Share

บทที่ 6 เล่นดินโคลน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-06 02:59:50

 “เจ้ารออยู่ที่นี่ อย่าไปไหน ข้าจะขึ้นเขาสักพัก” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาเอาแต่เสียใจเรื่องเหมยฮวาจนไม่ได้ดูแลภรรยาของเขาให้ดี 

เจี่ยนหรงเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เอ้อร์กัวเข้าไปหยิบมีดในครัวและตะกร้าไผ่สานแบกขึ้นหลัง ก่อนจะเดินออกไปจากเรือน ตรงไปยังเส้นทางขึ้นเขาเพื่อจับไก่ป่าสักตัว เขาตั้งใจว่าจะนำมันมาต้มให้ภรรยาของเขาได้กินดีขึ้นอย่างที่นางสมควรจะได้รับ ไม่ใช่แค่ผักต้มเกลือที่ไร้รสชาติ 

อากาศอบอ้าวของยามเช้าพัดผ่านเขาขณะก้าวเดิน ลึกๆ ในใจ เอ้อร์กัวรู้ว่าความเจ็บปวดของเขายังไม่ได้หายไปไหน เขายังไม่อาจลืมเหมยฮวา แต่นี่คือสิ่งที่เขาทำได้ เพื่อชดเชยให้กับภรรยาที่สติไม่ค่อยสมประกอบ 

ปลายยามอู่[1] เอ้อร์กัวกลับมาถึงเรือนพร้อมไก่ป่าตัวอ้วนสองตัวในมือและผักป่า ท่ามกลางแสงแดดอ่อนที่ส่องผ่านแม่น้ำไหลเอื่อยอยู่ด้านหลังบ้าน บรรยากาศยามบ่ายชวนให้รู้สึกสงบ แต่ภาพที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง 

เจี่ยนหรง ภรรยาตัวเล็กของเขา กำลังนั่งขุดดินโคลนอยู่ริมแม่น้ำ เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่ม ดินโคลนเกาะแน่นไปทั่วร่าง ดูเหมือนเด็กน้อยที่เล่นซนโดยไม่สนใจความเรียบร้อยของตัวเอง

เอ้อร์กัวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใจเขาเหมือนถูกบีบด้วยความอึดอัด เขาคิดไว้แล้วว่าจะดูแลนางให้ดีที่สุด จะมอบสิ่งที่นางสมควรได้รับ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับกระทบความรู้สึกของเขาอย่างรุนแรง 

ภรรยาของเขาดูเหมือนไม่ใช่สตรีหรือหญิงสาวที่โตแล้ว นางเหมือนเด็กเล็กที่ไม่รู้อะไรนอกจากเล่นซน และนั่นทำให้ความตั้งใจของเขาสั่นคลอน เขาเบือนหน้าหนีจากภาพนั้น สูดหายใจลึก พยายามสะกดอารมณ์ขมขื่นที่ถาโถมเข้ามา 

เขารู้ว่าความคิดนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความผิดหวังแทรกซึมอยู่ในทุกอณูหัวใจ เขาก้าวเท้าเข้าครัว วางไก่ป่าลง รีบจุดเตาต้มน้ำ ถอนขนไก่อย่างเงียบเชียบ ความเงียบในครัวช่วยให้เขาสงบลงบ้าง แต่ลึกๆ แล้ว เขายังคงพยายามต่อสู้กับความรู้สึกที่ว่า เจ้าสาวของเขาไม่เป็นอย่างที่เขาฝันไว้แม้แต่น้อย 

“ข้า..แต่งงานกับนางแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเองขณะก้มหน้าก้มตาเตรียมอาหาร คำพูดนั้นคล้ายพูดกับตัวเขาที่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นี้จะเดินต่อไปทางใด แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำใจและดูแลหญิงบ้าผู้นั้นเท่านั้น 

บ้านของเอ้อร์กัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงแม่น้ำไหลหลังบ้านและน้ำในหม้อเดือดปุดๆ บนเตา เขามองดูไก่ป่าตัวอ้วนที่ต้มจนเปื่อยในน้ำใสๆ ไม่มีเครื่องปรุงแม้แต่น้อย เกลือในบ้านเหลือเพียงหยิบมือเดียว เขาตัดสินใจเก็บไว้ใช้ในวันอื่น และทำได้เพียงปล่อยให้ไก่ตุ๋นในน้ำจนเนื้อนุ่มแทนรสชาติที่ขาดไป

เมื่อไก่เปื่อยดีแล้ว เขาแบ่งไก่ตัวหนึ่งห่อด้วยใบบัวอย่างเรียบร้อย อีกตัวถูกตักใส่ชามไม้ธรรมดาไว้สำหรับมื้อแรกของภรรยา เขายืนมองชามนั้นอย่างครุ่นคิด 

“เจี่ยนหรง ขึ้นมากินข้าวก่อนเถิด” เขาเดินออกไปเรียกภรรยาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เห็นนางนั่งอยู่ริมแม่น้ำ ข้างตัวมีกองดินโคลนสูงท่วมหัว นางหันมองเขาอย่างไร้เดียงสา เนื้อตัวเปื้อนดินโคลนสกปรก

เขาเบือนหน้าหนีทันทีที่ใจเริ่มหดหู่ ความอึดอัดในใจพอกพูนจนเขาไม่อาจทนมองได้นาน ลึกๆ แล้วเขารู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนฉลาดมีความรู้ ติดก็เพียงความจน เขาคิดตลอดว่าเขาจะได้แต่งกับสตรีดีงามสักคน หรืออย่างน้อยต้องเป็นคนฉลาดเช่นเหมยฮวา แต่การที่เขาต้องแต่งให้หญิงบ้าเช่นนี้ ออกจะทำใจยอมรับได้ยากจริงๆ

 “ข้าจะขึ้นวัด ไปหาอาจารย์เสียหน่อย” เขาเอ่ยตัดบท ยกห่อใบบัวขึ้นชี้ให้นางเห็น ราวกับชูหลักฐานเพื่อยืนยันคำแก้ตัวของเขา

“เจ้าจะขึ้นไปบนวัดเหรอ” นางตะโกนถามกลับมา เสียงสั่นเล็กน้อย คล้ายแช่อยู่ในน้ำนานจนเริ่มหนาว

“ข้าจะเอาไก่ไปให้อาจารย์ได้กินด้วย เจ้าก็รีบขึ้นมากินไก่ที่ข้าต้มไว้ให้ได้แล้ว อย่าแช่อยู่ในน้ำนานเกินไป เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” 

เจี่ยนหรงพยักหน้า นางส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย นัยน์ตาแวววาวรู้สึกขอบคุณที่เขาทำอาหารให้ เอ้อร์กัวไม่กล้าสบตานางนาน เขารู้ดีว่าการตัดสินใจนี้มันน่าอับอายและเห็นแก่ตัว แต่เขาไม่อาจนั่งลงร่วมโต๊ะกับภรรยาที่ดูสกปรกและไม่สมประกอบเช่นนี้ได้ 

เขาออกเดินทางไปวัดอย่างเร่งรีบ หวังเพียงให้ความอึดอัดในอกบรรเทาลง แต่ทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขายังคงนึกถึงสายตาที่เจี่ยนหรงส่งให้เขาด้วยความซาบซึ้งขอบคุณ ทั้งที่เขาพยายามหลบหน้านาง นัยน์ตานางนั้นไร้เดียงสานั้นไม่ต่างจากมีดคมที่บาดลึกลงในความรู้สึกผิดของชายหนุ่ม แต่เขาก็ยังต้องทำใจว่าตัวเองแต่งงานกับหญิงบ้าผู้หนึ่งแล้วจริงๆ

แสงอาทิตย์ยามบ่ายอาบไปทั่วเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นสู่ยอดเขา เอ้อร์กัวเดินขึ้นไปทางเชิงเขาเงียบๆ ห่อใบบัวในมือยังอุ่นอยู่ มีกลิ่นไก่ต้มจางๆ โชยขึ้นมา แต่หัวใจของเขาหนักอึ้งเหมือนก้อนหิน เขาไม่ได้ตั้งใจขึ้นวัดเพียงเพื่อนำไก่มาให้อาจารย์ แต่เพราะเขาไม่รู้จะจัดการกับความวุ่นวายในใจตนเองได้อย่างไร

เมื่อถึงวัด เขาพบหลวงจีนซางปิงอยู่ใต้ต้นแปะก๊วย มือกำลังปัดฝุ่นออกจากโต๊ะไม้เก่าๆ เอ้อร์กัววางห่อใบบัวลงเบื้องหน้าอาจารย์ ก้มศีรษะเคารพก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงเบา 

“อาจารย์ ข้านำไก่มาฝากขอรับ”

“เจ้ามาแล้วหรือ แต่งงานแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” 

“ข้า..แต่งงานแล้วขอรับ แต่ไม่ใช่เหมยฮวา”

ดวงตาของหลวงจีนซางปิงปรากฏแววฉงน แต่เมื่อเอ้อร์กัวเล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่การถูกเหมยฮวาเฉยชา จนถึงการถูกผู้ใหญ่บ้านจัดงานแต่งให้กับหญิงบ้าผู้ไร้ที่พึ่ง บุตรีบุญธรรมของสองตายายกัวเหอที่เพิ่งเสียชีวิตจากการถูกไฟไหม้เรือน หลวงจีนซางปิงก็ได้แต่ถอนหายใจยาว 

“เจ้าเป็นเช่นนี้เพราะไม่ฟังคำพูดของข้า ข้าบอกให้เจ้าละทางโลก ตั้งแต่ครั้งที่เจ้ามัวเมาหลงใหลเหมยฮวา หากเจ้ายอมออกบวชเสียแต่แรก เจ้าจะไม่ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายเช่นนี้” อาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

เอ้อร์กัวนิ่งงัน รู้ว่าอาจารย์พูดถูก แต่ก็รู้สึกเจ็บแปลบในอก 

“แม้ข้าจะสงสารเจ้า แต่ครั้งนี้ข้าช่วยอะไรไม่ได้แล้ว” อาจารย์กล่าวพลางมองเขาอย่างเห็นใจ 

“ข้าควรทำเช่นไรดีขอรับ ลิลี่เจี่ยนหรง..นางประหลาดยิ่งนัก ข้า..ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรดี” เอ้อร์กัวขมวดคิ้วมุ่น

“ดูแลภรรยาของเจ้าให้ดีเถิด ถือเสียว่าเป็นเวรกรรม นางไม่มีใครอีกแล้ว แค่สติไม่สมประกอบ นางก็น่าสงสารมากพออยู่แล้ว เจ้าอย่าทำร้ายนางด้วยอีกคนเลย” 

คำพูดเหล่านั้นเหมือนค้อนทุบลงกลางอก เอ้อร์กัวทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเงียบงัน เขารู้ว่าตนเองหลีกหนีหน้าที่นี้ไม่ได้ เมื่อพระอาทิตย์ลับยอดเขา เอ้อร์กัวจึงได้แต่ต้องกลับลงมา เพราะหลวงจีนซางปิงไม่ยอมให้เขาอยู่บนวัดนาน ต่อให้เขาจะพยายามหางานทำ พยายามจับทุกอย่างช่วยอาจารย์ทำงาน คล้ายอยากกตัญญู แต่ก็ถูกไล่ให้รีบลงมาอยู่ดี

 


[1]ยามอู่ คือเวลา 11.00-12.59 นาฬิกา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 63 งอน

    ตลอดชีวิตของเอ้อร์กัว เขาไม่เคยจับเงินเกินสิบอีแปะเลยด้วยซ้ำ เงินที่เคยได้ก็เป็นของลิลี่ มือที่กำถุงเงินสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มเดินกลับบ้านอย่างล่องลอย ลืมกระทั่งซื้ออาหารแห้งกลับมาด้วยความคิดในหัวของเขาว่างเปล่าตลอดทาง มีเพียงความตกตะลึงที่อัดแน่นอยู่ในอก เมื่อเดินกลับถึงเรือน เขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตนก้าวเท้ากลับมาได้อย่างไรเอ้อร์กัวเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อลอย ถุงเงินหนักอึ้งในมือยังทำให้เขารู้สึกไม่จริงอยู่บ้าง ในเรือน ลิลี่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเตี้ย นางใช้แผ่นหินสีดำที่ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นบางอย่างประณีต ก่อนจะหยิบแผ่นสีเงินบางๆ มาวางทับลงไป บางครั้งก็ใช้เครื่องมือกดแนบให้สนิท บางครั้งก็หยิบหินบางขึ้นมาพิจารณา แสงแดดสะท้อนวาววับบนพื้นผิวของแผ่นสีเงินที่ถูกแปะลงไปเอ้อร์กัวก้าวไปข้างหน้า ยื่นถุงเงินออกไป วางลงบนมือของนาง น้ำหนักของมันยืนยันว่ามีเงินอยู่ภายในไม่น้อยเลยทีเดียว“สี่สิบก้วน..&rdq

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 62 โกหก

    ลมหายใจของฤดูหนาวค่อยๆ จางหาย อากาศอุ่นขึ้น แม้ยามค่ำคืนยังมีลมเย็นพัดผ่าน ทว่าความหนาวเหน็บกลับไม่กัดกร่อนกระดูกเหมือนช่วงก่อนแล้ว พวกเขาจึงหยุดจุดไฟเข้ากำแพงตลอดคืนเพื่อประหยัดฟืนไว้ทำน้ำมันสนให้ลุงจางลิลี่นั่งอยู่ข้างเตาเผา เฝ้าดูเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงระหว่างการเผาน้ำมันสน เอ้อร์กัวนั่งอยู่ข้างภรรยาโดยไม่รู้จะทำสิ่งใด เพียงเติมท่อนฟืนลงไปในเตาเป็นครั้งคราว และอ้าปากหาวง่วงนอนตลอดเวลา“เจ้าจะไปนอนก่อนก็ได้ วันนี้ข้าจะเฝ้าเตาเผาเอง เจ้าทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อีกทั้งหลายคืนมานี้เจ้าก็ไม่ได้หลับสนิทเลยไม่ใช่หรือ” ลิลี่ไล่เขาด้วยความรำคาญเอ้อร์กัวไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำ เขาไม่ได้คาดคิดว่านางจะสังเกตเห็นขนาดนั้น เขาพยายามปรับท่าทางให้ดูเป็นปกติ แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้“เจ้า..รู้ได้อย่างไร”“ขอบตาของเจ้าดำเพียงนี้ ผู้ใดเห็นก็รู้ว่าเจ้านอนไม่หลับ แล้วบางคืน..ข้าตื

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 61 ซักผ้าในต้นฤดูวสันต์

    มือข้างหนึ่งของลิลี่ยังคงวางอยู่บนแผ่นหลังเขา ในท่วงท่าที่ชวนให้เข้าใจผิด ทว่านางยังคงหายใจสม่ำเสมอ หลับสนิทโดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้สามีแทบคลั่งชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ กอดภรรยาไว้อย่างทะนุถนอม ปล่อยให้ตนเองจมอยู่ในห้วงทรมานต่อไป ไม่อาจแตะต้อง ไม่อาจขยับตัว ไม่แม้แต่จะกล้าถอนหายใจแรง นี่คงเป็นการลงโทษจากสวรรค์ที่เขาคิดไม่ซื่อกับนางหลายวันหลังจากนั้น หิมะเริ่มละลายไปทีละน้อย เผยให้เห็นผืนดินสีดำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านหิมะขาวมายาวนาน ลำธารที่กลายเป็นน้ำแข็งบางส่วนก็เริ่มละลายหายไปดินชื้นแฉะส่งกลิ่นอับเย็น ต้นไผ่ที่เคยนิ่งสงบมาตลอดฤดูหนาวเริ่มเอนลู่ตามแรงลม ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยผลัดใบเริ่มเผยให้เห็นกิ่งก้านที่มีหน่ออ่อนสีเขียวแต้มประปรายเอ้อร์กัวยังคงนอนไม่หลับมาหลายคืน แม้ช่วงนี้ไม่ต้องทรมานกอดภรรยาเช่นช่วงก่อน แต่ความคิดชั่วร้ายในใจใช่ว่าจะสั่งให้หยุดคิดได้ง่ายดาย เขายังคงนอนร่วมเตียงกับลิลี่ ทุกค่ำคืนยังคงได

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 60 กอด ลูบไล้ ไออุ่น

    เอ้อร์กัวจัดการต้มน้ำแกงเห็ดหอมแห้งใส่เมล็ดธัญพืช กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วเรือน เขายังนำมันหวานมาปิ้งด้วย เมื่อลิลี่ออกมาจากห้องน้ำ ทั้งสองจึงรีบนั่งลงกินมื้อเช้าร่วมกันชายหนุ่มคอยตักน้ำแกงให้ลิลี่ พลางแอบมองกางเกงเรียบลื่นสีครามเข้มแปลกตาที่นางสวมอยู่ ครั้งนี้ นางไม่สนใจใช้ใบไม้แห้งปกปิดเหมือนเมื่อก่อนด้วยซ้ำ นางดูจะไว้ใจเขาขึ้นมาก แม้เขาจะไม่รู้ว่านางมีความลับอะไร แต่เขาไม่อยากเร่งรัดถามเอ้อร์กัวกลืนข้าวลงคอเงียบๆ หลังมื้ออาหารอบอุ่น ลิลี่ก็ใส่รองเท้าเตรียมออกจากบ้าน เอ้อร์กัวไปหยิบกระบอกน้ำที่เตรียมไว้ ยื่นให้นางอย่างเคยชิน“ระวังตัวด้วย” เขาเอ่ย“อืม..” ลิลี่รับกระบอกน้ำไป พลางพยักหน้ารับรู้ ก่อนหยิบถุงเครื่องของนางและเดินออกจากเรือนเมื่อเงาร่างของนางลับไปแล้ว เอ้อร์กัวจึงเก็บสำรับอาหาร จากนั้นเตรียมตัวออกไปตัดไผ่บ้าง แต่ระหว่างนั้น เขา

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 59 วิธีนอนท่ามกลางความแข็งขืน

    หลังมื้ออาหาร ลิลี่ก็กลับมาใช้งานสามีเช่นเคย เอ้อร์กัวไม่ได้คิดหลีกเลี่ยง เขานั่งลงอย่างว่าง่าย นำกระดาษแผ่นใหญ่มาต่อกันด้วยกาวแป้ง จนได้ขนาดเท่าผ้านวมสองผืนวางซ้อนกัน จากนั้นจึงโปรยขนเป็ดที่นุ่มฟูลงบนพื้นกระดาษ เกลี่ยให้กระจายทั่วกัน แล้วใช้กระดาษอีกแผ่นปิดทับขณะที่ลิลี่นำแผ่นกระดาษไปอุ่นไล่ความชื้นและฆ่าเชื้อโรค เอ้อร์กัวก็ไม่ได้นั่งเฉย เขาตัดผ้าฝ้ายผืนใหญ่ เย็บต่อกันจนได้ขนาดเท่าผ้านวม รอให้กระดาษแห้งสนิท ก่อนจะประกบมันเป็นไส้ในของผ้านวมที่เขาเย็บไว้“เวลาจะซักก็แค่ถอดผ้าออกไปซัก ส่วนขนเป็ดก็เปลี่ยนใหม่เมื่อมันลีบแบน สะดวกดีใช่หรือไม่” ลิลี่เอ่ยพลางลูบสัมผัสเนื้อผ้าฝ้ายเอ้อร์กัวเพียงพยักหน้ารับ ยามนี้เขาเชื่อฟังนางทุกอย่าง ขอเพียงนางเอ่ยออกมา เขายินดีทำให้โดยไม่ถาม ในที่สุด พวกเขาก็ได้โอกาสซักผ้านวมผืนเก่าที่ใช้มานานร่วมเดือน เพราะตอนนี้มีผ้านวมผืนใหม่ที่ทั้งหนานุ่มและอบอุ่นกว่าเดิม และยังมีพีทใช้แทนฟืนให้ความอบอุ่นรอบบ้าน ชีวิตสะดวกสบายยิ่ง

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 58 กล่องดนตรีคืนดี

    เช้าวันรุ่งขึ้น ลิลี่ลุกจากเตียงแต่เช้าตรู่ เอ้อร์กัวได้ยินเสียงขยับไหวของนาง แต่เมื่อเห็นว่านางไม่คิดจะพูดกับเขา เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ หลับตานอนนิ่งต่อไปทว่าพอได้ยินเสียงเปิดประตู ตามด้วยฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ความกังวลก็วิ่งเข้ามาในใจ เขาผุดลุกขึ้นทันที ความคิดแรกที่เขาคิดได้คือ หากนางโกรธจนหนีไปจริงๆ เพราะเขาเอาแต่เงียบใส่ นั่นจะไม่เป็นการผลักไสนางไปหรอกหรือ ศักดิ์ศรีหรืออะไรก็ช่างเถอะ หากต้องเอ่ยปากพูดกับนางก่อนเพื่อรั้งนางไว้ เขาก็ยอมเอ้อร์กัวก้าวเร็วๆ ออกไป แต่เมื่อพ้นประตูเรือน กลับเห็นภรรยากำลังเติมฟืนลงในเตาเผา เปลวไฟค่อยๆ ลุกขึ้น ไล่ความชื้นออกจากก้อนพีทที่เรียงอยู่รอบๆเขาถอนหายใจแผ่วเบาอย่างโล่งอก แต่เมื่อความโล่งอกจางลง ความน้อยใจยังคงหลงเหลืออยู่ เขายังไม่หายขุ่นเคืองที่นางโกหกเขาเมื่อวาน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางทำงานหนักเพียงลำพังได้อยู่ดีเอ้อร์กัวเดินเข้าไปใกล้ โด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status