป็นแชมป์นักปีนเขาสามปีซ้อนนี่กลับเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก

"แบบนี้อย่าว่าแต่ 10 ตำลึงเงินเลย ร้อยตำลึงก็ไม่ใช่เรื่องยาก"

หลิ่งฟางเซียงเลื่อนหน้าจอของระบบอัตโนมัติไปที่หน้า Shopping ยังไม่ทันเลือกหมวดที่ต้องการซื้อ กล่องข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

"แจ้งเตือนจากระบบ คูปองส่วนลด 70% ทุกรายการ จะหมดอายุภายใน 1 ชั่วโมง"

คูปองส่วนลด 70%! นับว่าสวรรค์ยังเมตตาเธออยู่บ้าง นิ้วเรียวรีบกดปิดการแจ้งเตือน จากนั้นเลือกหมวดการเกษตร การปลูกผักนั้นสิ่งสำคัญนอกจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องมีปุ๋ย ดิน และน้ำที่เหมาะสมอีกด้วย ครั้งก่อนเธอเลือกซื้อเมล็ดพันธ์มาไว้จำนวนหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จึงเลือกปุ๋ยและดินอย่างดี

"แจ้งเตือนจากระบบ คูปองส่วนลด 70% ทุกรายการ จะหมดอายุภายใน 30 นาที"

หลิ่งฟางเซียงเห็นข้อความแจ้งเตือนก็เร่งเปลี่ยนหน้าหมวดไปยังสินค้าผาดโผน เลือกซื้อเชือกปีนเขาและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนจะกดแลกเปลี่ยนคะแนนทั้งหมดได้อย่างฉิวเฉียด

"เกือบจะไม่ทันซะแล้ว"

"แอ๊ะ! แอ๊ะ! แอ๊ะ!"

เสียงเด็กน้อยในเปลดังขึ้นเบาๆ ดึงความสนใจของหลิ่งฟางเซียงมายังเขา นิ้วยาวบีบจมูกเล็กเบาๆ มือป้อมแห้งก็จับนิ้วของเธอมาดูด ราวกับกำลังจะสื่อทวงคำสัญญาจากหญิงสาว

"ทวงของเป็นด้วยหรือเจ้าตัวน้อย"

หลิ่งฟางเซียงพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ อุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก เก็บเปลนอนเอาไว้ในคลังมิติ แล้วหยิบขวดนมออกมาชงให้เด็กชายกิน

"แอ๊ะๆ หม่ำๆ"

แม้เสียงของเขาจะฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ท่าทางยินดีพอใจอย่างชัดเจนก็ทำให้หลิ่งฟางเซียงอดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้ อุ้มคนป้อนนมพาเดินกลับไปที่เตียงในห้องนอนด้วยรอยยิ้ม

ดูเหมือนว่าทะลุมิติครั้งนี้ก็ไม่ได้แย่นัก

.........................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 20 ขอร้องเทพเซียน

    หลิ่งฟางเซียงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงมาครึ่งคืนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ในใจของเธอเวลานี้รู้สึกคิดไม่ตก กังวลเรื่องที่ดินด้านหลังตำหนัก กว้างขวางขนาดนั้นหากต้องใช้แรงขุดจริงๆ เธอคงจะมือหักก่อนได้ปลูกผักมือเรียววาดกลางอากาศ เปิดระบบเข้าไปตรวจสอบร้านค้าหมวดอุปกรณ์ทางการเกษตร ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อพบเครื่องพรวนดินระบบไฟฟ้าขนาดเล็กถึงแม้ว่าในยุคนี้ไม่มีไฟฟ้า แต่ในคลังมิติของเธอนั้นมีคุณสมบัติในการรักษาสภาพสินค้า ดังนั้นแค่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ทำให้หลิ่งฟางเซียงหนักใจก็คือ ราคาแลกเปลี่ยนเจ้าสินค้าชิ้นนี้กลับสูงถึง 20 คะแนน แพงยิ่งกว่าปิ่นปักผม 30 อันที่เธอแลกมาเมื่อวันก่อนเสียอีกหลิ่งฟางเซียงลังเลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าวันนี้เธอจะทำภารกิจสำเร็จและได้คะแนนเพิ่มมาถึง 100 คะแนน แต่คะแนนเดิมของเธอก็เหลือเพียงแค่ 10 คะแนน รวมกันแล้วมีเพียง 110 คะแนนเท่านั้น จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเมื่อคิดถึงอนาคตที่ต้องอยู่ในระบบนี้ไปอย่างไร้กำหนด เธอก็ถอนหายใจยาวคนเราจะใช้จมูกผู้อื่นหายใจได้อย่างไรกัน ถึงแม้ว่าตัวเธอจะมีระบบร้านค้าที่มีข้าวของมากมายให้หยิบใช้ แต่ก็ต้อง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 19 นายหญิงคือเจ้าชีวิต

    ดวงตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลง หลิ่งฟางเซียงมองดูหมอชราตรวจอาการให้ซ่งหลินซีด้วยสีหน้ากังวล ด้านหนึ่งก็ห่วงใยอาการของเด็กชายที่นอนอยู่ตรงหน้า อีกด้านก็คะนึงหาเด็กน้อยที่รออยู่ในตำหนักท้ายวังอ๋องฉิน“แม่นางฟาง อาการของลูกชายเจ้ารุนแรงอยู่ไม่น้อย ทั้งขาดอาหาร ทั้งบาดเจ็บภายใน เจ้าเป็นแม่คน ต่อให้เขาดื้อรั้นเพียงใดก็ไม่ควรลงมือหนักขนาดนี้”พูดพลางมองไปทางเด็กขายตัวโตอีกคนที่ผอมแห้งไม่ต่างกันช่างเป็นมารดาที่ย่ำแย่จริงๆ ทั้งที่รูปร่างงดงาม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี แต่กลับให้เด็กๆ ใช้ชีวิตรันทดถึงเพียงนี้หลิ่งฟางเซียงอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นมารดาร้ายกาจ อีกทั้งยังมีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกสองคน ก็วางสีหน้าไม่ถูก กลับเป็นเด็กชายบนเตียงที่รู้ความรีบเอ่ยปากแทน“ท่านลุงหมอเข้าใจผิดแล้วขอรับ พวกเราเป็นเด็กกำพร้าไร้บ้าน วันนี้ถูกคนพาลรังแก นายหญิงไปพบเข้าเกิดความเมตตาจึงรับมาอยู่ด้วยขอรับ”เมื่อได้ยินคำอธิบายที่ชัดเจน หมอชราก็หันกลับมาโค้มศีรษะเอ่ยขออภัยต่อหญิงสาว พร้อมมอบใบสั่งยาให้ก่อนจะจากไปหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปจับมือของซ่งหลินซาง แล้ววางเงินอีแปะพวงหนึ่งไว้บนฝ่ามือเล็ก เด็กชายเงยห

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 18 ตามข้ากลับบ้าน

    “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็มัดที่คอแทนก็แล้วกัน”มัดคอ ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของหญิงสาวที่ใช้ผ้าโปร่งอำพรางใบหน้าเอาไว้ดวงตาของเด็กชายก็ตวาดมองด้วยสายตาแข็งกร้าวช่างเป็นหญิงสาวที่โหดเหี้ยมจริงๆ แต่โหดเหี้ยมแล้วอย่างไร ขอเพียงวันนี้เขากับน้องชายสามารถออกไปจากที่นี่ได้ วันหน้าค่อยคิดวิธีการจัดการหญิงชั่วร้ายผู้นี้ก็ยังไม่สาย“เจ้าในตอนนี้เป็นทาสของข้า ศพนั่นแบกตามมา”ศพ! น้องเขายังไม่ตายเสียหน่อย ถึงแม้ในใจของเด็กชายจะคิดเช่นนั้น ทว่าต่อให้นางไม่สั่งเขาก็จะแบบน้องชายออกไปอยู่ดี ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามหลิ่งฟางเซียงก็พาเด็กชายทั้งสองออกมาจากตลาดค้าทาสได้สำเร็จ ใบหน้าของเด็กชายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม อีกทั้งยังต้องแบกน้องชายที่หมดสติไว้บนหลังก็เต็มไปด้วยเม็ดหนึ่งที่ชุ่มโชก เธอไม่แม้แต่จะหันมามองเขาก็พูดเสียงเรียบ"เดินต่ออีกหนึ่งลี้ค่อยพัก"ไม่ใช่การถามไถ่แต่เป็นการออกคำสั่ง ดังนั้นต่อให้ไม่ยินยอมเด็กชายก็ทำได้แค่จำใจต้องเดินตามหญิงสาว โชคดีที่นางเป็นเพียงสตรีบอบบางที่เชื่องช้า เขาจึงไม่ได้เหนื่อยจนเกินไปไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็หยุดเท้าพักที่ศาลาริมทาง ร่างเพรียวบางนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อน

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 17 ค่าของคน

    เซิ่นชิงหยวนส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยลา หลิ่งฟางเซียงยังคงสับสนในใจกับเรื่องที่ได้รับรู้ หรือแท้จริงแล้วอ๋องเฉินผู้นั้นไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เจ้าของร่างเดิมเข้าใจ"แจ้งเตือนจากระบบ!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!!"ในขณะที่กำลังคิดวิเคราะห์เรื่องราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น หลิ่งฟางเซียงโยนเรื่องทั้งหมดในความคิดทิ้ง รีบเดินเข้าไปด้านในบ้านวาดมือเปิดระบบก่อนจะกดไปที่หน้าภารกิจ"ภารกิจที่ 4 ช่วยชีวิตคน 1 คน"ช่วยคน! แม้ว่าภารกิจนี้จะดูไม่ยากนัก เพราะแค่หาคนใกล้ตายสักคนแล้วช่วยเหลือเขา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจทว่าสถานที่ที่มีคนใกล้ตายนั้นก็มีเพียงแค่... ลานประหาร... ที่นี่ต่อให้เธอไปได้ ก็คงช่วยคนไม่ได้ สนามรบ... หากไปที่นั่นเธอไม่ทันช่วยคนก็คงเป็นศพไปเสียก่อน พื้นที่โรคระบาด... ไม่มีโรคระบาด จะมีพื้นที่โรคระบาดได้อย่างไร แต่หากจะรอให้เกิดโรคระบาด อีกสิบปีเธอก็คงทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ทั้งที่เป็นภารกิจง่ายๆ แต่กลับทำได้ยากยิ่ง พลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง เมื่อนึกสถานที่ที่หนึ่งได้เธอช่างโง่จริงๆ ลืมสถานที่ดีๆ แห่งนี้ไปได้อย่างไร“แม่นางอยาก

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 16 ให้ข้าเป็นสามี

    "บ้านของข้าอยู่ในซอยนี้ คุณชายเซิ่นส่งแค่นี้ก็พอเจ้าค่ะ”เซิ่นชิงหยวนเห็นท่าทางลำบากใจของหญิงสาวก็ไม่คิดรบเร้าตอแยให้คนอึดอัดใจ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้รู้ที่อยู่ของนางแล้ว วันหน้ายังต้องกังวลเรื่องหานางไม่พบอยู่อีกหรือ“ได้! เช่นนั้นข้ากลับก่อน วันหน้าหากมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้เสมอ”“ขอบ...”“แม่นางน้อย ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว นี่คงเป็นสามีของเจ้าใช่หรือไม่ แต่งตัวภูมิฐานเช่นนี้ย่อมต้องได้เจ้านายที่ดีอย่างแน่นอน มาๆ รีบมาทำสัญญากันเถิด”หลิ่งฟางเซียงไม่ทันเอ่ยปากสักครึ่งคำก็ถูกเถ้าแก่ฉินพูดรวบรัดจนจบประโยค จากนั้นก็เดินนำทาง“สามี? เซียงเซียงนี่มันเรื่องอะไรกัน”หัวใจที่พองโตของเซิ่นชิงหยวนพลันแตกสลายในทันที เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวมีสามีแล้ว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งอก จนแม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด ใบหน้าคมก็พลันซีดเซียวขึ้นมา“ข้ากำลังจะซื้อบ้าน เพื่อความปลอดภัยจึงโกหกไปว่ามีสามีและน้องชายร่วมอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ”คล้ายใจที่แตกสลายได้รับยาวิเศษช่วยเยียวยาไม่เพียงอาการเจ็บปวดในอกจนหายใจติดขัดก่อนหน้านี้จะหายเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้ยังรู้สึกเต็มตื้นพองโตมากกว่าเดิม เชิดหน้าขึ้นขานรับด้วยสีหน้าอิ่มเอ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 15 ข้ายินดี

    หลังจากตกลงราคาซื้อบ้านได้แล้ว หลิ่งฟางเซียงก็รีบไปที่ร้านเครื่องประดับของเซิ่นชิงหยวน เสี่ยวติงเห็นคนก็จดจำได้ในทันที ดังนั้นจึงรีบให้บ่าวชายไปส่งข่าวแก่คุณชายของตน ก่อนจะออกมาต้อนรับหญิงสาวด้วยท่าทางกระตือรือร้น“แม่นางฟาง วันนี้ท่านมาที่ของเราเพื่อซื้อหรือว่า...”“ข้ามาขายของ”พูดจบก็ส่งกล่องไม้ใบหนึ่งให้อีกฝ่าย เมื่อหลงจู๊หนุ่มเปิดดูก็พบว่าด้านในคือปิ่นทองบุปผาประดับเกสรด้วยทับทิมสีแดงสด พร้อมกับต่างหูทับทิม ทว่าที่ทำให้เขาตกใจจนเกือบทำของในมือตกก็คือ...“ทับทิมโลหิต แม่นางฟางนี่มันของล้ำค่ามาก ท่านมีได้อย่างไร”ทับทิมโลหิต เป็นอัญมณีที่หายากมาก เพียงแค่เม็ดเล็กๆ ประดับหัวแหวนหนึ่งวงก็มีค่าถึง 1 ตำลึงทอง ทว่าปิ่นทองเล่มนี้ของแม่นางฟางเซียนกลับประดับไว้ถึง 1 , 2 , 3 , … 15 เม็ด นับรวมกับที่ต่างหูทั้งสองข้างก็ 17 เม็ด“เชิญท่านหลงจู๊ตีราคาเถิดเจ้าค่ะ”“แม่นางฟางของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าเกรงว่าทางร้านของเราจะซื้อไม่ไหว”คิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เธออุตส่าห์ใช้คะแนนสะสมถึง 10 คะแนนไปกับการแลกซื้อเครื่องประดับ 30 กว่าชิ้น เพื่อนำมาขายเปลี่ยนเป็นเงินใช้จ่าย และเพรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status