แชร์

บทที่ 4 เริ่มต้นชีวิตที่ดี

ผู้เขียน: ชงเมิ่ง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-11 16:40:51

"พระชายา!!  ทรงขึ้นไปทำอะไรบนหลังคาเพคะ"

"ย่อมต้องขึ้นมาซ่อมหลังคาน่ะสิ"

"ซ่อมหลังคา!"

ไป๋เหลียนฮวาร้องรับอย่างตกใจจนเกือบจะทำองค์ชายน้อยในมือหลุดหล่นลงพื้น

"ใช่น่ะสิหากไม่ซ่อมจะให้ในจวนเป็นอ่างรองน้ำฝนอีกหรือไง"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ พาเสี่ยวอันไปนอนในเปลใต้ต้นสน แล้วมาช่วยส่งของให้ข้า"

ไป๋เหลียนฮวาที่ตื่นตกใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่อาจจะนับได้ รีบหมุนตัวไปทางต้นสน ก่อนจะเบิกตากว้างอีกครั้ง มองดูเจ้าโครงไม้ลักษณะประหลาดตรงหน้าด้วยความสงสัยงุนงง หากแต่เมื่อได้ยินเสียงเร่งรัดของคนบนหลังคาก็รีบวางเด็กชายในอ้อมแขนลงบนฟูกเล็ก ตามคำสั่งของพระชายา แล้วหมุนตัวไปที่บันไดสูงเตรียมปีนขึ้นไปช่วยพระนางอีกแรง

"เอ๋! เจ้าไม่ต้องขึ้นมา ยืนอยู่ตรงนั้นคอยหยิบของใส่ถังส่งให้ข้าก็พอ"

หลิ่งฟางเซียงที่ตอนนี้ยืนอยู่บนหลังคาร้องบอก ก่อนจะค่อยๆ หย่อนถังไม้ที่ผูกเชือกลงมาจากหลังคา พลางชี้ให้สาวใช้หยิบของใส่กลับลงในถังก่อนจะสาวเชือกดึงกลับขึ้นไป แล้วเริ่มใส่ยาแนวอุดรอยรั่วตามหลังคา 

"พระชายา ระวังเพคะ!"

ร่างเพรียวบางเดินปัดป่ายอุดรูมากมายด้วยความชำนาญ ในขณะที่ไป๋เหลียนฮวายืนประสานมือลุ้นจนตาแดงก่ำที่อยู่ด้านล่าง ท่าทางคล้ายคนที่จวนเจียนจะร้องไห้อยู่ในที

"พระชายา! ค่อยๆ เดินเพคะ ตรงนั้นไม่ต้องทำก็ได้เพคะ พระชายา!"

เสียงร้องอย่างห่วงใยดังมาเป็นระยะ หลิ่งฟางเซียงหันมาโบกมือให้คนด้านล่างเพื่อแสดงว่าตนเองไร้ปัญหา ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยถังลงมาเติมเติมของขึ้นๆ ลงๆ อยู่ร่วมสิบหน จนกระทั่งดวงตะวันเลื่อนผ่านศีรษะเข้าสู่ยามบ่ายในที่สุดงานอุดรอยรั่วบนหลังคาก็เสร็จสิ้น

หากอยากมีชีวิตที่ดี นอกจากปากท้องต้องอิ่มแล้ว บ้านที่พักพิงก็ควรมั่นคงปลอดภัยด้วย

"อ่า... ในที่สุดก็เสร็จสักที"

คนที่เพิ่งลงมาจากหลังคา ปัดไม่ ปัดมือ ด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเล็กน้อย หากแต่กลับทำให้หญิงสาวอีกคนน้ำตารื้อ เสียงสั่น

"เป็นความผิดของหม่อมฉัน ขอพระชายาทรงลงโทษ"

หลิ่งฟางเซียงหันมามองไป๋เหลียนฮวาที่ตอนนี้คุกเข่าโขลกศีรษะทั้งน้ำตาอีกแล้วก็ถอนหายใจ จับไหล่เล็กของนางให้ลุกขึ้น เด็กสาวคนนี้เอะอะก็ทรุดตัวโขลกศีรษะ สักวันนางคงต้องตายเพราะเลือดออกในหัวแน่ๆ

"เหลียนฮวา ต่อไปอย่าได้ทำเช่นนี้อีก เอาหัวโขลกพื้นมันอันตรายนะรู้ไหม"

"หม่อมฉันมีความผิด เป็นบ่าวแต่กลับไม่อาจรับใช้เจ้านายให้ดี"

"บ้านหลังนี้ เอ่อ... ตำหนักนี้ข้าเองก็อยู่เช่นกัน ช่วยกันดูแลก็เหมาะสมแล้ว"

"แต่หม่อมฉันเป็นบ่าวไม่ควร..."

"ได้ๆ ต่อไปข้าไม่ทำแล้ว จะให้เจ้าทำทั้งหมดดีหรือไม่"

"จริงนะเพคะ ต่อไปพระชายาห้ามทำเรื่องเช่นนี้อีกนะเพคะ"

เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนความคิดของอีกฝ่ายไม่ได้ หลิ่งฟางเซียงก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำคล้อยตาม ในขณะนั้นเองเสียงร้องของเด็กน้อยในเปลก็ดังขึ้น แต่เมื่อหลิ่งฟางเซียงเดินกอดอกไปหา ใบหน้าตอบแห้งก็เปลี่ยนจากแผดร้องเป็นแสยะยิ้มเอาใจ

"ยิ้มกว้างขนาดนี้จะเอาใจใครกันหืม!"

"แอ๊ะๆ "

เด็กน้อยส่งเสียงตอบพร้อมกับปัดป่ายมือไปมาราวกับจะร้องขอให้หลิ่งฟางเซียงโอบอุ้มตนเอง หญิงสาวจากต่างภพมองดูท่าทางของเขาแล้วอดที่จะขบขันเอ็นดูไม่ได้ ยกมือขึ้นชี้นิ้วออกคำสั่งเสียงเข้ม

"ตอนนี้ข้าตัวสกปรกอุ้มเจ้ายังไม่ได้ต้องไปอาบน้ำก่อน เจ้านอนรอเงียบๆ ห้ามโวยวายเข้าใจไหม"

"แอ๊ะๆ "

"พระชายาเพคะ องค์ชายน้อยอายุเพียงสามเดือนไม่เข้าพระทัยสิ่งที่พระองค์ตรัสหรอกเพคะ"

ไป๋เหลียนฮวาเกรงว่าพระชายาจะโกรธองค์ชายน้อยที่ไม่รู้ความจึงรีบแก้ตัวแทนเขา หากแต่เด็กน้อยในเปลเมื่อได้ยินคำของมารดาก็เม้มริมฝีปากเล็กแน่น แม้แต่เสียงเบาๆ ก็ไม่เปล่งออกมาให้คนได้ยิน ไป๋เหลียนฮวามองภาพนี้ด้วยความตื่นตกใจ 

หรือว่าองค์ชายจะเข้าใจคำสั่งของพระชายาจริงๆ จะเป็นไปได้อย่างไร พระองค์อายุแค่สามเดือนเท่านั้นเองนะ

"ดีมาก เดี๋ยวข้ากลับมาจะให้เจ้ากินจนเต็มพุงเลย"

หลิ่งฟางเซียงพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินไปในห้องล้างตัว เพียงแต่เมื่อเห็นถังตักน้ำที่แตกไปแล้วครึ่งใบ ก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ในตอนนี้คะแนนของนางหมดแล้วไม่สามารถนำออกมาแลกซื้ออ่างน้ำหรือแม้แต่ถังไม้ได้อีก

เอาเถิดค่อยๆ เปลี่ยน ค่อยๆ ปรับไปก็แล้วกัน

ใช้เวลาไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็เปลี่ยนชุดใหม่เดินออกมารับเด็กน้อยมาจากไป๋เหลียนฮวา คนตัวเล็กได้กลิ่นหอมของมารดาริมฝีปากที่เม้มแน่นก็ฉีกยิ้มกว้าง ใช้มือเล็กผอมจับสาบเสื้อนุ่ม ไป๋เหลียนฮวาเห็นท่าทางนี้ขององค์ชายน้อยก็เข้าใจว่าพระองค์คงจะหิวนมจึงปลีกตัวออกมาจากห้องของพระชายา

"รู้จักใช้ท่าทางสื่อสารขนาดนี้ เจ้ารู้ความเกินวัยไปหรือไม่"

พลันหลิ่งฟางเซียงก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้น หรือว่าเด็กน้อยผู้นี้ก็จะเป็นผู้เล่นที่เข้ามาในเกมส์เช่นเดียวกับเธอ

"เจ้าตัวเล็กบอกฉันมา นายก็ทะลุมิติมาเหมือนกันใช่หรือไม่ หากใช่ให้ส่งเสียงออกมาหนึ่งคำ"

หัวใจของหลิ่งฟางเซียงเต้นถี่ระรัว สายตาจดจ้องเฝ้ารอคอย ทว่าสุดท้ายนอกจากท่าทางกระตือรือร้นหิวนมก็ไม่มีกิริยาอื่นใดจากเด็กน้อยในอ้อมแขนอีก หลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ที่แท้ก็เป็นเธอที่คิดมากไปเอง มือเรียวปัดเปิดระบบอัตโนมัติก่อนจะหยิบขวดนมออกมาจากคลังมิติ ชงนมให้เด็กชายตัวน้อยกิน

.............................................

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทสุดท้าย

    “ชีวิตนี้ของข้าได้ปกป้องเจ้า ข้าไม่เสียใจ”เสียงแผ่วเบาเอ่ยจบประโยคก็กระอักเลือดออกมาอีกหน หลิ่งฟางเซียงส่ายหน้าไปมา“ไม่นะท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ยอม พระองค์ห้ามเป็นอะไรทั้งนั้น”มือเรียวรีบวาดในอากาศเปิดระบบร้านค้าโดยไม่กังวลว่าความลับจะถูกเปิดเผยอีกต่อไป จากนั้นกดเข้าไปที่หมวดร้านค้า ค้นรายการเพื่อหายาแก้สารพัดพิษ เพียงแต่ของสิ่งนั้นเป็นของที่ได้จากการทำภารกิจดังนั้นจึงไม่มีขายทั่วไปในระบบค้นหายาแก้สารพัดพิษไม่พยในระบบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางแก้ไข หลิ่งฟางเซียงก็ร้องไห้จนตัวสั่น ในใจหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น อ๋องเฉินยกมือขึ้นวางบนแก้มเนียน มุมปากยกยิ้มอ่อนแรงให้นาง“เซียงเซียง วันหน้าไม่มีข้าอยู่ต้องดูแลตนเองให้ดี เข้าใจไหม”“ไม่! ข้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น หมอ! หมอมาหรือยัง!”เห็นท่าทางร้อนใจของนางในใจของหยางหย่งเล่อก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน เพียงแต่เวลานี้ตัวเขารู้สึกอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับตัวโอบกอดปลอบโยนนาง“เซียงเซียง ข้า... รักเจ้า...”น้ำเสียงแผ่วเบาสุดท้ายเอ่ยออกมาก่อนที่ดวงตาคมจะปิดลง พร้อมกับลมหายใจของอ๋องเฉินที่ค่อย ๆ แผ่วลงทีละน้อย"ไม่นะ... ท่านอ๋อง หยางหย่ง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 118 ได้ปกป้องเจ้าข้าไม่เสียใจ

    หลิ่งฟางเซียงมองดูทหารส่วนพระองค์สี่นายที่เข้ามาจับกุมตัวเธอแล้วขมวดคิ้วเรียว ดูเหมือนว่าอ๋องเฉินจะไม่ยอมทำตามคำร้องขอของเธอในจดหมายและยืนยันจะเข้าเมืองหลวง เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้อ๋องเฉินควรตกเป็นรองไม่ใช่หรือไร เหตุใดองค์ฮ่องเต้จึงทำราวกับว่าตนเองตกเป็นรองเช่นนี้เล่า“ขอพระสนมโปรดอภัยด้วย”“ไม่ต้อง พวกเจ้านำทางก็พอ”ด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กำลังของอีกฝ่ายได้ หลิ่งฟางเซียงจึงไม่คิดต่อต้านให้ตนเองตกที่นั่งลำบาก แสร้งยอมเดินตามทหารส่วนพระองค์ไปด้วยท่าทางสงบ หากแต่ในใจกำลังขบคิดหาทางหนีทีไล่ให้ตนเอง“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”หยางหย่งหมิงมองดูท่าทางว่าง่ายของหลิ่งฟางเซียงแล้วแค่นยิ้ม อ๋องเฉินเก่งกาจทางการรบแล้วอย่างไร สตรีของอีกฝ่ายในตอนนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ในกำมือเขาหรือไร“สนมรัก เจ้ารู้หรือไม่ตอนนี้อ๋องเฉินกำลังจะบุกเข้ามาชิงตัวเจ้า”“จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ อ๋องเฉินเป็นเพียงอ๋องประจำเมือง ถึงจะมีตำแหน่งแม่ทัพแต่ทหารในมือก็มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น”“แน่นอนว่าอาศัยเพียงกำลังทหารจากหัวเมืองเหนือเขาย่อมไม่กล้า แต่ที่เขากล้าก็เพราะเขามีกำลังหนุนจากอีกสามหัวเมืองอย่างไรเล่า”เมื่อได้ยินเรื่องนี้ใ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 117 ข้าต้องปกป้องนาง

    ในวันถัดมาหลิ่งฟางเซียงให้ซ่งหลินซางไปสืบความทั้งในและนอกวังเพื่อประเมินสถานการณ์ อีกทั้งยังให้เขาปล่อยข่าวเรื่องว่าเธอเป็นหญิงกาลกิณี เพียงก้าวเข้าวังก็เกิดเรื่องสะเทือนแผ่นดินดังนั้นวันต่อมาองค์ฮ่องเต้หยางหย่งหลงจึงได้รับราชฎีกามากมายคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมคนใหม่ หากแต่เขาวางแผนอย่างยากลำบากเพื่อชิงคนของน้องชายมา แน่นอนว่าย่อมไม่คิดปล่อยมือโดยง่าย“เรื่องตำหนักหลังของข้ายังไม่ถึงคราวให้ขุนนางอย่างพวกเจ้าสอดมือ! ประกาศราชโองการออกไป ผู้ใดคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมไป๋ให้ถือว่าต่อต้านข้าผู้เป็นฮ่องเต้ มีโทษเทียบเท่ากบฏ”แน่นอนว่าหลังจากที่หยางหย่งหลงประกาศราชโองการนี้ออกไปก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากคัดค้านอีก“ในเมื่อเขายังไม่ยอมถอย เช่นนั้นก็เพิ่มยาแรงอีกสักหน่อย อาซางคืนนี้เจ้าไปจัดการวางระเบิดศาลบรรพชน พรุ่งนี้โถงว่าราชการ วันถัดไปก็เป็นศาลาชมขันทร์ ข้าจะดูว่าฮ่องเต้ยังจะทนรับข้าเป็นสนมได้อยู่หรือไม่”“กระหม่อมรับพระบัญชา”ซ่งหลินซางรับกล่องระเบิดแล้วพลิ้วกายไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และในยาวสวีเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งวังหลวง ด้วยไม

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 116 เตรียมตัวรอเป็นอย่างดี

    หลิ่งฟางเซียงหยุดเท้าที่หน้าโถงพระโรง ขันทีนำทางก็แจ้งแก่ขันทีหน้าประตูไม่นานก็ได้ยินเสียงขันทีด้านในประกาศดังก้อง“เชิญเสด็จพระสนมผินไป๋เข้าเฝ้า”สิ้นเสียงขันทีด้านในท้องพระโรง หลิ่งฟางเซียงก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน สายตาของบรรดาขุนนางมองหญิงสาวที่สวมชุดสามัญ ใบหน้าครึ่งล่างอำพรางด้วยผ้าโปร่งแล้วพากันแค่นเสียงเย้ยหยันในลำคอ บางคนยังถึงขั้นเอ่ยออกมาโดยตรง“กระหม่อมทราบมาว่าพระสนมเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้าน ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็ได้เป็นพระสนมแล้ว เรื่องมารยาทอย่างเครื่องแต่งกายก็ควรจะทราบบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ”หลิ่งฟางเซียงปรายตามองอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มเย้ยหยันใต้ผ้าโปร่ง ดูจากลักษณะของขุนนางผู้นี้แล้วน่าจะเป็นรองเจ้ากรมโยธาอันจ้าวเหยียน“รองเจ้ากรมอันกล่าวเช่นนี้กำลังตำหนิฝ่าบาทหรือ”อันจ้าวเหยียนอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาด้วยโทษหมิ่นเบื้องสูงจึงรีบขยับตัวมาคุกเข่ากลางห้องโถงรีบเอ่ยแก้ต่างในทันที“กระหม่อมมิได้มีเจตนาเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระสนมทรงกล่าวหากระหม่อมเช่นนี้มีจุดประสงค์อันใดกันแน่”“ข้าเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้านจะกล่าวหารองเจ้ากรมไปทำไม อีกทั้งตอนนี้ตำแหน่งของข้าก็เป็นเพียงสนมขั้นผิน เทียบกับอันเฟยแล้วนับว่า

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 115 เดินทางเข้าวังหลวง

    สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วหลิ่งฟางเซียงสวมชุดที่รัดกุมก้าวออกจากจวนอ๋อง ทว่าทันทีที่รถม้าเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองทางทิศใต้ เบื้องหน้าก็มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากขวางกั้นเอาไว้“พวกเราไม่ยอมให้ใครพาพระชายาไปทั้งนั้น!”"ใช่! พวกเราไม่ยอม! พระนางเป็นชายาของท่านอ๋องแล้ว จะเข้าวังไปเป็นพระสนมได้อย่างไรกัน"เมื่อมีเสียงคนที่หนึ่งร้องคัดค้าน คนที่สองที่สามก็ร้องตาม เจียงฟ่านที่ยืนรออยู่หน้าประตูขบกรามแน่น จ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ ในอดีตเขากับอ๋องเฉินฝึกฝนเรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกัน ทว่าเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นเชื้อพระวงศ์จึงมีโอกาสมากกว่า เพียงไม่กี่ปีก็เป็นแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ ครอบครองพื้นที่ศักดินากลายเป็นแม่ทัพปกครองเมือง ในขณะที่เขาเป็นเพียงแม่ทัพไร้นามผู้หนึ่งเท่านั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก ว่าการเป็นศัตรูกับข้านั้นมีจุดจบเช่นไร“ขัดขวางราชโองการมีโทษประหาร! ใครกล้าก็ลองดู”แม้จะถูกข่มขู่ด้วยโทษตาย หากแต่ชาวบ้านตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด พากันถืออาวุธที่พอจะหาได้ ทั้งไม้ จอบ เสียม กำมั่นเอาไว้ด้วยสายตาแน่วแน่ ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายะวกเขาก็ไม่คิดถอยหนีพระชาย

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 114 สั่งความ

    "ราชโองการแห่งองค์ฮ่องเต้ ไป๋ฟางเซียงมีคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชนจากโรคระบาด เป็นสตรีอันควรเป็นแบบอย่าง โปรดแต่งตั้งขึ้นเป็น 'ผิงไป๋' รับราชโองการ..."หลิ่งฟางเซียงคล้ายถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางวันแสกๆ ทั้งที่เธอพยายามหลบหลีด้วยวิธีการสารพัดแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลบเลี่ยงชะตานี้หานตงขมวดคิ้วแน่น แม่นางไป๋เป็นสตรีของท่านอ๋อง เขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดแย่งชิงนางไปจากผู้เป็นนาย แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นองค์ฮ่องเต้ก็ตาม“แม่นางไป๋ คือพระชายาของท่านอ๋อง จะไปเป็นสนมของฝ่าบาทได้อย่างไร""ขัดราชโองการมีโทษเท่ากับกบฏ ทหารจับตัวมันสังหารเสีย!!""ช้าก่อนท่านแม่ทัพ หานตงทำเช่นนี้จะกล่าวว่ากบฏได้อย่างไรต้องกล่าวว่ามีใจภักดีต่างหาก"รุ่ยหลินเฮ่อรีบเอ่ยปากช่วยคน โดยจงใจใช้เสียงที่ดังกว่าปกติ เพื่อเรียกความสนใจจากชาวเมืองโดยรอบ"แม้ว่าแม่นางไป๋จะยังไม่ได้ผ่านพิธีการของราชวงศ์ แต่นางก็เข้าจวนอ๋องมาอย่างเป็นทางการ มีพยานบุคคลยืนยันเป็นจำนวนมาก! ท่านประกาศราชโองการออกมาเช่นนี้ กลับสร้างความเสื่อมเสียให้ฝ่าบาท ทำให้พระองค์ตกเป็นที่ครหาของผู้คนว่าเป็นกษัตริย์แย่งชิงภรรยาชาวบ้าน!”"แม่นางไป๋ ยังไม่ผ่านพิธีการของราชวงศ์ จะ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status