ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม

ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-24
Oleh:  BosskerrOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
34Bab
653Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในเมื่อชาติที่แล้วไม่มีโอกาสให้เธอได้เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางอย่างที่ใฝ่ฝัน งั้นชาตินี้ ในเมื่อมีโอกาสได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ถึงแม้จะข้ามยุคสมัยไปหน่อยก็เถอะ แต่เธอจะต้องเป็นเถ้าแก่เจ้าของร้านเครื่องประทินโฉมที่ร่ำรวยสุด ๆ ให้ได้!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 ความงามสุดท้ายของหลินเยว่หลาน

I stood in the morgue, staring at Ruby, who would never open her eyes again. The weight of it crushed my chest until I could barely breathe.

She had been so sweet, so full of life. And all I could do was watch her slip away, powerless to save her.

The tears came hard and fast, each sob sharp and ragged.

A month ago, Ruby was diagnosed with leukemia. My world collapsed in an instant.

I had every member of our family tested for a match. Every day waiting for those results was its own kind of hell.

The preliminary results came back, and only Dan Pratt was a full match.

But the moment he got the news, he packed his bags and started making plans to leave the country.

I tried to stop him. I begged him to stay. But while I was busy tending to Ruby at the hospital, he slipped away.

Right before his flight took off, he called me.

"Lynn, listen—this deal is huge. If I close it, we'll never have to worry about money again. Ruby will have access to the best care in the world. I'm doing this for us."

The day after he landed overseas, the final match results came in.

I called him like a madwoman, over and over, begging him to come back and save our daughter.

He sighed like I was being unreasonable. He said he was swamped with work. He wouldn't budge.

For the next twenty-eight days, I begged him every single day.

He deflected. He made excuses. He turned me down, coldly, every time.

Then, on day thirty, Ruby took a sudden turn for the worse.

I searched every bone marrow registry in the country. Nothing. No match.

Ruby was in agony, but she never cried or complained. She just lay there, pale and weak, holding my hand with whatever strength she had left.

"Mommy," she muttered, "is Daddy mad at me? Is that why he won't come home?

"I'll be so good from now on. I promise I won't make him upset again.

"It hurts so much, Mommy… I really miss Daddy."

I held her and sobbed, my heart shredded beyond repair.

Even her lead doctor couldn't stand to watch anymore. He called Dan himself and told him, in no uncertain terms, that Ruby was critical—that there was no more time to waste.

That finally got through to him.

Dan realized—too late—how serious things really were. He finally agreed to come back and donate the marrow.

I thought maybe, just maybe, there was still hope.

But then, over the phone, I heard a voice in the background—sweet and familiar, "Papa Dan."

It was Valerie Kinder's son, Theo.

Theo told Dan he'd already helped him check off twenty-nine items on his bucket list. Only one was left—seeing the Northern Lights.

"Papa Dan," Theo chirped, "this is my very last wish. Will you come with me?"

Dan's heart melted on the spot. He said yes without a second thought. Then he turned back to me and said, "Lynn, don't overreact. I already checked—it's just one day. It won't affect the surgery.

"Theo never had a father figure in his life. I can't break his heart.

"You're an adult, babe. You're not going to hold that against a little kid, are you?"

I was shaking with rage.

He felt sorry for Theo because he didn't have a dad.

But what about Ruby? His own daughter, lying in a hospital bed, in agony, dying?

I opened my mouth to fire back, but he'd already hung up. And then, his phone went straight to voicemail.

I slid down the wall outside Ruby's room and wept until I had nothing left.

Ever since Valerie moved back to the country with her son, Dan had poured all his warmth, all his patience, into them.

On Ruby's birthday, Theo called, and Dan walked out.

On our wedding anniversary, he heard Valerie had a fever, and he left me to sit by her bedside all night.

I couldn't take it anymore. We'd fought about their inappropriate closeness more times than I could count. But Dan always twisted it around on me.

"Lynn, it's not what you think.

"Valerie's a single mom. She's struggling. I'm just looking out for her—we grew up together.

"You're both women. Why do you always have to make her life harder?"

He spent all our hope and trust like pocket change, leaving us waiting, over and over, for someone who never showed up.

He'd travel across the world for someone else's child, but he wouldn't spare some time to save his own daughter.

Somewhere in all that, every last shred of love I'd held onto shattered.

I made a silent promise to myself then: once he came back and donated the marrow, I was filing for divorce.

But I never got that chance.

Ruby didn't make it.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
34 Bab
ตอนที่ 1 ความงามสุดท้ายของหลินเยว่หลาน
ค่ำวันศุกร์ปลายฤดูร้อน เมืองใหญ่สว่างวาบด้วยป้ายไฟและเสียงรถยนต์พ่นลมหายใจยาวไม่รู้เหนื่อย คอนโดหรูย่านธุรกิจที่ว่ากันว่าวิวดีระดับพรีเมียม มีเลาจน์บนชั้นดาดฟ้าสำหรับนั่งรับประทานอาหาร จิบเครื่องดื่ม ไปพร้อมกับบรรยาศที่ดีแบบสุด ๆเสียงรองเท้าส้นเสียงดังจิกพื้นเหมือนโน้ตดนตรี หลินเยว่หลานเข้ามาอย่างมั่นใจ หญิงสาวที่แม้ไม่ต้องพยายามแต่งสวยก็เด่นสะดุดตา นางคือบิวตี้บล็อกเกอร์ตัวท็อป ผู้ติดตามหลักล้าน คลิปแนะนำสกินแคร์ 7 วันสวยด้วยหน้าสดของนางถูกแชร์อย่างถล่มทลายค่ำนี้นางแต่งตัวสวยแบบเรียบหรู แต่งหน้าอ่อน ๆ เบา ๆ หน้าผิวฉ่ำแบบน้ำค้าง ตาเรียวสวยดูใจดีและดื้อในเวลาเดียวกัน ชุดเดรสไหมสีน้ำนมไหลลู่ เหมาะกับแสงโกลเด้นของไฟระย้าที่คลอไปกับเพลงแจ๊สเบา ๆจานเรียกน้ำย่อยถูกยกมาเสิร์ฟ เสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ ราวกับประกายดาว หลินเยว่หลานยิ้มให้ซูเหม่ยหรง เพื่อนนสาวคนสนิทที่อยู่ข้างนางมาตั้งแต่เริ่มทำคลิปแรก“ดีลคืนนี้ตกลงแล้ว นับว่าเราเริ่มต้นได้ดีทีเดียว” นางพูดเสียงเบาแต่ชัด“แบรนด์ของเราจะเปิดพรีออเดอร์เดือนหน้า”ซูเหม่ยหรงสวยคมแบบแม่เสือสาว ยิ้มเก่งจนคนรอบข้างรู้สึกสบายใจง่าย นางหัวเราะนุ่ม“ฉัน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 รอยยิ้มสุดท้ายของหลินเยว่หลาน
ภาพนั้นอาจเป็นเพียงเงาดวงไฟสะท้อน แต่หัวใจคนที่สู้ชีวิตจนชนะมาได้นับครั้งไม่ถ้วนอย่างหลินเยว่หลาน นางรู้ดีว่าสัญชาตญาณไม่เคยโกหกลิฟต์สแตนเลสส่องเงาคนสองคนที่ยืนเคียงกัน หลินเยว่หลานซบผนังลิฟต์เพื่อหายใจ หูอื้อเหมือนกำลังดำน้ำ ซูเหม่ยหรงยืนข้าง ๆ กดชั้นล่าง มือข้างหนึ่งพยุงไหล่ แล้วอีกข้างถือโทรศัพท์ค้างบนหน้าจอแผนที่โรงพยาบาล ทุกอย่างดูเหมือนเป็นความช่วยเหลือที่ดีและถูกต้องประตูลิฟต์เปิด ทว่าเวลารอรถกลับกลายเป็นเหมือนบททดสอบที่นอกจากจะเจ็บตัวแล้วยังต้องเจ็บใจเงียบ ๆ หลินเยว่หลานเอียงคอมองท้องฟ้า เมฆดำโผล่มาแทนที่ดาวอย่างว่องไว นางยิ้มกับตัวเอง“โชคดีจัง ลืมพกร่ม...” แล้วหัวเราะเบา ๆ ที่ไม่มีใครได้ยิน อารมณ์ขันยังทำงานแม้ตัวนางอยู่ในสภาพที่แย่รถของซูเหม่ยหรงจอดอยู่ตรงลานจอดรถ เมื่อทั้งคู่มาถึงรถ ซูเหม่ยหรงจับแขนหลินเยว่หลานพานางขึ้นเบาะหน้า ขณะคาดเข็มขัด นางเอ่ยเสียงราบเรียบ“อย่าหลับนะ พูดกับฉันไปเรื่อย ๆ”หลินเยว่หลานมองเส้นไฟบนถนนที่ยืดยาว นางเริ่มเล่าเรื่องต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ“ฉันเคยปิดฝาลิปสลับกันด้วยนะ เพราะมีลิปหลายแท่ง ช่วงหัดแต่งหน้าใหม่ ๆ ทาไปทามาลิปไปติดฟัน สรุปฟันแดงเหมือน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงตะโกนโวกเวกโวยวายปนความตกใจของสาวใช้ดังระงม สาวใช้คนหนึ่งทั้งร้องไห้ ร้องเรียก พลางเขย่าผู้เป็นเจ้านายไม่หยุด“คุณหนู! คุณหนู ฟื้นสิเจ้าคะ! คุณหนู!”เสียงนั้นดังลอดมาจากระยะไกล ก่อนที่ความมืดในจิตใจจะค่อย ๆ แยกออกเหมือนม่านหมอกสาวใช้ร่างเล็กนามว่าอาเซียง นั่งร้องไห้อยู่ข้างบ่อน้ำ พอเห็นเปลือกตาของผู้เป็นเจ้านายขยับ นางก็ตาวาวด้วยความดีใจ น้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด“สวรรค์คุ้มครอง! คุณหนูฟื้นแล้ว คุณหนูยังไม่ตาย!”หลินเย่วเอ๋อร์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมหวานสะท้อนกับแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านต้นเหมย เสียงนกร้องและเสียงลมพัดประสานกันราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงต้อนรับคนจากอีกภพ แต่สิ่งแรกที่นางเห็นก็คืออาเซียงที่กำลังร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลรวมกันเป็นสาย สาวใช้ตัวน้อยคนนั้นน้ำตาไหลอาบแก้ม“นางเป็นใคร...” เสียงแหบพร่าเอ่ยเบา ๆอาเซียงรู้สึกตกใจและงุนงงในเวลาเดียวกัน“คุณหนูจำข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ ข้าอาเซียง! สาวใช้ที่อยู่ข้างกายคุณหนูมาตั้งแต่เล็ก!”“อาเซียง?” หลินเยว่หลานขมวดคิ้ว“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง นี่กำลังถ่ายละครกัยอยู่เหรอ”“คุณหนูพูดอะไรเจ้าคะ พูดจาประหลาดนัด ข้าไม่เข้าใจ”นางพยายามจะลุก แต่ก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 เกิดใหม่ไม่ทันไรก็คิดจะรวย
วันต่อมา เมื่อหลินเย่วเอ๋อร์ฟื้นตัวดีแล้ว นางนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มองตลาดที่อยู่ไกลออกไป เสียงพ่อค้าแม่ค้าโวยวายต่อราคาดังลอดเข้ามาถึงในเรือน กลิ่นขนมอบสมุนไพรหอมลอยมาตามลมโชยมาแตะจมูก“ที่นี่ชื่อเมืองอะไรนะอาเซียง?” นางเอ่ยถามอาเซียง“เมืองเว่ยเจินเจ้าค่ะ เมืองการค้าทางตอนใต้ของแคว้นอวี้”“อืม...” หลินเย่วเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ“แล้วตระกูลหลินของเราก็ทำแค่อาชีพค้าขายอย่างเดียวเหรอ หรือยังมีอย่างอื่นอีกไหม”“ใช่เจ้าค่ะ นายท่านค้าขายชาและสมุนไพรเจ้าค่ะ ช่วงนี้การค้าซบเซาเพราะร้านคู่แข่งเปิดใหม่หลายเจ้า เลยขายไม่ค่อยดีนักเจ้าค่ะ”หญิงสาวหรี่ตา “แสดงว่าสกุลหลินเป็นพ่อค้าระดับกลาง มีฐานะพออยู่ได้แต่ก็ไม่ถึงขั้นร่ำรวย ถ้าจะเริ่มกิจการเกี่ยวกับความงามใหม่ ก็ต้องเริ่มจากศูนย์จริง ๆ! แต่ก็น่าสนใจนะเนี่ย”นางหันไปมองกระปุกแป้งบนโต๊ะ กลิ่นแปลก ๆ ลอยขึ้นมา พอเปิดฝาดูก็เห็นผงขาววอกจนแสบตา“นี่อะไรน่ะอาเซียง!”“แป้งทาหน้าของคุณหนูเจ้าค่ะ เป็นของร้านฮวาเหมยจวงในตลาด ชาวบ้านว่ากันว่าทาแล้วขาวทันตาเลยนะเจ้าคะ”“ขาวทันตาหรือตายทันตากันแน่!” หลินเย่วเอ๋อร์แทบจะโยนกระปุกทิ้ง“นี่มันกลิ่นสารโลหะชัด ๆ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 ขอใบอนุญาตจากสำนักโอสถ
รุ่งอรุณวันถัดมา ตลาดตงเหมินยังไม่เปิดดีนัก กลิ่นโจ๊กข้าวหอมก็ลอยมาก่อนใคร หลินเย่วเอ๋อร์นั่งจัดผมเรียบร้อย ใส่เสื้อผ้าเรียบสีอ่อน มือหนึ่งตรวจดูกระปุกทดลองที่วางเรียงบนถาดไม้ อีกมือหนึ่งชี้หน้าผากอาเซียงเบา ๆ เพราะสาวใช้ตัวดีเอาแต่หัวเราะคิกคักไม่หยุด“เจ้าจะขำอะไรนักเล่า” เย่วเอ๋อร์เอ่ยน้ำเสียงเข้ม แต่หางคิ้วยังยิ้มอาเซียงยิ่งขำ “เมื่อวานพวกชาวบ้านพูดกันใหญ่เลยเจ้าค่ะคุณหนู ทั้งตรอกเหนือ ตรอกใต้ เอาแต่พูดถึงร้านหยกมรกตของเราที่ให้ลองฟรีกันใหญ่ พวกเขายังบอกอีกว่าคุณหนูใจกล้ามาก! ของที่ให้ลองใช้ก็ดีมากด้วยเจ้าค่ะ”หลินเย่วเอ๋อร์หัวเราะเบา ๆ “ให้คนลองย่อมจำง่ายกว่าขายเลย เราต้องให้พวกเขาได้ลองก่อน ถ้าของเราดีคนก็จะตามมาซื้อเอง เจ้าน่ะหัวเราคิกคักมาตั้งนาน นิ่งเสียบ้างเถอะ ประเดี๋ยวหน้าจะยับก่อนวัย” ว่าจบก็แตะคางอาเซียง ปรับองศานิดหน่อย“ยิ้มแบบนี้สิถึงจะงาม เห็นหรือไม่ ยิ้มมากเกินไปมุมปากจะแตก”“งั้นข้าทาบะ...บาล์มสักนิดได้หรือไม่เจ้าคะ” อาเซียงทำตาแป๋ว“ได้สิ” เย่วเอ๋อร์ส่งกระปุกเล็กให้“ทาบาง ๆ พอให้ชุ่ม อย่าทาเสียจนเหมือนจูบรังผึ้งทั้งรังล่ะ”อาเซียงทำท่าทะเล้น “รับทราบเจ้าค่ะ!” แล
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 แก้ไขให้ดูต่อหน้า
“ขอมายืนดูเป็นสักขีพยาน จะได้ไม่กล่าวหากันทีหลัง” เขายิ้มมุมปาก“พวกท่านอย่ากังวล ข้ามาด้วยใจเป็นกลางเจ็ดสิบส่วน อีกสามสิบเผื่อไว้โต้แย้ง”เจี่ยนฮวายิ้มงาม “ใจเป็นกลางของท่านเฉิงนับว่าดีนัก ได้ฟังแล้วข้าถึงกับอยากยกน้ำชาให้”“ยกมาเถิด ข้ากระหายอยู่พอดี” เฉิงอวิ๋นหัวเราะอย่างสนุก การทดสอบเริ่มขึ้น สาวใช้ของสำนักสามคนถูกเรียกมานั่งเรียงแถว แผ่นผิวด้านหลังใบหูถูกป้ายบาล์มบาง ๆ อย่างระมัดระวัง หลินเย่วเอ๋อร์ยืนกอดถุงผ้าไว้แน่น แต่นัยน์ตายังยิ้ม คิ้วขมวดตั้งใจราวกับกำลังคุมเตาดิน“ลมอย่าแรง แสงอย่าเปรี้ยงนะ” นางพึมพำเสียงเบา ๆ จนไป๋จิ้งเซียวเหลือบมอง แล้วเหมือนจะกลั้นขำเวลาหนึ่งเค่อไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ ทุกคนคุยกันไปเรื่อย ๆ เจี่ยนฮวาเปรยข่าวที่แพร่ตามตลาด“พักนี้แป้งขาวร้านข้าขายดีนัก พวกสาว ๆ น่ะชอบความขาววอกฉับไว ใคร ๆ ก็ชม”ยังพูดไม่ทันจบ สาวใช้คนหนึ่งก็ยกมือ “ท่านไป๋เจ้าคะ หลังใบหูข้าร้อนนิดหน่อยเจ้าค่ะ”ทุกสายตาหันไป ไป๋จิ้งเซียวรีบช้อนผมดู สีแดงชมพูจาง ๆ เกิดขึ้นเหมือนดอกทับทิมแรกแย้มเฉิงอวิ๋น “อะแฮ่ม” เขายกพัดชี้เบา ๆ “สีสวยนะ แต่ไม่ใช่เรื่องดี”อาเซียงหน้าถอดสี “หรือว่าบาล์มของคุ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 มีแต่คนอยากซื้อ
รุ่งเช้าวันถัดมา ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เสียงตีระฆังเปิดตลาดก็ดังขึ้น“ก๊อง ก๊อง”อาเซียงตื่นตั้งแต่ไก่โห่ จวนสกุลหลินอยู่ไม่ไกลจากตลาดประจำเมืองมากนัก จึงทำให้ได้ยินเสียงตะโกนของแม่ค้าพ่อค่ะ“ผักสดถูก ๆ ขายถูกเหมือนแจกฟรี!”“ขนมดอกเหมยวันนี้ลดครึ่งราคา!”“ใครมีข่าวซุบซิบเรื่องเมื่อวาน เอามาแลกหมั่นโถวได้หนึ่งลูก!”หลินเย่วเอ๋อร์หัวเราะในลำคอ พลางจัดปิ่นปักผม “ตลาดที่นี่ไม่เคยเงียบเลยจริง ๆ”อาเซียงรีบยื่นชุดให้ “คุณหนู รีบแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ! วันนี้ต้องงามกว่าทุกวันนะเจ้าคะ พวกชาวบ้านรู้ว่าท่านไปยื่นขอใบอนุญาตกับท่านไป๋ พวกเขาต้องจับตาดูแน่!”“งามอย่างปลอดภัยใช่หรือไม่” หลินเย่วเอ๋อร์แกล้งถามอาเซียงหัวเราะร่วน “แน่นอนเจ้าค่ะ ถ้างามจนแพ้ผื่นขึ้น ใครจะซื้อของเราเล่า!”ไม่นาน ทั้งคู่ก็ลากโต๊ะไม้ไปยังหัวมุมตลาดตงเหมิน จุดเดิมที่เมื่อวานเคยตั้งแผง“ให้ลอง ไม่ขาย”วันนี้ ป้ายใหม่ถูกขึงไว้ด้วยเชือกสีแดง เขียนตัวใหญ่ด้วยหมึกสีเข้มว่า“ร้านหยกมรกต เปิดลงชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ เมื่อทางร้านเปิดขาย จะส่งให้ถึงบ้านทันที”อาเซียงวางกระดานไม้เรียบข้างโต๊ะแล้วปักป้ายกล่องพู่กันจุ่มหมึกฟรี! อย่างภา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 ร้านหยกมรกตเปิดขายวันแรก
รุ่งเช้าแห่งวันประกาศขายจริง เสียงตีระฆังตลาดยังไม่ทันดังครบสองที หน้าแผงร้านหยกมรกตก็มีคนมายืนรอจนเหยียบเงากันแทบไม่ติด อาเซียงวิ่งต้วมเตี้ยมถือกระดานรายชื่อของเมื่อวานแนบอกแน่น ร้องตะโกนอย่างภาคภูมิ“คุณหนู! กระดานลงชื่อของเมื่อวานแน่นยิ่งกว่าปลาทูในเข่งเสียอีกเจ้าค่ะ!”หลินเย่วเอ๋อร์ยืนอยู่หลังโต๊ะไม้สีอ่อน ใส่เสื้อคลุมบางสีงาช้าง ผูกผ้าคาดเอวเรียบ ๆ ไม่ประดับเกินงามตามที่นางตั้งใจ นางรับกระดานมาไล่นิ้วดูชื่อทีละบรรทัด แล้วพยักหน้าช้า ๆ“วันนี้ขายครั้งแรกตามรายชื่อที่ลงไว้ก่อน ส่วนผู้ที่เพิ่งมาวันนี้เชิญลงชื่อเพิ่ม ข้าจะทยอยส่งไปถึงเรือนภายในสามวัน”“โอ๊ยดีเลย!”“ดีจริง ๆ!”“นี่แหละร้านในฝันข้า!”เสียงของผู้คนรอบแผงขายดังลั่น อาเซียงตั้งกล่องเล็กสองใบ ใบหนึ่งตั้งป้ายว่า รับเงิน อีกใบตั้งผ้ายว่า รับคำชม“มีกล่องรับคำชมด้วยรึ”อาเซียงยิ้มตาหยี “ใช่เจ้าค่ะ และคุณหนูก็จะอ่านทุกคำติชมด้วยนะ”เพื่อกันความชุลมุน หลินเย่วเอ๋อร์ติดป้ายไม้เล็กเพิ่มอีกเป็นป้ายบ่งบอกลำดับพร้อมพู่กันสำหรับเขียนหมายเลข อาเซียงรับหน้าที่แจกจ่ายคิวเติมตัวเลขเร็วปานจิ้งจอกไล่หางตนเอง“คิวที่หนึ่ง! แม่นางหลิว ลงชื่อ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 ค้าขายคึกคัก
ช่วงสาย ชุดแรกขายหมดในเวลาที่เร็วเกินคาด อาเซียงยืนถือพัดมือพลางโบกพัดให้คุณหนูของนาง“คุณหนูเจ้าคะกล่องรับคำชมเต็มอีกแล้วเจ้าค่ะ! ส่วนกล่อง รับเงิน เอ่อ...ข้ายังไม่กล้าดูแต่ลองยกดูหนักจนมือจนสั่นแน่ะเจ้าค่ะ” หลินเย่วเอ๋อร์หัวเราะ “อย่ากังวลไป เงินน่ะเราต้องเก็บทีละช่วง ไม่ให้คนเห็นมากเกินไปจะปลอดภัยกว่า”นางส่งสัญญาณ บ่าวชายสองคนรับกล่องไปเก็บหลังร้านอย่างรู้ใจ ฮูหยินหลี่เลื่อนพัดโปร่งในมือช้า ๆ“ข้ามีอีกเรื่อง บุตรสาวของข้าปากแตกง่ายยามลมแรง อยากสั่งทำเพิ่มอีกเล็กน้อย เอาที่เหมาะกับคนแพ้ง่าย เจ้าทำได้หรือไม่” หลินเย่วเอ๋อร์ยิ้ม “ทำได้เจ้าค่ะ เพียงขอเวลาสามวันเพื่อปรับสูตรและกลิ่นให้อ่อนลงกว่าชุดปกติครึ่งหนึ่ง ข้าจะทำเป็นรุ่นพิเศษออกขายด้วย รุ่นนี้ชื่อว่าชุนเฉินโฉม รุ่นเด็กสาว” นางเอียงหน้าคิดแผ่ว “และจะเขียนคำเตือนเล็ก ๆ หลังกล่องด้วยว่าให้ทาหลังใบหูก่อนทาปากหนึ่งคืน หากไม่ระคายเคืองก็สามารถใช้ต่อได้”ฮูหยินหลี่พยักหน้ายิ้มช้า ๆ “เจ้าคิดรอบคอบดี”บ่าวสาวแทรกขึ้นเบา ๆ “ฮูหยินเจ้าคะ ร้านนี้เขียนคำเตือนได้ดี เวลาใช้จะได้ระวังด้วยเจ้าค่ะ”ฮูหยินหัวเรา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 แผนใส่ร้ายป้ายสี
ตกเย็น ร้านหยกมรกตเก็บร้านเสร็จ หลินเย่วเอ๋อร์เดินกลับเรือนพร้อมอาเซียง ท้องฟ้าเริ่มครึ้ม เมฆหนาเคลื่อนปกคลุม เหมือนจะมีฝน“คุณหนู” อาเซียงพูดพลางโบกพัด “วันนี้ขายดีมาก แต่ข้ากลัวข่าวดีจะดึงดูดข่าวร้ายจังเจ้าค่ะ”หลินเย่วเอ๋อร์เหลียวมองท้องฟ้า “เจ้าพูดถูก ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น”นางหยุดเท้าหน้าเรือน แหงนมองป้าย “ร้านหยกมรกต” ที่แขวนอยู่หน้าประตูไม้ไผ่“แต่ตราบใดที่ข้ารู้วิธีทำของให้คนเชื่อใจ ข้าก็ไม่กลัวฝน ไม่กลัวฟ้าหรือคำพูดของใครหรอก”อาเซียงยิ้ม “ถ้าฝนตก ข้าจะกางร่มให้คุณหนูเองเจ้าค่ะ”“ไม่ต้องหรอก” หลินเย่วเอ๋อร์หัวเราะเบา ๆ “ข้าจะยืนกลางสายฝน ให้ทุกคนเห็นว่าของแท้ย่อมไม่ละลายง่าย”ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากเงารั้วไม้ชายในชุดสีเทาเข้มปรากฏร่าง เขาคือ ไป๋จิ้งเซียว“ท่านยังอยู่ที่ตลาดหรือเจ้าคะ” หลินเย่วเอ๋อร์ประหลาดใจไป๋จิ้งเซียวยื่นห่อผ้าเล็กให้ “ของที่คนแปลกหน้าเทใส่กระปุกเมื่อตอนกลางวัน ข้าให้คนตรวจสอบแล้ว เป็นผงเหล็กละเอียดผสมขี้ผึ้งคุณภาพต่ำ ถ้าผสมในเนื้อครีม จะระคายผิวจนผิวแดงขึ้นผื่นและอาจมีอาการแพ้ที่รุนแรงได้”“แสดงว่ามีคนจงใจทำลายชื่อร้าน” หลินเย่วเอ๋อร์
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status