Masukเช้าวันต่อมา...
เหวินหยวนได้มาที่บ้านจ้าว ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมรอยยิ้ม ท่าทีของเขาดูอบอุ่นและอ่อนโยน ทว่าดวงตากลับไม่ได้มองจ้าวซีซีแม้แต่น้อย เพราะสายตาของเขาแอบเหลือบไปทางที่จ้าวมู่อิงยืนอยู่ด้านหลังพี่สาวอย่างแนบเนียน
จ้าวซีซีรับรู้ถึงทุกการกระทำของเขา เธอหัวเราะเยาะในใจอย่างเย็นชา แต่ยังคงรักษาท่าทีอ่อนแอเช่นเคย พลางพูดคุยกับเหวินหยวนด้วยน้ำเสียงเรียบร้อยไม่ผิดไปจากเดิม
ไม่นานนักจ้าวหมิงหมิงก็เดินเข้ามา ซึ่งมาในจังหวะที่เหมาะสม จ้าวหมิงหมิงมาพร้อมกับท่าทีแข็งกร้าว เธอไม่ปิดบังความไม่พอใจที่มีต่อจ้าวซีซีเลยแม้แต่น้อย
และนี่ก็เป็นโอกาสที่จ้าวซีซีรออยู่!
“เสี่ยวหมิง วันนี้พี่เหวินหยวนมาเยี่ยมพี่ แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจเสี่ยวอิงมากกว่านะ” หญิงสาวกระซิบข้างหูของจ้าวหมิงหมิงเพื่อให้ได้ยินกันสองคน ซึ่งคำพูดนั้นแฝงไปด้วยความตั้งใจ เพราะเธอคิดแผนบางอย่างได้
จ้าวหมิงหมิงชะงักเล็กน้อย พร้อมกับหรี่ตาลงอย่างระแวง ราวกับกลัวว่าญาติผู้พี่คนนี้จะมีแผนการชั่วอะไรอีก
“อะไรของเธอ”
จ้าวซีซีรีบส่ายหน้า แล้วแสร้งทำเป็นหวาดกลัว
“ก็แค่พูดไปตามที่เห็น ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิ”
แม้ตอนแรกจ้าวหมิงหมิงจะไม่เชื่อ แต่เพราะความขี้อิจฉาเลยทำให้ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ จึงแอบเฝ้าสังเกตเหวินหยวนกับจ้าวมู่อิง และไม่นานนักก็พบความจริงที่ทำให้เลือดขึ้นหน้า เพราะทั้งสองลอบส่งสายตาให้กันจริง ๆ
เมื่อเห็นกับตาตัวเองแล้วว่า เหวินหยวนที่เธอหมายปองมาตลอด กลับมีสายตาอ่อนโยนให้กับจ้าวมู่อิงญาติของตัวเอง
จ้าวหมิงหมิงจึงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้น
‘ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ นังเสี่ยวอิง’
เมื่อเห็นท่าทางของจ้าวหมิงหมิง จ้าวซีซีจึงยิ้มเยาะในใจ เพราะแผนการที่วางไว้ประสบผลสำเร็จบางส่วนแล้ว เหลือเพียงก็แต่ให้ทั้งสองตีกันเอง
และนับแต่นั้นมาจ้าวหมิงหมิงจึงเปลี่ยนเป้าหมายของความเกลียดชังจากจ้าวซีซีไปที่จ้าวมู่อิงแทน
เธอเริ่มจับผิดจ้าวมู่อิงทุกอย่าง ไม่ว่าจ้าวมู่อิงจะทำอะไรก็จะถูกจ้าวหมิงหมิงหาเรื่องเล่นงานเสมอ ทั้งพูดแดกดัน ทั้งกลั่นแกล้ง ทั้งเสียดสีอย่างไม่เกรงใจ
ปกติแล้วเมื่อใดก็ตามที่จ้าวมู่อิงถูกกลั่นแกล้ง และพี่สาวอย่างจ้าวซีซีในอดีตยืนอยู่ตรงนั้นก็มักจะต้องรับเคราะห์แทนเสมอ
ทว่าในครั้งนี้กลับเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อจ้าวซีซีเลือกที่จะเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เธอแกล้งทำเป็นไม่รับรู้และหาทางหลบเลี่ยงจากสถานการณ์ตรงหน้าได้ตลอด
เมื่อไม่มีพี่สาวคอยช่วยเหลือ จ้าวมู่อิงก็ต้องรับเคราะห์ไปเต็ม ๆ
แต่เพราะยังต้องรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานและแสนดีต่อหน้าผู้อื่น จ้างมู่อิงจึงไม่สามารถตอบโต้จ้าวหมิงหมิงได้ตรง ๆ
ความอึดอัดและความคับข้องใจเริ่มสะสมมากขึ้น จนในที่สุดก็ตัดสินใจเล่นบทเหยื่อ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเหวินหยวน จึงแสร้งทำเป็นน้อยใจและอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
อย่างเช่นวันนี้ที่กลางลานบ้าน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงโวยวายของจ้าวหมิงหมิง
“อาอิง เธอไม่รู้หรือว่าฉันกำลังจะใช้กะละมังนั่น”
เสียงนี้ทำให้จ้าวมู่อิงสะดุ้งเฮือก หันไปมองญาติผู้พี่ที่มีสีหน้าถมึงทึง สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“ฉัน… ฉันไม่รู้…” เธอรีบพูดเสียงสั่น พยายามทำเป็นไม่รู้เรื่อง
แต่จ้าวหมิงหมิงไม่คิดจะปล่อยไปง่าย ๆ
เพียะ!
เสียงฝ่ามือฟาดลงบนไหล่ของจ้าวมู่อิงดังขึ้นอย่างแรง ทำให้ร่างของเธอเซถอยไปเล็กน้อย ใบหน้าซีดลงแต่ยังคงฝืนยิ้มอย่างอ่อนหวานออกมา
“พี่หมิงหมิง ฉันขอโทษ…” หญิงสาวแสร้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน และมีท่าทีหวาดกลัว
ทว่าจ้าวหมิงหมิงกลับไม่สนใจ แต่เธอกลับเหยียดยิ้มเดินเข้ามาใกล้จ้าวมู่อิงอย่างคุกคาม แล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดที่หน้าผากและผลักหัวของอีกฝ่ายจนถอยหลังไปอีกก้าว
“คิดว่าทำตัวน่าสงสารแล้วฉันจะยกโทษให้หรือไง”
จ้าวมู่อิงกัดริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าถ้ายืนนิ่งหรือว่ายืนอยู่เฉย ๆ จะต้องถูกกลั่นแกล้งหนักกว่านี้แน่ จึงเตรียมจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก่อนที่จะได้ส่งเสียงก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ประตูบ้าน
จ้าวซีซีเดินเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ การที่เธอควงแขนอยู่กับเซียวเฉิงดึงดูดความสนใจจากทุกคนในงาน สายตาหลายคู่หันมาจับจ้อง ทั้งผู้หญิงที่ชื่นชมในความงามของเธอ และผู้ชายที่อดไม่ได้ที่จะมองตามร่างนุ่มนวลในชุดกี่เพ้ารูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาอย่างทันสมัย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสง่างามความสนใจทั้งหมดในห้องหันไปที่จ้าวซีซีและเซียวเฉิง ทั้งสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่เป็นกันเอง ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกว่า พวกเขาเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบและดูเหมาะสมกันที่สุดในงานในขณะเดียวกัน จ้าวฉีที่นั่งอยู่โต๊ะหลักเห็นภาพนี้แล้วก็ต้องหรี่ตาลง ความโกรธในใจเธอเริ่มเดือดปุด ๆ เมื่อเห็นว่าจ้าวซีซีสวมชุดใหม่ที่สวยกว่าของเธอ และยังควงแขนเซียวเฉิงเข้ามาด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ความรู้สึกเหมือนถูกท้าทายทำให้จ้าวฉีแทบจะเดินเข้าไปตบตีจ้าวซีซีแต่เมื่อเธอเริ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า มือของถังอู่ถงก็ยื่นออกมาจับแขนของจ้าวฉีเอาไว้ก่อน“ใจเย็น ๆ ก่อน”ถังอู่ถงพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด แม้จะมีแววในดวงตาที่ส่อไปทางไม่พอใจเช่นเดียวกันกับจ้าวฉีแสดงออก แต่เธอก็ยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์เอาไว้จ้าวฉีสะบัดแขนออกจากมือของถังอู่ถงอ
เปิดตัวหลานสาวอีกคนงานเลี้ยงวันเกิดของถังซวง เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและคึกคัก ภายในห้องจัดงานประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง และป้ายคำอวยพรที่เขียนด้วยตัวอักษรสีทองทุกมุมของห้องเต็มไปด้วยอาหารที่จัดเรียงอย่างประณีต ทั้งอาหารทะเลสด ๆ หมูย่างทั้งตัว และขนมหวานหลากหลายเสียงเพลงดั้งเดิมที่มีทำนองหวานหู และการสนทนาของแขกที่นั่งอยู่ตามโต๊ะกลมที่ตั้งไว้กลางห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสนุกสนานการเสิร์ฟอาหารเป็นไปอย่างรีบเร่ง พร้อมเสียงทักทายและเสียงหัวเราะของผู้คนที่พบปะกันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานทุกคนในงานแต่งตัวอย่างมีเกียรติ แต่ก็ยังคงมีความผ่อนคลายและเป็นกันเอง การแลกเปลี่ยนคำอวยพรและของขวัญเป็นธรรมเนียมที่ขาดไม่ได้ พร้อมกับการยิ้มแย้มและคำพูดขอให้สุขภาพดีและโชคดีในปีหน้าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ช่วงเวลาเปิดงานเริ่มใกล้เข้ามา แต่จ้าวซีซีก็ยังไม่ปรากฏตัวออกจากห้องเสียทีถังซวงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงหันไปมองถังอู่ถงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับสั่งเสียงแข็ง“อู่ถง ไปตามซีซีมาให้หน่อย ทำไมเธอถึงยังไม่ออกมาเสียที”จ้าวฉีที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เริ่มแสร้งทำเป็นมีท่าทางวิตกกังวล สายตามองไปย
“ก็ต้องสนิทสิ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเคยทำงานที่ร้านชาของเขา พวกเราเจอหน้ากันทุกวัน ตอนที่ฉันจะเข้าตระกูลถัง เขาก็เป็นคนหาหลักฐานให้อย่างเต็มใจด้วยนะ”จ้าวซีซียักไหล่ พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่ากลับซ่อนความพึงพอใจไว้คำพูดของจ้าวซีซีทำให้ใบหน้าของจ้าวฉีแดงก่ำ เซียวเฉิงเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยให้จ้าวซีซี และไม่แม้แต่จะหันไปมองจ้าวฉีอีกเลย“ฉันไปก่อนนะคะคุณเซียว แล้วเจอกันที่งานเลี้ยง”จ้าวซีซียิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้จ้าวฉียืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคืองแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา กระทบกับกล่องไม้ขนาดกลางที่ถูกส่งมาวางไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าจ้าวซีซียืนกอดอกมองมันนิ่ง ๆ ขณะที่สาวใช้เปิดกล่องออกเผยให้เห็นชุดที่อยู่ข้างในเนื้อผ้าหยาบและแข็ง สีจืดชืดราวกับเป็นของเก่าที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ ลวดลายล้าสมัยอย่างเห็นได้ชัดการตัดเย็บแบบเรียบง่ายราวกับเป็นชุดของสาวใช้ก็ไม่ปาน ไม่มีความงดงามสมกับเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวหลานสาวและงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของนายท่านถังแม้แต่น้อยเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู จ้าวฉีเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าพึงพอ
คอยดูหายนะ“การที่ฉันไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่รู้” เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มของเธอเป็นประกายวาววับ ขณะที่พูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ทุกสิ่งที่พวกคุณทำ ฉันรู้ดีทุกอย่าง”ถังอู่ถงตัวแข็งทื่อขึ้นมาในทันที รอยยิ้มที่ฝืนไว้แทบจะไม่เหลือแล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่กำอยู่ข้างกายเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย จ้าวซีซีรู้สึกพึงพอใจมาก ก่อนจะก้าวถอยหลัง แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมาถังอู่ถงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำพูดของหญิงสาวที่เดินจากไป ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจเธอคิดมาตลอดว่าจ้าวซีซีเป็นเพียงเด็กสาวไร้หนทางที่ถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกแบบโดยสิ้นเชิง“เธอรู้มากแค่ไหนกันแน่นะ...จ้าวซีซี”ถังอู่ถงกำมือแน่น นัยน์ตาที่เคยสงบเริ่มเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดหวั่น เธอรู้ดีว่าหากจ้าวซีซีต้องการเอาคืนจริง ๆ และเธอก็ต้องระวังตัวอย่างมากเช่นกันหลายสัปดาห์ต่อมา...ตอนนี้คฤหาสน์ตระกูลถังเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อถังซวงประกาศว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตนเอง และยังตั้งใจใช้โอกาสนี้เป็นการเปิ
วันต่อมา...หลังจากกินมื้อเช้าไปแล้ว ถังซวงจึงให้คนไปตามหลานสาวอย่างจ้าวซีซีมาหาเมื่อเห็นจ้าวซีซีเดินมานั่ง ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย มีทั้งความสำนึกผิด ความลังเล และความตั้งใจจริง“ซีซี ตารู้ว่าที่ผ่านมาหลานต้องทนทุกข์มากมาย ตาเองก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ตาอยากจะชดเชยให้หลาน” ถังซวงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน แววตาของเขาฉายแววด้วยความรู้สึกผิด“ยังไงเหรอคะ” จ้าวซีซีถามออกมาอย่างนุ่มนวล“ไม่ว่าหลานต้องการอะไร ตาพร้อมจะให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ทรัพย์สมบัติ หรือฐานะในตระกูลถัง”ถังซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนลืมไปว่าตอนนี้จ้าวซีซีคือหลานสาวที่แท้จริงของตนเองเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอจึงยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นมาว่า“ฉันไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติหรอกค่ะ คุณตา”“แล้วหลานต้องการอะไร” ถังซวงขมวดคิ้ว ชายชราแปลกใจว่าหากหลานสาวคนนี้ไม่ต้องการสมบัติแล้วเธอต้องการอะไรหญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่นออกมา“ฉันต้องการเพียงแค่การยืนยัน ว่าฉันคือลูกสาวของคุณแม่ถังเหยียนจริง ๆ และให้ฉันหลุดพ้นจากทะเบียนของตระกูลจ้าว เพียงเท่านี้คุณตาทำให้ได้ไหม
จำนนเพราะหลักฐานเห็นอย่างนั้นจ้าวซีซีก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินไปหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่เธอจะโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้า“นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า การสลับตัวของฉันกับจ้าวฉีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดการของลุงกับป้า”พูดแล้วก็หันไปมองทั้งสองคน“พวกคุณคือคนที่ทำให้จ้าวฉีแย่งทุกอย่างจากฉันไป ทั้ง ๆ ที่ฉันคือหลานตัวจริงของตระกูลถัง และต่อให้ไม่มีหลักฐานพวกนี้ ก็น่าจะรู้ดีว่าฉันมีตำหนิเหมือนกับแม่ทุกอย่าง ในขณะที่จ้าวฉีไม่มี”จ้าวหยวนและเหลียงฮุยมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจ้าวซีซีจะมีหลักฐาน ทั้งสองแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอแล้วพวกเขาไม่แน่ใจว่าจ้าวซีซีไปหาใบแจ้งเกิดนี้มาจากไหน เพราะพวกเขาจำได้ว่าได้ทำการเผาทิ้งไปหมดแล้ว ทว่าทั้งสองคงนึกไม่ถึงว่าเซียวเฉิงจะให้เพื่อนของเขาที่อยู่ในสำนักงานพลเรือนไปช่วยสืบมาให้ จนได้หลักฐานเหล่านี้มา“เธอมันโกหก เป็นเพราะเธออยากได้สมบัติของตระกูลถังล่ะสิ ถึงได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา” จ้าวฉีตะคอกใส่จ้าวซีซีเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจถังอู่ถงสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นจ้าวฉีกำลังโกรธจัด และมีท่าทีจะอาล







