Se connecterพ่อครัวใหญ่รีบออกมาต้อนรับ
“ถวายพระพรพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
“ตามสบาย ข้ามาดูเรื่องวัตถุดิบ”
พ่อครัวใหญ่ชะงัก
“วัตถุดิบหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ใช่ ข้าอยากรู้ว่าแต่ละวันใช้ผัก เนื้อ ข้าวสาร และเครื่องปรุงเท่าไร”
“บ่าวมีบัญชีอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“ขอดูหน่อย”
เมื่อเปิดบัญชี เหมยฮวาก็พบว่ามีการบันทึกของที่เบิกออก แต่ไม่ได้แยกชัดเจนว่าวัตถุดิบใดเหลือเท่าไรหลังทำอาหาร
“หากวันนี้ใช้เนื้อไม่หมด พรุ่งนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเหลืออยู่เท่าไร”
พ่อครัวใหญ่เกาศีรษะ
“บ่าวก็ดูในไหกับห้องเก็บของพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วถ้าคนอื่นมาเบิกไปก่อน”
“ก็... ต้องถามกันอีกที”
เหมยฮวาพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
นางไม่ได้ตำหนิทันที แต่ขอให้พ่อครัวใหญ่พาไปดูห้องเก็บวัตถุดิบ
ภายในมีผักสดหลายชนิด ข้าวสาร และเนื้อที่เตรียมไว้สำหรับอาหารประจำวัน
นางหยิบหัวผักกาดขึ้นมาดู
“ผักพวกนี้ซื้อมาเมื่อไร”
“เมื่อวานพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วตะกร้าด้านหลัง”
“เมื่อสองวันก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
“เหตุใดจึงนำของใหม่มาวางไว้ด้านหน้า”
พ่อครัวใหญ่ชะงัก
“เพราะสะดวกหยิบพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นของเก่าก็จะถูกทิ้งไว้จนเหี่ยว”
เขาก้มหน้าลงทันที
“บ่าวสะเพร่าเอง”
“ไม่ต้องตกใจ ข้าไม่ได้จะลงโทษ”
เหมยฮวาวางหัวผักกาดกลับลงตะกร้า
“ต่อไปให้ใช้ของที่ซื้อก่อนเป็นอันดับแรก หากยังสดและปลอดภัย ส่วนของใหม่เก็บไว้ด้านหลัง และจดจำนวนที่เหลือทุกเย็น”
พ่อครัวใหญ่รีบพยักหน้า
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วอาหารที่ทำเหลือ”
“บางส่วนเก็บไว้ บางส่วนแจกบ่าว หากเสียแล้วก็ทิ้งพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี ของที่เสียต้องทิ้ง ห้ามนำไปทำอาหารต่อเด็ดขาด”
พ่อครัวใหญ่เงยหน้าอย่างประหลาดใจ
“พระชายาไม่ต้องการให้ประหยัดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ประหยัดกับทำให้คนท้องเสียเป็นคนละเรื่องกัน”
“...”
“ข้าอยากลดของเสีย ไม่ได้อยากลดอายุคนกิน”
เสี่ยวเถาหลุดหัวเราะ
พ่อครัวใหญ่เองก็เผลอยิ้มออกมา
เหมยฮวาจึงหันไปดูเมนูอาหารที่เตรียมไว้
“วันนี้มีอะไรบ้าง”
“ซุปไก่ตุ๋น เห็ดผัด เนื้อหมูอบ และผักลวกพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำมากเกินไปหรือไม่”
“ปกติพระชายาทรงโปรดให้จัดสำรับหลายอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วกินหมดหรือ”
พ่อครัวใหญ่ไม่ตอบ
เหมยฮวาเข้าใจทันที
“ต่อไปลดจำนวนอาหารในสำรับของข้าลง ไม่ต้องทำมากเพื่อให้ดูหรูหรา”
“แต่พระชายา...”
“หากข้าไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่มได้”
พ่อครัวใหญ่รับคำอย่างโล่งอก
“อีกอย่าง ข้าอยากลองเมนูใหม่”
นางหยิบกระดาษที่เตรียมมาออกจากแขนเสื้อ
“ใช้ไก่ต้มฉีกเป็นเส้น ผสมแตงกวาและน้ำปรุงรสเปรี้ยวหวานเล็กน้อย ส่วนหัวผักกาดนำไปตุ๋นกับน้ำซุปให้หวานธรรมชาติ”
พ่อครัวใหญ่ก้มมอง
“อาหารเช่นนี้... จะอร่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้”
“แล้วจานนี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ”
“แป้งทอดชิ้นเล็ก ๆ กินกับน้ำจิ้มสมุนไพร”
“รูปร่างประหลาดนัก”
“อาหารไม่ได้ใช้รูปร่างตัดสินอย่างเดียวเสียหน่อย”
เสี่ยวเถารีบเสริม
“แต่หากไม่อร่อย พระชายาจะทรงทำอย่างไรเพคะ”
เหมยฮวาตอบทันที
“ก็แก้สูตร”
“ไม่ทรงกริ้วหรือเพคะ”
“ข้าจะโกรธอาหารทำไม”
พ่อครัวใหญ่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“พระชายา... ทรงให้บ่าวลองทำจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“จริงสิ แต่ทำอย่างละน้อยก่อน อย่าเพิ่งใช้วัตถุดิบทั้งหมด”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เหมยฮวายิ้มอย่างพึงพอใจ
ดีมาก
ทั้งเปลี่ยนระบบ ทั้งเปลี่ยนเมนู
ข่าวต้องไปถึงหูลี่เซียวแน่นอน
เขาคงคิดว่าข้าเป็นสตรีจุกจิกที่สุดในแคว้น!
เกือบเที่ยงวัน อาหารทดลองสามอย่างถูกยกมาวางบนโต๊ะเล็กในห้องครัว
เหมยฮวานั่งชิมอย่างตั้งใจ โดยมีเสี่ยวเถาและพ่อครัวใหญ่ยืนรอฟังคำตัดสิน
นางคีบไก่ฉีกคลุกน้ำปรุงรสเข้าปาก เคี้ยวช้า ๆ แล้วพยักหน้า
“อร่อย”
พ่อครัวใหญ่ถอนหายใจโล่งอก
“จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“จริง แต่ลดน้ำส้มลงอีกนิดจะกลมกล่อมกว่า”
นางชิมซุปหัวผักกาดต่อ
“จานนี้ดีมาก น้ำซุปหวานโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรุงมาก”
เสี่ยวเถาตักชิมบ้าง
“อร่อยจริงด้วยเพคะ!”
ส่วนแป้งทอดนั้น แม้รูปร่างจะไม่สวยนัก แต่เมื่อกินคู่กับน้ำจิ้มกลับมีรสชาติน่าสนใจ
“จานนี้ใช้ได้” เหมยฮวากล่าว “แต่ทอดนานไปหน่อย ข้างนอกแข็งเกิน”
พ่อครัวใหญ่พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น
“บ่าวจะลองปรับดูพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี แล้วจดต้นทุนของแต่ละจานไว้ด้วย”
“ต้นทุน”
“หมายถึงใช้วัตถุดิบเท่าไร คิดเป็นเงินเท่าไร หากจานใดใช้ของแพงมากแต่ไม่ได้อร่อยขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย”
พ่อครัวใหญ่พยักหน้าอีกครั้ง
“เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เหมยฮวาหันไปมองเสี่ยวเถา
“เจ้าคิดว่าท่านอ๋องจะชอบอาหารแบบนี้หรือไม่”
เสี่ยวเถายิ้ม
“ต้องชอบแน่นอนเพคะ!”
เหมยฮวาชะงัก
“เหตุใด”
“เพราะอร่อยมากเพคะ”
“...”
ไม่ได้สิ!
ฉันตั้งใจทำเมนูแปลก ๆ ให้เขารู้สึกว่าภรรยาเรื่องมาก ไม่ใช่ทำให้เขาประทับใจ!
นางรีบถามพ่อครัวใหญ่
“แล้วหน้าตาอาหารเล่า ไม่ประหลาดหรือ”
“ประหลาดอยู่บ้างพ่ะย่ะค่ะ”
เหมยฮวาตาเป็นประกาย
“เห็นไหม!”
“แต่รสชาติดีมากพ่ะย่ะค่ะ”
รอยยิ้มของนางหายวับ
“...”
เสี่ยวเถาก้มหน้ากลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น
เหมยฮวาชี้นิ้วใส่สาวใช้
“อย่าหัวเราะ!”
“บ่าวยังไม่ได้หัวเราะเลยเพคะ!”
“ไหล่เจ้าสั่น!”
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







