เข้าสู่ระบบตื่นขึ้นมาพบลูกกับสามีที่จากไป แต่น้ำท่วมใหญ่กำลังจะมา! มีมิติ มีเสบียง มีครอบครัวดี ซือหยาไม่สนคำครหา ใช้เงินซื้อที่นา ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน! สร้างความมั่นคง จนคนที่เคยดูถูกต้องก้มหัวขอความช่วยเหลือ!
ดูเพิ่มเติมSuara kecipak bibir saling beradu terdengar nyaring, beriringan dengan desah dan napas berat yang memenuhi ruangan. Hasrat mereka meledak, seperti tak lagi bisa dikendalikan. Dari celah pintu VIP room Heracles Night Club, sepasang mata basah menyaksikan semua itu.
Celia berdiri kaku. Jemarinya mengepal erat hingga buku-bukunya memutih, menahan luapan emosi yang nyaris meledak. Detik berikutnya, dia sudah tak peduli lagi.
BRAK!
Pintu mahoni itu terhempas keras, menghantam dinding dengan suara memekakkan.“Bravo, Esme dan Austin,” suara Celia terdengar sumbang, seperti tawa yang dipaksa keluar dari dada penuh luka. “Ternyata desas-desus itu bukan sekadar omong kosong, ya? Sudah berapa lama kalian main belakang di belakangku, hah?!”
Tubuhnya tegak, tangan bersedekap defensif, namun matanya menyala marah menatap dua sosok yang kini panik dan setengah telanjang di atas sofa.
Esmeralda hanya menyunggingkan senyum. Gaunnya melorot, memperlihatkan bekas gigitan di dada putihnya, terlihat jejak pengkhianatan yang tak bisa dibantah. “Hai, Celia. Kau ke sini dengan siapa?” tanyanya ringan, pura-pura ramah.
“Aku sendiri. Dan jangan alihkan pembicaraan, Esme. Jawab pertanyaanku!”
Austin berdiri, membenarkan gesper sabuknya, ekspresinya tetap tenang. “Siapa yang memberitahumu bahwa aku di sini?”
“Aku tak peduli siapa. Yang jelas…” Suara Celia tercekat sesaat. “Aku tidak akan menikahimu. Seseorang yang telah selingkuh dengan kakak tiriku sendiri?! Apa dia lebih mudah kau taklukkan, Austin?”
Austin terkekeh meremehkan. “Begitu saja kau menyerah? Padahal dulu kau bilang cintamu lebih dalam dari palung Mariana!”
Celia menggeleng pelan. Sakitnya menusuk, tapi ia tahu ia tak akan pernah bisa menerima pria seperti ini. “Sampah sepertimu memang seharusnya dibuang.”
PLAK!
Tamparan mendarat di pipi Celia, keras dan penuh amarah.“Kau pikir siapa dirimu?! Gadis manja yang tak berguna!” bentak Austin.
Celia memegangi pipinya yang perih, lalu menatapnya lurus. “Kau bedebah. Kita selesai, Austin.”
Dengan langkah cepat, ia menyusuri lorong sempit, keluar dari VIP room, menuju lantai dansa yang dipenuhi cahaya warna-warni dan dentuman musik yang mengguncang dada.Malam belum usai, tetapi Celia ingin menutup babak menyedihkan itu.
Dia menghampiri bar.
“Berikan aku minuman yang enak, Mister Bartender! Buat aku mabuk malam ini,” ucapnya, tersenyum pahit.
“Tequila Sunset cocok untuk nona manis seperti Anda, Miss…?”
“Celia. Panggil saja Celia.”
Gelombang lampu menari-nari di wajahnya ketika minuman jingga kemerahan disodorkan lengkap dengan hiasan buah dan payung kertas mini. Ia meneguknya habis dalam satu seruput panjang. “Satu lagi. Dan satu lagi setelah itu…”
Sementara itu, dari sudut remang-remang, Esmeralda mengamati dengan senyum licik. Dia memanggil salah satu waiter dan menyelipkan selembar uang ke tangan pria itu. “Ada pesta di sana. Pastikan gadis itu ikut.”
Waiter itu mengangguk. “Beres, Miss. Akan saya antar ke tamu yang sedang mencari hiburan.”
“Pastikan dia tidur dengan salah satu dari mereka. Seratus dolar lagi setelahnya.”
Celia sudah nyaris tak sadar ketika pelayan itu menyambarnya. Kepalanya tertunduk, rambutnya berantakan, tubuhnya lunglai.
“Oh, ini wanita yang kau pesan untuk Master Morgan?” tanya Alfons, asisten pribadi seorang pria berpengaruh.
“Dia hanya terlalu banyak minum, Sir,” dalih pelayan licik itu cepat. “Tapi lihat penampilannya, sangat menarik, bukan?”
Seorang pria tampan dan tinggi dengan aura yang dingin dan mendominasi berdiri, mengamati Celia. “Aku mau dia. Bawa ke kamar yang kusewa.”
Setelah menerima kartu akses, pelayan itu membawa Celia pergi sambil bergumam lirih, “Kau beruntung malam ini, Nona. Setidaknya yang satu ini tampan dan punya uang.”
Celia tidak mendengar. Dunia berputar dalam kabut tebal alkohol. Ia tergeletak di ranjang, sepatu hak tinggi merahnya masih terpakai.
Morgan masuk, sedikit mabuk tapi masih sadar. Dia menatap Celia dengan pandangan yang campur aduk.
Sebuah senyum tipis terangkat di salah satu ujung bibir pria itu, sambil melepas sepatu dari kaki jenjang itu dengan pelan. “Kau terlalu mewah untuk seorang wanita bayaran.”
Tak ada jawaban selain gumaman pelan.
Morgan mendesah, setengah geli.
Gaun merah di tubuh Celia dilucuti perlahan. Morgan menghela napas, matanya membara. “Kau cantik.” Lalu kepalanya mulai menyusuri kulit mulus beraroma parfum lembut yang membuat dia semakin tak sabar mereguk kenikmatan sesaat malam ini.
ทันทีที่รถม้าจอดที่หน้าเรือนสกุลหาน ซือเหอก็รีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าเรือนไปอย่างไม่คิดชีวิต ท่าทางที่เคยอิดโรยพลันกลับมามีพละกำลังอีกครั้ง เขามุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของพี่สาว หวังจะเข้าไปกอดและหอมแก้มหลานสาวให้ชื่นใจแต่ทันทีที่เขาเดินเข้าใกล้ประตูห้อง ก็มีเสียงห้ามปรามดังขึ้นพร้อมกัน พ่อเฒ่าเสิ่น แม่เฒ่าหาน หยางเฉิง และแม้กระทั่งแม่เฒ่าฮัว ต่างก็ชี้มือมาที่เขาด้วยสีหน้าจริงจัง"หยุดเดี๋ยวนี้! ซือเหอ!" แม่เฒ่าหานกล่าวเสียงเข้ม นางทำจมูกฟุดฟิดด้วยความรังเกียจเล็กน้อย"ไปอาบน้ำให้สะอาดเสียก่อนลูก! เจ้าตัวเหม็นไปหมดแล้ว" พ่อเฒ่าหานกล่าวพลางหัวเราะอย่างขบขัน"เดี๋ยวกลิ่นเหงื่อกลิ่นควันเทียนจากตัวเจ้าจะไปติดหลานนะซือเหอ!" หยางเฉิงกล่าวอย่างเป็นห่วงซือเหอได้ยินดังนั้นก็อดที่จะยกมือขึ้นมาดมเสื้อผ้าตนเองไม่ได้ เขาหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เพราะตอนนี้เขาตัวเหม็นจริง ๆ ราวกับแบกถังขยะมาด้วยสายตาของเขาถูกทอดมองไปยังหลานสาวตัวอ้วนที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าแฝด อี้หมิงและอันหมิง ต่างพากันนั่งอยู่บนตั่งไม้ข้างเตียง อี้หมิงกำลังอุ้มประคองทารกน้อยไว้ด้วยความระมัดระวัง ส่วนอันหมิงก็นั่งเฝ้ามองน้องสาว
หลังจากการเขียนเรียงความเชิงนโยบายที่ยาวและหนักหน่วง ซือเหอและจางเหล่ยก็เริ่มเข้าสู่ข้อสอบถัดไป ซึ่งเป็น บทความแบบแปดส่วน และการตอบปัญหาบ้านเมือง ซึ่งต้องใช้ความรู้จากวรรณคดีขงจื๊อและปรัชญาโจทย์ข้อที่สอง "จงถอดความและวิจารณ์คำสอนของเมิ่งจื่อ: 'เมื่อราษฎรได้รับการดูแลอย่างดี ใครเล่าจะคิดก่อกบฏ?'"โจทย์ข้อที่สาม "ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งขุนนางท้องถิ่น ท่านจะมีแนวทางในการควบคุมและจัดการกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มพ่อค้าขนาดใหญ่และชาวบ้านในเรื่องการใช้แหล่งน้ำร่วมกันได้อย่างไร?"เมื่อซือเหอและจางเหล่ยอ่านโจทย์ทั้งสองข้อ สีหน้าของทั้งคู่ก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดซือเหอซึ่งมีความรู้ด้านวรรณคดีที่แม่นยำ และมีประสบการณ์ตรงจากการค้าขายและการจัดสรรที่ดินของสกุลตนเอง ยกยิ้มเล็กน้อยจางเหล่ยก็พยักหน้าอย่างมั่นใจ เพราะข้อสอบเหล่านี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของพวกเขาเลย ความรู้ที่พวกเขาได้เรียนรู้มาจากซือหยาถูกจัดระบบและนำมาใช้ได้อย่างง่ายดายพวกเขาเริ่มเขียนตอบข้อสอบอย่างรวดเร็วและลื่นไหล พู่กันถูกตวัดลงบนกระดาษอย่างหนักแน่นและมั่นคง แต่หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ปัญหาที่แท้จริงของการสอบก็เริ่มปรากฏชัด
สนามสอบหลวงซือเหอและจางเหล่ยมาถึง กงหยวน (贡院) ตามเวลาที่กำหนด พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มบัณฑิตหลายร้อยคนที่แต่งกายด้วยชุดซิ่วไฉอย่างเรียบร้อย ใบหน้าของบัณฑิตทุกคนเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะความยากของข้อสอบ แต่เป็นเพราะความทรมานของการอยู่ภายในห้องสอบตลอดสามวันสองคืนก่อนจะได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าสู่ประตูแรกของสนามสอบ เจ้าหน้าที่สนามสอบได้เรียกบัณฑิตเข้าแถวเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่เรียกว่า ซวนเซิน (悬身)"ถอดเครื่องแต่งกายออกให้หมด!" เสียงของเจ้าหน้าที่ผู้คุมสอบดังขึ้น ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและไม่แสดงความปรานีซือเหอและจางเหล่ยมองหน้ากันด้วยความรู้สึกอับอายเล็กน้อย ถึงจะมีฉากกั้นก็ไม่ช่วยอะไร พวกเขาจำต้องถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น เจ้าหน้าที่ใช้มือลูบไล้ไปตามทุกตะเข็บของเสื้อผ้าและชุดชั้นในอย่างไม่ละเว้น พวกเขาแม้กระทั่งตรวจค้นก้นบึ้งของพู่กัน ปลายขนของแปรง ตรวจดูด้านในของกระดานไม้ และเคาะที่ก้นหินฝนหมึก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการซุกซ่อนโพยใด ๆ"นำอาหารออกมาวางเรียงบนโต๊ะ!" เจ้าหน้าที่อีกคนสั่ง พวกเขาตรวจดูอาหารแห้งอย่างละเอียด ผงโจ๊กของซือหยาก็ถูกเจ้าหน้าที่ล
ภายในห้อง ซือหยาถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าและนอนพักอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางยังคงดูอ่อนเพลีย แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและปีติ ร่างกายของนางถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มหนาอย่างดี ข้าง ๆ เตียงมีเปลไม้ไผ่สานวางอยู่ ภายในเปลปูด้วยผ้าเนื้อดีนุ่ม ๆเด็กหญิงตัวน้อยนอนหลับตาพริ้มอยู่ในเปล ผิวของนางขาวสะอาดผุดผ่องราวกับหยก แก้มยุ้ย ๆ สีแดงระเรื่อของนางดูอวบอิ่มราวกับผลท้อแรกแย้ม เป็นทารกที่อ้วนท้วนสมบูรณ์และน่ารักน่าชังหยางเฉิงเดินไปที่เตียงเขาหยิบผ้าสะอาดที่มารดาเตรียมไว้มาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของภรรยาอย่างเบามือ"ลำบากเจ้าแล้ว... ซือหยา" น้ำเสียงของหยางเฉิงแหบพร่า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความซาบซึ้งใจ"ไม่ลำบากเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าเต็มใจ... ว่าแต่ท่านพี่ตั้งชื่อให้ลูกรึยังเจ้าคะ" ซือหยาจับมือของสามีไว้ นางตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรงแต่จริงใจหยางเฉิงหันไปมองเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนอยู่ในเปล เขาเดินเข้าไปใกล้อีกนิด รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าคมคายของเขา"ตั้งแล้ว ให้นางชื่อ เสิ่นเยว่หมิง คล้องกับพี่ชายของนาง... เยว่หมิงลูกพ่อ" เขายื่นมือไปเกลี่ยแก้มยุ้ยของลูกสาวเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ "...""พ่อค
คำกล่าวของฮัวเจิ้งหรง ยิ่งทำให้เสนาบดีหวังนึกอยากลองทดสอบเด็ก ๆ เพื่อยืนยันความสามารถของพวกเขา เขาหันไปทางฮัวเจิ้งหรง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "จริงหรือ เช่นนั้นข้าอยากทดสอบพวกเขาได้หรือไม่ หากตอบถูกข้าให้รางวัลข้อละ 1 ตำลึง ถือเป็นการให้รางวัลแก่ผู้มีความรู้"ฮัวเจิ้งหรงจึงหันไปถามหลาน ๆ "พว
ขณะที่สตรีกลุ่มใหญ่ยังคงอยู่กับเครื่องประทินโฉมล้ำค่าที่ชานเรือนด้านหนึ่ง บรรยากาศที่โต๊ะสนทนาของบุรุษก็เริ่มผ่อนคลายลงตามลำดับ เด็ก ๆ ลูกหลานของสามสกุลนั่งท่องตำราเรียนอยู่บนแคร่ไม้ที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เสียงท่องตำราเบา ๆ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศรอบข้างหยางเฉิงเดินเข้ามาหาเสนาบดีหวัง พร้อม
"เหล้าขวดนี้ท่านพี่นำไปให้ท่านเสนาบดีเถอะเจ้าค่ะ ส่วนอีกขวดหนึ่งก็เปิดให้ทุกคนชิมได้เลย""ได้ ให้เป็นหน้าที่ของข้า เจ้าดูแลทางนี้เถอะ" หยางเฉิงรับโถแก้วรูปน้ำเต้าบรรจุเหล้าโสมนั้นไป แล้วเดินไปทางที่เสนาบดีหวังนั่งอยู่ โดยมีสายตาของหวังฮูหยินกับบุตรสาวหวังซูอิงมองตามของในมือเขาอย่างไม่วางตา"ท่านแม
หลังจากอิ่มหนำสำราญกับของหวานระดับตำนานอย่างรังนกตุ๋น ทุกคนก็ย้ายมานั่งพักผ่อนหย่อนใจที่ชานเรือนกว้าง ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของไร่นาและบึงบัว ที่กำลังฟื้นตัวจากภัยน้ำท่วมได้อย่างชัดเจน อากาศวันนี้เย็นสบาย ลมพัดโชยอ่อน ๆ นำความสดชื่นมาสู่ทุกคนหวังฮูหยินนั่งจิบชาดอกเก๊กฮวยช้า ๆ ดวงตาของ


















ความคิดเห็น