Se connecterเสี่ยวเถาหันไปมองทันที
“อาหลิว! เจ้าแอบไปหลบหลังโรงครัวอีกแล้วหรือ”
“ข้าเปล่านะ!”
เหมยฮวายกมือห้าม
“ข้าเพียงยกตัวอย่าง ไม่ได้กล่าวหาใคร”
อาหลิวถอนหายใจโล่งอก
“แต่ถ้าเจ้าทำจริง คราวหน้าก็พักให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องแอบ”
“ขอรับ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรยากาศที่ตึงเครียดก็เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เหมยฮวาอธิบายต่อ
“งานกวาดลานมีสองช่วง งานทำความสะอาดห้องพักแบ่งตามพื้นที่ งานยกน้ำและขนของต้องมีคนช่วยกัน ส่วนผู้ที่ทำงานครัวไม่ต้องถูกเรียกไปกวาดลานระหว่างกำลังเตรียมอาหาร”
หัวหน้าสาวใช้ก้มมองตาราง
“พระชายาเพคะ แล้วคนที่อ่านหนังสือไม่ออกจะทำอย่างไร”
เหมยฮวาชะงัก
จริงด้วย!
ในโลกเดิม ทุกคนอ่านตารางงานได้ แต่ที่นี่ไม่ใช่สำนักงานสมัยใหม่
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบพู่กันมาเขียนสัญลักษณ์เพิ่ม
รูปถังน้ำสำหรับงานยกน้ำ
รูปไม้กวาดสำหรับงานทำความสะอาด
รูปชามสำหรับงานครัว
“เช่นนี้ก็จำง่ายขึ้น ส่วนหัวหน้าสาวใช้ช่วยอ่านหน้าที่ให้ทุกคนฟังตอนเริ่มงาน”
“ได้เพคะ”
“อีกอย่าง ตารางนี้ทดลองใช้ก่อนสามวัน หากตรงไหนไม่เหมาะก็มาบอกข้า เราค่อยปรับ”
เสี่ยวเถาหันขวับ
“ปรับได้ด้วยหรือเพคะ”
“ทำไมจะไม่ได้”
“บ่าวนึกว่าพระชายาเขียนแล้วต้องทำตามทุกตัวอักษรเสียอีก”
“หากข้าเขียนผิดแล้วบังคับทุกคนทำตาม จะเรียกว่าฉลาดได้อย่างไร”
หัวหน้าสาวใช้เงยหน้ามองเจ้านายด้วยความประหลาดใจ
พระชายาในวันนี้ไม่เพียงไม่ดุด่า แต่ยังยอมรับว่าตนเองอาจผิดพลาดได้
นับเป็นเรื่องที่พวกนางไม่เคยพบมาก่อน
“ส่วนเรื่องค่าจ้าง” เหมยฮวากล่าวต่อ “ทุกคนจะได้รับตามเดิม ไม่มีผู้ใดถูกหักเงินเพียงเพราะยังไม่ชินกับตารางใหม่”
บ่าวหลายคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
“หากทำงานได้ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน ข้าจะพิจารณาเงินรางวัลจากงบเรือนของข้า”
“เงินรางวัลหรือเพคะ”
“ใช่ แต่ต้องดูผลจริงก่อน ข้าไม่รับปากแจกเงินโดยยังไม่รู้ว่าประหยัดได้เท่าไร”
อาหลิวยกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“พระชายาขอรับ”
“ว่าอย่างไร”
“ถ้าข้ากวาดลานเสร็จเร็ว แล้วช่วยคนยกน้ำ จะได้รางวัลสองส่วนหรือไม่ขอรับ”
เหมยฮวาหรี่ตา
“เจ้าคิดจะทำงานเพิ่มเพื่อเอารางวัล”
“ขอรับ!”
“แล้วถ้าเจ้าทำจนเหนื่อยล้มป่วย ใครจะกวาดลานวันพรุ่งนี้”
อาหลิวอ้าปากค้าง
“เอ่อ...”
“ช่วยกันได้ แต่ต้องไม่ฝืนกำลัง เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจขอรับ!”
เหมยฮวาพยักหน้าอย่างพอใจ
ยอดเยี่ยม
แผนแรกเริ่มแล้ว
อีกไม่นานท่านอ๋องคงได้ยินว่าพระชายาเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องบ่าวไพร่ทุกวัน
บุรุษเจ้าระเบียบอย่างเขาต้องรำคาญแน่นอน!
นางยิ้มอย่างหมายมั่น
โดยไม่รู้เลยว่าบ่าวที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังคิดตรงกันข้าม
พระชายาทรงเปลี่ยนไปจริง ๆ และดูเหมือนจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีเสียด้วย
หลังการประชุม เหมยฮวาไม่ได้กลับไปนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์
นางเดินตรวจงานพร้อมเสี่ยวเถาและหัวหน้าสาวใช้ เพื่อดูว่าตารางที่วางไว้ใช้ได้จริงหรือไม่
ปัญหาแรกเกิดขึ้นไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
สาวใช้สองคนถูกมอบหมายให้เช็ดถูห้องเก็บของในเวลาเดียวกับที่ต้องช่วยยกผ้าซัก
“เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าต้องทดลองก่อน”
เหมยฮวาหยิบกระดาษขึ้นมาแก้ไข
“เลื่อนงานเช็ดห้องเก็บของไปช่วงบ่าย ส่วนตอนเช้าให้ช่วยยกผ้าก่อน”
เสี่ยวเถามองนางอย่างชื่นชม
“พระชายาทรงคิดได้รวดเร็วเหลือเกินเพคะ”
“เรื่องแค่นี้เอง”
เมื่อก่อนฉันเคยจัดคิวช่างไฟ ช่างเสียง นักแสดง และพิธีกรพร้อมกันตั้งหลายสิบคน
บ่าวสิบกว่าคนยังถือว่าเป็นงานเบา
แต่ปัญหาที่สองกลับทำให้นางต้องหยุดคิด
อาหลิวกวาดลานเสร็จเร็วกว่ากำหนด จึงไปช่วยคนขนน้ำโดยไม่ได้แจ้งหัวหน้าสาวใช้
พอมีคนมาตามตัว ทุกคนกลับหาเขาไม่พบ
“เห็นหรือไม่!” เหมยฮวาชี้ไปที่อาหลิวซึ่งยืนก้มหน้า “นี่คือเหตุผลที่ต้องแจ้งก่อนเปลี่ยนหน้าที่”
“ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ”
“เจ้ามีน้ำใจช่วยคนอื่นเป็นเรื่องดี แต่หากไม่มีใครรู้ว่าเจ้าอยู่ที่ใด พอมีเหตุฉุกเฉินจะทำอย่างไร”
อาหลิวรีบพยักหน้า
“ต่อไปข้าน้อยจะแจ้งก่อนขอรับ”
“ดี ไปทำงานเถอะ”
เขาเงยหน้าขึ้นอย่างไม่แน่ใจ
“พระชายาไม่ลงโทษหรือขอรับ”
“ข้าบอกเหตุผลแล้ว เจ้าก็เข้าใจแล้ว จะลงโทษอะไรอีก”
อาหลิวรีบคำนับ ก่อนวิ่งออกไปด้วยสีหน้าโล่งอก
เสี่ยวเถามองตามแล้วหัวเราะเบา ๆ
“พระชายาเพคะ วันนี้ทุกคนดูตกใจมากกว่าตอนถูกดุเสียอีก”
“เพราะอะไร”
“เพราะไม่มีผู้ใดถูกลงโทษเลยเพคะ”
เหมยฮวานิ่งไป
นางมองบ่าวที่กำลังทำงานอยู่รอบลาน
บางคนยังระแวดระวัง แต่บางคนเริ่มพูดคุยกันด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นผ่านหัวใจ
เจ้าของร่างเดิมคงทำให้คนเหล่านี้หวาดกลัวมากจริง ๆ
“เสี่ยวเถา”
“เพคะ”
“เมื่อก่อนข้า... ลงโทษบ่าวบ่อยหรือ”
สาวใช้ชะงัก
“พระชายา...”
“พูดตามจริง”
เสี่ยวเถาก้มหน้า
“มีบ้างเพคะ เวลาพระองค์ไม่พอพระทัย”
เหมยฮวาถอนหายใจ
“ต่อไปหากข้าใช้อารมณ์อีก เจ้าต้องเตือน”
“บ่าวจำได้เพคะ”
“ดี”
นางมองตารางในมืออีกครั้ง
ถึงจะอยากทำให้สามีรำคาญ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ฉันจะปั่นเขาอย่างมีจรรยาบรรณก็แล้วกัน!
สมรภูมิต่อไปคือห้องครัว
เพียงก้าวเข้าไป เหมยฮวาก็ได้กลิ่นน้ำซุปเดือดปุด ๆ และกลิ่นเนื้อผัดกระเทียม
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







