Share

ตอนที่10 การแข่งทำอาหาร

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-11 18:25:15

ทางด้านชั้นบนที่มีเฉินเจ๋อหยวนนั่งจิบชา มองลงไปด้านล่างอย่างผ่อนคลาย การแข่งขันวันนี้ช่างมีสีสันและน่าสนใจ เขาไม่ได้พบสิ่งน่ารื่นเริงบันเทิงใจมานานมากแล้ว จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นด้านข้าง

  “ถวายบังคมเสด็จปู่” เฉินเจ๋อหยวนปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจ

  “มาทำไม ข้าอุตส่าห์หนีออกมาอยู่ข้างนอกเงียบ ๆ ยังจะตามมาวุ่นวาย” กล่าวจบเขาก็ยกถ้วยชา ขึ้นมาเป่าอย่างหงุดหงิด 

  “แล้วก็เรียกข้าว่าท่านปู่ ลาภยศบรรดาศักดิ์เก็บไว้ใช้ในวังเถิด” เฉินซีฮันมองท่านปู่ผู้มีนิสัยเอาแต่ใจอย่างระอาใจ แต่เขาก็รักและเคารพเขามาก ถึงแม้เขาจะพูดจาเช่นนี้ แต่ที่จริงเป็นคนจิตใจดีมาก องครักษ์รีบยกเก้าอี้ มาให้เฉินซีฮัน เฉินเจียวหมิงและเฉินจางหย่งนั่ง พอพวกเขานั่งลง ก็กวาดตามองไปยังด่านล่าง

  “ท่านปู่เหตุใดทางโรงเตี๊ยมฟู่จิน ถึงส่งเด็กเข้าแข่งขันเช่นนี้ละขอรับ จะไม่เป็นการดูถูกผู้เข้าแข่งขันท่านอื่นหรอกหรือ?” เฉินซีฮันเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

  “เงียบ ๆ เถอะน่าเจ้าลูกเต่า ไม่รู้อะไรอย่าพูดมาก” ชายชราเอ่ยตำหนิหลานชายขึ้นมา เพราะอารมณ์เขาตอนนี้ ใจจดใจจ่ออยู่กับการแข่งขันทางด้านล่าง ไม่อยากได้ยินอะไรที่ขัดหู

  ภายในชั้นสองยังห้องถัดไป ตระกูลจินก็เข้ามาดูการแข่งขันเช่นกัน ยามนี้ถึงกับผิดหวังและขุ่นเคืองที่โรงเตี๊ยมฟู่จิน ส่งเด็กเข้าทำการแข่งขัน นี่มันดูถูกฝีมือกันชัด ๆ

  “ไปบอกคุณหนูจินฝูฮวา ห้ามออมมือกล้าส่งเด็กมาแข่งแบบนี้ ดูถูกกันเกินไปแล้ว อย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านก็แล้วกัน”

  “ขอรับ”

 ส่วนตระกูลเฟย ยามนี้ถึงหัวเราะขบขัน กับความเล่นใหญ่ของโรงเตี๊ยมฟู่จิน เขาลงชื่อร่วมแข่งขันเป็นปีแรก แต่ดันได้แข่งกับเด็กน้อยวัยไม่ถึง10ขวบ นี่มันหยามเกียรติกันชัด ๆ ในเมื่อกล้าส่งเด็กลงมาแข่ง ก็เตรียมเช็ดน้ำตาเอาไว้ให้ดีแล้วกัน 

 “ไปบอกคุณชายว่าห้ามออมมือ”

 “ขอรับ”

 ทางด้านล่างยามนี้ เสียงพูดคุยกันดังไม่หยุด แต่ก็ทำให้การแข่งขันคึกคักไม่น้อย ทางด้านนอกไม่รู้ใครไปป่าวประกาศ ว่าทางโรงเตี๊ยมฟู่จิน ส่งแม่นางน้อยอายุไม่ถึง10ขวบนามซิ่วอิง ลงทำการแข่งขัน 

  อู่ถง อู่จินและอู่หย่ง ที่เดินอยู่ในบริเวณนั้น ถึงกับหูผึ่งจนต้องมาดูให้เห็นกับตาตนเอง และก็เป็นจริงดั่งคาด นายหญิงน้อยจริงด้วย!

  ยามนี้ในห้องแข่งขันคนมาดูเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีที่นั่ง ต้องยืนเบียดกันเพื่ออยากดู การแข่งขันในครั้งนี้ 

  “เอาละขอรับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา กฎและกติกาในวันนี้ ทางเราได้เสนอให้ทั้งสามท่าน ทำอาหารที่อร่อยที่สุดของแต่ละโรงเตี๊ยม ซึ่งทางการแข่งขันได้เตรียมอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์และพืชผัก เพื่อให้สะดวกแก่ผู้แข่งขันได้เลือกใช้ ทางผู้แข่งขันจะต้องทำอาหารให้มากพอ ที่จะให้ผู้ชมและกรรมการได้ทดลองชิมกันอย่างทั่วถึง เราให้เวลาผู้แข่งขันสองก้านธูป (1ชั่วโมง) เริ่มได้ขอรับ”

  เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ซิ่วอิงก็เดินไปดูของที่จะทำในแข่งขัน แต่ว่าท่านปู่ไม่ได้บอกว่าอาหารขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยมคืออะไร แล้วนางจะทำอะไรดีนะ คุณชายเฟยหยิบเต้าหู้ คุณหนูจินหยิบปลา เน้นอาหารเพื่อสุขภาพสินะ แล้วนางจะทำอะไรดีละ เวลาสองก้านธูปก็ไม่นานมาก อาหารที่จะทำ ต้องง่ายรวดเร็วและอร่อย งั้นบะหมี่ฮ่องเต้สูตรซิ่วอิงแล้วกัน

  ซิ่วอิงหยิบหม้อต้มน้ำซุป ใส่กระดูกหมู หัวไช่เท้า รากผักชี กระเทียม พริกไทย ซีอิ้วขาว ผงปรุงรส น้ำตาลทราย จากนั้นนางก็ปล่อยให้เดือด เครื่องปรุงนางได้แอบเทใส่ถ้วยเอาไว้แล้ว และให้ท่านลุงลู่เฉิง นำเอามาวางไว้ให้ที่โต๊ะ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใช้

  จากนั้นนางก็ต้มไข่ และนวดแป้งผสมไข่เพื่อทำบะหมี่ นางทำทุกอย่างคล่องแคล่วว่องไว จนผู้ชมยามนี้หันไปดูนางอย่างให้ความสนใจ พอน้ำซุปเริ่มเดือดนางก็ลดไฟ จากนั้นก็เตรียมสับหมูให้ละเอียด ทุกคนงุนงงกับการที่นาง ใช้มือจับมีดสับหมู ได้อย่างคล่องแคล่วและแข็งแรง มีดหนักขนาดนั้นนางยกไหวได้อย่างไร

  ซิ่วอิงชิมน้ำซุปที่อร่อยและเริ่มกลมกล่อม ก็ยกยิ้มด้วยความพอใจ นางหันไปดูเวลา ก่อนจะหันมาแกะกระเทียมเพื่อจะเจียว นำหมูมาใส่หม้อแล้วนำน้ำซุป ใส่ลงไปเพื่อทำให้สุก จากนั้นก็แกะไข่ต้มแล้วผ่าครึ่ง จากนั้นก็ต้มน้ำเพื่อรอลวกเส้นบะหมี่และผัก

  กลิ่นหอมจากการเจียวกระเทียม ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องการแข่งขัน ซิ่วอิงกะเวลาให้เสร็จทันเวลาพอดี หากเสร็จเร็วเกินไป อาหารจะเย็นและไม่อร่อย ซิ่วอิงเลือกถ้วยมาสามใบ ขนาดเล็กสำหรับท่านปู่ ขนาดกลางสำหรับกรรมการ ขนาดใหญ่ดั่งกาละมังล้างจาน สำหรับผู้ชมคนดู 

  ซิ่วอิงลวกเส้นลวกผัก จัดใส่จานอย่างสวยงาม นำไข่ที่ผ่าซีกมาวางเรียง หมูสับราดลงไปบนบะหมี่ จากนั้นตักน้ำซุปพร้อมหัวไชเท้า โรยด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอมผักชี พริกไทย เป็นอันเสร็จ 

  “หมดเวลาขอรับ ขอให้ผู้แข่งขัน บอกชื่ออาหารที่ทำด้วยขอรับ จานแรกโรงเตี๊ยมเฟยเจิน”

  “จานนี้เรียกว่าผัดเต้าหู้เสฉวนขอรับ” เฟยเจินเฉิงเอ่ยบอกอย่างภาคภูมิใจ 

  “จานนี้เรียกว่าปลาผัดขึ้นฉ่ายเจ้าค่ะ” จินฝูฮวาระบายยิ้มด้วความภูมิใจเช่นกัน ที่นำเสนออาหารขึ้นชื่อของทางโรงเตี๊ยมจินเฮง

  “ชามนี้เรียกว่าบะหมี่ฮ่องเต้เจ้าค่ะ เส้นบะหมี่เหนี่ยวนุ่ม เปรียบดั่งฮ่องเต้ผู้มีจิตใจอ่อนโยน และพระชนม์ยืนยาวดั่งเส้นบะหมี่ หากใครได้ชิม ก็จะมีชีวิตยืนยาวดั่งบะหมี่ฮ่องเต้เจ้าค่ะ”

   พอนางกล่าวจบ ผู้ชมในห้องต่างก็ปรบมือให้นางอย่างชอบใจ แล้วรีบลงมายืนรอเพื่อจะทดลองชิมรสชาติของบะหมี่ ซิ่วอิงรีบยกถ้วยกลางไปให้กรรมการ ซึ่งมีลูเฉิงนั่งอยู่ด้วย เขาเหลือบมองอาหารอย่างไม่เชื่อสายตา นางทำอาหารได้น่ากินถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่

   ส่วนกาละมังยักษ์ ซิ่วอิงนำไปวางตรงโต๊ะ ที่ให้คนมารอชิม แต่พอทุกคนเห็นก็ถึงกับชะงัก ไม่กล้าชิมขึ้นมา

  “แม่นางน้อยอาหารชามนี้งดงามเกินไป ข้าไม่กล้ากิน” สตรีที่ชมชอบซิ่วอิง มายืนรอเป็นคนแรก แต่ก็ไม่กล้าตักขึ้นมากิน ซิ่วอิงจึงเดินไปหยิบถ้วยเล็ก แล้วตักใส่ให้ในถ้วยพร้อมตะเกียบ 

   “อร่อย! อร่อย ๆ ทุกคนใครไม่เชื่อมาชิมเร็วเข้า” สตรีนางนั้นร้องออกมาเสียงดัง พลอยทำให้ทุกคนสนใจขึ้นมาทันที พอมีคนสองก็มีคนที่สามคนที่สี่ตามมา

  “แม่นางน้อยกินแล้วจะอายุยืนเหมือนฮ่องเต้ใช่หรือไม่?”

  “แน่นอนเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงยิ้มแป้นเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ 

  “นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว ฮือ ๆ มันอร่อยสุด ๆ ไปเลย แค่น้ำซุปก็กลมกล่อมได้ขนาดนี้” บางคนถึงกับร้องไห้ออกมา ซิ่วอิงถึงกับหลุดขำ นางรู้ว่ามันอร่อยแต่ว่าขนาดนั้นเลยหรือ การแสดงหรือเปล่า

  บุรุษที่ไปต่อแถวเพื่อจะไปชิมอาหารของคุณหนูเจิน ทนแรงยั่วยุไม่ไหว อีกอย่างหากไปลองชิม หากหมดก่อนจะพลาดได้ชิมของอร่อย จากที่ต่อแถวจึงย้ายมาทางบะหมี่ ซึ่งพอไปถึงก็ใกล้จะหมดแล้ว

  “แม่นางน้อยเหลือไว้ให้ข้าได้ชิมด้วย” เสียงตะโกนดังขึ้น

  สตรีที่ไปต่อคิวชิมอาหารของคุณชายเฟย ก็ไม่แตกต่างกัน ต่างพากันวิ่งมาที่บะหมี่กันหมด เฟยเจินเฉิงและจินฝูฮวายืนนิ่งกับภาพที่เห็น บะหมี่นั่นอร่อยขนาดนั้นจริงหรือ?

   บนชั้นสองยามนี้ ชายชราเฉินเจ๋อหยวน ถึงกับหัวเราะไม่หยุดกับภาพตรงหน้า สะใจจริง ๆ เข้าไม่เคยเจอเรื่องอะไร ที่สะใจแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต วันนี้เขาได้เปิดหูเปิดตาแล้ว 

  “ท่านปู่ซิ่วอิงให้เอามาให้ท่านลองชิมขอรับ” เป็นหานเกอที่ยกบะหมี่มาให้เขา เฉินเจ๋อหยวนตบเข่าดังฉาดด้วยความชอบใจ ให้มันได้อย่างนี้สิ นางช่างรู้ความเสียจริง เขายกถ้วยบะหมี่ขึ้นมาสูดดมกลิ่นอย่างพอใจ ก่อนลงมือชิมบะหมี่

  “เจ้าลูกเต่า เจ้าลองดูสักคำ” เขาเลื่อนถ้วยมาตรงหน้าเฉินซีฮัน เพราะเขาอย่างรู้ว่า ผู้อื่นจะรู้สึกเหมือนที่เขารู้สึกหรือไม่

  “ท่านปู่นี่มัน” เฉินซีฮันรู้สึกถูกใจรสชาติของบะหมี่เป็นอย่างมาก ก่อนจะหันไปหาหานเกอที่ยังยืนอยู่

   “ยังมีเหลืออีกหรือไม่?”

   “ไม่มีแล้วขอรับ” เฉินซีฮันหน้าสลดลงอย่างผิดหวัง ก่อนจะเห็นท่านปู่ มาดึงชามบะหมี่กลับคืนไป เฉินเจียวหมิงและเฉินจางหย่ง แอบขำกับท่าทางของเฉินซีฮัน

   ทางด้านตระกูลเฟย ยามนี้หัวเสียอย่างรุนแรง เด็กคนนั้นเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว กล้าเอาชื่อฮ่องเต้มาแอบอ้างเรียกคะแนน เขาดูเบาเด็กคนนี้เกินไป แต่ว่านางทำบะหมี่อร่อยจริง ๆ หรือ?

   ทางด้านตระกูลจิน ยามนี้โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาดูเบาเด็กคนนี้เกินไป โรงเตี๊ยมฟู่จินขนาดเด็ก ก็ยังมีฝีมือขนาดนี้บ้าไปแล้ว เขาอุตส่าห์ลงทุนวางยาลู่ไฉ่ ไม่คาดคิดเลยว่า พวกเขายังมีไม้เด็ดแอบซ่อนเอาไว้ แต่อย่าห่วงเลยผู้ใหญ่ข้าก็จัดการมาแล้ว นับประสาอะไรกับเด็กตัวเท่ากำปั่น

 ผลคะแนนออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ โรงเตี๊ยมฟู่จินได้คะแนนอย่างท่วมท้น อีกทั้งผู้ที่มาชมการแข่งขัน ยังสอบถามว่าจะมีขายอีกเมื่อใด พวกเขาจะแวะมากิน ลู่เฉิงถึงกับทำตัวไม่ถูก เพราไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เรื่องนี้เขาต้องปรึกษานายท่าน ว่าเขามีความคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่71 จบลงด้วยดี

    สามจอมมารกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับอดอยากมานาน พวกเขาสามคนตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่รู้ว่าท้องของพวกเขา ใส่อาหารเข้าไปหมดได้อย่างไร “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้ว” จอมมารบรรพกาลเอ่ยขึ้น ก่อนตักกระเพาะปลากินอย่างเอร็ดอร่อย ราชาปีศาจมองเขาก่อนจะครุ่นคิด ความคิดของเขาไม่เลวเลย เขาก็อยากอยู่ที่นี่ เพราะอาหารอร่อยมาก“ข้าก็จะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้วแคว้นหนาน จอมมารอัคคีเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมคีบหนังหมูกรอบ ๆ ยัดใส่ปาก ก่อนจะหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติ“ข้าก็จะอยู่เช่นกัน” ราชาปีศาจเอ่ยขึ้น ทำให้ตงฮวนและหานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ครุ่นคิดว่าที่จริงนิสัยดั่งเดิมของพวกเขา ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงเพราะผิดหวังในความรัก เลยทำตัวเลวร้ายเพื่อประชดชีวิต หากพวกเขาคิดเปลี่ยนแปลง ย่อมทำได้แน่นอนซึ่งตรงกับความคิดของซิ่วอิง ลี่อินและเจียวจู ยามนี้พวกนางแอบสังเกตอยู่เงียบ ๆ ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พวกเขา เปลี่ยนเป็นคนดีและเป็นปกติเหมือรผู้อื่นเขา ดูท่าพวกเขาจะชอบอาหาร หรือว่าจะเอาอาหารมาล่อ ก็ต้องลองดูเมื่อทุกคนกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซิ่วอิงก็พาทุกคนไปนั่งที่ห้องโถง ซิ่วอิง ลี่อ

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่70 จอมมารคลั่งรัก

    ทางด้านแคว้นฉี เฉินซีฮันได้พูดคุยทุกอย่างตามที่ได้ซิ่วอิงได้บอกเอาไว้ แต่ดูเหมือนฮ่องเต้ดูจะไม่สนใจและใส่ใจเท่าใดนัก เพราะเอาแต่จดจ้อง มองซิ่วอิงตลอดเวลา ไหนจะจอมมารบรรพกาล ที่เอาแต่มองซิ่วอิง นัยน์ตาหวานเยิ้มอย่างคนคลั่งรัก เฉินซีฮันพยายามควบคุมอารมณ์อย่างหนัก มาตกลงกันเรื่องแร่ทองคำ แต่ดูพวกเขาสิ มองนางอย่างกับเห็นขนมหวาน ซิ่วอิงถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย บุรุษพวกนี้น่าเบื่อเสียจริง“ขอเสนอของแคว้นเป่ยเซี่ยะ ฮ่องเต้มีความคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่งดงามมาก” จอมมารบรรพกาล หันไปมองฮ่องเต้อย่างไม่พอใจ ส่วนซิ่วอิงเริ่มหมดความอดทน“หม่อมฉันเริ่มรำคาญแล้วเพคะ” ซิ่วอิงเอ่ยออกมาเสียงดัง ยกชามาดื่มแล้ววางลงดังปึก! นางจะไม่รักษากิริยาอีกต่อไปแล้ว“เป็นเพราะเจ้า นางอารมณ์ไม่ดีแล้ว” จอมมารบรรพกาลหันไปตำหนิฮ่องเต้ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับซิ่วอิง เขาไม่อยากเชื่อว่า จะได้พบสตรีในดวงใจอีกครั้ง แต่ว่านางกำลังจะแต่งงาน แต่ว่าใครสนกันเล่า แค่ได้เห็นนางเขาก็มีความสุขมากแล้ว ผ่านไปหลายพันปี นางยังอยู่ในใจเอาเสมอซิ่วอิงกลอกตามองบน ฮ่องเต้ก็ดูเหมือนไม่เต็ม ส่วนจอมมารก็ดูเหมือนจะเกินจนล้น น

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่69 การต่อสู้

    “หม่อมฉันยินดีเพคะ” เจียวจูหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาจอมมารยิ่งใจเต้นรัว นางช่างงดงามเกินไปแล้วเหตุผลที่พวกเขาอย่างประลองก็เพราะอยากให้แคว้นหนานได้เห็นว่า หากแคว้นเป่ยเซี่ยะจะทำสงครามนั้นย่อมได้ แต่พวกเขาเลือกที่อยู่อย่างสันติเมื่อมาถึงลานประลอง เจียวจูก็ไปยืนอยู่มุมหนึ่งก่อนจะเดินไปคุยกับจอมมาร“ท่านห้ามเล่นตุกติกเด็ดขาด หากท่านเชื่อฟัง เรามาเป็นสหายกัน” เจียวจูเอ่ยบอกเขาด้วยท่าทีออกคำสั่ง จอมมารอัคคีหลุดขำออกมา กับท่าทางของนาง ท่าท่างขู่เหมือนลูดแมวมากกว่าจะเป็นลูกเสือ แต่นางบอกว่า หากเชื่อฟังจะให้เป็นสหาย ถึงไม่ได้เป็นคนรัก เป็นสหายก็ยังดี“ได้”“งั้นยื่นนิ้วมาเจ้าค่ะ” เขาไม่รู้ว่านาง จะให้เขายื่นนิ้วไปให้นางทำไม แต่แล้ว “โอ๊ย!” นางก้มมากัดนิ้วเขาจนเลือดซิบ เขามองนางอย่างขุ่นเคือง“ไม่โกรธนา สิ่งนี้ว่าการทำสัญญา หากท่านตประมืออย่างยุติธรรม เดี๋ยวข้ามาทำแผลให้เจ้าค่ะ แต่หากว่าท่านเล่นตุกติก ข้าจะทำให้ท่านได้แผลยิ่งกว่านี้” นางเอ่ยน้ำเสียงเหี้ยมและดุดัน แต่เขากลับเห็นว่า มันช่างน่ารัก“เจ้าพูดอะไรกับเขา?” เจียวจูรีบกระซิบข้างใบหูเขาทันที“ข้าบอกห้ามเล่นตุกติก หากเขาเชื่อฟังก

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่68 แผนการไปเยือนแต่ละแคว้น

    เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็ให้เด็ก ๆ ไปเรียกทุกคนมากิน โดยนางทำตัวอย่างให้ดู ทุกคนก็ทำตาม เพียงคำแรก ทุกคนก็ร้องออกมาว่าอร่อยแต่แล้วซิ่วอิงก็นึกท่านปู่ ตายแล้วลืมไปเสียสนิท แต่แล้วเสียงของเขาก็ดังมาแต่ไกล“กลิ่นหอมของอะไรนี่ ซิ่วอิงเจ้าทำอาหารใหม่อีกแล้ว ข้ามาได้ถูกจังหวะพอดีสินะ” ชายชราเฉินป๋อหยวน ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์“ท่านปู่นั่งเลยเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงรีบหาเก้าอี้มาให้เขาอย่างเอาใจ ชายชราเหลือบตามอง วิธีการกินก็เข้าใจ ก่อนจะหยิบตะเกียบมาคีบเนื้อ แล้วนำไปใส่หม้อที่กำลังเดือด จากนั้นนำมาจิ้มกับน้ำจิ้ม แล้วนำใส่ปาก“โอ้ หลานสะใภ้คนงาม เจ้าห้ามเปลี่ยนใจ จากหลานชายข้าเด็ดขาด อาหารชนิดนี่เรียกว่าอะไรหรือ”“หม้อไฟเจ้าค่ะ”“ข้าชอบอร่อยจริง ๆ” เขาพูดไปก็คีบอย่างอื่นลงไปใส่ในหม้อ อย่างสนุกสนาน หลังจากกินอาหารกันเสร็จ นางปล่อยให้ป้าหวังและทุกคนจัดการเก็บล้าง ส่วนนางพาทุกคนมาที่ห้องโถง เพราะมีเรื่องที่จะต้องพูดให้ทุกคนเข้าใจ“ทุกคนฟังข้าให้ดีนะเจ้าค่ะ การไปเยือนต่างแคว้นในครั้งนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์ และทำหน้าที่คล้ายทูตในการเจรจา”“ทำหน้าที่คล้ายทูต”“ใช้เจ้าค่ะ สิ่งที่แคว้นซ่งอยากได้ ค

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่67 ส่งสาส์นกระชับความสัมพันธ์

    “ขุนนางทุกคนฟังข้าให้ดี ข้าที่เป็นถึงฮ่องเต้ ยังเคารพและให้เกียรติพวกนาง หากใครมีความคิดที่ไม่ดีเพียงน้อยนิด เกี่ยวกับพวกนาง ข้าก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้ เพราะฉะนั้นจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ การกลับมาของข้าในครั้งนี้ ข้าจะไม่ใจดีอีกต่อต่อไป”“ขอบพระทัยที่ทรงตักเตือนพ่ะย่ะค่ะ”ราชสำนักออกมาปิดประกาศความผิด ของเฉินอ๋อง ตระกูลสวี่ ตระกูลเสิ่น ตระกูลขุนนางที่มีส่วนรู้เห็นและสมคบคิด โทษคือประหารชีวิตทั้งหมด และวันประหารจะมีขึ้นในอีกสามวันประกาศต่อมาคือ พระราชทานสมรสสามองค์ชาย ซึ่งผู้คนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์สิ่งใด เพราะขุนนางที่ไปประชุม ได้ออกมาบอกทุกคนว่า สตรีทั้งสามนางที่แต่งเข้าราชวงศ์ เป็นสะใภ้คนโปรด และฝ่าบาทยังได้ประกาศเอาไว้ หากใครว่าร้ายพวกนางเพียงนิด พระองค์ก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้ข่าวการยึดบัลลังก์คืนของอดีตฮ่องเต้ ทำให้อีกสามแคว้นเกิดงุนงง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแคว้นเป่ยเซี่ยะ เฉินอ๋องก่อกบฏยึดบัลลังก์ไปได้ไม่นาน อดีตฮ่องเต้ก็ยึดคืนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งไม่มีการต่อสู้นองเลือดกันเกิดขึ้น เรื่องนี้สร้างความแปลกใจและสงสัย ให้แต่ละแคว้นเป็นอย่างมากแคว้นหนานฮ่องเต้ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟัง

  • ทะลุมิติมาเป็นนายหญิงน้อย   ตอนที่66 จัดการไปเสียทีเดียว

    หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พวกเขาก็ออกมาเดินอยู่บนถนนในยามค่ำคืน ที่ยามนี้เงียบสงัด “ยังไม่ดึกมาก พวกเราไปเยี่ยมท่านแม่ทัพ กันดีหรือไม่เจ้าคะ?” ซิ่วอิงคิดว่าในเมื่อเริ่มแล้ว ก็ควรจัดการให้มันจบ ๆ เน้นกำจัดหัวหน้าใหญ่ เพราะหากไม่มีพวกเขา คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าหือเฉินซีฮันมองภรรยาของเขาอย่างเอ็นดู เหมือนนางพอได้ปลดปล่อยพลัง ก็ยิ่งดูฮึกเหิม อยากไปกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก“ข้าเห็นด้วยกับซิ่วอิงเจ้าค่ะ ไหน ๆ ก็ได้ลงมือแล้ว ทำให้จบในคราวเดียวไปเลย” เจียวจูเอ่ยสนับสนุนความคิดของซิ่วอิง“งั้นไปกัน ต่อด้วยวังหลวงด้วยเป็นอย่างไร?” เฉินซีฮันก็คิดว่า ควรจัดการทุกอย่างให้มันจบ ๆ ไป ก็ดีเหมือนกัน“ดี!” สามสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกันไม่นานพวกเขาทั้งเจ็ดคน ก็มาหยุดยืนอยู่บนหลังคาจวนท่านแม่ทัพสวี่ แสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องทำงานของสวี่ซีเฉิง บ่งบอกว่าเขายังไม่นอนพวกเขาโรยตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องทำงานของสวี่ซีเฉิง อย่างไม่หวาดหวั่น ทหารองครักษ์รอบบริเวณ ไร้สติด้วยพลังปราณหลับใหล ปัง! เสียงถีบประตูเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ท่านแม่ทัพเงยหน้าขึ้นมามอง ด้วยความตกใจ “พวกเจ้าเป็นใคร?” เขาถามขึ้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status