LOGINกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปหลายปี จากทารกน้อยในอ้อมแขน ‘ฝานอ้ายหลิน’ บัดนี้เติบโตเป็นเด็กหญิงวัยสี่ขวบเศษที่มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตสุกใสและมีนิสัยเฉลียวฉลาดเหมือนผู้เป็นมารดาไม่มีผิด ส่วนหลันหลันน้อยก็เติบโตเป็นดรุณีวัยสิบเอ็ดปีที่กิริยางดงาม มีวิชาความรู้เรื่องการค้าขายและการจับสัตว์ทะเลติดตัวจนกลายเป็นช่างเลือกวัตถุดิบชั้นยอดประจำหมู่บ้านสกุลเฉียนชีวิตของบ้านสกุลฝานสมบูรณ์และมั่งคั่งอย่างยิ่ง จากเรือนไม้หลังเล็กๆ บัดนี้ถูกขยายเป็นเรือนจวนใหญ่โต อบอุ่นร่มรื่น ด้านหลังเรือนเต็มไปด้วยรังผึ้งคุณภาพดีที่ส่งออกน้ำผึ้งแท้ไปยังทั่วทั้งใต้หล้า ส่วนฝานเฉินซี สามีของนางก็กลายเป็นบัณฑิตและนักเขียนบทละครชื่อก้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงเมืองหลวงทุกอย่างในชีวิตของฟางเหนียงดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งในคืนวันหนึ่ง... ยามที่ท้องฟ้าเงียบสงบและดวงดาวส่องแสงสกาวลอยเด่นอยู่เหนือหมู่บ้านขณะที่นางกำลังนั่งตรวจบัญชีประจำเดือนอยู่ริมหน้าต่าง เสียงอันคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานานหลายปีก็ดังขึ้นในความคิดของนาง ทว่าครั้งนี้ เสียงนั้นไม่ได้เป็นเสียงสังเคราะห์ที่แห้งแล้งเฉกเช่นวันวาน หากแต่เต็มไป
“ปูหินชอบซ่อนตามมุมมืด ต้องใช้ไม้กวาดมันออกมา อย่าใช้มือเปล่าเด็ดขาดไม่งั้นจะโดนหนีบ เข้าใจหรือไม่?”“เข้าใจเจ้าค่ะ!” หลันหลันรับไม้เล็กๆ ไปลองเขี่ยดู เพียงครู่เดียวปูหินตัวโตเท่าฝ่ามือก็วิ่งพรวดออกมา นางรีบใช้ตะแกรงช้อนจับไว้ได้อย่างแม่นยำ…ติ้ง! ได้รับ ปูหินไข่แน่น x1เพิ่มผลจากระบบ x2 ได้รับ ปูหินไข่แน่น x2 x4…x8…x16……ภารกิจคืบหน้า: 3/5 ชนิด…ขณะที่หลันหลันกำลังสนุกกับการจับปู หญิงสาวก็ใช้สายตาที่ได้รับการอัปเกรดจากระบบมองลึกลงไปในแอ่งน้ำใต้โขดหินขนาดใหญ่ ทันใดนั้น แสงออร่าสีทองประหลาดก็ส่องสว่างขึ้นในมโนภาพของนาง!…แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบวัตถุดิบระดับตำนาน! 'หอยเป๋าฮื้อสีทองเจ็ดรัศมี' และ 'กุ้งมังกรเจ็ดสี' ในรอยแยกใต้โขดหิน!…‘ของดี!’ นางไม่รอช้า รีบขยับเข้าไปใกล้โขดหินนั้น ทะเลแถบนี้ปกติไม่มีใครกล้าลงมาลึกเพราะโขดหินคม แต่สำหรับนางที่มีระบบคอยชี้จุด ปลอดภัยหายห่วง นางใช้ชะแลงงัดเข้าไปในซอกหินลึกอย่างระมัดระวัง เพียงไม่นาน หอยเป๋าฮื้อเปลือกเปล่งประกายสีทองขนาดเท่าจานข้าวก็หลุดออกมา!…ติ้ง! เก็บเกี่ยว หอยเป๋าฮื้อสีทองเจ็ดรัศมี x1……ผลจากระบบ x2: ได้รับ หอยเป๋าฮื้อสีทองเจ็ดรัศมี x2
หลังจากผ่านพ้นช่วงเลี้ยงดู ‘อาหลินน้อย’ จนหย่านมและแข็งแรงดี ร่างกายของหญิงสาวก็กลับมาแข็งแรงดั่งเดิม ทว่าชีวิตที่อยู่แต่ในเรือนและรังผึ้งหลังบ้านเริ่มทำให้นางรู้สึกอุดอู้ วันนี้โอกาสดีมาถึงเมื่อสามีอย่างฝานเฉินซีต้องเข้าไปส่งบทละครชุดใหม่ในเมืองพร้อมกับมารดาทั้งสองที่นางคะยั้นคะยอให้ไปดูลายผ้าใหม่ๆ คนแก่ทั้งคู่ยืนยันจะเอาหลานสาวไปด้วย เพื่อขอพรต่อองค์เทพ ในโอกาสอายุครบ1ขวบปี นางจึงฉวยโอกาสนี้พาน้องสาววัยเจ็ดหนาวอย่าง ‘หลันหลัน’ มุ่งหน้าสู่ชายหาดท้ายหมู่บ้านทันที“พี่หญิง! เหตุใดเราต้องพะรุงพะรังถังไม้กับชะแลงเล็กๆ มาถึงชายหาดด้วยเจ้าคะ?” หลันหลันเอ่ยถามพลางวิ่งเหยียบย่ำทรายนุ่มๆ ด้วยความตื่นเต้น ลมทะเลพัดหอบเอาความสดชื่นและกลิ่นไอเค็มปะทะใบหน้านางยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะลูบหัวน้องสาว “ท้องทะเลคือคลังสมบัติที่ไม่มีวันหมดหากเรารู้จักมอง หลันหลัน... โตขึ้นเจ้าต้องรู้จักหาเงินด้วยตัวเอง ยามใดที่มีวิชาติดตัว เจ้าก็ไม่ต้องพึ่งพาใคร และวันนี้พี่จะสอนเจ้าจับของดีจากทะเล!”ยังไม่ทันขาดคำ เสียงอันคุ้นเคยของระบบก็ดังขึ้นในหัวนางทันที[ติ้ง! ตรวจพบพื้นที่ชายฝั่งทะเลเขตร้อน ภารกิจพิเศษฉุกเฉินเปิด
เวลาหนึ่งร้อยวันผ่านไปราวกับหิมะที่ค่อยๆ ละลายเมื่อยามวสันตฤดูย่างกรายเข้ามา ลมหนาวที่เคยพัดผ่านหมู่บ้านสกุลเฉียนเริ่มถูกแทนที่ด้วยสายลมฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่นและกิ่งก้านของต้นไม้นอกเรือนเริ่มเจริญเติบโตแตกใบอ่อน เช่นเดียวกับครรภ์ของหญิงสาวที่ขยายใหญ่ขึ้นจนกลมกลึงตลอดสามเดือนที่ผ่านมา บ้านสกุลฝานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและระมัดระวังเป็นพิเศษ ฝานเฉินซีปฏิบัติตัวตามคำสั่งของท่านหมอประจำหอโอสถอย่างเคร่งครัด ทั้งคอยวาดภาพ วางโครงเรื่องบทละคร และฝึกฝนการใช้อุปกรณ์การเขียนใหม่ๆ เพื่อเตรียมหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนภรรยาของเขานั้น นอกจากจะดูแลรังผึ้งด้านหลังเรือนด้วยความช่วยเหลือของระบบแล้ว นางก็แทบไม่ต้องหยิบจับงานหนักใดๆ เลย ทุกคนในบ้านต่างประคบประงมดูแลนางดั่งไข่ในหินและแล้ว... วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงช่วงยามเช้าตรู่ของวันหนึ่ง ขณะที่แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกำลังทาทาบบนขอบฟ้า อาการเจ็บเตือนที่ท้องของนางก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ“ท่านพี่... ข้าคิดว่า... ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือบางที่จับแขนเสื้อของสามีไว้แน่น ฝานเฉินซีที่กำลังนั่งตรวจดูบทละครถึงกับทำพู่กันหลุด
ฝานเฉินซีคิดย้อนกลับไปมันเป็นเช่นนั้นจริง “ขอบคุณเจ้า ขอบคุณที่เห็นใจคนใกล้ตายเช่นข้า ทั้งยังชุปชีวิตข้าขึ้นมาใหม่”“ขอบคุณท่านต่างหากที่ปฏิบัติต่อข้าดีตั้งแต่วันแรก หากท่านไม่สนใจข้า ข้าคง…ถอยออกไปแล้ว”และหลังจากวันนั้นนางถูกดูแลดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งใดล้วนถูกสั่งห้ามทั้งสิ้น ยกเว้นเรื่องการเลี้ยงผึ้งที่นางขอร้องให้นางทำ เพราะนางมีระบบในการจัดการ“วันนี้ข้าจะไปดูรังน้ำผึ้งเสียหน่อย” นางบอกทุกคนในมื้ออาหาร ตั้งแต่ตั้งท้องระบบไม่เคยสั่งงานอะไรที่ยากลำบากให้นางอีกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นภาระกิจง่ายๆเช่น แบ่งปันเสบียงให้เพื่อนบ้านเพื่อแลกกับสมุนไพรขายของให้ชาวบ้านเพื่อแลกของในระบบ คล้ายกับชวนนางทำความดีอย่างไรอย่างนั้น จนตอนนี้ชาวบ้านไม่กลัวอด ทั้งยังรู้ว่านางเลี้ยงผึ้ง ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามนัก“ให้ข้าไปเป็นเพื่อน” เฉินซีรีบวางพู่กันลง ก่อนจะหยิบผ้าคลุมมาคลุมตัวนาง เนื่องจากอากาศเริ่มเย็นสามีของนางยังคงเพิ่มระดับจากการเขียน มาเป็นการวาด และมันดีขึ้รถนัดตาทีเดียว …นายท่านเปิดระบบป้องกันหรือไม่… นางกดยืนยันทันที รอบตัวของนางและสามีมีโดมแก้วป้องกันทุกก้าวเดิน เขาไม่เห็นแต่นาง
นางและเฉินซีช่วยกันทำที่แขวนลังไม้ เรียงกันเป็นระเบียบ ก่อนจะใช้ไขผึ้งเอาไปทารอบๆด้านใน รนไฟจนกลิ่นหอมและปล่อยเอาไว้แบบนั้น “พื้นที่หลังบ้านแบบนี้ข้าคิดว่าเหมาะสมเพราะนัก เพราะติดกับภูเขาฝั่งตะวันออกน่าจะมีผึ้งป่าลงมาจากเขาหากได้กลิ่นไขผึ้ง!!” เวลาเกือบเดือนที่ผ่านมาบ้านอื่นโกลาหลแค่ไหน บ้านนางก็ยิ่งมีสติกันครบทุกคน แบ่งหน้าที่กันชัดเจน อาหารกินไม่ขาด ปลูกผักเลี้ยงไก่อย่างดี แบ่งต้นอ่อนของผักให้ชาวบ้านบ้าง แค่นำไปวางหน้าบ้านใครอยากมาหยิบไปปลูกต่อก็ย่อมได้ทั้งนี้ยังมีปลาที่นางบอกว่าไหลมาตามน้ำเลี้ยงไว้ในบ่อหินหลังบ้านอีก อาหารไม่เคยพร่องลงสักนิด จากนั้นจึงต้องคิดเรื่องทำมาหากินกันต่อ“ปล่อยไว้นานหรือไม่” ตอนนี้ทุกคนตื่นเต้น แม้จะทำลังไม้ไว้นับ20อันแต่นางลองใช้ล่อผึ้งแค่10อันเท่านั้น และหลายครั้งที่แม่สามีกังวลว่ามันจะทำได้หรือไม่ จึงถามนางวันละหลายๆรอบ แต่นางไม่เบื่อจะตอบสักนิด เพราะรู้ดีว่าสิ่งใดแปลกใหม่ย่อมมีคำถามตามมาเสมอ“ราวๆ90วันเจ้าค่ะ เราจึงจะเก็บน้ำผึ้งได้” เสร็จจากการปล่อยลังไม้ล่อผึ้งทิ้งไว้ ทุกคนเริ่มที่จะปลูกดอกไม้เพื่อให้ผึ้งบินไปกินเกสร น้ำผึ้งจึงจะมีรสชาติหอมหวาน”วั







