LOGINหนึ่งบุรุษทั้งเหี้ยมโหดแลเย็นชาไร้ปรานี หนึ่งสตรีแม้ไร้ค่าแต่ทว่าน่าปกป้อง **** เขาไม่รู้ว่าตนเองเป็นใครยิ่งใหญ่มาจากไหนแต่กับนางแม้รู้อยู่แก่ใจไยไม่เปิดเผย
View Moreหลังมื้ออาหาร จ้าวซือหงถูกเชิญร่วมสุราที่เรือนหน้า ส่วนไป๋เว่ยซินถูกพี่หญิงน้องหญิงพาไปนั่งคุยในสวนพฤกษา เพื่อพูดคุยเสวนาอย่างสนุกสนานเบิกบาน ในกลุ่มสตรี นอกจากหยอกเย้าเรื่องบุรุษในดวงใจกับสอบถามเรื่องสุขภาพพอเป็นพิธีก็ไม่พ้นพูดนินทาผู้อื่นญาติผู้พี่ที่แต่งงานออกเรือนไปนานแล้วผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างคนหูตากว้างขวาง “พวกเจ้าได้ข่าวจวนเฉินหรือไม่” นางหันมามองไป๋เว่ยซิน “เรื่องนี้พระชายาต้องสนใจแน่”คนพูดไหนเลยจะรอคำตอบของไป๋เว่ยซิน นางสนใจเพียงสายตาใคร่รู้ของพี่น้องคนอื่นๆ“เฉินเจียหมิงป่วยจนนอนติดเตียงลุกไม่ขึ้นครึ่งปี หลัวลี่ลี่จึงขอหย่าขาดกลับบ้านเดิมที่ต่างเมือง ตอนนี้แต่งงานใหม่แล้วด้วย ส่วนสาวใช้ห้องข้างของเขาที่ได้รับความโปรดปรานหนักหนายังไถ่ตัวเองไปมีสามีเรียบร้อย”คนหนึ่งจุ๊ปาก “สมควรแล้วล่ะ ก่อนหน้านี้ใครให้เขาบังอาจหยามน้ำใจพระชายาของพวกเรากันล่ะ”“ใช่ๆ”อีกคนพูดขึ้น “แต่ข้าได้ข่าวว่าเฉินเจียหมิงหายป่วยจนลุกขึ้นเดินได้คล่องแคล่วแล้วนะ”ญาติผู้พี่คนเดิมเพิ่มเติมว่า “ถูกต้อง และตอนนี้กำลังเฟ้นหาภรรยาคนใหม่แต่ไม่มีใครยินดีแต่งให้เขาสักคน คิกๆ” เล่าพลางหัวเราะชอบใจในหายนะของผู้อื
การเข้าหอใช้เวลาเนิ่นนาน สองสามีภรรยาร่วมรักครั้งแล้วครั้งเล่า หญิงสาวหลับใหลไม่รู้เรื่องราว เรือนร่างอรชรยังคงเปลือยเปล่า มีริ้วรอยฝากรักอยู่หลายจุดความร้อนแรงแผ่ปกคลุมในสายตาคมของจ้าวซือหง ร่างระหงนุ่มนิ่มที่มองมุมใดก็เย้ายวน ทำให้เขาคลายความสุขุมเยือกเย็นจนสิ้น ฝ่ามืออุ่นที่เริ่มร้อนผ่าวเอื้อมออกมาแตะแก้มนวลอย่างหลงใหล เขาลูบไล้เบาๆ ที่ผิวนุ่ม เรียวนิ้วแกร่งคลึงที่เรียวปากแดงฉ่ำของนางไป๋เว่ยซินสะลึมสะลือค่อยๆ ตื่นลืมตาขึ้นมา เมื่อรับรู้ได้ถึงความร้อนบางอย่างที่เริ่มโอบล้อมรอบกายนางอีกครา เมื่อสังเกตชัดเจนแล้วว่าเป็นผู้ใด ประกายวาววับพลันปรากฏในดวงเนตรงาม“พี่หง” เสียงเรียกแม้แผ่วเบาหวานล้ำ แต่เผยความตื่นตะลึงไม่น้อย “เป็นท่านจริงๆ”“ย่อมเป็นข้า...” ชายหนุ่มตอบเสียงทุ้ม ใบหน้าก้มลงต่ำ จุมพิตนางอย่างอ่อนโยน เขาถามเสียงพร่า “เจ้าจำสิ่งใดได้แล้วหรือยัง?”นอกจากอยากแสดงความรักเปี่ยมล้นนี่คืออีกเหตุผลที่จ้าวซือหงปรารถนาเข้าหอกับไป๋เว่ยซินให้เร็วที่สุดไป๋เว่ยซินหลับตายอมรับจุมพิตไร้ซึ่งท่าทีปฏิเสธ ความคิดที่จะผละจากไม่ปรากฏเลยแม้แต่น้อยเนิ่นนานทีเดียวกว่าจะได้ลมหายใจกลับคืนจากการถ
พี่หง! ข้าคิดถึงท่าน...เหม่ยหลินในห้วงนิทรา เหม่ยหลินฝันเห็นทางเดินทอดยาว สองข้างทางเป็นดอกไม้นานาชนิด สีสันล้วนสดสวยงดงาม แต่รอบด้านกลับมีแต่มีดปลายแหลมนับพัน พุ่งความคมแวววับมาทางนาง ทุกการเคลื่อนไหวของนาง ล้วนทำให้มีดเหล่านั้นคล้ายกับพร้อมจ้วงแทงให้เลือดสาด ฉับพลัน ร่างทั้งร่างพลันถูกฉุดคร่า คล้ายกับว่ามีมือของใครบางคนดึงนางขึ้นน่านฟ้า ให้รู้สึกเบาตัวนัก หญิงสาวมองทุกสิ่งอย่างตระหนก รอบกายดำสนิท ไร้ซึ่งสีสันสวยงาม ความงดงามตระการตาใดๆ ล้วนหายไปจนสิ้น หากแต่ความอบอุ่นนั้น กลับแผ่ซ่านไปทั่วน่าแปลกยิ่งนัก ทั้งๆ ที่รอบด้านมืดสลัว บรรยากาศทั้งวังเวงทั้งน่ากลัว แต่ทว่ากลับรู้สึกปลอดภัย ไร้ซึ่งปลายมีดแหลมคมใดๆ พุ่งเป้ามาทางนางเหม่ยหลินเห็นเงาดำของใครบางคนอยู่เบื้องหน้า เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหา เรือนร่างของเขาสูงใหญ่ แผ่ซ่านกลิ่นอายน่าเกรงขาม นางเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัด เห็นเพียงดวงตาดำสนิทคมเฉี่ยวกับอาภรณ์ดำขลับยิ่งกว่ารัตติกาลชั่วขณะตื่นกลัว ความไว้วางใจกลับเกิดขึ้นมาแทนที่ ยามฝ่ามือของคนผู้นั้นเอื้อมมาหานาง สัมผัสลึกล้ำบางอย่างเริ่มปรากฏ เขาค่อยๆ กอดนางอย่างทะนุถนอม อ้อมแขนของเขาที่
จางเล่อถงรีบคุกเข่าลง “ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะ”จางอวิ๋นพลันได้สติกลับมา นางรีบคุกเข่าเช่นกัน กระนั้นยังคงมองบิดาที่กำลังตัวสั่นอย่างโง่งม ไม่เข้าใจอะไรร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีม่วงลายมังกรดำลุกขึ้นช้าๆ แต่กลับแผ่กลิ่นอายข่มขวัญทุกสรรพชีวิตออกมา ทั่วร่างหนาดุจพญายมราช ประหนึ่งเจ้าผู้ควบคุมโลกวิญญาณ คอยตัดสินบาปกรรมทั้งหมดในนรกภูมิก็มิปาน“เจ้าลุ่มหลงอนุจนไม่ใส่ใจภรรยาเอกเท่าที่ควร เช่นนั้นหากให้เจ้าตรองด้วยตัวเองว่าใครเป็นคนวางยา ก็คงไม่รู้อยู่ดี เปิ่นหวางจะให้เจ้าเลือกว่ายอมสละบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีเพื่ออนุต่ำช้าคนหนึ่งหรือจะให้เข้าจัดการหลังเรือนให้เจ้าด้วยตัวเอง โทษฐานที่บุตรีของเจ้าบังอาจยื่นมือมายุ่มย่ามหลังเรือนตำหนักรัตติกาล”และแล้วจางเล่อถงถึงได้เข้าใจ ความผิดของเขาที่เพิ่งได้รับรู้มากพอแล้วที่จะยึดบรรดาศักดิ์และริบทรัพย์สิน รวมถึงเนรเทศสกุลจางได้ทั้งหมด มิใช่เพียงเพราะชินอ๋องไม่พอพระทัยเรื่องจางอวิ๋นแล้วใช้อำนาจรังแกขุนนางตงฉิน!จางเล่อถงลอบมองทั่วโถงรับรอง ที่แห่งนี้ไม่มีใครอื่น มีเพียงพวกเขาสี่คน เรื่องฉาวโฉ่เช่นนี้หากเล็ดลอดออกไป เกรงว่าขุนนางผู้หนึ่ง ต่อให้ภั
ไม่ปล่อยให้ภรรยาตะลึงนาน จ้าวซือหงพลันโถมกายเข้าหาจับคนตัวเล็กถอดเสื้อชุดนอกออกแล้วกดลงบนที่นอน เสื้อคลุมของเขาเองก็ถูกจัดการจนปลิวออกจากตัวเช่นกัน จากนั้นก็โน้มกายมาโอบกระชับนางเข้าไปกอดในอ้อมอกเปลือยเปล่าอย่างแนบแน่นไป๋เว่ยซินตกใจนัก “พี่หง ไม่เอานะ ข้ายังไม่พร้อม”หญิงสาวดิ้นขลุกขลัก ชายหนุ่มจ
ไป๋เว่ยซินพลันเบิกตา ไหนเลยจะไม่รู้ถึงคำว่านอนที่มิใช่การหลับตานิทราหญิงสาวรีบยกมือสกัดกั้นทันที เรียวนิ้วนุ่มนิ่มทั้งห้าดันแก้มสากออกห่าง “หนวด! ท่านควรโกนหนวดก่อน”จ้าวซือหงชะงัก เขาหรี่ตาสำรวจผิวเนียนละเอียดของภรรยา จึงเห็นว่ามีริ้วรอยสีแดงเล็กๆ ปรากฏอยู่พอควร เมื่อครู่ที่ไป๋เว่ยซินหลับไปแล้ว
ห้องโถงของเรือนรับรองจิ้งหย่วนโหวจางเล่อถงกระแอมไอหลายครั้งแล้ว ทว่าบุตรสาวของเขากลับยังไม่รู้ตัว จางอวิ๋นยามนี้เอาแต่เพ่งพิศพระพักตร์ไร้หนวดเคราของชินอ๋องอย่างเหม่อลอยและไร้มารยาทอันที่จริงก่อนหน้านี้นางเองก็ไม่เคยเห็นชินอ๋องหรอก เพียงได้ยินความกร้าวแกร่งก็ปักใจปลาบปลื้มมาช้านาน มิค
ชายหนุ่มแสร้งโอดครวญเบาๆ เพื่อให้นางหายโกรธไป๋เว่ยซินจึงหยุดตีเขา แล้วโวยวายแทน“ท่านร้ายกาจอีกแล้วนะ”“ข้าลงโทษตัวเองโดยการโกนหนวดให้เจ้า คืนนี้รับรองไม่ทิ้งริ้วรอยใด อ่า...” หน้าอกหนาถูกทุบไปอีกหนึ่งทีไป๋เว่ยซินหน้าแดงไปหมด ทั้งโกรธทั้งอายเป็นที่สุดราชาปีศาจผู้เคร่งขรึมเย็นชาหายไปที่ใดกันนะ ตอ



![วสันต์สุดท้ายของนางร้ายตัวประกอบ [4P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

