Partager

สตรีเจ้าปัญหา / 2

last update Date de publication: 2025-01-27 17:07:07

"ไร้ยางอาย? หม่อมฉันไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายมาก่อน พระองค์ตรัสแรงเกินไปหรือเปล่าเพคะ"

แสร้งทำน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าบิดเบี้ยวสะอื้นไร้น้ำตาเพื่อให้สมบทบาทที่สร้างขึ้นมากลั่นแกล้งอีกคน

"เจ้าทำอันใดที่ไร้ยางอายไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ"

ตงเปียนอ๋องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาขยะแขยง ไม่อยากเข้าใกล้ราวกับนางติดโรคระบาดมา

'เฟิงเยว่ซิน เจ้าเคยไปทำอะไรท่านอ๋องคนนี้ไว้ก่อนที่ข้าจะมาเข้าร่างเจ้าใช่ไหม ดูสายตาเขาที่มองเจ้าสิ รังเกียจเหมือนเป็นอะไรสักอย่าง'

"เรื่องสติเลอะเลือน ข้าว่าน่าจะเป็นโรคประจำตัวกระมัง ผ่านมาไม่กี่วัน เรื่องน่าอายพวกนั้นเจ้ากลับจำมันไม่ได้แล้ว"

เสียงเหน็บแนมดังขึ้นอีกครั้ง ตงเปียนอ๋องส่ายหน้าอย่าระอาให้กับสตรีตรงหน้าที่ยังค้นหาไม่เจอว่านางทำเรื่องไร้ยางอายอันใดไว้กับตน

"เอ๊ะ! หรือว่าพระองค์หมายถึงเรื่องจูบนั่น!"

เพราะคำใบ้ที่บอกว่าเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันทำให้หลันจินเยว่นึกได้เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว

"ไร้ยางอาย! เป็นถึงบุตรีขุนนางชั้นสูงกลับพูดคำนั้นออกมาได้ไม่อายฟ้าดิน"

ถ้าไม่พูดตรง ๆ เขาจะรู้ไหมว่านางกำลังเข้าใจเรื่องเดียวกันกับอีกคนหรือไม่

"เรื่องนี้จริงด้วย หม่อมฉันมากกว่าที่ต้องคืนคำที่พระองค์กล่าวหามา"

"คืนคำข้า?"

หลันจินเยว่กอดอกพยักหน้าจ้องอีกฝ่ายและเอ่ยต่อ

"พระองค์บอกหม่อมฉันว่าพูดคำนั้นไม่อายฟ้าดิน แล้วคนที่กระทำแบบนั้นกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่พระชายาตน แถมยังเป็นตอนที่นางหลับไม่รู้เรื่องราว แบบนี้ไม่ยิ่งกว่าอายฟ้าอายสวรรค์หรือเพคะ"

เหมือนได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นในใจมาหลายวัน หลันจินเยว่พรั่งพรูทุกสิ่งออกมาจนคนฟังถึงกับทำตัวไม่ถูกที่ถูกยอกย้อน

"เจ้าว่าใครขโมยจูบเจ้า"

"พระองค์ไงเพคะ"

"ข้าเนี่ยนะ?"

องค์ชายเฟยหลงถึงกับข่มกลั้นโทสะที่ถูกกล่าวหา

"เป็นเจ้ามากกว่า สตรีที่แม้หลับยังตะกละฝันถึงของกินจนคิดว่าข้าคือน่องไก่แล้วคว้าลงไป..."

องค์ชายเฟยหลงเม้มปากแน่นกระดากปากที่จะพูดคำนั้นออกไป เขาสะบัดแขนจนชายแขนเสื้อกะพรือเสียงดังพั่บ!

"หมายความเช่นไรเพคะ"

ทำไมครั้งนี้ฟังแล้วเหมือนนางเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

จะว่าไปแล้วที่เสี่ยวโหรวเล่าให้ฟังเป็นตอนที่สาวใช้นางนั้นกลับมาจากส่งท่านหมอกลับโรงหมอ ซึ่งหมายความว่าเรื่องราวก่อนหน้าเป็นเช่นไร สาวใช้หน้าเด็กคนนั้นไม่รู้ลึกตื้นหนามาก่อน

"น่าสงสารท่านเสนาเยว่จริง ๆ ที่มีบุตรีเช่นเจ้า"

องค์ชายเฟยหลงทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็เดินกลับออกไปอย่างไร้คำร่ำลา ปล่อยให้คนที่จะมาเล่นงานเขายืนนิ่งเป็นหินตากแดดอยู่คนเดียวท่ามกลางป่าไผ่

"ชิ! คนอะไร หล่อก็จริง ปากเน่าเสียยิ่งกว่าดินโคลนอีก"

ปากเป็นกระจับขยับระบายอารมณ์ให้คนที่ปล่อยนางไว้คนเดียว สองขาก้าวเดินไปเรื่อยตามอารมณ์โทสะที่ถูกเหน็บแนมคำแล้วคำเล่า

หลังจากที่ถูกตงเปียนอ๋องทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียว ความโมโหที่ถูกหักหน้าทำให้หลันจินเยว่เผลอเดินลึกเข้ามาในป่าไผ่ ครั้นรู้สึกตัวพบว่าท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำทมึนน่ากลัวจากเมฆฝน มองไปทางไหนเจอแต่ลำต้นสูงชะลูดเป็นปล้อง ๆ ของต้นไผ่ ใบเรียวพัดไสวอยู่ปลายยอด เวลาต้องลมเกิดเป็นเสียงแต่ไม่เป็นทำนองฟังแล้วน่าขนลุกมากกว่าอภิรมย์

"เราอยู่ที่ไหนอีกเนี่ย"

สองขาภายใต้รองเท้าผ้าก้าวเดินอย่างลำบากเมื่อพื้นดินที่เหยียบย่ำอยู่เป็นหลุมเป็นโคลน มีรอยเท้าม้ารอยร่องเกวียนเป็นหลุมเป็นบ่อ หลบไปทางซ้ายก็เป็นต้นไผ่หลบไปทางขวาก็เถาวัลย์พันรกแถมมีหนามแหลมคมเตรียมทิ่มผิวกายคนที่คิดแตะต้องมัน

"ชิงหรง เสี่ยวโหรว ได้ยินข้าไหม"

ตะโกนจนเสียงแหบแห้งกลับไร้วี่แววทั้งสองสหายจะได้ยิน

"ต้องโทษท่านคนเดียวที่ทิ้งข้า!"

ใจเจ็บแค้นต่อบุรุษคนสุดท้ายที่นางพูดคุยด้วย

แต่จะให้โทษตงเปียนอ๋องคนเดียวคงลำเอียงกระมัง เพราะความโมโหจนหน้ามืดของตนมากกว่าจึงทำให้เดินมาอีกทิศทางที่ควรจะออกไป ทำให้ตอนนี้เรียกว่าหลงป่าคงมิผิด

"ฝนจ๋าอย่าเพิ่งตกนะ" ปากอ้อนวอนลมฟ้าลมฝน

แต่ดูแล้วคงจะห้ามภัยธรรมชาติไม่ได้ เมื่อสิ้นสุดเสียงวิงวอนนั้นไม่ทันไร พายุฝนก็พัดกระหน่ำจนหลันจินเยว่ต้องรีบหาที่หลบฝน

อีกด้านของจวนเหมยฮัว

"เจอไหม!"

เสียงกังวาลของรองแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวถามสาวใช้ข้างกายเฟิงเยว่ซิน

"ข้าน้อยหาจนทั่วจวนแล้วไม่พบแม้เงาคุณหนูเลยเจ้าค่ะ"

ปากรายงานไปพร้อม เสียงหอบเหนื่อยตามอาการที่วิ่งกระวนกระวายตามหานายหญิงทั่วจวนเหมยฮัวแต่กลับไร้วี่แววของนาง

"แค่เราสองคนคงหาไม่ทั่ว ข้าจะไปทูลขอให้ท่านอ๋องเรียกบ่าวในจวนมาช่วยอีกแรง"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 2 [จบ]

    "เหตุใดท่านถึง..."จำต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อถูกนิ้วของคนรักปิดไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ขยับเอ่ย"อย่าขยับ ห้ามพูดใด ๆ"ตงเปียนอ๋องรู้สึกว่าร่างกายตนเองแปลกไปข้างในมันร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำหากแต่ความรู้สึกเขากลับบอกว่าน้ำเพียงอย่างเดียวช่วยให้เขาดับกระหายไม่ได้เขาเริ่มตั้งสติจนจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น ๆ หนึ่ง"ผงเริงรมย์""มันคืออันใด"หลันจินเยว่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงใคร่สงสัย ทว่าสิ่งที่อยากรู้กลับไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากตงเปียนอ๋องเมื่อด้านนอกมีบุคคลมาเยือน"ฉินกงกงเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เฟยหลง"เสียงกงกงของเสด็จย่าเขาดังขึ้นอยู่ด้านนอก"ฉินกงกงมีเรื่องอันใด"เหตุใดคนสนิทของเสด็จย่าถึงได้มาเยือนเข้าถึงจวนแห่งนี้ แถมมาได้เวลาเหมาะเจาะกับอาการประหลาดที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการอีก"ไทเฮามีรับสั่ง ผงเริงรมย์นั้นไซร้ จงใช้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากนี้สามวันเป็นฤกษ์ดี สามารถจัดงานมงคลได้"เสียงแหลมบาดหูของฉินกงกงเอ่ยราชโองการขององค์ไทเฮาเสร็จจึงทูลลากลับเข้าวังหลวง ทิ้งให้ตงเปียนอ๋องอมยิ้มอยู่ในห้องเมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าเหตุใดตนถึงมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้"อะไรคือผงเริงรมย์และอะไรคือสามวันม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 1

    บทส่งท้าย : เมื่อหมอกจางหาย บุปผางามผลิบาน"ข้าขับพิษออกจากร่างกายองค์ชายเรียบร้อยแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หายดี"หมอหลวงประจำจวนเหมยฮัวเอ่ยบอก"ส่วนยานี้ต้มทานสามมื้อจนกว่าแผลจะหายดี"เสี่ยวโหรวรีบเข้าไปรับยานั้นจากหมอหลวง"อ้อข้าลืมอีกเรื่อง"ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิมเพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอันใดอีก"แผลนั้นต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว"หมอหลวงหันมากำชับเรื่องสำคัญนี้กับหลันจินเยว่ ทำเอาใบหน้านางแดงระเรื่อเพราะไม่คิดว่าคนนอกจวนอย่างหมอหลวงท่านนี้จะรู้เรื่องสถานะของนางกับองค์ชายสี่อีกคน"ข้าไปส่งท่านหมอ"อู่ชิงหรงเดินนำหน้าเพื่อส่งหมอหลวงกลับโรงหมอ"บ่าวขอตัวไปต้มยาให้ท่านอ๋องนะเจ้าคะ"ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือเพียงแค่หนึ่งคนหลับอยู่บนเตียงอย่างไร้วี่แววจะฟื้นและอีกคนที่นั่งลงข้างเขาด้วยความเป็นห่วง"ไหนท่านรับปากข้าว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย"ตอนที่หลันจินเยว่ได้ยินว่าตงเปียนอ๋องถูกอาวุธลับอาบยาพิษเล่นงานถึงกับวิ่งถือห่อยาหลายขนานไปดักรอพวกเขาระยะทางกือบลี้ ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนแข้งขาถลอก บ่าวใช้คนใดขวางนางไล่ตะเพิดจนหมดสิ้น หากไม่สลบเสียก่อนหลันจินเยว

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 3

    ชายแดนทิศใต้"เจ้าเลิกดื้อรั้นเถิด ตอนนี้เผ่าซีเซียงยอมจำนนต่อกองทัพมังกรขาวหมดแล้ว"เสียงกร้าวของอู่ชิงหรงประกาศลั่นการปราบกบฎดำเนินมาได้สองชั่วยามแล้ว คนของเผ่าซีเซียงบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนจนหัวหน้าเผ่ายกธงขาวยอมแพ้ให้กับอำนาจของแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวเฟยหลงทว่าต่อให้เสียเลือดเนื้อเสียคนไปมากมายเพียงใด ผู้ที่หัวรั้นเกลียดการพ่ายแพ้อย่างซู่จิ่งอวิ๋นไม่มีทางวางกระบี่ในมือลงเป็นแน่"วันนี้ข้ากับเจ้า ถ้าปลาไม่ตาย ตาข่ายก็ต้องขาด"ซู่จิ่งอวิ๋นโต้ตอบด้วยสำบัดสำนวนเสียงหนักแน่น วันนี้ทั้งเขาและตงเปียนอ๋องผู้นี้ต้องสู้กันให้ถึงที่สุด ให้ตายกันไปข้างถึงจะจบศึกในครั้งนี้"ช่างเด็ดเดี่ยวเช่นบิดาเจ้าเสียจริง"ตงเปียนอ๋องกล่าวชมในความเด็ดเดี่ยวนี้ หากเอามาใช้ให้ถูกทางคงเป็นที่น่ายกย่อง"วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อที่ถูกพวกเจ้าบังคับให้ดื่มยาพิษนั่น"[1]ยามโฉ่วของวันนี้ เสนาซู่จินเพ่ยได้กรอกยาพิษฆ่าตัวตายหลังได้รับราชโองการเป็นนักโทษประหารที่ต้องบั่นคอเสียบประจาน ข่าวนั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่วแคว้นจนมาถึงหูซู่จิ่งอวิ๋นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะบุกไปช่วยบิดาออกมาแต่มิทันกาลเสียงกระบี่ฟาดฟันอย่

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 2

    "ทะ...ท่านอ๋อง"ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเอาอกเอาใจจากอีกคน"วันนี้สนุกไหม"เขาชวนนางคุยปกติ หากแต่ในแววตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วนจะเรื่องอะไรได้ ก็ตอนที่นางเดินซื้อของในตลาดมีนักฆ่าสะกดรอยตามถึงสามคน โชคดีที่ตงเปียนอ๋องอ่านเกมในครั้งนี้ออกคนรักของเขาถึงได้ปลอดภัยกลับมาหากเขาเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง หลันจินเยว่คงไม่สบายใจ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอีกเป็นแน่ ตอนนี้เลยต้องเอาอกเอาใจนางเพื่อบอกกล่าวแก่เรื่องที่ตริตรองมาอย่างดีแก่นางในเวลาที่เหมาะสม"ตอนแรกก็สนุก"ตอบพร้อมยู่ปากอย่างหุดหงิดในเวลาต่อมา"ใครทำอันใดให้ว่าที่ชายาของข้าขุ่นเคืองใจ"ที่ใช้คำว่า 'ว่าที่' เพราะทั้งสองยังไม่เข้าพิธีสมรสกัน ตงเปียนอ๋องอยากให้เกียรตินางจึงจะรอปราบกบฎตระกูลซู่แล้วสิ้นถึงจะทำพิธีตามประเพณีแคว้น"ข้ากำลังดูผ้าเพื่อจะเอามาตัดชุดใหม่ให้ท่าน แต่เจอเข้ากับคนที่วางยาสลบข้าเพื่อส่งต่อให้คนพวกนั้นเข้า"ที่จริงเรื่องนี้องครักษ์เงาของเขารายงานมาหมดแล้ว"เจ้าพบเฟิงเยว่ซู?""จะเป็นใครอีกละ! พี่สาวตัวดีของเฟิงเยว่ซินนั่นแหละ"ตงเปียนอ๋องหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังประโยคแปลก ๆ นั้นจบ"เจ้าพูดเหม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 1

    "เสี่ยวโหรวเร็ว ๆ เข้า"เสียงเจื้อยแจ้วของหลันจินเยว่ในอาภรณ์สีลูกท้อร้องเรียกสาวใช้ที่เดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ"วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส นางเลยขออนุญาตตงเปียนอ๋องออกมาเดินตลาด ฝั่งนั้นเห็นว่านางเพิ่งผ่านอันตรายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยให้ออกมาเที่ยวเล่นจะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ พวกนั้น หากแต่ตงเปียนอ๋องก็มิได้นิ่งนอนใจ เขาส่งองครักษ์เงาคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือนางทัน"คุณหนูจะซื้อไปฝากท่านอ๋องหรือเพคะ"หลันจินเยว่ยืนดูผ้าไหมเนื้องามที่ร้านหนึ่งตรงตรอกเล็ก ๆ ของตลาด"เจ้าว่าหากท่านอ๋องเปลี่ยนมาใส่สีสว่างตาขึ้นจะดูภูมิฐานอยู่ไหม"ตั้งแต่ที่เห็นและรู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นบุรุษที่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นที่มิใช่สีดำสีเข้ม ๆ เลยสักครั้งเดียว"บ่าวว่าผ้าสีไหนหากอยู่บนตัวท่านอ๋องก็ดูสง่างามหมดเจ้าค่ะ"หลันจินเยว่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันนี้สาวใช้ของนางพูดได้ถูกใจต้องตบรางวัล"ผ้าพับนี้ข้าซื้อให้เจ้า"นางหยิบผ้าไหมสีกลีบดอกเหมยส่งให้เถ้าแก่ร้าน"คุณหนู นั่นคงแพงมากนะเจ้าคะ"มองแค่ตายังไม่ได้จับต้องเนื้อผ้าเสี่ยวโหรวก็รู้ว่านั่นคือไห

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 2

    ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้วหลังจากที่ตงเปียนอ๋องออกมาจากห้องนั้นเพื่อฟังรายงานจากเหล่าทหารว่าซู่จิ่งอวิ๋นหนีไปกบดานกับเผ่าซีเซียงบนเขาทางใต้ เขาเลยสั่งให้ทุกคนกลับมาวางแผนกันที่จวนเหมยฮัวก่อนการเดินทางกลับจำต้องใช้ม้าถึงจะถึงที่หมายโดยเร็ว ทว่าหลันจินเยว่กลับเลือกที่จะโดยสารม้ามากับอู่ชิงหรงแทนอีกคน"เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลบหน้าท่านอ๋อง"บุรุษผู้โผงผางคิดเห็นการใดก็พูดออกไปจนหมดสิ้นถามสหายวัยเยาว์"ข้ามิได้หลบหน้าผู้ใด"หลันจินเยว่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาตอบเหมือนร้อนตัว"หากข้าเป็นคนอื่นคงเชื่อที่เจ้ากล่าวมา"จะมาเกิดฉลาดเอาอะไรตอนนี้ นางยิ่งอยากอยู่เงียบ ๆ ตบตีกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบจากตงเปียนอ๋องว่าตกลงแล้วที่เขาบอกชอบนางหมายถึงร่างกายเฟิงเยว่ซินหรือตัวตนที่นางแสดงออกกัน"หยุด!"ตงเปียนอ๋องที่ควบม้าตามหลังสองคนนี้สั่งเสียงลั่น ทหารทุกนายต่างหยุดควบม้าเพื่อรอฟังคำสั่งถัดไป"ท่านอ๋องพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ"หนึ่งในทหารที่ควบม้ารั้งท้ายลงจากม้ามาถามไถ่"ม้าตัวนี้อ่อนแรงแล้ว หยุดพักที่นี่สักพักก่อน"หากม้าที่ตงเปียนอ๋องทรงขี่อยู่คือทมิฬกาลคงหาข้ออ้างเช่นนี้ไม่ได้สายตาคมมองแผ่นหลังบ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ขับพิษ / 1

    "แมงป่องหางแดง"ดวงตาคมกล้าเบิกอย่างตกใจเมื่อเห็นเจ้าตัวที่ทิ้งร่องรอยไว้บนข้อมือหลันจินเยว่เดิมทีแมงป่องตามธรรมชาติจะเป็นตัวสีดำขลับทั้งตัว พิษของมันก็แค่ปวดบวม หากผู้ใดแพ้จะมีไข้ไม่นานก็หายแต่เจ้าแมงป่องหางแดงตัวนี้มีลักษณะที่เด่นชัดเลยคือตัวเล็กกว่าแมงป่องธรรมดาที่โตเต็มไวถึงสองส่วน หางที่ใช้จ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   สตรีเช่นข้ามิใช่คนอ่อนแอ

    "อืม หอมที่สุด"เคยเห็นแต่ในซีรีส์เขาย่างปลากินกัน มาวันนี้ได้มาลองลิ้มรสการทำอาหารแบบยุคโบราณดูบ้างจะอร่อยตื่นตาขนาดไหนกันนะว่าแล้วมือเรียวจึงค่อย ๆ ฉีกส่วนเนื้อออกมาแล้วเอาเข้าปาก"อื้ม... อร่อย"แม้จะไม่ได้โรยเครื่องเทศอะไรลงไป แต่อาหารตรงหน้านี้กลับให้รสชาติหวานกลมกล่อมยิ่งกว่าถูกปรุงรสเสียอีก

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   หลบฝน / 2

    "แค่ข้อเท้าเคล็ด ไกลความตายนัก"'คนอะไรขยันประชด มีดีแค่หน้าหล่ออย่างเดียวจริง ๆ'"ท่านอ๋อง ข้าหนาว แต่ข้าคงเดินไม่ไหวแล้ว"เสียงเล็กออดอ้อนดังขึ้นพร้อมสายตาน่าสงสารลอบมองตงเปียนอ๋องที่ไม่สนใจจะมองหน้านางพรึ่บ! เหมือนจำใจทำตามสถานการณ์ ร่างนุ่มนิ่มถูกช้อนอุ้มลอยกลางอากาศเพียงชั่วครู่ก็ถูกวางไว้บนก

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   หลบฝน / 1

    “หนาว ผ้า ขอผ้าห่มที”เสียงสั่นสะท้านบ่งบอกอาการว่าคนที่เปล่งวาจาออกมานั้นกำลังรู้สึกหนาวสะบั้นไปถึงข้างในกายมากเพียงใด ตงเปียนอ๋องเฟยหลงที่กำลังเร่งก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นเงยหน้ามองคนที่กอดกายตนเองเสื้อผ้าเปียกโชกชุ่มฉ่ำเพราะสายฝนด้วยแววตาเรียบเฉย หลังจากที่เ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status