로그인อันอันหญิงสาวนักศึกษาปีสองทะลุมิติมาแต่งงานกับชายยากจน. เธอผู้ชอบเงินทองเป็นชีวิตจิตใจ
더 보기ในขณะนั้นนางกำลังจะยืนบนเก้าอี้ไม้เพื่อจะตากปลาบนหลังคาท่ามกลางแสงแดด"โอ๊ย...."ปลายเท้าลื่นสะดุดกำลังจะล้มลงทันใดนั้นเจาเฟิงรีบมาประคองร่างบางๆ ไว้ในอ้อมกอด ต่างฝ่ายสบตากัน เหมือนถูกชะตา แต่เมื่อนางรู้ตัวก็รีบดันตัวออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นเพียงชั่วคราว"ท่านเป็นผู้ใดรึ ข้าไม่เคยเห็นหน้าเลย"นางยืนตัวเกรงในขณะถามกลับไป" ข้าคือองค์ชายเจาฟิง" "หึ....เจาเฟิงรึ ชื่อนี้ข้าไม่รู้จักข้าอยู่แต่ในหุบเขาเลยไม่รู้" นางขมวดคิ้ว"แต่ข้ารู้จักเจ้านะ" " ท่านไปรู้จักข้าตั้งแต่ตอนไหน" นางถาม"พี่สาวเจ้าเล่าให้ข้าฟัง" " ห๊า....พี่สาวข้ารึ" เจาเฟิงพยักหน้า" เช่นนั้นท่านรับได้รึท่านก็รู้ว่าข้านั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ดีมาก่อนหน้านั้นท่านจะใจกว้างเปิดใจให้ข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ" "ข้าดูคนออก. .แล้วอีกอย่างเจ้าก็ต้องใจกับข้ามิใช่หรือ"" ท่านรู้ได้อย่างไร" นางถาม" สังเกตจากท่าทางของเจ้า" เจาเฟิงตอบทั้งสองเงียบไปชั่วขณะ เฟิ่งจูทดสอบเจาเฟิง"เช่นนั้นท่านจะทิ้งชีวิตที่สุขสบายมาอยู่ที่กับข้าได้หรือไม่" เจาเฟิงเงียบไปชั่วคราวเมื่อได้ยินคำถาม ในใจเฟิ่งจูตอนนี่คงได้คำตอบแล้วละว่าเจาเฟิงไม่อยากมาอยู่ที่นี่
"ท่านพ่อข้าทำให้ท่านพ่อเสียตำแหน่งรองแม่ทัพ" เฟิ่งจูปากสั่นในขณะที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ"อย่าร้อง .." แม่ทัพเช็ดคราบน้ำตาให้บุตรสาวหลังจากที่ปลอบใจบุตรสาวอยู่สักพัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกเดินทางไปยังชนบทเพราะตอนนี้ตำหนักถูกยึดเป็นของหลวง ส่วนเงินที่เหลือมีเพียงพอที่จะซื้อบ้านแต่ไม่พอที่จะใช้ชีวิตให้อยู่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนทั้งสองขึ้นรถม้าวิ่งไปยังชนบทอันห่างไกลไม่รู้จุดหมายปลายทาง ว่าจะลงเอยที่ใด ต้องถามชาวบ้านไปเรื่อย ๆ ว่าที่ดินหรือบ้าน ที่ใดกำลังถูกขาย โชคดีที่มีบ่าวรับใช้และสาวใช้ 2 คนเดินทางไปด้วยจึงไม่ยากลำบากมากเกินไปไม่นานนักทั้งสองก็ได้ที่อยู่ใหม่ใกล้หุบเขาลำธารแม่น้ำสายใหญ่จากฝั่งตะวันออกที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก แต่ที่นี่มีคนอาศัยอยู่แค่ 20 คน ดูเหมือนไม่วุ่นวายและอยู่กับธรรมชาติอยู่ในที่ที่คนไม่แออัด นางจะได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาส่วนหานหารเฟิงกับซูเหยาเริ่มติดต่อเจรจาการค้ากับดินแดนเหนือและดินแดนใต้ ทางด้านการเกษตร อื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะส่งออกในปีหน้า ซูเหยานั้นสั่งซื้อเมล็ดข้าวพันธุ์พืชผลไม้หายากจากภพปัจจุบัน หลายอย่างที่ในยุคโบราณนั้นไม่มี นางกับสามีได้จัดแ
"ไม่ได้ข้าต้องหาทางออกหนีไปจากที่นี่" นางพยายามหาที่นั่งแต่จะนั่งตรงไหนก็มีแต่ฝุ่นส่วนที่นั่งได้ก็คือฟาง แต่ห้องข้าง ๆ กับได้กลิ่นอาหารบูดเน่า ทำให้นางอยากจะอาเจียนออกมาเป็นร้อย ๆ รอบ ในคุกแห่งนี้ไม่มีผ้าห่มมีแต่ฟางที่วางซ้อนกันให้นักโทษนอนหลับ สวนอาหารก็เป็นแค่ข้าวต้มจะมีเนื่อหมูแค่ 2 ครั้ง 7 วัน เนื้อหมูเหล่านั้นเป็นเศษเนื้อหมูที่ใกล้เสียเสียด้วย"เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้" เฟิ่งจูกำมือแน่นไม่อยากพ่ายแพ้ให้ซูเหยาน้ำสมน้ำหน้าตนเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาเป็นระยะ นางรีบลุกจับกรงเขย่าเอียงตามองไปข้างนอก ผู้ใดกันนะกำลังเดินมาที่นี่"ท่านพ่อ...." ปรากฏว่าผู้นั้นคือท่านพ่อกำลังเดินมาหานางด้วยใบหน้าที่ซึมเศร้า "เฟิ่งจู...ลูกเป็นอย่างไรบ้างอยู่ข้างในทรมานหรือไม่" ได้ยินท่านพ่อถาม น้ำใส ๆ ก็ไหลออกจากตา"ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว" นางสะอื้นเสียงแผ่ว" ไม่ต้องกลัวนะพ่อจะนำอาหารที่ลูกชอบมาให้ทุกๆวันเลย" ท่านพ่อยื่นมือไปปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"หากรู้ว่าผิดแล้วต่อไปก็อย่าทำอีก" ท่านพ่อน้ำตาคลอเบ้าพร้อมให้กำลังใจลูก"ท่านพ่อ....หากข้าต้องโทษประหาร..ทรัพย์สินที่เหลือข้าขอบริจาคให้ชาวบ้าน เป็นการทดแทนที่ข้าน
"ข้าพูดขอรับฝ่าบาทข้ายอมพูดแล้ว" ทหารชั้นผู้น้อยจึงเล่าว่าตนนั้นเป็นแค่เพียงทหารธรรมดาแต่เมื่อภรรยาและลูกไม่สบายไม่มีเงินรักษาจึงจำใจ ต้องยักยอกเงินภาษีเพราะท่านเสนาแนะนำมาเป็นการส่วนตัวจนถึงทุกวันนี้ข้ากับภรรยาก็ไม่อดอยากเหมือนเมื่อก่อน ทหารชั้นผู้น้อยเล่าจบก็ขอชีวิตฝ่าบาทให้อภัยโทษอย่าประหารลูกกับเมียของตนเลย"ได้ข้าอภัยโทษให้" ทหารชั้นผู้น้อยรีบก้มคำนับ อย่างน้อยก็ขอให้มีชีวิตอยู่เพื่อลูกและภรรยา"หึ..ว่าอย่างไรเสนาหมิงเจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่" เสนาหมิงหน้าก้มตาอัดอั้นในใจ ไม่นานนักเสนาก็สารภาพ แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆนั้นและผู้บงการทั้งหมดนั่นก็คือ เฟิ่งจูบุตรสาวคนรองตระกูล 3"จริงรึ .." ฝ่าบาทถาม"จึงขอรับฝ่าบาทข้าเองก็ถูกความโลภครอบงำ"" ข้าไม่คิดว่าบุตรสาวตระกูลสามช่างบังอาจนักที่ทำเรื่องชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้ " หลังจากนั้นฝ่าบาทสั่งให้องครักษ์ไปนำตัวคุณหนูเฟิ่งจูพร้อมบิดามาที่นี่ให้เร็วที่สุดฝ่าบาทนั่งคอยอยู่สักพักสองพ่อลูกก็ถูกคุมตัวเข้ามา ส่วนคนเป็นพ่อนั้นสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนนั้นไม่ได้ทำเรื่องร้ายแรงอะไร นี่ถึงขนาดองครักษ์ต้องคุมตัวเลยหรือ"ฝ่าบาทมีเรื่อง
ยาม 13:30 น หลังจากที่นอนหลับตื่นขึ้นมาพร้อมเรี่ยวแรงที่ฮึดสู้ ทุกคนเตรียมเครื่องในการขุดร่องน้ำ ส่วนสองสามีภรรยาเพิ่งจะนอนตื่นตามหลังติดๆ ในขณะนั้นมีชายแปลกหน้าอยู่กลุ่มนึงประมาณ 70 คนเดินทางมาที่นี่ พวกเขาแต่งตัวธรรม เหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป "หานเฟิงเจ้ามีสหายมากมายเช่นนี้เลยรึ" ซูเหยาถาม" ใ
ซูเหยาแบ่งหน้าที่แต่ละคนให้ทำบางอย่าง เมื่อได้ทุกอย่างมาครบที่เหลือนางจะจัดการเองสิ่งนั้นมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ลูกกลม ๆหลายๆ ลูก มันคือดินระเบิดชนิดร้ายแรงนั้นเอง"แม่นาง..นี่หรือวิธีที่เจ้าว่า" "ใช่..มันจะช่วยได้รึ" ชาวบ้านอีกคนเสริม"พวกเจ้าดูนี่....." ซูเหยายกดินระเบิดลูกนึงไปวาง
หานฟิงทำเรื่องส่วนตัวเสร็จออกมาดูหน้าเรือนก็เห็นสหายทั้ง 3 นอนกอดสุนัขตัวโปรด อีกคนหนึ่งนอนหน้าคะมำก้มหน้าเหมือนจะเดินชนต้นไม้"เห้อ..รู้ว่ากินแล้วจะเป็นเช่นนี้เจ้ายังจะกินอีกหรือ" บ่นพึมพำคนเดียวในขณะนั้นหานเฟิงตรงไปยังโอ่งใบใหญ่ตักน้ำใส่ตุ่มไม้ แขนหิ้ว 2 ข้างแล้วเทไปที่สหาย 2 คนที่นอนกอดสุนัข ทั
ไห่เหล้าสิบไห่ถูกนำออกมาจากที่ซ่อน ซูเหยาซื้อมาแต่ตลาดมาไว้ให้สามีแล้วก็ตัวนางเอง แต่วันนี้มีสหายมาเยือนนางจึงชวนสหายสามีดื่มเหล้ากันให้เต็มที่ก่อนที่จะแยกย้ายกลับไปพักผ่อน"มา...ดื่มเหล้ากันข้าเลี้ยงเอง" ซูเหยากล่าว ในขณะนั้นนางก็จับแก้วเล็ก ยกขึ้นมา แล้วรินน้ำใส่แก้วเล็ก ๆ ยกซดดื่มให้คล่องคอ"อ


















리뷰