Se connecter“แต่ท่านอ๋องเป็นถึงพระอนุชาของฝ่าบาท!”
“ข้าทราบ”
“ยังมีบรรดาศักดิ์สูงส่ง!”
“ข้าทราบ”
“รูปโฉมก็หล่อเหลา!”
“ข้าก็เห็นแล้ว”
“แล้วเหตุใดจึงอยากหย่าเล่าเพคะ”
เหมยฮวายื่นมือไปประคองสาวใช้ให้ลุกขึ้น
“เสี่ยวเถา บุรุษหล่อเหลามีประโยชน์อย่างไร หากอยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุข”
เด็กสาวอ้าปาก แต่ตอบไม่ออก
“แล้วหากข้ามีเงิน มีบ้าน มีร้านค้า และมีเวลานอนตื่นสายทุกวัน เจ้าคิดว่าชีวิตเช่นนั้นดีหรือไม่”
เสี่ยวเถาครุ่นคิด
“ก็ดีเพคะ”
“เห็นหรือไม่!”
“แต่... ไม่มีท่านอ๋องหรือเพคะ”
“ไม่มี!”
“ไม่มีพระชายาหรือเพคะ”
“ข้าไม่จำเป็นต้องเป็นพระชายาก็มีชีวิตดี ๆ ได้”
เสี่ยวเถายิ่งฟังยิ่งสับสน
“แล้วบ่าวเล่าเพคะ”
เหมยฮวาหันมามอง
“เจ้าอยากอยู่กับข้าหรือไม่”
“อยากสิเพคะ!”
“เช่นนั้นหากวันหนึ่งข้าออกจากจวน เจ้าก็ไปกับข้าได้ หากเจ้าเต็มใจ”
ดวงตาของเสี่ยวเถาแดงขึ้นทันที
“พระชายาจะไม่ทอดทิ้งบ่าวหรือเพคะ”
“หากเจ้ายังอยากติดตามข้า ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้า”
“บ่าวจะติดตามพระชายาไปทุกแห่งเพคะ!”
เหมยฮวายิ้ม ก่อนตบไหล่สาวใช้เบา ๆ
“ดีมาก เช่นนั้นเริ่มจากช่วยข้าหากระดาษกับพู่กันมาก่อน”
“จะเขียนอะไรหรือเพคะ”
“แผนชีวิต”
“แผนชีวิต”
“ถูกต้อง แผนชีวิตฉบับใหม่ของข้า!”
ไม่นานนัก กระดาษ พู่กัน และแท่นฝนหมึกก็ถูกจัดเตรียมบนโต๊ะ
เหมยฮวานั่งลงอย่างมุ่งมั่น
แม้จะไม่ถนัดการใช้พู่กันเท่าปากกาในโลกเดิม แต่ความทรงจำของร่างนี้ยังช่วยให้นางเขียนอักษรได้
นางเริ่มเขียนหัวข้อแรกด้วยความตั้งใจ
หนึ่ง หย่าสามี
เสี่ยวเถาชะโงกหน้ามอง
“พระชายาจะเขียนเรื่องนี้จริง ๆ หรือเพคะ”
“แน่นอน”
นางเขียนข้อต่อไป
สอง หาเงิน
เสี่ยวเถาพยักหน้า
“ข้อนี้บ่าวเข้าใจเพคะ”
เหมยฮวายิ้ม แล้วเขียนข้อสุดท้าย
สาม หนีตายและเกษียณ
เสี่ยวเถาอ่านแล้วหน้าซีดเผือด
“พระชายา!”
“อะไรอีก”
“หนีตาย”
“ใช่”
“มีผู้ใดจะทำร้ายพระองค์หรือเพคะ”
เหมยฮวาชะงัก
นางลืมไปว่าสาวใช้ไม่รู้เรื่องนิยายต้นฉบับ
“ข้าหมายถึง... หลีกเลี่ยงอันตราย”
“อันตรายใดเพคะ”
“อันตรายจากการทำตัวโง่เขลา”
“...”
“หากข้าไม่ก่อเรื่อง ไม่ยุ่งกับการเมือง ไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน โอกาสมีชีวิตยืนยาวก็มากขึ้น มิใช่หรือ”
เสี่ยวเถาค่อย ๆ พยักหน้า
“ฟังดูมีเหตุผลเพคะ”
“ส่วนเกษียณก็คือมีเงินพอแล้วไม่ต้องทำงานหนักอีก”
“แต่พระชายาก็ไม่ได้ทำงานอยู่แล้วนี่เพคะ”
เหมยฮวานิ่งไป
ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เจ้ายังไม่เข้าใจ ข้าไม่ได้ต้องการนั่งเฉย ๆ เพราะมีคนเลี้ยงดู ข้าต้องการมีเงินของตัวเองมากพอที่จะเลือกว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรต่างหาก”
เสี่ยวเถาฟังแล้วพยักหน้าช้า ๆ
“บ่าวเข้าใจแล้วเพคะ”
“ดีมาก”
เหมยฮวาก้มมองกระดาษตรงหน้า
หนึ่งเดือน
สามสิบวันสำหรับทำให้ลี่เซียวเห็นว่าการหย่าคือทางเลือกที่เหมาะสม แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง
แม้หย่าสำเร็จ นางก็อาจไม่ปลอดภัยจากเสนาบดีหลี่ เพราะหากศัตรูต้องการใช้ตัวนางเล่นงานลี่เซียว ต่อให้เป็นอดีตพระชายาก็อาจถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องได้
ดังนั้นการหย่าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
นางต้องระวังตัว เก็บหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติ และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดใส่ร้ายได้ง่าย ๆ
เหมยฮวาจึงหยิบกระดาษอีกแผ่นมาเขียนเพิ่ม
ข้อควรระวัง ไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ไม่รับของหรือจดหมายจากคนแปลกหน้าโดยไม่ตรวจสอบ
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย
ไม่ใช้เงินจนหมดก่อนกิจการมีกำไร
และที่สำคัญที่สุด...
อย่าหลงรักสามี!
นางขีดเส้นใต้ข้อความสุดท้ายถึงสองครั้ง
เสี่ยวเถามองแล้วทำหน้าประหลาด
“พระชายา เหตุใดต้องเขียนข้อนี้ด้วยเพคะ”
“เพราะความรักทำให้คนตาบอด”
“แต่ท่านอ๋องทรงหล่อเหลามากนะเพคะ”
“ข้ามีตา!”
“ทั้งยังเก่งกาจ”
“ข้ารู้!”
“และทรงมีอำนาจมากด้วย”
เหมยฮวาวางพู่กันดังแปะ
“เสี่ยวเถา!”
“เพคะ!”
“เจ้าอยู่ฝ่ายใดกันแน่”
สาวใช้สะดุ้ง
“ฝ่ายพระชายาเพคะ!”
“เช่นนั้นช่วยข้าคิดดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรให้ท่านอ๋องเห็นว่าการแยกทางเป็นเรื่องดี”
เสี่ยวเถาขมวดคิ้ว
“พระชายาต้องการให้ท่านอ๋องไม่พอพระทัยหรือเพคะ”
“ไม่ถึงกับต้องทำให้โกรธ”
เหมยฮวาใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ
“ข้าเพียงต้องทำให้เขารู้ว่าเราเข้ากันไม่ได้”
“อย่างไรหรือเพคะ”
“เขาชอบความสงบใช่หรือไม่”
“เพคะ”
“ชอบระเบียบ”
“มากเพคะ”
“ชอบให้ทุกอย่างเป็นไปตามแบบแผน”
“ใช่เพคะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าเหมยฮวา
“ดีเลย!”
เสี่ยวเถาเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล
“พระชายาคิดอะไรได้หรือเพคะ”
“ข้าจะจัดระเบียบจวนเสียใหม่!”
“จัดระเบียบ”
“ใช่! ข้าจะเข้าไปดูเรื่องห้องครัว การทำความสะอาด ตารางเวร และการใช้จ่ายในเรือนของตัวเองให้ละเอียดที่สุด!”
เสี่ยวเถาเบิกตากว้าง
“พระชายาจะทำงานเหล่านั้นด้วยพระองค์เองหรือเพคะ”
“ข้าจะวางระบบให้คนอื่นทำต่างหาก”
“แล้วจะทำให้ท่านอ๋องไม่พอพระทัยได้อย่างไร”
เหมยฮวายิ้มอย่างมั่นใจ
“บุรุษที่เคร่งครัดและไม่ชอบให้ใครยุ่งกับระเบียบเดิมอย่างเขา หากเห็นข้าเข้าไปเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ทุกวัน ย่อมต้องรำคาญแน่นอน!”
“แต่ถ้าท่านอ๋องทรงเห็นว่าดีเล่าเพคะ”
“ไม่มีทาง!”
นางโบกมืออย่างมั่นใจ
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







