ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง

ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้คลั้งไคล้เงินทอง

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-11-10
โดย:  สกุลจางจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
6
1 คะแนน. 1 ทบทวน
38บท
3.9Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

อันอันหญิงสาวนักศึกษาปีสองทะลุมิติมาแต่งงานกับชายยากจน. เธอผู้ชอบเงินทองเป็นชีวิตจิตใจ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ทะลุมิติ

海市、ある冬の夜。

「陽咲なんて、俺には不釣り合いだ。彼女との結婚は単なる責任感からに過ぎない。

でも安心して、悠里。三年という契約期間が終われば、俺から離婚を切り出す。そうしたら君を妻に迎えるよ。いいだろう?

信じられないのか?」安部怜央(あべ れお)は小さく笑った。「俺が愛しているのは、一生君だけだ。疑うなら、俺の心臓を抉り出して見せてやってもいい」

書斎の中から漏れ聞こえる甘い睦言が、清水陽咲(しみず ひなた)の耳を刺した。

結婚して二年、怜央が自分に対してこれほどまでに情熱的で優しい言葉をかけたことは一度もない。

ドアの外に立つ陽咲は全身が凍りついたようになり、手に持っていたペアのカップを指が白くなるほど強く握りしめた。

夫である怜央が、陰で自分のことをそんな風に言っていたなんて信じられなかった。

五、六日もかけて丹精込めて焼き上げた陶器のカップに涙がこぼれ落ちる。その情熱が、今はひどく滑稽で皮肉に思えた。

陽咲は顔を上げて涙を拭い、自嘲気味に微笑んだ。

怜央が言ったことの中で、一つだけ正しいことがある。彼女は確かに田舎者だった。

生まれた際、看護師のミスで取り違えられ、男尊女卑の激しい女の元へ送られた。

その女は赤ん坊が女の子だと知るや否や、夫と相談して自分の義父に押し付けた。

神様の助けか、陽咲が清水正雄(しみず まさお)に引き取られた三日後、その夫婦は交通事故で亡くなり、それ以来、彼女は正雄と二人きり、肩を寄せ合うようにして生きてきた。

二十二歳の時、正雄が他界し、望月家の人々が彼女を見つけ出した。彼女こそが長年行方不明だった望月家の真の令嬢だという。

しかし、戻った陽咲を待っていたのは血のつながった両親の冷淡な態度だった。実の兄も彼女を歓迎せず、望月悠里(もちづき ゆうり)への愛情が奪われることを恐れていた。

だが、陽咲はそんなものを奪おうなどと考えたことはなかった。彼女はただ、温かい家が欲しかっただけなのだ。

家族への渇望を見透かした実の両親は、彼女に安部家との婚約を履行するよう命じた。それは数十年前、双方の祖父の間で交わされた約束だった。

当時の安部家は激しいお家騒動の最中にあった。二十年以上も手塩にかけて育てた悠里をそんな苦境に嫁がせたくない両親は、陽咲を身代わりに差し出した。

結婚前、怜央とは契約を交わした。結婚から三年が経過した後、性格の不一致を理由に離婚するという内容だった。

二人の結婚生活は、波風一つ立たない穏やかで節度あるものだった。

陽咲はその心地よいまやかしにいつしか絆され、怜央に対して底なしの愛を抱くようになっていた。

だが、二年間も睦み合ってきた夫が愛していたのは、名義上の妹であり、望月家の偽物の令嬢だったとは思いも寄らなかった。

部屋の中では、怜央の電話が続き、次第にその呼吸が荒くなっていった。

電話越しに女性の艶めかしい喘ぎ声が聞こえ、やがて卑猥な響きが書斎を満たす。

陽咲は涙に濡れた顔で口を抑え、絶望に突き動かされるように一歩後退した。

「悠里、いつになったら俺たちは一緒になれるんだ……」

部屋の中から、欲望を隠しきれない怜央の熱を帯びた、荒い吐息が漏れてくる。

彼はそれほどまでに悠里を深く愛していたのか。自らを慰めるその最中でさえ、うわ言のように彼女の名を呼び続けていたなんて。

受け入れがたい現実に陽咲の頭が真っ白になり、手から滑り落ちた陶器が床に激突して砕け散った。静まり返った深夜に、耳を刺すような音が響き渡る。

数分後、情欲の残滓を瞳に宿したまま、怜央がドアを開けた。そこにいたのは、慌てふためいて床に這いつくばり、破片を拾い集める陽咲の姿だった。

「どうしたんだ、陽咲?」

彼女の姿を視界に捉えた刹那、怜央の顔から蕩けたような熱が引き、その眼底には射貫くような冷徹さが走った。

怜央はしゃがみ込むと溜息をつき、破片で傷ついた陽咲の手を握った。「痛むか?海田先生を呼んで手当てをさせよう」

陽咲は顔を上げ、彼の漆黒の瞳を見つめた。

心配そうな眼差し。けれど、その奥に潜む疎外感が、陽咲の心を深く突き刺した。

胸を掻きむしるような苦痛を抑え込み、彼女はそっと手を引き抜いた。「大したことないわ。海田陽斗 (かいだ はると)先生を呼ぶほどじゃない。自分で絆創膏を貼るから大丈夫」

彼女は立ち上がり、どこか惨めな背中を見せながら、逃げるようにその場を去った。

遠ざかる彼女の後ろ姿を見つめ、怜央の表情に複雑な色が浮かんだ。

陽咲が悠里との会話を聞いていたのかどうか、確信が持てなかった。

聞いていないのならそれでいい。もし聞いていたのだとしても、どう説明すべきか分からなかった。なにしろ、結婚して二年の間、彼女は完璧な伴侶だったからだ。

もし彼女がこのまま分をわきまえて過ごすなら、情けをかけて契約をあと三年更新してやってもいいと、怜央は考えていた。

陽咲は彼の胸中を知る由もなく、身の回りを整えてベッドに横たわり、重い溜息を吐き出した。

そこへ怜央が部屋に入ってきて、彼女を抱きしめた。甘く低い声が耳元で響く。「どうして急に、陶器のカップなんて作ろうと思ったんだ?」

触れるような熱い吐息を受け流すべく、陽咲はわずかに身を乗り出した。そして、穏やかな声で言葉を返した。「……今日は、あなたの誕生日でしょう。ペアのカップを贈りたくて焼いたの。でも、手が滑って割ってしまったわ」

怜央は安堵し、喉元までせり上がってきた蔑みを必死に抑え込んだ。「構わないよ。陶器が割れることより、君が怪我をする方が問題だ」

その上辺だけの優しい言葉を前にして、陽咲は初めて心が凪いでいくのを感じた。

彼の声に含まれた微かな蔑みを、今の彼女ははっきりと聞き取っていた。

「本当は、わざわざ陶器なんて作る必要はないんだよ。欲しいものがあれば使用人に命じればいい。そんな大層な真似はしなくていいんだ」

怜央の口元に皮肉な笑みが浮かぶ。

安部家の人々は、陽咲の田舎育ちという出自を常に見下しており、彼女に陶芸の技術があるなどとは微塵も信じていなかった。

彼らの目には、陽咲が持ってきた陶器など、どこかで高値で買い付けてきた品を「自分で作った」と嘘をついているようにしか映っていないのだ。

「……あなたが、ペアのカップが欲しいって言ったから」陽咲は背を向けたまま、静かに呟いた。

その言葉に、怜央の顔に驚愕の色が走った。

それは少し前に彼がこぼした寝言だった。あの時、悠里が「ペアのカップを使いたい」とねだったのだが、怜央は仕事が忙しく、また陽咲に怪しまれるのを恐れて断った。

悠里がへそを曲げ、機嫌を取るのにひどく苦労した。

まさか、陽咲がそれを本気にし、俺が彼女と使いたがっていると誤解していたとは。

月光が陽咲の細い背中を照らし、その姿はひどく寂しげに見えた。

怜央の喉仏が、何事かを堪えるように上下に揺れた。

彼が何かを言いかける前に、陽咲はベッドに横たわったまま「おやすみなさい」とだけ告げ、目を閉じた。

眠りにつけるはずもなかった。脳裏には先ほどの怜央と悠里が睦み合う声がこびりつき、心臓が鉛のように重く、鈍く疼いている。

わずかに首を振り、忌々しい情景を無理やり意識の外へ追い出した。ようやく微睡みの淵に沈みかけた、その時だった。

背後から強靭な腕が伸び、抗いようのない力で彼女の腰を抱き寄せた。すぐ耳元で、怜央の熱を帯びた、荒い鼻息が響く。

「陽咲……」

掠れた、艶めかしい声。

彼が何を求めているのか、陽咲には痛いほど分かった。

胸の内に、猛烈な嫌悪感がこみ上げる。

陶芸をする際、彼女は土にわずかな不純物が混じることさえ許さなかった。

人に対しても、物に対しても、それは同じだ。

彼女は自分を這い回るその手を、力強く振り払った。

「触らないで」

――反吐が出る。その言葉を、彼女は必死で飲み込んだ。

突き放すような、あまりに余裕のない響き。その鋭さに虚を突かれたのか、怜央は一瞬動きを止めた。だが次の瞬間、彼は弾かれたようにベッドの上に身を起こし、陽咲の背中を射抜くように見つめ、問いかけた。

「……君、今のを聞いていたのか?」

その声は、確信に満ちていた。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Anděl K
Anděl K
แต่งเรื่องมั่วมาก ยากจะบรรยายว่ามั่วตรงไกนเพราะเกือบทุกตาง ไปอ่านเองแล้วจะรู้ นิยานน่ะเข้าใจ เต่คนเขียนเหมือนดมยากันยุงมากไปหน่อย จึงจับต้นชนปลายมั่วขนาดนี้
2025-11-30 04:06:50
1
0
38
ทะลุมิติ
"ฉันซื้อมาตั้งแพงขอให้ใช้ทนๆหน่อยสิ"หญิงสาวกำลังมองคอนแทคเลนส์ที่เพิ่งซื้อมาบ่นพลางๆว่ามันแพงเกินไป เธอสายตาสั้นทำใช้ชีวิตแบบคนปกติไม่ได้เต็มที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ จู่ ๆ แสงสีฟ้าจากคอนแทคเลนส์เปล่งประกายออกมา ดึงเธอเข้าไปในห้วงอีกมิตินึง โดยที่เธอไม่รู้ตัว..จิตวิญญาณของเธอได้เข้าไปในอีกมิตินึง ในยุคเก่าแก่สมัยโบราณของราชวงศ์จีน ในร่างหญิงสาวที่เต็มไปด้วยรอยแผล นางมีนามว่า ซูเหยา เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลสาม ในอดีตครอบครัวของนางมีความสุขเป็นอย่างมาก แต่เมื่อท่านพ่อของนางออกไปรบแล้วนำอนุกลับมาพร้อมกับลูกในครรภ์ที่กำลังใกล้คลอด ท่านแม่ก็ไม่เคยได้รับความรักเหมือนเคยอาจจะแย่กว่าเดิมไม่รู้ว่าอนุของท่านพ่อ หว่านเสน่ห์อะไรให้ถึงได้เปลี่ยนไปมากนัก ห้องเก็บฟืน "นี่ฉันอยู่ที่ไหนกันนะ"อันอันตื่นขึ้นมาในร่างกายของคุณหนูซูเหยาทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเก่า แผลใหม่ยังสดไม่หาย อันอันที่สงสัยจึงชะโงกหน้าไปมองที่ถังน้ำใสๆ "นี่อยู่ที่ไหน.ฉันมาอยู่ในร่างใคร" เธอสะดุ้งตัวลื่นล้มหงายหลังหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง เธอกวาดสายตาดู
อ่านเพิ่มเติม
เจอสวน
ปัง...ปัง เสียงเคาะประตูดังสนั่นอยู่หน้าที่พักน้องสาวต่างมารดานางมีนามว่า เฟิ่งจู หน้าตาสวยมีนิสัยกร้าวร้าวและหยิ่งผยอง นางใช้ไม้ตีประตูบานใหญ่ด้วยแรงอารมณ์เดือด เพราะซูเหยากล้าดีนักที่มาทำร้ายสาวใช้ของตน "พี่สาว พี่แน่จริงก็ออกมา" เฟิ่งจูพูดท้าทายเอี๊ยดด...เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ปัง! "คุณหนู...เฟิ่งจูรอก่อนเจ้าคะตอนนี่คุณหนูซูเหยายังไม่วางเจ้าคะ" จ้าวจ้าวคุกเข่าข้อร้องให้คุณหนูเฟิ่งจูอย่าเพึ่งเข้าไป "นางทาสชั้นต่ำ....ออกไป" เฟิ่งจูยกขาขึ้นถีบกระแทกไปที่ลำตัวจ้าวจ้าวจนล้มเอียงไปทางซ้าย "โอ๊ย...อย่าเจ้าค่ะ" จ้าวจ้าวยื่นมือสุดแขนคว้าชายกระโปรงคุณหนูเฟิ่งจู เฟิ่งจูนั้นรีบสะบัดมือที่จับชายผ้าอยู่ "นางบ้า...ออกไป" เฟิ่งจูส่งสายตาข่มขู่อีกครั้ง แต่ในขณะที่เฟิ่งจูกำลังจะหันไปข้างหน้าพร้อมยกฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านใน แปะ... ผลั๋วฝ่ามือไร้เงาตบจนรอยแดงบนใบหน้าเป็นเส้นรอยนิ้วมือ สาวใช้ทั้งห้าที่อยู่ด้านหลังยืนอึ้งไปชั่วขณะ ส่วนเฟิ่งจูนั้นก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าโดนตบเข้าจังๆ "นี่..พี่สาวกล้าตบข้ารึ" เฟิ่งจูถึงกับตะลึงว่าเห
อ่านเพิ่มเติม
เล่าความจริง
" ไม่จริงเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเล่าตั้งแต่ที่ท่านพ่อนั้นนำอนุหน้าไม่อายเข้ามาในบ้าน ความสุขสงบของข้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่สงบสุกอีกเลย ท่านพ่อคงเข้าใจว่าข้านั้นอยู่สุขสบาบแต่ข้านั้นกลับถูกใช้เยี่ยงทาส แม้กระทั้งเงินเดือนที่ท่านพ่อส่งให้ข้า ข้านั้นไม่เคยรับแม้แต่สลึงเดียว ท่านคิดดูว่าลูกสาวคนโตของท่านอยู่ยากลำบากเพียงใด" "ไม่จริง ข้าสั่งให้สาวใช้นำเงินไปให้เจ้าทุกๆเดือน เจ้าจะมาบอกว่าขัดสน เป็นไปไม่ได้" ท่านพ่อตะคอกเสียงแข็งท่านพ่อลุกขึ้นยืนด้วงท่าทางดุดัน เฟิ่งจูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลัววว่าความจริงจะเปิดเผยจึงพูดขัดคอขึ้นมากะทันหัน" ท่านพ่อ..ช่างเถิดเจ้าค่ะครั้งนี่ข้าไม่ถือษาพี่สาว อย่างไรเสียนางก็คือพี่สาวของข้า" ท่านพ่อถอนหายใจบ่นในใจว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นใจดีเกินไป ไม่เหมือนพี่สาวคนโตที่เอาแต่สร้างเรื่อง"เอาละ ซูเหยาข้าจะไม่ลงโทษเจ้า กลับไปทีพักของเจ้าเสียเถิด" ท่านพ่อกล่าวแต่ไม่มองและสบตากับชูเหยามีแต่ฝ่ามือที่โบกให้อออกไปแต่ชูเหยานั้นไม่ยอมแพ้นางจึงยืนยันว่าจะไม่ไปไหนถึงแม้ว่า น้องสาวจะไม่ถือษาแต่นางนั้นถือษา นางจึงเอ่ยให้ท่านพ่อไปดูที่พักที่นางนั้นอาศัยอยู่ แต่เฟิ่งจูก็ลุกข
อ่านเพิ่มเติม
สั่งสอน
ชูเหยาเร่งฝีเท้าไปที่พักของเฟิ่งจู แล้วก็เป็นอย่างที่นางคิดเอาไว้เสื้อผ้านั้นอยู่กับนาง ทั้งที่แม่มอบให้ลูกสาวตัวจริง แต่เฟิ่งจูนั้นกลับแย่งไปอย่างอย่างไม่รู้สึกผิดปัง! ชูเหยาดันประตู สาวใช้ที่อยู่ด้านในสะดุ้งออกมา "คุณหนูของเจ้าอยู่ที่ใด" ชูเหยาถามเสียงเเข็ง"บังอาจเจ้ามีสิทธิอะไรถึงกล้าบุกเข้ามาที่นี่"ชูเหยาไม่รออีกต่อไป กระชากหัวสาวใช้ขึ้นมาตบสั่งสอนทีละคนจนไม่มีนางใดลุกขึ้นมาต่อต้าน ส่วนทางฝั่งของ เฟิ่งจูนั้นกำลังเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ พอดี ชูเหยามาทันเวลาจึงกระชากนางออกมาแล้วถามว่า เสื้อผ้าที่ท่านแม่มอบให้ข้าไว้อยู่ที่ใด แต่เฟิ่งจูกลับตอบว่า ไม่รู้เรื่องอะไร เสื้อผู้ใดไม่รู้จัก ชูเหยาเห็นว่านางนั้นปากแข็งนัก จึงเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วสั่งให้ จ้าวจ้าว นำออกมาต่อหน้า"คุณหนู...มีจริงเจ้าคะ"จ้าวจ้าวก็รีบคว้าเสื้อผ้าออกจากตู้ไปต่อหน้าคุณหนูเฟิ่งจู ส่วนคุณหนูเฟิงจูที่ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่พูดว่า"เอาของข้าคืนมานะ" "เจ้าพูดอีกทีสิ" ซูเหยาท้า " ของมันอยู่ในเรือนข้ามันก็ต้องเป็นของข้าจะเป็นของเจ้าได้อย่างไร" แปะ...ผลั๋ว..เสียงตบดังสนั่นซูเหยาไม่ไหวแล้วขอตบหน้านางสักทีสองทีให้หายแค้น
อ่านเพิ่มเติม
เผาให้หมด
"ตรงนั้แหละ" ซูเหยาแบ่งน้ำมันให้จ้าวจ้าวไปเททิ้งไว้อีกฝั่ง นางดึงคอเสื้อปิดจมูกไว้แล้วราดน้ำเดินวนรอบ ๆ ที่พัก ไม้ขีดไฟเฉียดสีกับกระดาษเชื้อไฟ ลุกพรวด เปล่งประกายแสงสีส้มสะท้อนดวงตา ซูเหยา นางส่งสัญญานให้จ้าวจ้าว ไฟก็เริ่มลุกลามก่อตัวอย่างรวดเร็ว ซูเหยายืนจ้องมองสักพักก่อนจะเดินหันหลังจากไปด้วยความสะใจ เมื่อนางไปถึงที่พักนางรีบเอาของมีค่าที่อยู่ในถุง ไปซ่อนไว้ในที่ลับ เสร็จแล้ว ชูเหยาก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กลับมาเป็นดังเดิม นางทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอื้อมไปหยิบใบพัดตัวโปรดแล้วมานั่งที่ใต้ต้นไม้พร้อมเก้าอี้โยกอย่างสบายใจ อีกไม่กี่นาทีผู้คนก็เริ่มแตกตื่นส่งเสียงเรียกกันระงม "ไฟไหม้...รีบดับไฟเร็วเข้า" ควันหนาลอยขึ้นฟ้าดำมืดจนไม่เห็นที่พักสาวใช้ เหล่าบ่าวใช้อายุมากแล้ว ก็ได้แต่ยืนดูตาปริบ ๆ แค่จะวิ่งไปตักน้ำก็ปวดขาแล้วกว่าจะวิ่งกลับมาได้ไม่ตายเลยรึ "ไป..ไปดูผลงงาน" ชูเหยาชวนจ้าวจ้าวไปที่เกิดเหตุก่อนจะก้าวออกชูเหยาทำทีตกใจต่อหน้าสาวรับใชที่กำลังวิ่งที่ยังที่เกิดเหตุ ซูเหยารีบวิ่งไปขวางสาวใช้แล้วถามว่า "เกิดอะไรขึ้น" "คุณหนูตอนนี้ไฟไหม้ที่พักของสาวใช้ประจำตัวคุณหนูเฟิ่งจู
อ่านเพิ่มเติม
หิวมาก
"ออ...คือ..ว่า ข้าแอบไปฝึกมาน่ะเจ้าไม่ต้องสงสัยหรอกรีบไปเถอะข้าหิวจะตายอยู่แล้ว" ซูเหยาก็เดินตรงไปยังคอกม้าแต่ในคอกม้านั้นไม่มีม้าตัวเชื่อง ๆ เลย เหลือแต่ม้าที่พยศ"ลองดูก็ได้" "คุณหนูเจ้าคะม้าตัวนี้มันไม่เคยถูกขี่ออกไปข้างนอกนะเจ้าคะ" จ้าวจ้าวรีบเตือน" ไม่ลองแล้วจะรู้หรือ" ซูเหยาหันไปตอบจ้าวจ้าวนางก็ยื่นมือไปลูบหัวเจ้าม้า และดูเหมือนมันจะไม่ได้พยศอย่างที่เห็น จ้าวจ้าวที่ยืนอยู่ด้านหลังแปลกใจ ไม่คิดว่ามันจะเชื่องกับซูเหยาซูเหยารีบปีนขึ้นบนหลังม้า พร้อมนำมันออกมาจากคอก "จ้าวจ้าวมัวยืนงงอะไรเจ้ารีบขึ้นมาเถิด" " เจ้าค่ะ" นางพยักหน้างงๆทั้งสองก็มุ่งหน้าไปตลาดใหญ่ในเมืองหลวง ยังไปไหนไม่ไกลก็เลี้ยวผิดทางพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นไม่รู้จักทางไปตลาดจึงได้แต่หยุดม้าแล้ว กระแอมเบาๆ ถามจ้าวจ้าวว่า"ตลาดไปทางไหนหรือข้าลืม" นางถามเสียงเข้ม"คุณหนูข้าเพี้ยนไปแล้ว" จ้าวจ้าวพูดในใจ " ตรงไปทางขวาเจ้าค่ะ คุณหนูบังคับม้าไปเรื่อยๆข้าจะบอกทางเองเจ้าค่ะ" " ออ...ใช่ๆ ขอบใจเจ้ามากนะ" ซูเหยาถอนหายใจโล่งแล้วมุ่งหน้าเดินทางต่อไปมาถึงตลาดในเมืองหลวงที่ผู้คนนั้นเดินเล่นแออัดกันไปหมด ซูเหยามองแล้วยังหาย
อ่านเพิ่มเติม
การพบกันครั้งแรก
ทันใดนั้นก็ปรากฏชาย 2 คนกำลังวิ่งตามกันมา อีกคนที่วิ่งนำหน้าชายชุดสีเทาส่วนอีกคนเป็นชายชุดสีดำปกปิดใบหน้าเหลือให้เห็นแค่ดวงตา 2 ดวง "อีกฝ่ายเหวี่ยงมีดในระยะไกลอย่างแม่นยำ มีดเล่มนั้นเสียบกลางหลังต่อหน้าต่อตาผู้คนที่ยืนดู ผู้คนตกใจวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิงเหลือเพียงลูกค้าในร้านก๋วยเตี๋ยวที่กลัวจนต้องถอยไปชิดมุมกำแพง ส่วนซูเหยานั้นยืนดูปกติแต่จ้าวจ้าวมันวิ่งกลับไปด้านในร้านกับลูกค้าคนอื่นๆ เมื่อคิดได้จึงรีบมาคว้าแขนคุณหนูซูเหยาเข้ามาในร้านทันที"คุณหนู...รีบมาเถิดเจ้าคะ" ซูเหยาไม่ยอมไปกับจ้าวจ้าว " ข้าว่าคงไม่ได้มีเป้าหมายมาที่ข้า เจ้าอย่ากลัวไปเลย"จ้าวจ้าวถึงกับถอนหายใจพร้อมสีหน้าหวาดระแวงจึงได้แต่ยืนเคียงข้างคุณหนูซูเหยา จนตัวเกร็งแค่จะหายใจแรง ก็ยังไม่กล้าเลย มีแต่เพียงเหงื่อที่ซึมออกจากขมับด้านข้าง "พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม" บุรุษชุดดำเดินเข้ามาท่าทางดุดันถือถ้วยใบใหญ่วางเสียงดังเพล้ง!!!!! "ได้...ๆ เจ้านั่งรอก่อนนะ" พ่อค้าตอบเสียงแผ่วซูเหยาจึงสะกิดข้าวจ้าวจ้าวให้นั่งลงปกติิห้ามตื่นตระหนกเป็นอันขาดผู้คนที่พิงกำแพงอยู่ด้านหลังไม่กล้าเดินเข้ามานั่งโต๊ะตัวเอง พวกเขายืนลุ้นว่
อ่านเพิ่มเติม
เลือกชายมาแต่งงาน
เมื่อเสียงประกาศดังลั่นออกไปทั่วตลาด ชายหนุ่มผู้มีฐานะและผู้ไม่มีอะไรเลย ทยอยเดินเข้ามาอย่างช้าๆ เมื่อเหล่าชายโสดมามากพอ ท่านพ่อไม่รอช้าที่จะเอ่ยข้อเสนอ"ผู้ใดอยากแต่งงานกับลูกสาวข้า ยกให้เลยแถมข้าวฟรี 10 กระสอบ" ผู้คนได้ยินเช่นนั้นก็ต่างซุบซิบกันเหมือนผึ่งตอมดอกไม้ เพราะข้อเสนอข้าว 10 กระสอบทำให้ชายโสดผู้มีฐานะต่ำต้อยนั้นเกิดความโลภมาก"พี่สาวข้า ท่านเลือกเองเถิด" เฟิ่งจูพูดเย้ยเบาๆ" แน่นอนถ้าข้ามีสิทธิ์เลือกสามีเอง" นางตอบอย่างมั่นใจนางยืนคิดพิจารณาอย่างรอบคอบท่ามกลางชุลมุนรอบด้าน นางเหลือบไปเห็นชายผู้หนึ่งที่ผมหยิกๆหน้าตามอมแมมเสื้อผ้าขาดเป็นรู ดูท่าทางซื่อๆ กำลังเดินหาอาหารตามพื้นที่ซูเหยาเห็นแล้วสงสารเหลือเกิน อยากจะช่วยเหลือชายผู้นั้นให้กินอิ่มทุกมื้อไม่ต้องมาเป็นขอทานเร่ร่อนเช่นนี้"เจ้า...เจ้านั้นแหละ" ซูเหยาเรียก เหล่าชายโสดก็เงียบเสียงลงทันที"แม่หญิง...เรียกข้าทำไมรึ" เขาผู้หิวโหยพูดตะกุกตะกักเดินเข้ามาช้า ๆ แต่ไม่อาจจะเข้ามาใกล้นางเกินไป กลัวว่านางจะรังเกียจ"เจ้าอยากแต่งงานงานกับข้าหรือไม่" ชายผู้หิวโหยไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ว่ามองไปรอบ ๆ สายตาอื่น ๆ ที่มองมาเหม
อ่านเพิ่มเติม
เข้ามาถ้าไม่อยากเจ็บตัว
เสียงที่คุ้นเคยกำลังมาหาซูเหยา ดักทางเข้าออกไม่อยากให้นางนั้นออกไป เพราะท่านพ่อคิดว่านางนั้นขโมยสมบัติอย่างอื่นไปด้วยจึงขอให้สาวใช้ข้าวของที่อยู่ในมือ"ค้นมันออกมา" ท่านพ่อสั่งสาวใช้เสียงแข็ง"หยุดนะ " ซูเหยาเดินมาบังของส่วนตัว"นี้เจ้า...กล้าขัดคำสั่งข้ารึ" "ใช่...ท่านไม่มีสิทธิ์มาค้นอะไรของข้าเพราะที่ผ่านมาท่านไม่ได้ให้อะไรข้าเลย ท่านทำเช่นนี้มันขูดเลือดขูดเนื้อกันชัดๆ" " พี่สาว..อย่าว่าท่านพ่อผู้อื่นเห็นเข้าจะดูไม่ดีนะเจ้าคะ" เฟิ่งจูงเอ่ยแทรก" หึ..เรื่องเอาดีเข้าตัวน้องสาวช่างถนัดเสียจริง"ซูเหยาพูดเสียงเย็น ดูทรงอำนาจ"ไม่ต้องไปสนใจนางข้าสั่งให้พวกเจ้าค้น" ท่านพ่อยกมือสั่งการกระดิกนิ้วสาวใช้ 6-7 คนเดินเข้ามาพร้อมๆกัน แต่ท่าทางไม่ได้เหมือนจะมาขนของเหมือนจะมารุมทำร้ายมากกว่า จึงตั้งรับเหตุการณ์ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ"ถอยออกไปไม่เช่นนั้น ตาย" ซูเหยาเดินอย่างองอาจไปหยิบไม้หน้าสามยกขึ้นสูง ข่มขู่ มองจิกไม่ยอมปล่อย"ถอย ๆ ข้ากลัวหน้าเสียโฉม" สาวใช้พึมพัมเบาๆแล้วถอยออกไปทีละคน" จ้าวจ้าวนำของส่วนตัวของข้าไปไว้ที่เกวียนม้า" จ้าวจ้าวได้ยินคำสั่งก็รีบนำเข้าของส่วนตัวออกไปอย่างทันท่วงที สา
อ่านเพิ่มเติม
บ้านสามี
ถึงเรือนเสียงฝีเท้าม้าหยุดลงตรงหน้าเรือนหานเฟิง บรรยากาศข้างหน้าทางเข้าช่างรมรื่น ด้านในเป็นบ้านไผ่ผสมไม้ ลานหน้าบ้านดูสะอาดตาแม้จะมีใบไผ่หล่นลงมาต่อเนื่อง ข้างบ้านยังปลูกผักไว้กิน "โฮ่ง..ๆ " เสียงเห่าดังมาแต่ไกล ทำเอาภาพฝันในหัวหายวับทันที"เจ้าสุนัข...อย่ากัดข้านะ" เจ้าหลงวิ่งพุ่งเข้ามาหาซูเหยาอ้าปากกว้างส่งเสียงร้อง โฮ่ง..ๆ "จะกัดข้า" ซูเหยารีบไปหลบด้านหลังหารเฟิง จังหวะนั้นเสียงเห่าก็เงียบลงกลับกลายเป็นอาการดีใจของสุนัขที่เจ้าของนั้นกลับมา มันหมุนลำตัวลอยไปมา กระโดดเลียแก้มสามีด้วยความดีใจ"อ้าว...นึกว่าจะกัดที่ไหนได้..." "ไอ้หลง เจ้านี่นะ" หานเฟิงลูบหัวเจ้าหลงไปมา " หากเจ้าไม่อยู่มันจะไม่กลับมาเล่นงานข้าใช่ไหม" หานเฟิงหัวเราะ" ไม่หรอกเจ้าวางใจได้...เราเข้าไปด่านในกันเถิด"หานเฟิงถือข้าวของเข้าไปโดยมีเจ้าหลงนั้นวิ่งนำหน้า มือผลักเปิดประตูบานใหญ่นำข้าวของไปไว้ที่ห้องพัก ภรรยาที่เดินตามหลังได้แต่มองรอบ ๆ เรือน ทุกมุมที่อยู่ข้างใน"ก็ไม่ได้แย่นะ" พึมพัมเบาๆ"เจ้าไม่ชอบที่นี่รึ" หานเฟิงถาม เมื่อเห็นซูเหยาไม่พูดตนนึกว่านางอาจไม่ชอบเรือนหลังนี้"เปล่าเลย.. ข้าชอบ" "จริงรึ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status