Se connecter“...”
“หากแยกทางกัน หม่อมฉันจะนำสินเดิมของตนเองไปตั้งตัว ไม่เรียกร้องทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของหม่อมฉัน ส่วนทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสมรส หากจำเป็นก็สามารถตกลงกันอย่างเป็นธรรมได้”
ลี่เซียวเลิกคิ้ว
“เจ้าคิดเรื่องทรัพย์สินไว้แล้วด้วย”
เหมยฮวายิ้ม
“เรื่องเงินต้องคิดให้รอบคอบเพคะ”
“เจ้าช่างเตรียมพร้อมเสียจริง”
“ขอบพระทัยที่ชมเพคะ”
“ข้าไม่ได้ชม”
“เช่นนั้นหม่อมฉันขอรับไว้เป็นคำชมก็แล้วกัน”
มุมปากของลี่เซียวกระตุกเล็กน้อย
เขามองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจ
วันนี้นางไม่มีท่าทีหึงหวง ไม่มีน้ำตา และไม่พยายามยื้อเขาไว้
ตรงกันข้าม นางกลับดูกระตือรือร้นอย่างประหลาดที่จะออกจากจวน
“เจ้าคิดว่าหากข้าร่วมยื่นฎีกา ฝ่าบาทจะทรงอนุญาตทันทีหรือ”
“ไม่เพคะ”
“แล้วเหตุใดจึงมั่นใจนัก”
“หม่อมฉันไม่ได้มั่นใจว่าจะสำเร็จทันที แต่หากไม่เริ่มดำเนินการเลย ก็ไม่มีวันสำเร็จ”
ลี่เซียวเงียบไป
เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคำพูดของนางมีเหตุผล
แต่การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องของสามีภรรยาเพียงสองคน
เขามีตำแหน่งในราชสำนัก และมีขุนนางจำนวนไม่น้อยรอจับผิดอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันของเหมยฮวาก็น่าสงสัย
“ข้ายังไม่อาจรับปากว่าจะร่วมยื่นฎีกา”
รอยยิ้มของเหมยฮวาชะงัก
“เพราะเหตุใดเพคะ”
“ข้าต้องพิจารณาให้รอบคอบ”
“ต้องใช้เวลานานเพียงใด”
“ยังบอกไม่ได้”
“หนึ่งปีหรือเพคะ”
“ไม่ถึงเพียงนั้น”
“หกเดือน”
“เหมยฮวา”
“สามเดือน”
ลี่เซียวถอนหายใจ
“เจ้าจะต่อรองไปถึงเมื่อใด”
“จนกว่าจะได้ระยะเวลาที่เหมาะสมเพคะ”
“...”
“หนึ่งเดือนเป็นอย่างไร”
เขาขมวดคิ้ว
“หนึ่งเดือน”
“เพคะ ท่านใช้เวลาหนึ่งเดือนพิจารณาว่าจะร่วมยื่นฎีกาหรือไม่ ส่วนหม่อมฉันจะใช้เวลานั้นพิสูจน์ว่าตนไม่ได้คิดสร้างเรื่องวุ่นวาย”
ลี่เซียวมองนางนิ่ง
“เจ้าต้องการให้ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเปลี่ยนนิสัยได้ภายในหนึ่งเดือน”
“หม่อมฉันไม่อาจรับปากว่าจะกลายเป็นสตรีสมบูรณ์แบบ แต่รับปากว่าจะไม่จงใจรังแกผู้ใด และจะรับผิดชอบการกระทำของตนเอง”
คำตอบนั้นต่างจากคำสาบานเลื่อนลอยที่เขาเคยได้ยิน
ลี่เซียวจึงเริ่มครุ่นคิดจริงจัง
หนึ่งเดือนเพียงพอให้เขาสังเกตพฤติกรรมของนาง และตรวจสอบว่าคำขอหย่าครั้งนี้มีเจตนาใดซ่อนอยู่หรือไม่
“ได้”
เหมยฮวาเงยหน้าทันที
“ได้หรือเพคะ!”
“ข้าจะใช้เวลาหนึ่งเดือนพิจารณาคำขอของเจ้า”
“แล้วเมื่อครบกำหนด”
“ข้าจะให้คำตอบว่าจะร่วมยื่นฎีกาหรือไม่”
“ท่านรับปากแล้วนะเพคะ”
“ข้ารับปากว่าจะให้คำตอบ ไม่ได้หมายความว่าจะยินยอมหย่า”
เหมยฮวารีบพยักหน้า
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ!”
อย่างน้อยก็มีเส้นตายสำหรับการเจรจา!
ดีกว่าถูกดองเรื่องไว้ไม่มีกำหนด!
ลี่เซียวมองรอยยิ้มของนางแล้วอดสงสัยไม่ได้
“การได้หย่าจากข้าทำให้เจ้าดีใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
เหมยฮวาชะงัก
นางเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา ก่อนยิ้มอย่างระมัดระวัง
“หม่อมฉันดีใจที่ท่านยอมรับฟังเหตุผลเพคะ”
“เจ้าช่างพูดนัก”
“เป็นความสามารถติดตัวเพคะ”
“ความสามารถที่เจ้าควรใช้ให้ถูกที่”
“หม่อมฉันจะพยายามเพคะ”
ลี่เซียวส่ายหน้าเล็กน้อย
“ระหว่างนี้อย่าก่อเรื่องอีก”
“เพคะ”
“อย่ารังแกบ่าว”
“เพคะ”
“อย่าหาเรื่องอนุฟาง”
“หากนางไม่มาหาเรื่องหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันก็ไม่คิดยุ่งเกี่ยวเพคะ”
ลี่เซียวมองนาง
“เจ้ากำลังต่อรองเงื่อนไขอีกแล้วหรือ”
“หม่อมฉันเพียงขอความเป็นธรรม หากผู้ใดกล่าวหาหม่อมฉันโดยไม่มีหลักฐาน ท่านก็ควรตรวจสอบก่อนตัดสิน มิใช่หรือเพคะ”
เขานิ่งไปชั่วครู่
“ข้าจะตรวจสอบตามข้อเท็จจริง”
“ขอบพระทัยเพคะ”
ลี่เซียวหยิบหนังสือตักเตือนขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะอีกครั้ง
“ส่วนเรื่องเมื่อวาน ข้าจะให้คนตรวจสอบความเสียหาย หากมีผู้ได้รับความเดือดร้อน เจ้าต้องรับผิดชอบ”
“หม่อมฉันยินดีเพคะ”
เขาพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินไปทางประตู
แต่ก่อนจะออกไปก็หยุดฝีเท้า
“เหมยฮวา”
“เพคะ”
“ข้าหวังว่าครั้งนี้เจ้าจะรักษาคำพูด”
นางมองแผ่นหลังสูงสง่านั้น
“หม่อมฉันก็หวังว่าท่านจะรักษาคำพูดเช่นกันเพคะ”
ลี่เซียวหันกลับมามอง
ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง
ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรอีก
เมื่อประตูปิดลง เหมยฮวาก็ยกสองมือขึ้นเหนือศีรษะ
“สำเร็จ!”
เสี่ยวเถาที่รออยู่ด้านนอกรีบวิ่งเข้ามา
“พระชายา! เกิดอะไรขึ้นเพคะ ท่านอ๋องทรงกริ้วหรือไม่”
“ไม่กริ้ว!”
“แล้วพระองค์ทรงลงโทษหรือไม่”
“ไม่ลงโทษ!”
“เช่นนั้นพระชายาดีใจเรื่องใดเพคะ”
เหมยฮวาหันมายิ้มกว้าง
“ข้าขอหย่าแล้ว!”
เสี่ยวเถานิ่งค้าง
อ่างน้ำในมือแทบหลุดร่วง
“หะ... หย่า”
“ใช่!”
“หย่ากับท่านอ๋อง”
“ก็ข้ามีสามีอยู่คนเดียว จะให้ไปหย่ากับใครเล่า!”
“พระชายา!”
เสี่ยวเถารีบวางอ่างน้ำแล้วคุกเข่าลง
“พระองค์ทรงโกรธท่านอ๋องจนเลอะเลือนแล้วหรือเพคะ!”
เหมยฮวาถอนหายใจ
“ข้ามีสติดีทุกอย่าง”
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







