Share

เจอสวน

last update Tanggal publikasi: 2025-11-10 18:57:12

ปัง...ปัง เสียงเคาะประตูดังสนั่นอยู่หน้าที่พัก

น้องสาวต่างมารดานางมีนามว่า เฟิ่งจู หน้าตาสวยมีนิสัยกร้าวร้าวและหยิ่งผยอง 

นางใช้ไม้ตีประตูบานใหญ่ด้วยแรงอารมณ์เดือด เพราะซูเหยากล้าดีนักที่มาทำร้ายสาวใช้ของตน 

"พี่สาว พี่แน่จริงก็ออกมา" เฟิ่งจูพูดท้าทาย

เอี๊ยดด...เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ปัง! 

"คุณหนู...เฟิ่งจูรอก่อนเจ้าคะตอนนี่คุณหนูซูเหยายังไม่วางเจ้าคะ"

 จ้าวจ้าวคุกเข่าข้อร้องให้คุณหนูเฟิ่งจูอย่าเพึ่งเข้าไป

"นางทาสชั้นต่ำ....ออกไป" 

 เฟิ่งจูยกขาขึ้นถีบกระแทกไปที่ลำตัวจ้าวจ้าวจนล้มเอียงไปทางซ้าย 

"โอ๊ย...อย่าเจ้าค่ะ" 

จ้าวจ้าวยื่นมือสุดแขนคว้าชายกระโปรงคุณหนูเฟิ่งจู เฟิ่งจูนั้นรีบสะบัดมือที่จับชายผ้าอยู่

"นางบ้า...ออกไป" 

เฟิ่งจูส่งสายตาข่มขู่อีกครั้ง แต่ในขณะที่เฟิ่งจูกำลังจะหันไปข้างหน้าพร้อมยกฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านใน 

แปะ... ผลั๋ว

ฝ่ามือไร้เงาตบจนรอยแดงบนใบหน้าเป็นเส้นรอยนิ้วมือ สาวใช้ทั้งห้าที่อยู่ด้านหลังยืนอึ้งไปชั่วขณะ ส่วนเฟิ่งจูนั้นก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าโดนตบเข้าจังๆ  

"นี่..พี่สาวกล้าตบข้ารึ"  

เฟิ่งจูถึงกับตะลึงว่าเหตุใดพี่สาวถึงกล้าตบนางต่อหน้าสาวใช้ เมื่อก่อนพี่สาวไม่สู้คนแต่ทำไมวันนี้ถึงเหมือนหมาบ้าไล่กัดคน

เฟิ่งจูข่มอารมณ์รวบรวมอาการโทสะพร้อมกับสีหน้าเสียรู้ไปพร้อม ๆ กัน 

"พี่สาว...พี่ทำแค่นี่อย่าคิดว่าข้าจะกลัว" 

" ข้าทำให้มากกว่านี่อีก" 

" งันรึ "

ซูเหยาขมวดคิ้วยกขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าช้าๆ เดินไปข้างหน้า 

เฟิ่งจูถอยหลังแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาของซูเหยา  แววตานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เย็นชาแต่มั่นคงจนคนมองขนลุก

 ความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยทั้งสีหน้าแววตาดูราวเปลี่ยนไปกับคนละคน

เฟิ่งจูส่งสัญญานให้สาวใช้จับตัวซูเหยาไว้

 สาวใช้ทั้งห้าก็เดินหน้าเข้ามาพร้อม ๆ กันหวังจะกดหัวซูเหยาให้แนบพื้นดินใต้เท้าคุณหนูเฟิ่งจู

ชูเหยานั้นกลับไม่ยืนรอให้พวกนางเข้ามา กลับเดินเข้าไปหาพร้อมกระชากคอเสื้อ ลากมาตบทีละคน เหตุการณ์นี่มันเกิดขึ้นเร็วมาก 

ซูเหยาไม่ให้โอกาศให้สาวใช้ได้มีโอกาสโดนเนื้อตัวแม้แต่น้อย

"มานี่..." 

ตุบ...ตับ !

"คุณหนูเฟิ่งจูช่วยด้วยเจ้าคะ" 

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังประสาน 

 ซูเหยาก็ยังตบต่อไปจนหน้าสาวใช้บวมแดงคนละข้างใบหน้าแต่ละคนเหมือนโดนผึ่งรุมตีจนมองไม่ได้ 

"บังอาจนัก"  เฟิ่งจูตะโกนขู่จนเห้นเส้นเลือดใหญ่ที่ข้างลำคอนูนขึ้น 

"ทำไม ข้าเป็นถึงบุตรสาวคนโตของตระกูลสาม ส่วนเจ้าเป็นแค่ลูกอนุที่มาทีหลังช่างบังอาจนักที่มาว่าร้ายข้า ต่อไปนี่ข้าจะไม่ทนให้ลูกอนุอย่างเจ้ามาทำร้ายได้อีกไม่ว่าจะทางกาย วาจา ข้าจะไม่ยอมอีกต่อไป หากเรื่องนี่แพร่งพรายออกไปให้ผู้คนนั้นรู้ ไม่เท่ากับว่าเจ้านั้นนำำความอับอายมาให้ตระกูลสามอย่างนั้นรึ" 

เฟิ่งจูพูดไม่ออกแต่หายใจแรง ดวงตารี่หลุบตาลง เม้นริมฝีปากจนสั่น มือทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดนูนเห็นได้ชัดว่านางนั้นเดือดจนสั่นไปทั้งตัว

"อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี่" 

 เฟิ่งจูเห็นว่า ชูเหยานั้นเข้มแข็งขึ้นมากจึงไม่อาจใช้การทารุณทำร้ายได้เหมือนเมื่อก่อน จึงหันกลับไปด้วยความไม่พอใจ พร้อมกับสาวใช้ที่ใบหน้ายับเเยิน

"คุณหนูเจ้าค่ะ ไม่กลัวว่าพวกนางจะกลับมาล้างแค้นรึ" สาวใช้เอ่ยน้ำเสียงกลัวๆ 

"ไม่กลัว เจ้าก็ไม่ต้องกลัว มือมีตีนเหมือนกันทุกอย่างเหตุใดต้องยอมให้นางมาข่มเหงรังแกไม่จบไม่สิ้น" 

จ้าวจ้าวเงยหน้ามอง ชูเหยาด้วยความสงสัยคำพูดของ ชูเหยาทำให้จ้าวจ้าวมีกำลังฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง

"เจ้าคะคุณหนู"  

"ไปกับข้าตามไปดูละครน้ำเน่ากัน"   

ซูเหยาก้าวเดินอย่างมั่นใจมุ่งหน้าไปยังที่พักของท่านพ่อและมันก็เป็นอย่างที่นางนั้นคิดเอาไว้ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เฟิ่งจูได้ขี่ม้าสามศอก เล่าความเท็จแล้วโยนความผิดให้ชูเหยา ชูเหยาไม่ตื่นตระหนก กลับแอบยืนฟังหน้าประตูอยู่เงียบๆ ดูสิว่าเฟิ่งจูจะใส่ร้ายอะไรอีก

นิ้วมือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้างร้องไห้สั่นระริกแสร้งเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว

"ท่านพ่อ อย่ามาว่าท่านพี่ ข้าผิดเองที่เข้าไปเตือนพี่สาวว่าอย่าทำอาหารทิ้งขวาง"  

ปัง...เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะจนน้ำชากระเด็นเล็กน้อย

"ไปเรียกตัวนางมา" ท่านพ่อชูเหยากล่าวเสียงแข็ง 

ในขณะที่สาวใช้กำลังจะเดินหันหลังออกประตู จู่ ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาทันที

"ไม่ต้องเรียกข้ามาเอง"  

อาภรณ์สีงาขาวเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นกายที่สดชื่นจนทุกคนต้องหยุดมองนางนั้นทั้งสวยงดงามราวกับเทพธิดา 

ดังเหมือนมนต์สะกดให้ทุกคนจ้องมาที่นางโดยไม่อาจจะเลี่ยงสายตาไปที่อื่นได้เลย

"นางบ้านี่ อยู่ ๆ คิดจะมาแข่งความงามกับข้ารึ"

 เฟิ่งจูตลึงแต่ก้เอ่ยในใจว่านางนั้นก็แค่นั้นแหละ

"นี่เจ้าเปลี่ยนไปถึงขั้นนี่เชียวรึ" ท่านพ่อถาม 

"แล้วจะให้ข้าเป็นเช่นไรรึ"  

ชูเหยาตอบกลับพร้อมปรายตามองไปที่เฟิ่งจู

ท่านพ่อไม่รอช้าจึงอยากให้ชูเหยาพูดมา ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไรเหตุใดสาวใช้จึงได้มีแผลเต็มใบหน้าเช่นนี้ 

แล้วท่านพ่อยังถามอีกว่า เหตุใดเจ้าถึงตบตีน้องสาวเหมือนทาส เมื่อท่านพ่อกล่าวจบ ซูเหยาก็ได้เล่าความจริงออกมา 

นางเล่าว่าสาวใช้มาหาเรื่องนางก่อน เพราะแค่ทำกับข้าวช้าไป 

ท่านพ่อที่ได้ฟัง จึงถามสาวใช้สองคนแรกที่เข้าไปยามเช้า แต่ไม่คิดว่าสาวใช้จะแก้กลับดำเป็นขาว 

"ไม่จริงเจ้าค่ะ พวกข้าแค่บอกคุณหนูว่า อาหารอร่อยมากเจ้าค่ะ"  

ชูเหยาได้ฟังเช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมา

"งั้นรึ..ฮ่า ๆ เจ้านี่สันดานเหมือนนายเจ้าไม่มีผิด" เฟิ่งจูที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างถึงกับแอบชักสีหน้าไม่พอใจลับๆ

"ตกลงเรื่องมันเป็นมาเช่นไร" ท่านพ่อถามอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   จบด้วยดี

    ในขณะนั้นนางกำลังจะยืนบนเก้าอี้ไม้เพื่อจะตากปลาบนหลังคาท่ามกลางแสงแดด"โอ๊ย...."ปลายเท้าลื่นสะดุดกำลังจะล้มลงทันใดนั้นเจาเฟิงรีบมาประคองร่างบางๆ ไว้ในอ้อมกอด ต่างฝ่ายสบตากัน เหมือนถูกชะตา แต่เมื่อนางรู้ตัวก็รีบดันตัวออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นเพียงชั่วคราว"ท่านเป็นผู้ใดรึ ข้าไม่เคยเห็นหน้าเลย"นางยืนตัวเกรงในขณะถามกลับไป" ข้าคือองค์ชายเจาฟิง" "หึ....เจาเฟิงรึ ชื่อนี้ข้าไม่รู้จักข้าอยู่แต่ในหุบเขาเลยไม่รู้" นางขมวดคิ้ว"แต่ข้ารู้จักเจ้านะ" " ท่านไปรู้จักข้าตั้งแต่ตอนไหน" นางถาม"พี่สาวเจ้าเล่าให้ข้าฟัง" " ห๊า....พี่สาวข้ารึ" เจาเฟิงพยักหน้า" เช่นนั้นท่านรับได้รึท่านก็รู้ว่าข้านั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ดีมาก่อนหน้านั้นท่านจะใจกว้างเปิดใจให้ข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ" "ข้าดูคนออก. .แล้วอีกอย่างเจ้าก็ต้องใจกับข้ามิใช่หรือ"" ท่านรู้ได้อย่างไร" นางถาม" สังเกตจากท่าทางของเจ้า" เจาเฟิงตอบทั้งสองเงียบไปชั่วขณะ เฟิ่งจูทดสอบเจาเฟิง"เช่นนั้นท่านจะทิ้งชีวิตที่สุขสบายมาอยู่ที่กับข้าได้หรือไม่" เจาเฟิงเงียบไปชั่วคราวเมื่อได้ยินคำถาม ในใจเฟิ่งจูตอนนี่คงได้คำตอบแล้วละว่าเจาเฟิงไม่อยากมาอยู่ที่นี่

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   บ้านถูกยึด

    "ท่านพ่อข้าทำให้ท่านพ่อเสียตำแหน่งรองแม่ทัพ" เฟิ่งจูปากสั่นในขณะที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ"อย่าร้อง .." แม่ทัพเช็ดคราบน้ำตาให้บุตรสาวหลังจากที่ปลอบใจบุตรสาวอยู่สักพัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกเดินทางไปยังชนบทเพราะตอนนี้ตำหนักถูกยึดเป็นของหลวง ส่วนเงินที่เหลือมีเพียงพอที่จะซื้อบ้านแต่ไม่พอที่จะใช้ชีวิตให้อยู่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนทั้งสองขึ้นรถม้าวิ่งไปยังชนบทอันห่างไกลไม่รู้จุดหมายปลายทาง ว่าจะลงเอยที่ใด ต้องถามชาวบ้านไปเรื่อย ๆ ว่าที่ดินหรือบ้าน ที่ใดกำลังถูกขาย โชคดีที่มีบ่าวรับใช้และสาวใช้ 2 คนเดินทางไปด้วยจึงไม่ยากลำบากมากเกินไปไม่นานนักทั้งสองก็ได้ที่อยู่ใหม่ใกล้หุบเขาลำธารแม่น้ำสายใหญ่จากฝั่งตะวันออกที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก แต่ที่นี่มีคนอาศัยอยู่แค่ 20 คน ดูเหมือนไม่วุ่นวายและอยู่กับธรรมชาติอยู่ในที่ที่คนไม่แออัด นางจะได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาส่วนหานหารเฟิงกับซูเหยาเริ่มติดต่อเจรจาการค้ากับดินแดนเหนือและดินแดนใต้ ทางด้านการเกษตร อื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะส่งออกในปีหน้า ซูเหยานั้นสั่งซื้อเมล็ดข้าวพันธุ์พืชผลไม้หายากจากภพปัจจุบัน หลายอย่างที่ในยุคโบราณนั้นไม่มี นางกับสามีได้จัดแ

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   เวรกรรมตามทัน

    "ไม่ได้ข้าต้องหาทางออกหนีไปจากที่นี่" นางพยายามหาที่นั่งแต่จะนั่งตรงไหนก็มีแต่ฝุ่นส่วนที่นั่งได้ก็คือฟาง แต่ห้องข้าง ๆ กับได้กลิ่นอาหารบูดเน่า ทำให้นางอยากจะอาเจียนออกมาเป็นร้อย ๆ รอบ ในคุกแห่งนี้ไม่มีผ้าห่มมีแต่ฟางที่วางซ้อนกันให้นักโทษนอนหลับ สวนอาหารก็เป็นแค่ข้าวต้มจะมีเนื่อหมูแค่ 2 ครั้ง 7 วัน เนื้อหมูเหล่านั้นเป็นเศษเนื้อหมูที่ใกล้เสียเสียด้วย"เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้" เฟิ่งจูกำมือแน่นไม่อยากพ่ายแพ้ให้ซูเหยาน้ำสมน้ำหน้าตนเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาเป็นระยะ นางรีบลุกจับกรงเขย่าเอียงตามองไปข้างนอก ผู้ใดกันนะกำลังเดินมาที่นี่"ท่านพ่อ...." ปรากฏว่าผู้นั้นคือท่านพ่อกำลังเดินมาหานางด้วยใบหน้าที่ซึมเศร้า "เฟิ่งจู...ลูกเป็นอย่างไรบ้างอยู่ข้างในทรมานหรือไม่" ได้ยินท่านพ่อถาม น้ำใส ๆ ก็ไหลออกจากตา"ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว" นางสะอื้นเสียงแผ่ว" ไม่ต้องกลัวนะพ่อจะนำอาหารที่ลูกชอบมาให้ทุกๆวันเลย" ท่านพ่อยื่นมือไปปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"หากรู้ว่าผิดแล้วต่อไปก็อย่าทำอีก" ท่านพ่อน้ำตาคลอเบ้าพร้อมให้กำลังใจลูก"ท่านพ่อ....หากข้าต้องโทษประหาร..ทรัพย์สินที่เหลือข้าขอบริจาคให้ชาวบ้าน เป็นการทดแทนที่ข้าน

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   โทษประหาร

    "ข้าพูดขอรับฝ่าบาทข้ายอมพูดแล้ว" ทหารชั้นผู้น้อยจึงเล่าว่าตนนั้นเป็นแค่เพียงทหารธรรมดาแต่เมื่อภรรยาและลูกไม่สบายไม่มีเงินรักษาจึงจำใจ ต้องยักยอกเงินภาษีเพราะท่านเสนาแนะนำมาเป็นการส่วนตัวจนถึงทุกวันนี้ข้ากับภรรยาก็ไม่อดอยากเหมือนเมื่อก่อน ทหารชั้นผู้น้อยเล่าจบก็ขอชีวิตฝ่าบาทให้อภัยโทษอย่าประหารลูกกับเมียของตนเลย"ได้ข้าอภัยโทษให้" ทหารชั้นผู้น้อยรีบก้มคำนับ อย่างน้อยก็ขอให้มีชีวิตอยู่เพื่อลูกและภรรยา"หึ..ว่าอย่างไรเสนาหมิงเจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่" เสนาหมิงหน้าก้มตาอัดอั้นในใจ ไม่นานนักเสนาก็สารภาพ แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆนั้นและผู้บงการทั้งหมดนั่นก็คือ เฟิ่งจูบุตรสาวคนรองตระกูล 3"จริงรึ .." ฝ่าบาทถาม"จึงขอรับฝ่าบาทข้าเองก็ถูกความโลภครอบงำ"" ข้าไม่คิดว่าบุตรสาวตระกูลสามช่างบังอาจนักที่ทำเรื่องชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้ " หลังจากนั้นฝ่าบาทสั่งให้องครักษ์ไปนำตัวคุณหนูเฟิ่งจูพร้อมบิดามาที่นี่ให้เร็วที่สุดฝ่าบาทนั่งคอยอยู่สักพักสองพ่อลูกก็ถูกคุมตัวเข้ามา ส่วนคนเป็นพ่อนั้นสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนนั้นไม่ได้ทำเรื่องร้ายแรงอะไร นี่ถึงขนาดองครักษ์ต้องคุมตัวเลยหรือ"ฝ่าบาทมีเรื่อง

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   ไม่จ่ายก็ตายสะ

    "เหตุใดวันนี้เจ้าถึงมาก่อนเวลาข้าเคยบอกมิใช่หรือว่าอย่าทำตามเกินคำสั่ง" ทหารของเสนาหมิงกล่าว" ถ้าใจร้อนไปหน่อย เจ้าอย่าได้ถือสาเลย" " เอาละช่างมันเถอะ" ทหารผู้น้อยบอกว่าช่างมันเถอะ แล้วยังบอกอีกว่าให้หยุดค้นการเก็บภาษีครั้งนี้ เพราะองค์ชายหานเฟิงจะทำการตรวจสอบ เส้นทางการเงินย้อนไปตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน ส่วนการเก็บภาษีครั้งนี้ค่อยมาเก็บทีหลังก็แล้วกัน แค่เรื่องนี้ผ่านไปให้ได้ก่อน"เช่นนั้นหรือ" หานเฟิงส่งสัญญาณให้องครักษ์ที่อยู่รอบๆตื่นตัวพร้อมที่จะจู่โจมทหาร"ไม่มีโอกาศสำหรับทหารผู้น้อยทรยศเช่นเจ้า" หานเฟิง ชักดาบออกมาข่มขู่แล้วถีบไปที่หน้าอกจนทหารนั้นหงายหลังไปกระแทกพื้น ต่อมาเขาก็กระโดดฟาดเตะก้านคอทหารอีกคนจนล้มประเด็นไปโดนข้าวของที่ชาวบ้านตากไว้ ส่วนอีกคนถูกกำปั้นชกไปที่เบ้าหน้าตาทั้งสองข้างเขียวช้ำ "จับมันไปขังคุกใต้ดิน" เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าหานเฟิงออกคำสั่งให้องครักษ์นำทหารชั้นผู้น้อยที่ทรยศเหล่านี้ไปขังไว้ในใต้ดินอย่าให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด แต่ก่อนจะนำตัวพวกมันไปหานเฟิงต้องการรู้ว่าทหารเหล่านี้ใช้สัญญาณลับอะไรในการสื่อสารกับเสนาหมิง แล้วมีทหารผู้ใดบ้างที่เป

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   พบปะชาวบ้าน

    "ข้าดีใจด้วยที่พวกท่านนั้นอยู่สุขสบายมากกว่าเมื่อก่อนอีกทั้งทุกคนกินอิ่มนอนหลับ ข้าทั้งสองก็ดีใจมากแล้วอีกอย่างของเหล่านี้ข้านั้นกินคนเดียวไม่หมดหรอกเช่นนั้นข้าจะทำอาหารเลี้ยงฉลองให้พวกเจ้าทั้งหมู่บ้านเลยดีหรือไม่" จูเหยาจับมือยายชราส่งรอยยิ้มที่จริงใจในขณะที่พูดจบ"ดีๆๆข้าน่ะอยากกินฝีมือเจ้า ฝีมือเจ้านี่มันสุดยอดจริงๆหาผู้ใดเปรียบได้ยาก" "ข้าขอผู้ช่วยสัก 5-6 คนได้หรือไม่" " ได้สิแม่นาง" ยาชรากล่าวส่วนสามสหายที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ดีใจมากจะได้กินอาหารอร่อยๆอีกครั้งพวกเขาก้าวเดินนำหน้าและเสนอตัวที่จะเป็นผู้ช่วยอย่างเต็มใจ"พระชายาถ้าเต็มใจจะช่วยท่าน" "ข้าจะได้เรียนรู้และทำตาม" " ข้าด้วยข้าจะเอาไปสอนเมียที่บ้านจะได้ทำอาหารร่อยๆหน่อย"" ฮ่าๆ.." ทุกคนหัวเราะคึกคักเบาๆจากนั้นทุกคนช่วยกันจัดเตรียมอาหารแยกเป็นหมวดหมู่ ชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าวันนี้ไม่แม่นางนั้นจะทำอะไร ช่วยได้เพียงเตรียมวัตถุดิบให้ครบตามที่ไม่แม่นางนั้นต้องการผ่านไป 5 ชั่วยามอาหารพิเศษก็เสร็จแล้วแต่ละอย่างมีอะไรบ้าง1"เป็ดย่างกรอบนอกนุ่มใน"2"ผัดกระต่ายรสจัดนัวๆ"3" ข้าวต้มใส่เนื้อหมูสำหรับเด็กๆ"4" ขนมจีบไส้ไก่และไส้หมู" 5

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   เลือกชายมาแต่งงาน

    เมื่อเสียงประกาศดังลั่นออกไปทั่วตลาด ชายหนุ่มผู้มีฐานะและผู้ไม่มีอะไรเลย ทยอยเดินเข้ามาอย่างช้าๆ เมื่อเหล่าชายโสดมามากพอ ท่านพ่อไม่รอช้าที่จะเอ่ยข้อเสนอ"ผู้ใดอยากแต่งงานกับลูกสาวข้า ยกให้เลยแถมข้าวฟรี 10 กระสอบ" ผู้คนได้ยินเช่นนั้นก็ต่างซุบซิบกันเหมือนผึ่งตอมดอกไม้ เพราะข้อเสนอข้าว 10 กระสอบทำใ

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   การพบกันครั้งแรก

    ทันใดนั้นก็ปรากฏชาย 2 คนกำลังวิ่งตามกันมา อีกคนที่วิ่งนำหน้าชายชุดสีเทาส่วนอีกคนเป็นชายชุดสีดำปกปิดใบหน้าเหลือให้เห็นแค่ดวงตา 2 ดวง "อีกฝ่ายเหวี่ยงมีดในระยะไกลอย่างแม่นยำ มีดเล่มนั้นเสียบกลางหลังต่อหน้าต่อตาผู้คนที่ยืนดู ผู้คนตกใจวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิงเหลือเพียงลูกค้าในร้านก๋วยเตี๋ยวที่กลัวจนต้

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   หิวมาก

    "ออ...คือ..ว่า ข้าแอบไปฝึกมาน่ะเจ้าไม่ต้องสงสัยหรอกรีบไปเถอะข้าหิวจะตายอยู่แล้ว" ซูเหยาก็เดินตรงไปยังคอกม้าแต่ในคอกม้านั้นไม่มีม้าตัวเชื่อง ๆ เลย เหลือแต่ม้าที่พยศ"ลองดูก็ได้" "คุณหนูเจ้าคะม้าตัวนี้มันไม่เคยถูกขี่ออกไปข้างนอกนะเจ้าคะ" จ้าวจ้าวรีบเตือน" ไม่ลองแล้วจะรู้หรือ" ซูเหยาหันไปตอบจ้าวจ้

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง   เผาให้หมด

    "ตรงนั้แหละ" ซูเหยาแบ่งน้ำมันให้จ้าวจ้าวไปเททิ้งไว้อีกฝั่ง นางดึงคอเสื้อปิดจมูกไว้แล้วราดน้ำเดินวนรอบ ๆ ที่พัก ไม้ขีดไฟเฉียดสีกับกระดาษเชื้อไฟ ลุกพรวด เปล่งประกายแสงสีส้มสะท้อนดวงตา ซูเหยา นางส่งสัญญานให้จ้าวจ้าว ไฟก็เริ่มลุกลามก่อตัวอย่างรวดเร็ว ซูเหยายืนจ้องมองสักพักก่อนจะเดินหันหลังจากไปด้วย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status