Share

บทที่ 7 ผู้บุกเบิก

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 16:42:15

“พระชายา ทรงอยู่ที่ไหนหรือเพคะ!”

“ข้าอยู่นี่!!!”

เมื่อหันไปทางต้นเสียง ไป๋เหลียนฮวาก็แทบเข่าทรุด ศีรษะเล็กๆ ของพระชายาออกมาจากโอ่งกลมใบหนึ่ง ด้วยสภาพใบหน้ามอมแมม เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน

“พระชายา พระองค์ทรงเข้าไปทำอะไรในนั้นเพคะ”

หลิ่งฟางเซียงยิ้มแห้งยังไม่ทันคิดหาคำอธิบายการกระทำของตนเองให้สาวใช้ตัวเล็กฟัง ไป๋เหลียนฮวาที่หันไปเห็นเมล็ดถั่วเขียวแช่น้ำอยู่ในถังจำนวนมากก็ร้องถามอย่างตกใจ

“พระชายา!!! เหตุใดจึงทรงเอาถั่วเขียวมาแช่น้ำมากมายถึงเพียงนี้เล่าเพคะ”

ไป๋เหลียนฮวามองเมล็ดถั่วเขียวด้วยดวงตาแดงก่ำ และเสียดาย ร่วมปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักท้ายวังแห่งนี้ แต่ละวันล้วนผ่านไปด้วยความหิวโหย เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายนำเมล็ดถั่วเขียวมาใช้อย่างสิ้นเปลืองก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้

“พระชายาหากพระองค์ต้องการทำขนมถั่วเขียว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมล็ดถั่วเขียวมากมายถึงเพียงนี้ ใช้เพียง 4 กำมือก็พอเพคะ”

“ใครบอกว่าข้าจะทำขนม ข้าจะปลูกถั่วงอกต่างหาก”

“ปลูกถั่วงอก!”

หลิ่งฟางเซียงพยักหน้ารับคำของสาวใช้ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มสดใส เพียงแต่ประโยคต่อมาของนางกลับทำให้หญิงสาวถึงกับยิ้มแห้ง

“ถั่วงอกคือสิ่งใดหรือเพคะ”

ไม่นะ! ถั่วงอกเป็นผักพื้นฐาน เหตุใดสาวใช้ตรงหน้าจึงไม่รู้จักกัน! หรือว่าในยุคนี้จะเรียกถั่วงอกด้วยชื่ออื่น

“ก็คือต้นอ่อนของถั่วเขียวอย่างไรเล่า”

“ต้นอ่อนของถั่วเขียวจะกินได้อย่างไรกันเพคะ”

สีหน้าของหลิ่งฟางเซียงพลันซีดลงในทันที เจ้าเกมบัดซบ แค่ถั่วงอกก็ไม่รู้จักใส่ข้อมูลลงไป เป็นเช่นนี้ต่อให้เธอปลูกถั่วงอกได้แล้วอย่างไร สุดท้ายก็ไม่สามารถขายได้อยู่ดี

เพียงแต่เมื่อมองไปยังพื้นที่รกร้างด้านหลัง หลิ่งฟางเซียงก็ได้แต่ตัดสินใจเดินหน้าต่อเท่านั้น

ในเมื่อพวกเขาไม่รู้จัก อย่างนั้นเธอก็จะทำให้พวกเขารู้จักเอง

สี่วันถัดมาหลังจากที่หลิ่งฟางเซียงใช้วิธีดั้งเดิมในการปลูกถั่วงอกในโอ่ง เธอก็จัดการพลิกโอ่ง รอจนน้ำในโอ่งแห้งจึงนำต้นถั่วงอกขาวอวบออกมาล้างจนสะอาด ไป๋เหลียนฮวามองเจ้าต้นไม้ประหลาดรูปร่างหงิกงอด้วยสีหน้าไม่ดีนัก

“พระชายาเพคะ สิ่งนี้... จะกินได้หรือเพคะ”

“แน่นอนว่าได้ เดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้ากินเป็นคนแรกเลย”

มือเรียวขาวนำต้นถั่วงอกออกมาล้างทำความสะอาดอย่างช่ำชอง ก่อนแบ่งนำส่วนหนึ่งผึ่งลมเอาไว้ อีกส่วนหนึ่งใส่ตะกร้านำเข้าไปในครัว

“เจ้าพาเสี่ยวอันออกไปรอด้านนอกก่อน อีกสักครู่ข้าจะยกอาหารเลิศรสออกไปให้ลิ้มลอง”

เมื่อไป๋เหลียนฮวาออกไปแล้ว  หลิ่งฟางเซียงก็นำเตาแก๊สพกพา และ อุปกรณ์ทำครัวออกมา ใช้เวลาไม่นานอาหารที่ทำจากถั่วงอกสามจานก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะกลางห้องโถงพร้อมกับข้าวสวยสองชามพูน

“พระชายานี่คือ...”

“ลองกินดูว่ารสชาติดีหรือไม่”

เพราะถั่วงอกนั้นมีกลิ่นเฉพาะตัว หลิ่งฟางเซียงเองก็ไม่แน่ใจว่าผู้คนในยุคนี้จะนิยมกินกันหรือไม่ ดังนั้นจึงได้แต่ให้ไป๋เหลียนฮวาเป็นผู้ทดลอง ตะเกียบในมือของหญิงสาวสั่นเล็กน้อย ค่อยๆ คีบเจ้าต้นขาวอวบรูปร่างหงิกงอตรงหน้าใส่ปากด้วยความหวาดหวั่น ทว่าทันทีที่ได้ลิ้มรส ความกรอบหวานและกลิ่นหอมเฉพาะก็คลุ้งอยู่ในอุ้งปาก รสชาติกลมกล่อมที่ไม่เคยสัมผัส

ทำให้ไป๋เหลียนฮวาลืมตัวยื่นตะเกียบในมือคีบอาหารตรงหน้าใส่ปากคำแล้วคำเล่า กว่าจะรู้ตัวข้าวในชามก็หมดเกลี้ยง อาหารบนโต๊ะก็เหลือเพียงครึ่งเดียว มาถึงตอนนี้จึงตระหนักได้ถึงความผิดของตน

“พระชายา หม่อมฉันผิดไปแล้ว”

เป็นเพียงบ่าวรับใช้กลับกินอาหารก่อนเจ้านาย อีกทั้งยังกินจนเกือบหมด ไป๋เหลียนฮวานางช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ หากแต่ในขณะที่นางกำลังนึกตำหนิตนเองในใจ พระชายากลับเดินมาจับไหล่บางพยุงคนลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้ายินดี

“ข้าเป็นคนให้เจ้ากิน เจ้าจะผิดได้อย่างไร”

ดวงตากลมมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาเปล่งประกาย ขนาดไป๋เหลียนฮวาที่เคร่งครัดยังหลงลืมตนเองกินอาหารของเธอจนแทบหมดจาน เช่นนั้นผู้คนในเมืองย่อมต้องชื่นชอบเป็นแน่

“เหลียนฮวา เจ้าว่าถั่วงอกของข้าจะขายได้หรือไม่”

“ขาย!”

ไป๋เหลียนฮวาร้องด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ไม่ต้องพูดถึงเจ้าต้นประหลาดนี่ที่ผู้คนไม่รู้จัก แค่คิดถึงสภาพของนางกับพระชายาในตอนนี้ที่ไม่ต่างจากนักโทษถูกคุมขัง คิดจะขายของคงทำได้แค่นอนฝันเท่านั้น

“พระชายา พระองค์จะขายเจ้าต้นพวกนี้ที่ไหนหรือเพคะ”

“แน่นอนว่าต้องออกไปขายที่ตลาด”

ออกไปขายที่ตลาด นี่พระชายาของนางกำลังคิดจะหนีอย่างนั้นหรือ มือหยาบกร้านรีบเอื้อมไปจับมือเล็กนุ่มของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยท่าทางร้อนรนในทันที

“ขัดพระบัญชามีโทษประหาร พระชายาจะทรงหนีออกไปไม่ได้นะเพคะ”

“อย่างนั้นจะให้รอความตายอยู่ที่นี่หรือไร”

ได้ยินประโยคนี้ไป๋เหลียนฮวาก็อับจนถ้อยคำจะโต้แย้ง ก่อนหน้านี้คนข้างนอกส่งอาหารให้วันละมื้อ ทว่าหลังๆ มาก็เริ่มมาส่งบ้างไม่มาส่งบ้าง สี่วันมานี้กลับไม่มาส่งเลยสักมื้อ หากไม่ใช่เพราะพระชายาได้พรวิเศษเสกอาหารและของใช้มาได้ สามชีวิตในนี้ก็คงเหลือเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจแล้ว

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

“ดีมาก เช่นนั้นพวกเราก็มาเป็นผู้บุกเบิกรายการอาหารใหม่ของแคว้นเซียวกัน”

“แอ๊ะๆ!”

เสียงจากในเปลนอนดังขึ้น เมื่อหลิ่งฟางเซียงเดินไปหาเขาก็พบว่าเจ้าก้อนแป้งแห้งที่เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นมาเล็กน้อย กำลังยกสองแขนเปล่งเสียงร้องราวกับพ้องรับคำของเธอ

“เสี่ยวอัน เจ้าเชื่อฝีมือแม่คนนี้ไหม”

“แอ๊ะๆ!”

แน่นอนว่าเขาย่อมเชื่อมารดาคนใหม่ของเขาผู้นี้ ในอดีตชีวิตแต่ละวันของเขานั้นยากลำบากยิ่งนัก ถึงขั้นที่ไป๋เหลียนฮวาต้องต้มเปลือกไม้ให้เขากินประทังชีวิต เกิดใหม่ครั้งนี้ไม่เพียงกินอิ่มนอนหลับ เขายังได้รับความรักจากมารดาอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่านางจะทำสิ่งใดเขาย่อมเชื่อใจและสนับสนุนเป็นอย่างดี

..........................................

ค่าของเงินในนิยายไรต์

100 อีแปะ = 1 ตำลึงเงิน

10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 20 ขอร้องเทพเซียน

    หลิ่งฟางเซียงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงมาครึ่งคืนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ในใจของเธอเวลานี้รู้สึกคิดไม่ตก กังวลเรื่องที่ดินด้านหลังตำหนัก กว้างขวางขนาดนั้นหากต้องใช้แรงขุดจริงๆ เธอคงจะมือหักก่อนได้ปลูกผักมือเรียววาดกลางอากาศ เปิดระบบเข้าไปตรวจสอบร้านค้าหมวดอุปกรณ์ทางการเกษตร ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อพบเครื่องพรวนดินระบบไฟฟ้าขนาดเล็กถึงแม้ว่าในยุคนี้ไม่มีไฟฟ้า แต่ในคลังมิติของเธอนั้นมีคุณสมบัติในการรักษาสภาพสินค้า ดังนั้นแค่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ทำให้หลิ่งฟางเซียงหนักใจก็คือ ราคาแลกเปลี่ยนเจ้าสินค้าชิ้นนี้กลับสูงถึง 20 คะแนน แพงยิ่งกว่าปิ่นปักผม 30 อันที่เธอแลกมาเมื่อวันก่อนเสียอีกหลิ่งฟางเซียงลังเลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าวันนี้เธอจะทำภารกิจสำเร็จและได้คะแนนเพิ่มมาถึง 100 คะแนน แต่คะแนนเดิมของเธอก็เหลือเพียงแค่ 10 คะแนน รวมกันแล้วมีเพียง 110 คะแนนเท่านั้น จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเมื่อคิดถึงอนาคตที่ต้องอยู่ในระบบนี้ไปอย่างไร้กำหนด เธอก็ถอนหายใจยาวคนเราจะใช้จมูกผู้อื่นหายใจได้อย่างไรกัน ถึงแม้ว่าตัวเธอจะมีระบบร้านค้าที่มีข้าวของมากมายให้หยิบใช้ แต่ก็ต้อง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 19 นายหญิงคือเจ้าชีวิต

    ดวงตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลง หลิ่งฟางเซียงมองดูหมอชราตรวจอาการให้ซ่งหลินซีด้วยสีหน้ากังวล ด้านหนึ่งก็ห่วงใยอาการของเด็กชายที่นอนอยู่ตรงหน้า อีกด้านก็คะนึงหาเด็กน้อยที่รออยู่ในตำหนักท้ายวังอ๋องฉิน“แม่นางฟาง อาการของลูกชายเจ้ารุนแรงอยู่ไม่น้อย ทั้งขาดอาหาร ทั้งบาดเจ็บภายใน เจ้าเป็นแม่คน ต่อให้เขาดื้อรั้นเพียงใดก็ไม่ควรลงมือหนักขนาดนี้”พูดพลางมองไปทางเด็กขายตัวโตอีกคนที่ผอมแห้งไม่ต่างกันช่างเป็นมารดาที่ย่ำแย่จริงๆ ทั้งที่รูปร่างงดงาม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี แต่กลับให้เด็กๆ ใช้ชีวิตรันทดถึงเพียงนี้หลิ่งฟางเซียงอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นมารดาร้ายกาจ อีกทั้งยังมีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกสองคน ก็วางสีหน้าไม่ถูก กลับเป็นเด็กชายบนเตียงที่รู้ความรีบเอ่ยปากแทน“ท่านลุงหมอเข้าใจผิดแล้วขอรับ พวกเราเป็นเด็กกำพร้าไร้บ้าน วันนี้ถูกคนพาลรังแก นายหญิงไปพบเข้าเกิดความเมตตาจึงรับมาอยู่ด้วยขอรับ”เมื่อได้ยินคำอธิบายที่ชัดเจน หมอชราก็หันกลับมาโค้มศีรษะเอ่ยขออภัยต่อหญิงสาว พร้อมมอบใบสั่งยาให้ก่อนจะจากไปหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปจับมือของซ่งหลินซาง แล้ววางเงินอีแปะพวงหนึ่งไว้บนฝ่ามือเล็ก เด็กชายเงยห

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 18 ตามข้ากลับบ้าน

    “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็มัดที่คอแทนก็แล้วกัน”มัดคอ ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของหญิงสาวที่ใช้ผ้าโปร่งอำพรางใบหน้าเอาไว้ดวงตาของเด็กชายก็ตวาดมองด้วยสายตาแข็งกร้าวช่างเป็นหญิงสาวที่โหดเหี้ยมจริงๆ แต่โหดเหี้ยมแล้วอย่างไร ขอเพียงวันนี้เขากับน้องชายสามารถออกไปจากที่นี่ได้ วันหน้าค่อยคิดวิธีการจัดการหญิงชั่วร้ายผู้นี้ก็ยังไม่สาย“เจ้าในตอนนี้เป็นทาสของข้า ศพนั่นแบกตามมา”ศพ! น้องเขายังไม่ตายเสียหน่อย ถึงแม้ในใจของเด็กชายจะคิดเช่นนั้น ทว่าต่อให้นางไม่สั่งเขาก็จะแบบน้องชายออกไปอยู่ดี ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามหลิ่งฟางเซียงก็พาเด็กชายทั้งสองออกมาจากตลาดค้าทาสได้สำเร็จ ใบหน้าของเด็กชายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม อีกทั้งยังต้องแบกน้องชายที่หมดสติไว้บนหลังก็เต็มไปด้วยเม็ดหนึ่งที่ชุ่มโชก เธอไม่แม้แต่จะหันมามองเขาก็พูดเสียงเรียบ"เดินต่ออีกหนึ่งลี้ค่อยพัก"ไม่ใช่การถามไถ่แต่เป็นการออกคำสั่ง ดังนั้นต่อให้ไม่ยินยอมเด็กชายก็ทำได้แค่จำใจต้องเดินตามหญิงสาว โชคดีที่นางเป็นเพียงสตรีบอบบางที่เชื่องช้า เขาจึงไม่ได้เหนื่อยจนเกินไปไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็หยุดเท้าพักที่ศาลาริมทาง ร่างเพรียวบางนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อน

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 17 ค่าของคน

    เซิ่นชิงหยวนส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยลา หลิ่งฟางเซียงยังคงสับสนในใจกับเรื่องที่ได้รับรู้ หรือแท้จริงแล้วอ๋องเฉินผู้นั้นไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เจ้าของร่างเดิมเข้าใจ"แจ้งเตือนจากระบบ!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!!"ในขณะที่กำลังคิดวิเคราะห์เรื่องราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น หลิ่งฟางเซียงโยนเรื่องทั้งหมดในความคิดทิ้ง รีบเดินเข้าไปด้านในบ้านวาดมือเปิดระบบก่อนจะกดไปที่หน้าภารกิจ"ภารกิจที่ 4 ช่วยชีวิตคน 1 คน"ช่วยคน! แม้ว่าภารกิจนี้จะดูไม่ยากนัก เพราะแค่หาคนใกล้ตายสักคนแล้วช่วยเหลือเขา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจทว่าสถานที่ที่มีคนใกล้ตายนั้นก็มีเพียงแค่... ลานประหาร... ที่นี่ต่อให้เธอไปได้ ก็คงช่วยคนไม่ได้ สนามรบ... หากไปที่นั่นเธอไม่ทันช่วยคนก็คงเป็นศพไปเสียก่อน พื้นที่โรคระบาด... ไม่มีโรคระบาด จะมีพื้นที่โรคระบาดได้อย่างไร แต่หากจะรอให้เกิดโรคระบาด อีกสิบปีเธอก็คงทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ทั้งที่เป็นภารกิจง่ายๆ แต่กลับทำได้ยากยิ่ง พลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง เมื่อนึกสถานที่ที่หนึ่งได้เธอช่างโง่จริงๆ ลืมสถานที่ดีๆ แห่งนี้ไปได้อย่างไร“แม่นางอยาก

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 16 ให้ข้าเป็นสามี

    "บ้านของข้าอยู่ในซอยนี้ คุณชายเซิ่นส่งแค่นี้ก็พอเจ้าค่ะ”เซิ่นชิงหยวนเห็นท่าทางลำบากใจของหญิงสาวก็ไม่คิดรบเร้าตอแยให้คนอึดอัดใจ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้รู้ที่อยู่ของนางแล้ว วันหน้ายังต้องกังวลเรื่องหานางไม่พบอยู่อีกหรือ“ได้! เช่นนั้นข้ากลับก่อน วันหน้าหากมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้เสมอ”“ขอบ...”“แม่นางน้อย ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว นี่คงเป็นสามีของเจ้าใช่หรือไม่ แต่งตัวภูมิฐานเช่นนี้ย่อมต้องได้เจ้านายที่ดีอย่างแน่นอน มาๆ รีบมาทำสัญญากันเถิด”หลิ่งฟางเซียงไม่ทันเอ่ยปากสักครึ่งคำก็ถูกเถ้าแก่ฉินพูดรวบรัดจนจบประโยค จากนั้นก็เดินนำทาง“สามี? เซียงเซียงนี่มันเรื่องอะไรกัน”หัวใจที่พองโตของเซิ่นชิงหยวนพลันแตกสลายในทันที เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวมีสามีแล้ว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งอก จนแม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด ใบหน้าคมก็พลันซีดเซียวขึ้นมา“ข้ากำลังจะซื้อบ้าน เพื่อความปลอดภัยจึงโกหกไปว่ามีสามีและน้องชายร่วมอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ”คล้ายใจที่แตกสลายได้รับยาวิเศษช่วยเยียวยาไม่เพียงอาการเจ็บปวดในอกจนหายใจติดขัดก่อนหน้านี้จะหายเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้ยังรู้สึกเต็มตื้นพองโตมากกว่าเดิม เชิดหน้าขึ้นขานรับด้วยสีหน้าอิ่มเอ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 15 ข้ายินดี

    หลังจากตกลงราคาซื้อบ้านได้แล้ว หลิ่งฟางเซียงก็รีบไปที่ร้านเครื่องประดับของเซิ่นชิงหยวน เสี่ยวติงเห็นคนก็จดจำได้ในทันที ดังนั้นจึงรีบให้บ่าวชายไปส่งข่าวแก่คุณชายของตน ก่อนจะออกมาต้อนรับหญิงสาวด้วยท่าทางกระตือรือร้น“แม่นางฟาง วันนี้ท่านมาที่ของเราเพื่อซื้อหรือว่า...”“ข้ามาขายของ”พูดจบก็ส่งกล่องไม้ใบหนึ่งให้อีกฝ่าย เมื่อหลงจู๊หนุ่มเปิดดูก็พบว่าด้านในคือปิ่นทองบุปผาประดับเกสรด้วยทับทิมสีแดงสด พร้อมกับต่างหูทับทิม ทว่าที่ทำให้เขาตกใจจนเกือบทำของในมือตกก็คือ...“ทับทิมโลหิต แม่นางฟางนี่มันของล้ำค่ามาก ท่านมีได้อย่างไร”ทับทิมโลหิต เป็นอัญมณีที่หายากมาก เพียงแค่เม็ดเล็กๆ ประดับหัวแหวนหนึ่งวงก็มีค่าถึง 1 ตำลึงทอง ทว่าปิ่นทองเล่มนี้ของแม่นางฟางเซียนกลับประดับไว้ถึง 1 , 2 , 3 , … 15 เม็ด นับรวมกับที่ต่างหูทั้งสองข้างก็ 17 เม็ด“เชิญท่านหลงจู๊ตีราคาเถิดเจ้าค่ะ”“แม่นางฟางของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าเกรงว่าทางร้านของเราจะซื้อไม่ไหว”คิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เธออุตส่าห์ใช้คะแนนสะสมถึง 10 คะแนนไปกับการแลกซื้อเครื่องประดับ 30 กว่าชิ้น เพื่อนำมาขายเปลี่ยนเป็นเงินใช้จ่าย และเพรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status