Share

บทที่ 4 ไฟสีขาว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-06 02:59:18

เอ้อร์กัวรอจนใกล้ฟ้ามืด เขากินมื้อเย็นไปเล็กน้อย แต่เพราะกำลังเสียใจจึงกินไม่ได้มาก เขามองไปยังเส้นทางที่เริ่มมืดลงทุกที แต่ภรรยาตัวเล็กของเขาก็ยังไม่กลับมา

เขามองกลับมายังผักป่าที่ถูกต้มอย่างดีและข้าวขาวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ อาหารเช่นนี้ไม่ควรกินในวันแต่งงานเลยจริงๆ แต่เงินทั้งหมดที่มีเขาก็เอาไปเช่าชุดแดงเก่าขาดนั่นแล้ว หากเขาได้แต่งกับเหมยฮวา เขาเองก็คงทำใจยอมรับให้นางกินอาหารเช่นนี้ไม่ได้

แม้ปกติเขาจะไม่มีโอกาสได้กินข้าวขาวด้วยซ้ำ แต่ในวันแต่งงานเช่นนี้ เขายอมหุงข้าวเพื่อให้ภรรยาได้กิน แม้ภรรยาของเขาจะไม่ใช่คนที่เขาคิดไว้ก็ตาม หากเป็นเหมยฮวา นางคงไม่ยอมกินผักป่านี่แน่ นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี จะกินอาหารยากจนเช่นนี้ได้อย่างไร

ชายหนุ่มคิดถึงคนรักเก่า และจมลงสู่ความเศร้าอีกครั้ง ลืมเลือนภรรยาที่เขาควรเฝ้ารอและเป็นห่วง

หมู่บ้านทุ่งแดงที่เคยสว่างไสวด้วยสีชาด ยามนี้มืดมิดจนแทบไม่เห็นดวงไฟ เป็นเพราะทุกคนที่นี่ยากจน กลางคืนจึงไม่ค่อยมีใครจุดไฟ เพราะเปลืองเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะน้ำมัน เทียน หรือฟืนที่แห้งก็ล้วนหายาก ดังนั้นหลายบ้านจึงเลือกนอนตั้งแต่หัวค่ำ มีบ้านเพียงไม่กี่หลังคาที่ร่ำรวยจนสามารถจุดโคมในเวลากลางคืนได้

เอ้อร์กัวที่ยากจนมาก แต่ต้องตัดใจใช้น้ำมันจุดไฟในตะเกียงอันเล็กเพื่อรอภรรยาตัวเล็กของเขา นางบอกว่าจะไปเก็บของจากบ้านเดิม ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่นอกฝั่งแม่น้ำ แม้จะไกลอยู่บ้าง แต่เดินเร็วหน่อยก็คงไม่ต้องใช้เวลานานเช่นนี้ 

เอ้อร์กัวเริ่มเป็นห่วงว่าภรรยาอาจจะเกิดเหตุอันใดขึ้น เขาเริ่มรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยนางให้กลับไปที่บ้านเดิมตามลำพัง แต่คิดอีกครั้ง นางอาจแค่ไม่ต้องการมาเข้าหอกับเขา แม้วันนี้จะเป็นวันกราบไหว้ฟ้าดิน แต่ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตัวเองยากจน ต่อให้เป็นสตรีสติเฟื่อง บางทีนางก็อาจไม่อยากแต่งงานกับเขาก็เป็นได้

เขาพยายามใจเย็นและคิดให้รอบคอบ เขารู้ดีว่านางคงไม่เข้าใจในพิธีกรรมเหล่านี้ อย่างไรนางก็เป็นเพียงสตรีสติไม่ดี เขาจึงตั้งใจจะทำหน้าที่ของสามีให้ดี แม้จะไม่ได้มีความรักให้แก่กัน ด้วยความรู้สึกรับผิดชอบและความเมตตา เขาตั้งใจจะดูแลนางไปตามหน้าที่ แต่ในใจลึกๆ เขายังคงรู้สึกขัดแย้งและโมโหอยู่ไม่น้อย

เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขารู้สึกขุ่นเคืองต่อเจี่ยนหรง ภรรยาที่เขาไม่ได้เลือก แต่กลับถูกบังคับให้แต่งงานด้วย เขากำหมัดแน่น ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดชีวิตของเขาต้องมาถึงจุดนี้ เขาอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียให้พ้น แต่เขารู้ดีว่าเขาไม่อาจหนีพ้นพันธะที่สังคมผูกไว้

ระหว่างที่กำลังหงุดหงิด เอ้อร์กัวก็เหลือบไปเห็นไฟสีขาวดวงหนึ่งส่องสว่างยิ่งกว่าโคม เขาตกใจจนนึกว่าได้เห็นแสงเทพหรือปีศาจตนใด ต้องขยี้ตาหลายครั้งกว่าจะแน่ใจว่าเขาเห็นจริงหรือไม่

ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริก แสงสว่างสีขาววาบไปมาตามเส้นทางมืดมิด ส่องประกายเจิดจ้าราวกับดวงดาวตกลงมาจากฟากฟ้า หรือไม่ก็ส่องสว่างราวกับดวงตาของมังกร เขาไม่เคยเห็นแสงสีขาวบริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อนในชีวิต ความกลัวและความสงสัยผสมปนกันในใจ 

เอ้อร์กัวรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาเบือนหน้าหนีจากแสงสว่างนั้นไม่กล้าที่จะมองตรงไป แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองแสงสว่างนั้นอีกครั้ง 

แสงสว่างเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่บริเวณใกล้เรือนไม้ของเขา เอ้อร์กัวรีบวิ่งไปที่หน้าต่างเพื่อมองดูให้ชัดเจนขึ้น แต่ทันใดนั้นแสงสว่างก็ดับวูบลงไปราวกับถูกสิ่งใดกลืนกิน ความมืดมิดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง 

แม้จะกลัวแต่ด้วยความสงสัย เขารีบเปิดประตูออกไปดูให้แน่ใจ เขาไม่พบสิ่งใด แต่กลับมีเงามืดหนึ่งกำลังเดินออกมาจากบริเวณที่เคยสว่างจ้านั้น หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวด้วยความกลัว จ้องมองไม่กะพริบตา

เสียงคล้ายฝีเท้าค่อยๆ เข้ามาใกล้ เอ้อร์กัวยืนมองพร้อมกลั้นหายใจ เขาตั้งใจว่าหากเป็นปีศาจกินคน เขาก็ยินดีจะตายเพื่อให้ได้รู้ได้เห็นกับตาสักครั้ง เพราะตลอดมาเขาไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย

แต่สิ่งที่ออกมาจากความมืดกลับกลายเป็นภรรยาตัวน้อยของเขา ความกลัวของเขาค่อยๆ จางหายไปเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย แต่ความสงสัยยังคงอยู่ เขาไม่เข้าใจว่าแสงสว่างประหลาดนั้นคืออะไรกันแน่ และเหตุใดถึงหายไปอย่างรวดเร็วเช่นนั้น

“เจ้า..เจี่ยนหรง เหตุใดเป็นเจ้า”

“ห๋า..” หญิงสาวงุนงง ในมือของนางมีเพียงห่อผ้าเล็กๆ ไร้ซึ่งโคมไฟ หรือสิ่งใดก็ตามที่จะมีลักษณะเหมือนโคมไฟ

“เจ้าเห็นแสงไฟสีขาวนั่นหรือไม่” เขายืนหลังตรงถามภรรยา

“..ไฟอะไรนะ” นางทำท่าไม่เข้าใจ

“เจ้าเดินทางมืดๆ ได้อย่างไร” เขายังคงสงสัย

“ก็เดินมาไง”

“เจ้ามองไม่เห็นทางแล้วจะเดินมาได้อย่างไร”

“เฮอะ ทีเจ้าออกไปเหมยฮวายามมืดๆ เจ้ายังเดินได้เลยไม่ใช่หรือ” นางหลบสายตา และใช้เรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหุบปากมาแก้ต่างให้ตัวเอง

และเป็นดังที่นางคาด เอ้อร์กัวเงียบไปทันใด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังกัดฟัน ยังดีที่ยามนี้มืดมากแล้ว เขาเองก็หงุดหงิดจึงไม่ได้สังเกตสายตาของหญิงสาวตัวเล็ก 

“เข้าบ้านเถิด ดึกมากแล้ว” เขาเพียงหันหลังเข้าบ้าน ไม่อยากพูดหรือคิดถึงเหมยฮวา และเรียกภรรยาที่มีโอกาสว่าอาจจะเป็นปีศาจหรือสิ่งแปลกประหลาดเข้าไปข้างในบ้านด้วยกัน

“เจ้ารอข้าอยู่หรือ”

“...” เขาเข้าไปในเรือนหอและไม่คิดตอบคำถามอีกฝ่าย 

“ฉันไปอาบน้ำน่ะ ก็เลยใช้เวลาไปนาน ขอโทษด้วยที่ให้รอ..แบบว่า ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะรออยู่” 

“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอ เจ้าจะให้ข้านอนก่อนและทิ้งเจ้าไว้ข้างนอกหรือ” เขาหันมาตะคอกด้วยความหงุดหงิด นี่นางคิดว่าเขาเป็นบุรุษเช่นไร แม้แต่รอเข้าห้องกับภรรยาในคืนแรก เขาก็ไร้น้ำใจในสายตานางหรืออย่างไร

“...” เจี่ยนหรงกำห่อผ้าของนางแน่น คล้ายหวาดกลัวว่าเขาอาจอยากเข้าหอกับนางจริงๆ 

แต่เอ้อร์กัวกลับผลักบานประตูไม้เข้าไปในบ้าน เตียงไม้หลังใหม่ที่เขาเตรียมไว้สำหรับเหมยฮวาตั้งเด่นอยู่กลางห้อง เรือนไม้หลังนี้ดูจะคับแคบ แต่เตียงนอนกลับกว้างขวางพอที่จะนอนได้สองคนสบายๆ เขาเคยตั้งใจทำเตียงนี้ให้กว้าง เพราะเหมยฮวาไม่ชอบนอนที่แคบเกินไป แต่ยามนี้ เตียงหลังนี้มีไว้เพื่อยืนยันว่านางไม่ต้องการเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 63 งอน

    ตลอดชีวิตของเอ้อร์กัว เขาไม่เคยจับเงินเกินสิบอีแปะเลยด้วยซ้ำ เงินที่เคยได้ก็เป็นของลิลี่ มือที่กำถุงเงินสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มเดินกลับบ้านอย่างล่องลอย ลืมกระทั่งซื้ออาหารแห้งกลับมาด้วยความคิดในหัวของเขาว่างเปล่าตลอดทาง มีเพียงความตกตะลึงที่อัดแน่นอยู่ในอก เมื่อเดินกลับถึงเรือน เขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตนก้าวเท้ากลับมาได้อย่างไรเอ้อร์กัวเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อลอย ถุงเงินหนักอึ้งในมือยังทำให้เขารู้สึกไม่จริงอยู่บ้าง ในเรือน ลิลี่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเตี้ย นางใช้แผ่นหินสีดำที่ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นบางอย่างประณีต ก่อนจะหยิบแผ่นสีเงินบางๆ มาวางทับลงไป บางครั้งก็ใช้เครื่องมือกดแนบให้สนิท บางครั้งก็หยิบหินบางขึ้นมาพิจารณา แสงแดดสะท้อนวาววับบนพื้นผิวของแผ่นสีเงินที่ถูกแปะลงไปเอ้อร์กัวก้าวไปข้างหน้า ยื่นถุงเงินออกไป วางลงบนมือของนาง น้ำหนักของมันยืนยันว่ามีเงินอยู่ภายในไม่น้อยเลยทีเดียว“สี่สิบก้วน..&rdq

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 62 โกหก

    ลมหายใจของฤดูหนาวค่อยๆ จางหาย อากาศอุ่นขึ้น แม้ยามค่ำคืนยังมีลมเย็นพัดผ่าน ทว่าความหนาวเหน็บกลับไม่กัดกร่อนกระดูกเหมือนช่วงก่อนแล้ว พวกเขาจึงหยุดจุดไฟเข้ากำแพงตลอดคืนเพื่อประหยัดฟืนไว้ทำน้ำมันสนให้ลุงจางลิลี่นั่งอยู่ข้างเตาเผา เฝ้าดูเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงระหว่างการเผาน้ำมันสน เอ้อร์กัวนั่งอยู่ข้างภรรยาโดยไม่รู้จะทำสิ่งใด เพียงเติมท่อนฟืนลงไปในเตาเป็นครั้งคราว และอ้าปากหาวง่วงนอนตลอดเวลา“เจ้าจะไปนอนก่อนก็ได้ วันนี้ข้าจะเฝ้าเตาเผาเอง เจ้าทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อีกทั้งหลายคืนมานี้เจ้าก็ไม่ได้หลับสนิทเลยไม่ใช่หรือ” ลิลี่ไล่เขาด้วยความรำคาญเอ้อร์กัวไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำ เขาไม่ได้คาดคิดว่านางจะสังเกตเห็นขนาดนั้น เขาพยายามปรับท่าทางให้ดูเป็นปกติ แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้“เจ้า..รู้ได้อย่างไร”“ขอบตาของเจ้าดำเพียงนี้ ผู้ใดเห็นก็รู้ว่าเจ้านอนไม่หลับ แล้วบางคืน..ข้าตื

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 61 ซักผ้าในต้นฤดูวสันต์

    มือข้างหนึ่งของลิลี่ยังคงวางอยู่บนแผ่นหลังเขา ในท่วงท่าที่ชวนให้เข้าใจผิด ทว่านางยังคงหายใจสม่ำเสมอ หลับสนิทโดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้สามีแทบคลั่งชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ กอดภรรยาไว้อย่างทะนุถนอม ปล่อยให้ตนเองจมอยู่ในห้วงทรมานต่อไป ไม่อาจแตะต้อง ไม่อาจขยับตัว ไม่แม้แต่จะกล้าถอนหายใจแรง นี่คงเป็นการลงโทษจากสวรรค์ที่เขาคิดไม่ซื่อกับนางหลายวันหลังจากนั้น หิมะเริ่มละลายไปทีละน้อย เผยให้เห็นผืนดินสีดำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านหิมะขาวมายาวนาน ลำธารที่กลายเป็นน้ำแข็งบางส่วนก็เริ่มละลายหายไปดินชื้นแฉะส่งกลิ่นอับเย็น ต้นไผ่ที่เคยนิ่งสงบมาตลอดฤดูหนาวเริ่มเอนลู่ตามแรงลม ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยผลัดใบเริ่มเผยให้เห็นกิ่งก้านที่มีหน่ออ่อนสีเขียวแต้มประปรายเอ้อร์กัวยังคงนอนไม่หลับมาหลายคืน แม้ช่วงนี้ไม่ต้องทรมานกอดภรรยาเช่นช่วงก่อน แต่ความคิดชั่วร้ายในใจใช่ว่าจะสั่งให้หยุดคิดได้ง่ายดาย เขายังคงนอนร่วมเตียงกับลิลี่ ทุกค่ำคืนยังคงได

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 60 กอด ลูบไล้ ไออุ่น

    เอ้อร์กัวจัดการต้มน้ำแกงเห็ดหอมแห้งใส่เมล็ดธัญพืช กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วเรือน เขายังนำมันหวานมาปิ้งด้วย เมื่อลิลี่ออกมาจากห้องน้ำ ทั้งสองจึงรีบนั่งลงกินมื้อเช้าร่วมกันชายหนุ่มคอยตักน้ำแกงให้ลิลี่ พลางแอบมองกางเกงเรียบลื่นสีครามเข้มแปลกตาที่นางสวมอยู่ ครั้งนี้ นางไม่สนใจใช้ใบไม้แห้งปกปิดเหมือนเมื่อก่อนด้วยซ้ำ นางดูจะไว้ใจเขาขึ้นมาก แม้เขาจะไม่รู้ว่านางมีความลับอะไร แต่เขาไม่อยากเร่งรัดถามเอ้อร์กัวกลืนข้าวลงคอเงียบๆ หลังมื้ออาหารอบอุ่น ลิลี่ก็ใส่รองเท้าเตรียมออกจากบ้าน เอ้อร์กัวไปหยิบกระบอกน้ำที่เตรียมไว้ ยื่นให้นางอย่างเคยชิน“ระวังตัวด้วย” เขาเอ่ย“อืม..” ลิลี่รับกระบอกน้ำไป พลางพยักหน้ารับรู้ ก่อนหยิบถุงเครื่องของนางและเดินออกจากเรือนเมื่อเงาร่างของนางลับไปแล้ว เอ้อร์กัวจึงเก็บสำรับอาหาร จากนั้นเตรียมตัวออกไปตัดไผ่บ้าง แต่ระหว่างนั้น เขา

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 59 วิธีนอนท่ามกลางความแข็งขืน

    หลังมื้ออาหาร ลิลี่ก็กลับมาใช้งานสามีเช่นเคย เอ้อร์กัวไม่ได้คิดหลีกเลี่ยง เขานั่งลงอย่างว่าง่าย นำกระดาษแผ่นใหญ่มาต่อกันด้วยกาวแป้ง จนได้ขนาดเท่าผ้านวมสองผืนวางซ้อนกัน จากนั้นจึงโปรยขนเป็ดที่นุ่มฟูลงบนพื้นกระดาษ เกลี่ยให้กระจายทั่วกัน แล้วใช้กระดาษอีกแผ่นปิดทับขณะที่ลิลี่นำแผ่นกระดาษไปอุ่นไล่ความชื้นและฆ่าเชื้อโรค เอ้อร์กัวก็ไม่ได้นั่งเฉย เขาตัดผ้าฝ้ายผืนใหญ่ เย็บต่อกันจนได้ขนาดเท่าผ้านวม รอให้กระดาษแห้งสนิท ก่อนจะประกบมันเป็นไส้ในของผ้านวมที่เขาเย็บไว้“เวลาจะซักก็แค่ถอดผ้าออกไปซัก ส่วนขนเป็ดก็เปลี่ยนใหม่เมื่อมันลีบแบน สะดวกดีใช่หรือไม่” ลิลี่เอ่ยพลางลูบสัมผัสเนื้อผ้าฝ้ายเอ้อร์กัวเพียงพยักหน้ารับ ยามนี้เขาเชื่อฟังนางทุกอย่าง ขอเพียงนางเอ่ยออกมา เขายินดีทำให้โดยไม่ถาม ในที่สุด พวกเขาก็ได้โอกาสซักผ้านวมผืนเก่าที่ใช้มานานร่วมเดือน เพราะตอนนี้มีผ้านวมผืนใหม่ที่ทั้งหนานุ่มและอบอุ่นกว่าเดิม และยังมีพีทใช้แทนฟืนให้ความอบอุ่นรอบบ้าน ชีวิตสะดวกสบายยิ่ง

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 58 กล่องดนตรีคืนดี

    เช้าวันรุ่งขึ้น ลิลี่ลุกจากเตียงแต่เช้าตรู่ เอ้อร์กัวได้ยินเสียงขยับไหวของนาง แต่เมื่อเห็นว่านางไม่คิดจะพูดกับเขา เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ หลับตานอนนิ่งต่อไปทว่าพอได้ยินเสียงเปิดประตู ตามด้วยฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ความกังวลก็วิ่งเข้ามาในใจ เขาผุดลุกขึ้นทันที ความคิดแรกที่เขาคิดได้คือ หากนางโกรธจนหนีไปจริงๆ เพราะเขาเอาแต่เงียบใส่ นั่นจะไม่เป็นการผลักไสนางไปหรอกหรือ ศักดิ์ศรีหรืออะไรก็ช่างเถอะ หากต้องเอ่ยปากพูดกับนางก่อนเพื่อรั้งนางไว้ เขาก็ยอมเอ้อร์กัวก้าวเร็วๆ ออกไป แต่เมื่อพ้นประตูเรือน กลับเห็นภรรยากำลังเติมฟืนลงในเตาเผา เปลวไฟค่อยๆ ลุกขึ้น ไล่ความชื้นออกจากก้อนพีทที่เรียงอยู่รอบๆเขาถอนหายใจแผ่วเบาอย่างโล่งอก แต่เมื่อความโล่งอกจางลง ความน้อยใจยังคงหลงเหลืออยู่ เขายังไม่หายขุ่นเคืองที่นางโกหกเขาเมื่อวาน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางทำงานหนักเพียงลำพังได้อยู่ดีเอ้อร์กัวเดินเข้าไปใกล้ โด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status