Partager

สตรีเจ้าปัญหา / 3

last update Date de publication: 2025-01-27 17:07:37

"แค่เราสองคนคงหาไม่ทั่ว ข้าจะไปทูลขอให้ท่านอ๋องเรียกบ่าวในจวนมาช่วยอีกแรง"

หามาแล้วหนึ่งก้านธูปก็ไม่เห็นแม้เงาเฟิงเยว่ซิน อู่ชิงหรงอุตส่าห์ยืนรออยู่ทางเข้าสนามฝึกซ้อมแต่กลับไม่เห็นสหายวัยเยาว์ออกมาสักที ตอนนั้นตงเปียนอ๋องก็กลับออกไปอีกทางทำให้อู่ชิงหรงเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองยังอยู่ด้านใน

ทว่าพอเมฆฝนครึ้มมากลับไม่เห็นทั้งคู่ออกมาจึงเร่งกลับเข้ามาดูแต่สิ่งที่พบเจอมีเพียงเป้าธนูไร้ผู้คนที่รอคอย

"เจ้าต้องการใช้คนเพื่อการใด"

ตงเปียนอ๋องผู้ยังไม่รู้เรื่องราวใด ๆ เดินผ่านมาได้ยินสิ่งที่องครักษ์ข้างกายพูดขึ้นจึงเอ่ยถาม

"ท่านอ๋อง"

ทั้งสองคนทำความเคารพเจ้าบ้านก่อนที่ชิงหรงผู้ร้อนใจจะเร่งปากเอ่ยขอสิ่งที่ตริตรองไว้

"ข้าต้องการยืมพวกบ่าวในจวนช่วยกันออกตามหาซินเอ๋อร์พะย่ะค่ะ"

"ตามหาใครนะ"

ใช่ว่าไม่ได้ยิน แต่เพราะได้ยินชัดทุกคำจึงรู้สึกตกใจตาม

"ท่านอ๋องพอจะทราบไหมเพคะว่าแยกจากคุณหนูแล้วนางไปไหนต่อ"

เสี่ยวโหรวร้อนใจยิ่งกว่าผู้ใดจึงเสียมารยาทถามออกไป

"ข้ากับนางแยกกันได้ราวครึ่งชั่วยามแล้ว ส่วนจะไปที่ใดนั้น"

ตงเปียนอ๋องเฟยหลงสุดจะหาคำตอบให้สาวใช้ที่ขอบตาแดงก่ำ

"ท่านอ๋องกับซินเอ๋อร์แยกกันแล้วครึ่งชั่วยามแต่นางไม่กลับมาที่ห้อง หรือว่าจะหลงทาง"

อู่ชิงหรงเริ่มจับต้นชนปลาย

"สหายเจ้าเลอะเลือนถึงเพียงนั้นเชียว"

แม่ปากจะพูดจาเช่นนั้นออกไป แต่สายตาของตงเปียนอ๋องเฟยหลงกลับบอกได้ว่าเขาเองรู้สึกเป็นห่วงอีกคนอยู่ไม่น้อย

อาจจะเพราะตนคือคนที่อยู่กับนางเป็นคนสุดท้าย ถ้าหากเกิดอะไรไม่คาดคิดขึ้น เขาที่เป็นเจ้าของจวนคงไม่พ้นคำครหาว่าปกครองดูแลคนในจวนได้ไม่ดี

"คุณหนูเพิ่งเคยมาที่นี่ย่อมต้องไม่คุ้นทางเป็นธรรมดา"

ในน้ำเสียงนั้นของเสี่ยวโหรวมีความไม่พอใจต่อคำกล่าวของตงเปียนอ๋องเฟยหลงอยู่หลายส่วน

"ข้าจะไปตามซินเอ๋อร์ที่ป่าด้านหลัง"

อู่ชิงหรงเตรียมปลีกตัวออกไป ทว่ากลับถูกรั้งไว้เสียก่อน

"เจ้าต้องการคนมิใช่หรือ ข้าจะแบ่งคนช่วยเจ้าออกตามหาอีกแรง"

แม้ใบหน้าของตงเปียนอ๋องเฟยหลงจะเรียบนิ่ง ทว่าแววตาไม่เคยปิดบังความรู้สึกได้ทำให้ชิงหรงรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณครั้งนี้

"ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ"

น้อมเคารพแล้วเสร็จ รองแม่ทัพผู้องอาจจึงปลีกตัวกลับไปยังป่าด้านหลังจวนทันที

เสียงฝนเทกระหน่ำอย่างไม่นึกสงสารคนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่สักนิดเดียว

ป่าไผ่แถบนี้ไม่มีแม้บ้านเรือนคนบ้านร้างหรือแม้แต่ถ้ำให้

หลันจินเยว่ได้หลบฝน โชคดีที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้แผ่กิ่งก้านกว้างใหญ่พอให้นางได้หลบฝนได้บ้าง แต่เพราะยืนหลบฝนเป็รเวลานานเข้าทำให้สภาพนางตอนนี้ไม่ต่างจากเดินตากฝนสักนิดเดียว

"ฮัดชิ้ว!"

ร่างกายเริ่มรับกับอากาศหนาวเย็นของพายุฝนไม่ไหว หลันจินเยว่เริ่มรู้สึกมึนหัว ปวดกระบอกตา แข้งขาเริ่มอ่อนแรงจนต้องถอยหลังค่อย ๆ พิงต้นไม้แล้วลดตัวลงนั่งกับรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมา

"เราจะตายอีกแล้วใช่ไหม"

ปากสีซีดไร้เลือดวิ่งผ่านขยับช้า ๆ อย่างอดสูกับชะตาชีวิตตนเอง สองแขนยกขึ้นกอดกายคนอื่นเพราะความหนาวเริ่มเกาะกิน

"แม่คะ พ่อคะ ทั้งสองกำลังจะมารับหนูใช่ไหม"

สติเริ่มเลือนลางเพราะพิษไข้จากพายุฝน

เปลือกตาที่หนักอึ้งหลับลงจนสนิททว่าสติยังไม่วูบดับจึงรับรู้ถึงความเหน็บหนาวที่เกาะกินร่างกายทุกส่วนราวกำลังถูกแช่แข็งทั้งเป็น

"อยู่นี่เอง"

เสียง ๆ หนึ่งดังแทรกเสียงเม็ดฝน

"หนาว... หนาวเหลือเกิน"

ร่างแน่งน้อยเริ่มซีดเพราะตากลมตากฝนอยู่นานสองนาน ปากเริ่มแข็งชาจนแทบจะขยับเปล่งเสียงไม่ได้

หมับ!

ร่างกายราวลอยได้เมื่อมีวงแขนแกร่งโอบอุ้มนางขึ้นมา

"ไม่ ...วิญญาณจะออกจากร่างตอนนี้ไม่ได้ ฉันยังไม่อยากตาย"

หลันจินเยว่พึมพำออกมาตอนที่สตินางไม่ครบส่วนเพราะถูกพิษไข้กลืนกิน

"ดูท่าเจ้าคงเสียสติไปแล้วจริง ๆ"

เจ้าของอ้อมกอดส่ายศีรษะไปมาอย่างเวทนา

ขายาว ๆ ก้าวพาตัวปัญหาในสายตาเขาเดินผ่าพายุฝนเข้าไปพักยังถ้ำที่อยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ไกล มีเพียงเขาที่คุ้นชินพื้นที่เท่านั้นที่รู้จักสถานที่แห่งนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 2 [จบ]

    "เหตุใดท่านถึง..."จำต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อถูกนิ้วของคนรักปิดไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ขยับเอ่ย"อย่าขยับ ห้ามพูดใด ๆ"ตงเปียนอ๋องรู้สึกว่าร่างกายตนเองแปลกไปข้างในมันร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำหากแต่ความรู้สึกเขากลับบอกว่าน้ำเพียงอย่างเดียวช่วยให้เขาดับกระหายไม่ได้เขาเริ่มตั้งสติจนจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น ๆ หนึ่ง"ผงเริงรมย์""มันคืออันใด"หลันจินเยว่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงใคร่สงสัย ทว่าสิ่งที่อยากรู้กลับไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากตงเปียนอ๋องเมื่อด้านนอกมีบุคคลมาเยือน"ฉินกงกงเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เฟยหลง"เสียงกงกงของเสด็จย่าเขาดังขึ้นอยู่ด้านนอก"ฉินกงกงมีเรื่องอันใด"เหตุใดคนสนิทของเสด็จย่าถึงได้มาเยือนเข้าถึงจวนแห่งนี้ แถมมาได้เวลาเหมาะเจาะกับอาการประหลาดที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการอีก"ไทเฮามีรับสั่ง ผงเริงรมย์นั้นไซร้ จงใช้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากนี้สามวันเป็นฤกษ์ดี สามารถจัดงานมงคลได้"เสียงแหลมบาดหูของฉินกงกงเอ่ยราชโองการขององค์ไทเฮาเสร็จจึงทูลลากลับเข้าวังหลวง ทิ้งให้ตงเปียนอ๋องอมยิ้มอยู่ในห้องเมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าเหตุใดตนถึงมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้"อะไรคือผงเริงรมย์และอะไรคือสามวันม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 1

    บทส่งท้าย : เมื่อหมอกจางหาย บุปผางามผลิบาน"ข้าขับพิษออกจากร่างกายองค์ชายเรียบร้อยแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หายดี"หมอหลวงประจำจวนเหมยฮัวเอ่ยบอก"ส่วนยานี้ต้มทานสามมื้อจนกว่าแผลจะหายดี"เสี่ยวโหรวรีบเข้าไปรับยานั้นจากหมอหลวง"อ้อข้าลืมอีกเรื่อง"ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิมเพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอันใดอีก"แผลนั้นต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว"หมอหลวงหันมากำชับเรื่องสำคัญนี้กับหลันจินเยว่ ทำเอาใบหน้านางแดงระเรื่อเพราะไม่คิดว่าคนนอกจวนอย่างหมอหลวงท่านนี้จะรู้เรื่องสถานะของนางกับองค์ชายสี่อีกคน"ข้าไปส่งท่านหมอ"อู่ชิงหรงเดินนำหน้าเพื่อส่งหมอหลวงกลับโรงหมอ"บ่าวขอตัวไปต้มยาให้ท่านอ๋องนะเจ้าคะ"ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือเพียงแค่หนึ่งคนหลับอยู่บนเตียงอย่างไร้วี่แววจะฟื้นและอีกคนที่นั่งลงข้างเขาด้วยความเป็นห่วง"ไหนท่านรับปากข้าว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย"ตอนที่หลันจินเยว่ได้ยินว่าตงเปียนอ๋องถูกอาวุธลับอาบยาพิษเล่นงานถึงกับวิ่งถือห่อยาหลายขนานไปดักรอพวกเขาระยะทางกือบลี้ ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนแข้งขาถลอก บ่าวใช้คนใดขวางนางไล่ตะเพิดจนหมดสิ้น หากไม่สลบเสียก่อนหลันจินเยว

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 3

    ชายแดนทิศใต้"เจ้าเลิกดื้อรั้นเถิด ตอนนี้เผ่าซีเซียงยอมจำนนต่อกองทัพมังกรขาวหมดแล้ว"เสียงกร้าวของอู่ชิงหรงประกาศลั่นการปราบกบฎดำเนินมาได้สองชั่วยามแล้ว คนของเผ่าซีเซียงบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนจนหัวหน้าเผ่ายกธงขาวยอมแพ้ให้กับอำนาจของแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวเฟยหลงทว่าต่อให้เสียเลือดเนื้อเสียคนไปมากมายเพียงใด ผู้ที่หัวรั้นเกลียดการพ่ายแพ้อย่างซู่จิ่งอวิ๋นไม่มีทางวางกระบี่ในมือลงเป็นแน่"วันนี้ข้ากับเจ้า ถ้าปลาไม่ตาย ตาข่ายก็ต้องขาด"ซู่จิ่งอวิ๋นโต้ตอบด้วยสำบัดสำนวนเสียงหนักแน่น วันนี้ทั้งเขาและตงเปียนอ๋องผู้นี้ต้องสู้กันให้ถึงที่สุด ให้ตายกันไปข้างถึงจะจบศึกในครั้งนี้"ช่างเด็ดเดี่ยวเช่นบิดาเจ้าเสียจริง"ตงเปียนอ๋องกล่าวชมในความเด็ดเดี่ยวนี้ หากเอามาใช้ให้ถูกทางคงเป็นที่น่ายกย่อง"วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อที่ถูกพวกเจ้าบังคับให้ดื่มยาพิษนั่น"[1]ยามโฉ่วของวันนี้ เสนาซู่จินเพ่ยได้กรอกยาพิษฆ่าตัวตายหลังได้รับราชโองการเป็นนักโทษประหารที่ต้องบั่นคอเสียบประจาน ข่าวนั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่วแคว้นจนมาถึงหูซู่จิ่งอวิ๋นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะบุกไปช่วยบิดาออกมาแต่มิทันกาลเสียงกระบี่ฟาดฟันอย่

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 2

    "ทะ...ท่านอ๋อง"ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเอาอกเอาใจจากอีกคน"วันนี้สนุกไหม"เขาชวนนางคุยปกติ หากแต่ในแววตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วนจะเรื่องอะไรได้ ก็ตอนที่นางเดินซื้อของในตลาดมีนักฆ่าสะกดรอยตามถึงสามคน โชคดีที่ตงเปียนอ๋องอ่านเกมในครั้งนี้ออกคนรักของเขาถึงได้ปลอดภัยกลับมาหากเขาเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง หลันจินเยว่คงไม่สบายใจ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอีกเป็นแน่ ตอนนี้เลยต้องเอาอกเอาใจนางเพื่อบอกกล่าวแก่เรื่องที่ตริตรองมาอย่างดีแก่นางในเวลาที่เหมาะสม"ตอนแรกก็สนุก"ตอบพร้อมยู่ปากอย่างหุดหงิดในเวลาต่อมา"ใครทำอันใดให้ว่าที่ชายาของข้าขุ่นเคืองใจ"ที่ใช้คำว่า 'ว่าที่' เพราะทั้งสองยังไม่เข้าพิธีสมรสกัน ตงเปียนอ๋องอยากให้เกียรตินางจึงจะรอปราบกบฎตระกูลซู่แล้วสิ้นถึงจะทำพิธีตามประเพณีแคว้น"ข้ากำลังดูผ้าเพื่อจะเอามาตัดชุดใหม่ให้ท่าน แต่เจอเข้ากับคนที่วางยาสลบข้าเพื่อส่งต่อให้คนพวกนั้นเข้า"ที่จริงเรื่องนี้องครักษ์เงาของเขารายงานมาหมดแล้ว"เจ้าพบเฟิงเยว่ซู?""จะเป็นใครอีกละ! พี่สาวตัวดีของเฟิงเยว่ซินนั่นแหละ"ตงเปียนอ๋องหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังประโยคแปลก ๆ นั้นจบ"เจ้าพูดเหม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 1

    "เสี่ยวโหรวเร็ว ๆ เข้า"เสียงเจื้อยแจ้วของหลันจินเยว่ในอาภรณ์สีลูกท้อร้องเรียกสาวใช้ที่เดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ"วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส นางเลยขออนุญาตตงเปียนอ๋องออกมาเดินตลาด ฝั่งนั้นเห็นว่านางเพิ่งผ่านอันตรายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยให้ออกมาเที่ยวเล่นจะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ พวกนั้น หากแต่ตงเปียนอ๋องก็มิได้นิ่งนอนใจ เขาส่งองครักษ์เงาคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือนางทัน"คุณหนูจะซื้อไปฝากท่านอ๋องหรือเพคะ"หลันจินเยว่ยืนดูผ้าไหมเนื้องามที่ร้านหนึ่งตรงตรอกเล็ก ๆ ของตลาด"เจ้าว่าหากท่านอ๋องเปลี่ยนมาใส่สีสว่างตาขึ้นจะดูภูมิฐานอยู่ไหม"ตั้งแต่ที่เห็นและรู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นบุรุษที่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นที่มิใช่สีดำสีเข้ม ๆ เลยสักครั้งเดียว"บ่าวว่าผ้าสีไหนหากอยู่บนตัวท่านอ๋องก็ดูสง่างามหมดเจ้าค่ะ"หลันจินเยว่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันนี้สาวใช้ของนางพูดได้ถูกใจต้องตบรางวัล"ผ้าพับนี้ข้าซื้อให้เจ้า"นางหยิบผ้าไหมสีกลีบดอกเหมยส่งให้เถ้าแก่ร้าน"คุณหนู นั่นคงแพงมากนะเจ้าคะ"มองแค่ตายังไม่ได้จับต้องเนื้อผ้าเสี่ยวโหรวก็รู้ว่านั่นคือไห

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 2

    ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้วหลังจากที่ตงเปียนอ๋องออกมาจากห้องนั้นเพื่อฟังรายงานจากเหล่าทหารว่าซู่จิ่งอวิ๋นหนีไปกบดานกับเผ่าซีเซียงบนเขาทางใต้ เขาเลยสั่งให้ทุกคนกลับมาวางแผนกันที่จวนเหมยฮัวก่อนการเดินทางกลับจำต้องใช้ม้าถึงจะถึงที่หมายโดยเร็ว ทว่าหลันจินเยว่กลับเลือกที่จะโดยสารม้ามากับอู่ชิงหรงแทนอีกคน"เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลบหน้าท่านอ๋อง"บุรุษผู้โผงผางคิดเห็นการใดก็พูดออกไปจนหมดสิ้นถามสหายวัยเยาว์"ข้ามิได้หลบหน้าผู้ใด"หลันจินเยว่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาตอบเหมือนร้อนตัว"หากข้าเป็นคนอื่นคงเชื่อที่เจ้ากล่าวมา"จะมาเกิดฉลาดเอาอะไรตอนนี้ นางยิ่งอยากอยู่เงียบ ๆ ตบตีกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบจากตงเปียนอ๋องว่าตกลงแล้วที่เขาบอกชอบนางหมายถึงร่างกายเฟิงเยว่ซินหรือตัวตนที่นางแสดงออกกัน"หยุด!"ตงเปียนอ๋องที่ควบม้าตามหลังสองคนนี้สั่งเสียงลั่น ทหารทุกนายต่างหยุดควบม้าเพื่อรอฟังคำสั่งถัดไป"ท่านอ๋องพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ"หนึ่งในทหารที่ควบม้ารั้งท้ายลงจากม้ามาถามไถ่"ม้าตัวนี้อ่อนแรงแล้ว หยุดพักที่นี่สักพักก่อน"หากม้าที่ตงเปียนอ๋องทรงขี่อยู่คือทมิฬกาลคงหาข้ออ้างเช่นนี้ไม่ได้สายตาคมมองแผ่นหลังบ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   สตรีเจ้าปัญหา / 2

    "ไร้ยางอาย? หม่อมฉันไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายมาก่อน พระองค์ตรัสแรงเกินไปหรือเปล่าเพคะ"แสร้งทำน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าบิดเบี้ยวสะอื้นไร้น้ำตาเพื่อให้สมบทบาทที่สร้างขึ้นมากลั่นแกล้งอีกคน"เจ้าทำอันใดที่ไร้ยางอายไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ"ตงเปียนอ๋องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาขยะแขยง ไม่อยากเข้าใกล้ราวกับนางติด

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   สตรีเจ้าปัญหา / 1

    ฉึก!เสียงปลายแหลมคมของลูกธนูปักเข้ากับเป้าวงกลมตรงกลางอย่างแม่นยำคนที่เพิ่งมาถึงสนามยิงธนูที่อยู่ส่วนลึกสุดของจวนเหมยฮัวที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไผ่ถึงกับรีบหลบด้านหลังชิงหรงด้วยความหวาดเสียว"ท่านอ๋อง ข้าพาเยว่ซินมาเข้าเฝ้า"มือที่ค้างคันธนูอยู่ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยลูกธนูที่แหลมคมลงกลางเป้าสีแดงเป

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ข่าวดี

    หลังจากที่หลันจินเยว่รู้ความจริงจากปากสาวใช้ว่าตอนที่ตนสลบอยู่ถูกตงเปียนอ๋องทำอันใด นางก็ไม่กล้าออกจากห้องพักอีกเลยจนผ่านมาแล้วสามวันเต็ม"จูบแรกฉัน"ทุกครั้งที่หลันจินเยว่อยู่คนเดียวและส่องคันฉ่องนางมักนึกถึงสิ่งที่สาวใช้เล่าให้ฟังเมื่อสามวันก่อนริมฝีปากจิ้มลิ้มที่สะท้อนผ่านคันฉ่องทองเหลืองตรงหน้

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ตงเปียนอ๋อง / 4

    "อ๊ะ! ข้ากลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเปลี่ยนสถานที่พำนักแล้ว"คุณหนูจำไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านเกือบตามท่านเสนาเฟิงไปแล้วนะเจ้าคะ"หมายถึงตามบิดาของเฟิงเยว่ซินไปน่ะหรือแต่เดี๋ยวนะ!พ่อของเฟิงเยว่ซินตายไปแล้วนี่ เหตุใดสาวน้อยคนนี้ถึงบอกว่านางเกือบตามคนตายไป หรือว่า..."เจ้าช่วยพู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status