Share

บทที่ 6 ภารกิจใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 16:41:41

"แอ๊ะๆ !!"

เด็กน้อยในเปลส่งเสียง ราวกับกำลังขานรับคำสอนของพระมารดา หลิ่งฟางเซียงเห็นแล้วก็อดที่จะจับแก้มตอบของเขาเบาๆ ไม่ได้

"แอ๊ะๆ !!"

เด็กน้อยในเปลส่งเสียง ราวกับกำลังขานรับคำสอนของพระมารดา หลิ่งฟางเซียงเห็นแล้วก็อดที่จะจับแก้มตอบของเขาเบาๆ ไม่ได้

"หม่อมฉันจะรีบพาองค์ชายไปล้างตัวเปลี่ยนฉลองพระองค์ตัวใหม่เพคะ"

กล่าวจบไป๋เหลียนฮวาก็รีบรับเด็กชาย หากแต่ในจังหวะที่จะเดินออกไป ตะกร้าไม้สานใบหนึ่งก็ถูกส่งมา ไป๋เหลียนฮวามองดูข้าวของภายในด้วยความสงสัย หลิ่งฟางเซียงจึงค่อยๆ อธิบายสิ่งต่างๆ โดยหยิบออกมาทีละชิ้น

"สิ่งนี้เรียกว่าสบู่เหลว เหมือนเจ้าล้างตัวให้เสี่ยวอันแล้ว ก็ใช้สิ่งนี้ประมาณหนึ่งอุ้งมือ ถูลงบนตัวเขาให้ทั่ว แล้วล้างออกให้หมด"

อธิบายสิ่งแรกจบมือเรียวขาวก็หยิบผ้าเนื้อหนานุ่มผืนต่อไปออกมา

"สิ่งนี้เรียกว่าผ้าเช็ดตัว เมื่อเจ้าล้างสบู่บนตัวเสี่ยวอันหมดแล้วก็ใช้ผ้าผืนนี้ห่อตัวเขา แล้วนำน้ำยาสระผมขวดนี้เทใส่มาประมาณ 2 หยดชำระเส้นผมให้เขา"

"น้ำยาสระผมคือสิ่งใดหรือเพคะ"

"คือน้ำยาที่ช่วยทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ แม้ว่าเสี่ยวอันจะยังเด็ก เส้นผมมีไม่มากแต่ก็ต้องดูแลหนังศรีษะให้สะอาด"

"หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ แล้วขวดน้ำใสๆ นี่คือสิ่งใดหรือเพคะ"

"นี่คือน้ำมันทาตัว ผิวของเด็กน้อยบอบบาง ยามอากาศเย็นอาจจะแตกระแหงเป็นแผลได้ อาบน้ำให้เขาเสร็จแล้วเจ้าก็ใช้สิ่งนี้ทาให้ทั่วตัวเขา ก่อนจะใส่เสื้อผ้าให้เขา"

ดวงตาของไป๋เหลียนฮวาเบิกกว้างมากขึ้นมองดูชุดของเด็กชายแรกเกิดที่แม้จะมีการตัดเย็บที่เรียบง่ายแต่เนื้อผ้าที่ใช้กับเป็นผ้าไหมไห่ลู่ ผ้าไหมที่หายากและมีราคาสูงถึงม้วนละ 10 ตำลึงเงินเลยทีเดียว

"พระชายาข้าวของพวกนี้"

"เหลียนฮวา นี่เจ้ากำลังสงสัยข้า?"

ไป๋เหลียนฮวาก้มหน้าลงในทันที หากกล่าวกันตามความจริง จะบอกว่าตัวนางไม่สงสัยในตัวของพระชายาเลยก็คงเป็นเรื่องโกหก เพราะไม่เพียงแต่นิสัยที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ปรากฏเพิ่มขึ้นมาราวกับเสกได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นตัวนางในฐานะสาวใช้ผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ถามใครสงสัยผู้เป็นนาย สุดท้ายจึงทำเพียงตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อมเช่นปกติ

"หม่อมฉันมิกล้าเพคะ"

หลิ่งฟางเซียงย่อมสัมผัสได้ถึงความสงสัยในแววตาของสาวใช้ตรงหน้า แต่เพราะไม่รู้ว่าจะใช้เหตุผลใดในการปฏิเสธหรืออธิบายข้อสงสัยของอีกฝ่าย ดังนั้นหลิ่งฟางเซียงจึงจำต้องใช้วิธีการข่มขู่เช่นเดิม ทว่าหลังทำลงไปแล้วก็ได้แต่กล่าวขอโทษหญิงสาวในใจ

"เช่นนั้นก็รีบไปจัดการเถอะ"

"เพคะ"

หลิ่งฟางเซียงมองตามร่างสาวใช้ที่เดินออกไปแล้วถอนหายใจอยากโล่งอก ก่อนจะกวาดสายตามองพิจารณาไปยังรอบๆ ตัวด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้รอยรั่วบนหลังคาซ่อมแซมเสร็จหมดแล้ว ต่อให้วันหน้าต้องเจอพายุใหญ่ก็ไม่เกรงกลัวว่าภายในเรือนจะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำแบบครั้งก่อนอีก

ดูเหมือนว่าชีวิตดีๆ ของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ

ทว่าเมื่อเลื่อนสายตาลงมาจากหลังคา รอยยิ้มของบนใบหน้าของเธอก็หายไปในทันที หน้าต่างที่ไร้บานปิด บานประตูที่พังไปแล้วครึ่งหนึ่ง กำแพงที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว

สวรรค์ตำหนักที่แทบจะกลายเป็นเศษไม้หลังนี้ ต้องซ่อมแซมมากมายเพียงไหนกัน

"ได้คะแนนมาครั้งหน้า เห็นทีข้าจะต้องแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ช่างมาบ้างแล้ว"

"แจ้งเตือนจากระบบ!! แจ้งเตือนจากระบบ!!"

เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากระบบอัตโนมัติดังขึ้น ริมฝีปากของหลิ่งฟางเซียงก็ยกยิ้มกว้างรีบวาดมือขึ้นกลางอากาศ เพื่อเปิดระบบอัตโนมัติ

"กรุณากดรับภารกิจที่ 3!! ปลูกผักสร้างรายได้ 10 ตำลึงเงิน"

หลิ่งฟางเซียงกดรับภารกิจแล้วหมุนตัวเดินออกไปสวนหลังตำหนักด้วยสีหน้าสดใสร่าเริง หากจำไม่ผิดเกมนี้มีภารกิจเพียงแค่ 10 ด่านเท่านั้น ในตอนนี้เธอฝ่าฟันมาถึงภารกิจที่ 3 แล้ว เช่นนั้นอีกไม่นานก็จะสำเร็จ และผ่านด่านทั้งหมดได้

โบนัส 10,000 หยวนของเธออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!!

ทว่าเมื่อเห็นพื้นที่รกร้างที่มีหญ้าสูงเป็นจั้งรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห้งในทันที ประเมินแล้วหากจะจัดการพื้นที่รกร้างตรงนี้ให้พร้อมสำหรับการเพาะปลูกคงต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งก็จะเลยช่วงฤดูกาลเพาะปลูกไปแล้ว  เช่นนั้นเธอจะทำอย่างไร คงไม่ต้องรอไปจนถึงปีหน้าจึงสามารถเริ่มภารกิจที่ 3 ได้ใช่หรือไม่!!!

ในขณะที่กำลังท้อแท้กับชะตาอันแสนอาภัพนี้ สายตาของหลิ่งฟางเซียงก็หันไปเห็นโอ่งดินสี่ห้าใบตั้งวางเรียงอยู่ริมกำแพง ดวงตากลมเปล่งประกายยินดีในทันทีเมื่อนึกถึงเมล็ดพันธุ์ที่ตนเองซื้อมาเมื่อครั้งก่อน

ในเมื่อที่ดินตรงหน้ายังไม่พร้อม เช่นนั้นก็ยังไม่ต้องปลูกในดิน

.............................................

ไป๋เหลียนฮวาจัดการอาบน้ำล้างตัว แต่งกายให้กับองค์ชายน้อยเสร็จก็รีบอุ้มคนเข้าไปในห้องของพระชายา ทว่าเมื่อเข้ามาภายในห้องกลับพบเพียงความว่างเปล่า ด้วยความร้อนใจจึงรีบตามหาคนไปทั่วทั้งตำหนัก

"พระชายา! พระชายาเพคะ!"

"เหลียนฮวา ข้าอยู่นี่!!"

เสียงขานรับนำมาจากด้านหลังของตำหนัก ไป๋เหลียนฮวาจึงรีบวิ่งไปทางต้นเสียงแต่กวาดตามองไปทางใดก็กลับไม่พบคน

"พระชายา ทรงอยู่ที่ไหนหรือเพคะ!"

"ข้าอยู่นี่!!"

.............................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทสุดท้าย

    “ชีวิตนี้ของข้าได้ปกป้องเจ้า ข้าไม่เสียใจ”เสียงแผ่วเบาเอ่ยจบประโยคก็กระอักเลือดออกมาอีกหน หลิ่งฟางเซียงส่ายหน้าไปมา“ไม่นะท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ยอม พระองค์ห้ามเป็นอะไรทั้งนั้น”มือเรียวรีบวาดในอากาศเปิดระบบร้านค้าโดยไม่กังวลว่าความลับจะถูกเปิดเผยอีกต่อไป จากนั้นกดเข้าไปที่หมวดร้านค้า ค้นรายการเพื่อหายาแก้สารพัดพิษ เพียงแต่ของสิ่งนั้นเป็นของที่ได้จากการทำภารกิจดังนั้นจึงไม่มีขายทั่วไปในระบบค้นหายาแก้สารพัดพิษไม่พยในระบบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางแก้ไข หลิ่งฟางเซียงก็ร้องไห้จนตัวสั่น ในใจหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น อ๋องเฉินยกมือขึ้นวางบนแก้มเนียน มุมปากยกยิ้มอ่อนแรงให้นาง“เซียงเซียง วันหน้าไม่มีข้าอยู่ต้องดูแลตนเองให้ดี เข้าใจไหม”“ไม่! ข้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น หมอ! หมอมาหรือยัง!”เห็นท่าทางร้อนใจของนางในใจของหยางหย่งเล่อก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน เพียงแต่เวลานี้ตัวเขารู้สึกอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับตัวโอบกอดปลอบโยนนาง“เซียงเซียง ข้า... รักเจ้า...”น้ำเสียงแผ่วเบาสุดท้ายเอ่ยออกมาก่อนที่ดวงตาคมจะปิดลง พร้อมกับลมหายใจของอ๋องเฉินที่ค่อย ๆ แผ่วลงทีละน้อย"ไม่นะ... ท่านอ๋อง หยางหย่ง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 118 ได้ปกป้องเจ้าข้าไม่เสียใจ

    หลิ่งฟางเซียงมองดูทหารส่วนพระองค์สี่นายที่เข้ามาจับกุมตัวเธอแล้วขมวดคิ้วเรียว ดูเหมือนว่าอ๋องเฉินจะไม่ยอมทำตามคำร้องขอของเธอในจดหมายและยืนยันจะเข้าเมืองหลวง เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้อ๋องเฉินควรตกเป็นรองไม่ใช่หรือไร เหตุใดองค์ฮ่องเต้จึงทำราวกับว่าตนเองตกเป็นรองเช่นนี้เล่า“ขอพระสนมโปรดอภัยด้วย”“ไม่ต้อง พวกเจ้านำทางก็พอ”ด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กำลังของอีกฝ่ายได้ หลิ่งฟางเซียงจึงไม่คิดต่อต้านให้ตนเองตกที่นั่งลำบาก แสร้งยอมเดินตามทหารส่วนพระองค์ไปด้วยท่าทางสงบ หากแต่ในใจกำลังขบคิดหาทางหนีทีไล่ให้ตนเอง“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”หยางหย่งหมิงมองดูท่าทางว่าง่ายของหลิ่งฟางเซียงแล้วแค่นยิ้ม อ๋องเฉินเก่งกาจทางการรบแล้วอย่างไร สตรีของอีกฝ่ายในตอนนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ในกำมือเขาหรือไร“สนมรัก เจ้ารู้หรือไม่ตอนนี้อ๋องเฉินกำลังจะบุกเข้ามาชิงตัวเจ้า”“จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ อ๋องเฉินเป็นเพียงอ๋องประจำเมือง ถึงจะมีตำแหน่งแม่ทัพแต่ทหารในมือก็มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น”“แน่นอนว่าอาศัยเพียงกำลังทหารจากหัวเมืองเหนือเขาย่อมไม่กล้า แต่ที่เขากล้าก็เพราะเขามีกำลังหนุนจากอีกสามหัวเมืองอย่างไรเล่า”เมื่อได้ยินเรื่องนี้ใ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 117 ข้าต้องปกป้องนาง

    ในวันถัดมาหลิ่งฟางเซียงให้ซ่งหลินซางไปสืบความทั้งในและนอกวังเพื่อประเมินสถานการณ์ อีกทั้งยังให้เขาปล่อยข่าวเรื่องว่าเธอเป็นหญิงกาลกิณี เพียงก้าวเข้าวังก็เกิดเรื่องสะเทือนแผ่นดินดังนั้นวันต่อมาองค์ฮ่องเต้หยางหย่งหลงจึงได้รับราชฎีกามากมายคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมคนใหม่ หากแต่เขาวางแผนอย่างยากลำบากเพื่อชิงคนของน้องชายมา แน่นอนว่าย่อมไม่คิดปล่อยมือโดยง่าย“เรื่องตำหนักหลังของข้ายังไม่ถึงคราวให้ขุนนางอย่างพวกเจ้าสอดมือ! ประกาศราชโองการออกไป ผู้ใดคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมไป๋ให้ถือว่าต่อต้านข้าผู้เป็นฮ่องเต้ มีโทษเทียบเท่ากบฏ”แน่นอนว่าหลังจากที่หยางหย่งหลงประกาศราชโองการนี้ออกไปก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากคัดค้านอีก“ในเมื่อเขายังไม่ยอมถอย เช่นนั้นก็เพิ่มยาแรงอีกสักหน่อย อาซางคืนนี้เจ้าไปจัดการวางระเบิดศาลบรรพชน พรุ่งนี้โถงว่าราชการ วันถัดไปก็เป็นศาลาชมขันทร์ ข้าจะดูว่าฮ่องเต้ยังจะทนรับข้าเป็นสนมได้อยู่หรือไม่”“กระหม่อมรับพระบัญชา”ซ่งหลินซางรับกล่องระเบิดแล้วพลิ้วกายไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และในยาวสวีเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งวังหลวง ด้วยไม

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 116 เตรียมตัวรอเป็นอย่างดี

    หลิ่งฟางเซียงหยุดเท้าที่หน้าโถงพระโรง ขันทีนำทางก็แจ้งแก่ขันทีหน้าประตูไม่นานก็ได้ยินเสียงขันทีด้านในประกาศดังก้อง“เชิญเสด็จพระสนมผินไป๋เข้าเฝ้า”สิ้นเสียงขันทีด้านในท้องพระโรง หลิ่งฟางเซียงก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน สายตาของบรรดาขุนนางมองหญิงสาวที่สวมชุดสามัญ ใบหน้าครึ่งล่างอำพรางด้วยผ้าโปร่งแล้วพากันแค่นเสียงเย้ยหยันในลำคอ บางคนยังถึงขั้นเอ่ยออกมาโดยตรง“กระหม่อมทราบมาว่าพระสนมเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้าน ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็ได้เป็นพระสนมแล้ว เรื่องมารยาทอย่างเครื่องแต่งกายก็ควรจะทราบบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ”หลิ่งฟางเซียงปรายตามองอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มเย้ยหยันใต้ผ้าโปร่ง ดูจากลักษณะของขุนนางผู้นี้แล้วน่าจะเป็นรองเจ้ากรมโยธาอันจ้าวเหยียน“รองเจ้ากรมอันกล่าวเช่นนี้กำลังตำหนิฝ่าบาทหรือ”อันจ้าวเหยียนอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาด้วยโทษหมิ่นเบื้องสูงจึงรีบขยับตัวมาคุกเข่ากลางห้องโถงรีบเอ่ยแก้ต่างในทันที“กระหม่อมมิได้มีเจตนาเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระสนมทรงกล่าวหากระหม่อมเช่นนี้มีจุดประสงค์อันใดกันแน่”“ข้าเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้านจะกล่าวหารองเจ้ากรมไปทำไม อีกทั้งตอนนี้ตำแหน่งของข้าก็เป็นเพียงสนมขั้นผิน เทียบกับอันเฟยแล้วนับว่า

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 115 เดินทางเข้าวังหลวง

    สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วหลิ่งฟางเซียงสวมชุดที่รัดกุมก้าวออกจากจวนอ๋อง ทว่าทันทีที่รถม้าเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองทางทิศใต้ เบื้องหน้าก็มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากขวางกั้นเอาไว้“พวกเราไม่ยอมให้ใครพาพระชายาไปทั้งนั้น!”"ใช่! พวกเราไม่ยอม! พระนางเป็นชายาของท่านอ๋องแล้ว จะเข้าวังไปเป็นพระสนมได้อย่างไรกัน"เมื่อมีเสียงคนที่หนึ่งร้องคัดค้าน คนที่สองที่สามก็ร้องตาม เจียงฟ่านที่ยืนรออยู่หน้าประตูขบกรามแน่น จ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ ในอดีตเขากับอ๋องเฉินฝึกฝนเรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกัน ทว่าเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นเชื้อพระวงศ์จึงมีโอกาสมากกว่า เพียงไม่กี่ปีก็เป็นแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ ครอบครองพื้นที่ศักดินากลายเป็นแม่ทัพปกครองเมือง ในขณะที่เขาเป็นเพียงแม่ทัพไร้นามผู้หนึ่งเท่านั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก ว่าการเป็นศัตรูกับข้านั้นมีจุดจบเช่นไร“ขัดขวางราชโองการมีโทษประหาร! ใครกล้าก็ลองดู”แม้จะถูกข่มขู่ด้วยโทษตาย หากแต่ชาวบ้านตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด พากันถืออาวุธที่พอจะหาได้ ทั้งไม้ จอบ เสียม กำมั่นเอาไว้ด้วยสายตาแน่วแน่ ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายะวกเขาก็ไม่คิดถอยหนีพระชาย

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 114 สั่งความ

    "ราชโองการแห่งองค์ฮ่องเต้ ไป๋ฟางเซียงมีคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชนจากโรคระบาด เป็นสตรีอันควรเป็นแบบอย่าง โปรดแต่งตั้งขึ้นเป็น 'ผิงไป๋' รับราชโองการ..."หลิ่งฟางเซียงคล้ายถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางวันแสกๆ ทั้งที่เธอพยายามหลบหลีด้วยวิธีการสารพัดแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลบเลี่ยงชะตานี้หานตงขมวดคิ้วแน่น แม่นางไป๋เป็นสตรีของท่านอ๋อง เขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดแย่งชิงนางไปจากผู้เป็นนาย แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นองค์ฮ่องเต้ก็ตาม“แม่นางไป๋ คือพระชายาของท่านอ๋อง จะไปเป็นสนมของฝ่าบาทได้อย่างไร""ขัดราชโองการมีโทษเท่ากับกบฏ ทหารจับตัวมันสังหารเสีย!!""ช้าก่อนท่านแม่ทัพ หานตงทำเช่นนี้จะกล่าวว่ากบฏได้อย่างไรต้องกล่าวว่ามีใจภักดีต่างหาก"รุ่ยหลินเฮ่อรีบเอ่ยปากช่วยคน โดยจงใจใช้เสียงที่ดังกว่าปกติ เพื่อเรียกความสนใจจากชาวเมืองโดยรอบ"แม้ว่าแม่นางไป๋จะยังไม่ได้ผ่านพิธีการของราชวงศ์ แต่นางก็เข้าจวนอ๋องมาอย่างเป็นทางการ มีพยานบุคคลยืนยันเป็นจำนวนมาก! ท่านประกาศราชโองการออกมาเช่นนี้ กลับสร้างความเสื่อมเสียให้ฝ่าบาท ทำให้พระองค์ตกเป็นที่ครหาของผู้คนว่าเป็นกษัตริย์แย่งชิงภรรยาชาวบ้าน!”"แม่นางไป๋ ยังไม่ผ่านพิธีการของราชวงศ์ จะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status