ซือหยา...ย้อนเวลามาหาดวงใจทั้งสาม

ซือหยา...ย้อนเวลามาหาดวงใจทั้งสาม

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-11-13
โดย:  ต้าซ้อจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
164บท
10.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ตื่นขึ้นมาพบลูกกับสามีที่จากไป แต่น้ำท่วมใหญ่กำลังจะมา! มีมิติ มีเสบียง มีครอบครัวดี ซือหยาไม่สนคำครหา ใช้เงินซื้อที่นา ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน! สร้างความมั่นคง จนคนที่เคยดูถูกต้องก้มหัวขอความช่วยเหลือ!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตัวละครหลัก

Suara kecipak bibir saling beradu terdengar nyaring, beriringan dengan desah dan napas berat yang memenuhi ruangan. Hasrat mereka meledak, seperti tak lagi bisa dikendalikan. Dari celah pintu VIP room Heracles Night Club, sepasang mata basah menyaksikan semua itu.

Celia berdiri kaku. Jemarinya mengepal erat hingga buku-bukunya memutih, menahan luapan emosi yang nyaris meledak. Detik berikutnya, dia sudah tak peduli lagi.

BRAK!

 Pintu mahoni itu terhempas keras, menghantam dinding dengan suara memekakkan.

“Bravo, Esme dan Austin,” suara Celia terdengar sumbang, seperti tawa yang dipaksa keluar dari dada penuh luka. “Ternyata desas-desus itu bukan sekadar omong kosong, ya? Sudah berapa lama kalian main belakang di belakangku, hah?!”

Tubuhnya tegak, tangan bersedekap defensif, namun matanya menyala marah menatap dua sosok yang kini panik dan setengah telanjang di atas sofa.

Esmeralda hanya menyunggingkan senyum. Gaunnya melorot, memperlihatkan bekas gigitan di dada putihnya, terlihat jejak pengkhianatan yang tak bisa dibantah. “Hai, Celia. Kau ke sini dengan siapa?” tanyanya ringan, pura-pura ramah.

“Aku sendiri. Dan jangan alihkan pembicaraan, Esme. Jawab pertanyaanku!”

Austin berdiri, membenarkan gesper sabuknya, ekspresinya tetap tenang. “Siapa yang memberitahumu bahwa aku di sini?”

“Aku tak peduli siapa. Yang jelas…” Suara Celia tercekat sesaat. “Aku tidak akan menikahimu. Seseorang yang telah selingkuh dengan kakak tiriku sendiri?! Apa dia lebih mudah kau taklukkan, Austin?”

Austin terkekeh meremehkan. “Begitu saja kau menyerah? Padahal dulu kau bilang cintamu lebih dalam dari palung Mariana!”

Celia menggeleng pelan. Sakitnya menusuk, tapi ia tahu ia tak akan pernah bisa menerima pria seperti ini. “Sampah sepertimu memang seharusnya dibuang.”

PLAK!

 Tamparan mendarat di pipi Celia, keras dan penuh amarah.

“Kau pikir siapa dirimu?! Gadis manja yang tak berguna!” bentak Austin.

Celia memegangi pipinya yang perih, lalu menatapnya lurus. “Kau bedebah. Kita selesai, Austin.”

 Dengan langkah cepat, ia menyusuri lorong sempit, keluar dari VIP room, menuju lantai dansa yang dipenuhi cahaya warna-warni dan dentuman musik yang mengguncang dada.

Malam belum usai, tetapi Celia ingin menutup babak menyedihkan itu.

Dia menghampiri bar.

“Berikan aku minuman yang enak, Mister Bartender! Buat aku mabuk malam ini,” ucapnya, tersenyum pahit.

“Tequila Sunset cocok untuk nona manis seperti Anda, Miss…?”

“Celia. Panggil saja Celia.”

Gelombang lampu menari-nari di wajahnya ketika minuman jingga kemerahan disodorkan lengkap dengan hiasan buah dan payung kertas mini. Ia meneguknya habis dalam satu seruput panjang. “Satu lagi. Dan satu lagi setelah itu…”

Sementara itu, dari sudut remang-remang, Esmeralda mengamati dengan senyum licik. Dia memanggil salah satu waiter dan menyelipkan selembar uang ke tangan pria itu. “Ada pesta di sana. Pastikan gadis itu ikut.”

Waiter itu mengangguk. “Beres, Miss. Akan saya antar ke tamu yang sedang mencari hiburan.”

“Pastikan dia tidur dengan salah satu dari mereka. Seratus dolar lagi setelahnya.”

Celia sudah nyaris tak sadar ketika pelayan itu menyambarnya. Kepalanya tertunduk, rambutnya berantakan, tubuhnya lunglai.

“Oh, ini wanita yang kau pesan untuk Master Morgan?” tanya Alfons, asisten pribadi seorang pria berpengaruh.

“Dia hanya terlalu banyak minum, Sir,” dalih pelayan licik itu cepat. “Tapi lihat penampilannya, sangat menarik, bukan?”

Seorang pria tampan dan tinggi dengan aura yang dingin dan mendominasi berdiri, mengamati Celia. “Aku mau dia. Bawa ke kamar yang kusewa.”

Setelah menerima kartu akses, pelayan itu membawa Celia pergi sambil bergumam lirih, “Kau beruntung malam ini, Nona. Setidaknya yang satu ini tampan dan punya uang.”

Celia tidak mendengar. Dunia berputar dalam kabut tebal alkohol. Ia tergeletak di ranjang, sepatu hak tinggi merahnya masih terpakai.

Morgan masuk, sedikit mabuk tapi masih sadar. Dia menatap Celia dengan pandangan yang campur aduk.

Sebuah senyum tipis terangkat di salah satu ujung bibir pria itu, sambil melepas sepatu dari kaki jenjang itu dengan pelan. “Kau terlalu mewah untuk seorang wanita bayaran.”

Tak ada jawaban selain gumaman pelan.

Morgan mendesah, setengah geli.

Gaun merah di tubuh Celia dilucuti perlahan. Morgan menghela napas, matanya membara. “Kau cantik.” Lalu kepalanya mulai menyusuri kulit mulus beraroma parfum lembut yang membuat dia semakin tak sabar mereguk kenikmatan sesaat malam ini.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้สนุกดีค่ะ เด็กๆน่ารักมาก
2026-02-04 20:35:10
0
0
164
ตัวละครหลัก
🌸 ตัวละครหลัก (นิยาย: ซือหยา...ย้อนเวลามาหาดวงใจทั้งสาม)หานซือหยา → เสิ่นซือหยา (นางเอก): หลังแต่งเข้าสกุลเสิ่นจึงเปลี่ยนนามสกุล นิสัย: เจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ ชอบวางแผนเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง (เคยแกล้งตกน้ำให้พระเอกรับผิดชอบ)เสิ่นหยางเฉิง (พระเอก) : พูดน้อย คิดมาก ขรึมจริงจัง ยอมทนอยู่กับภรรยาร้ายเพื่อลูก ๆ เก่งเรื่องล่าสัตว์ หาอาหารเลี้ยงครอบครัวได้ดี👶 ฝาแฝดเสิ่นอี้หมิง (ลูกชายคนโต) : พูดน้อย เงียบขรึม มาดเข้มเหมือนพ่อเสิ่นอันหมิง (ลูกชายคนเล็ก) : ร่าเริง ยิ้มง่าย ขี้อ้อน พูดเก่ง🌾 สกุลเสิ่น (ครอบครัวพระเอก)เสิ่นหยางกวง (พ่อพระเอก) : นิสัยโดยรวมดี สุภาพ ใจอ่อนโยนเสิ่นอวี๋นั่ว (แม่พระเอก) : นิสัยโดยรวมดี อ่อนโยน รักลูกหลานเสิ่นหยางเฟิง (พี่ชายคนโตของพระเอก) : นิสัยโดยรวมดี ขยันขันแข็งเสิ่นหยวนอี (พี่สะใภ้คนโต) : นิสัยโดยรวมดี เป็นแม่บ้านใจเย็นเสิ่นหยางรุ่ย (พี่ชายคนรองของพระเอก) : นิสัยโดยรวมดี รับงานเป็นผู้คุ้มกันขบวน เดินทางบ่อยเสิ่นเหรินซิน (พี่สะใภ้คนรอง) : นิสัยไม่ดี ขี้อิจฉา ขี้บ่น ชอบกดขี่ลูกสาวเสิ่นเซียว (ลูกพี่ชายคนโต 15 ปี) : นิสัยโดยรวมดี ฉลาด มีน้ำใจเสิ่นเจาตี้ (ล
อ่านเพิ่มเติม
อี้หมิง อันหมิง 1
สนามบินปักกิ่ง ปี ค.ศ.2025เสียงประกาศจากเครื่องขยายในสนามบินนานาชาติของปักกิ่ง ดังแทรกผ่านคลื่นผู้คนที่เดินขวักไขว่ เสียงรองเท้าหนัง เสียงลากกระเป๋าเดินทาง เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบต่างประสานกันราวกับบทเพลงอันวุ่นวาย หลังม่านกระจกบานใหญ่ ฝนโปรยเม็ดแรกลงมาจากท้องฟ้าเหมือนผืนผ้าสีเทาถูกฉีกจนขาด สายฟ้าผ่าลงมาไกล ๆ เสียงก้องสะท้อนทั่วพื้นดินหานซือหยาหญิงสาวในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเทาเข้ม ผมยาวถูกรวบขึ้นเรียบตึงด้วยกิ๊บแบรนด์ดัง เธอเดินออกจากอาคารสนามบินอย่างมั่นคง แม้รองเท้าส้นสูงสีดำมันปลาบจะกระแทกพื้นหินอ่อนดัง...ตึก ตึก ตึกแต่ฝีเท้ากลับไม่สะดุดสักครา ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างพิถีพิถันเผยให้เห็นโครงหน้าเรียวสมส่วน ดวงตาคมกริบเจือแววเศร้าลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางเบาเม็ดฝนที่แรกเริ่มเป็นเพียงละอองค่อย ๆ หนักขึ้น ราวกับฟ้าทั้งผืนตั้งใจเปิดฉากต้อนรับการกลับมาของเธอด้วยพายุ ซือหยาเร่งฝีเท้าผ่านชายหนุ่มหญิงสาวที่วิ่งหาที่หลบฝน กระโปรงปลิวสะบัดติดต้นขา เสื้อสูทถูกละอองฝนกระหน่ำจนเห็นรอยเปียกชื้นเป็นปื้นรถยนต์สีดำรุ่นใหม่เอี่ยมจอดอยู่ตรงลานจอดรถด้านนอกอาคาร หยาดฝนกระแทกก
อ่านเพิ่มเติม
อี้หมิง อันหมิง 2
"อึก..." เธอกระอักเลือดออกมาอย่างยากลำบาก เลือดสีแดงสดไหลอาบลงมาที่คางของซือหยา เธอพยายามขยับตัวอีกครั้งเพื่อเอื้อมมือไปหยิบรูปนั้นให้ได้ ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ ภาพถ่ายของลูกและสามีปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง ดวงตาของเธอมองภาพถ่ายนั้นอย่างอาลัยอาวรณ์ ซือหยายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย"พี่หยางเฉิง...อี้หมิง...อันหมิง...แม่จะไปหาแล้วนะ...มารับแม่ด้วยนะลูก"เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ซือหยาจูบลงบนภาพถ่ายนั้นเบา ๆ ก่อนจะแนบมันเข้ากับอก ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือใบหน้าของคนที่เธอรัก ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงช้า ๆ ...พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่มีความสุขอย่างแท้จริง ราวกับว่า...ในที่สุดเธอก็จะได้ไปหาดวงใจทั้งสามของเธอเสียที ดวงใจที่จากไปเมื่อหนึ่งปีก่อน...ในห้วงแห่งกาลเวลาที่ทับซ้อน ย้อนไปนับพันปีก่อน..ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วทั้งร่างกายอีกครั้งราวกับถูกรถบรรทุกทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า หานซือหยาขมวดคิ้วแน่นด้วยความรู้สึกทรมานที่ทวีคูณขึ้นกว่าเดิม นางพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ เผยอออกช้า ๆ แสงสว่างที่สาดเข้ามาแยงตา ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏขึ้นทำให้นางชะงักไปชั่วครู่ มันไม่ใช่เพดานห
อ่านเพิ่มเติม
เพียงพบหน้าก็ขอหย่าทันที 1
แต่แล้วความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาในหัวของนางอีกครั้ง ความทรงจำของร่างนี้ไหลทะลักเข้ามาในหัวของนางราวกับเขื่อนที่พังทลายลงมา หญิงสาวในความทรงจำนั้นคือ...นาง! แต่เป็นนางในอดีตที่นิสัยแย่ นางไม่สนใจสามีและลูก ๆ ที่ดีพร้อมทุกอย่าง นางวางแผนที่จะหนีไปกับชายชู้ที่เป็นบัณฑิตเพื่อไปใช้ชีวิตที่ดีกว่าในเมืองหลวง เงินที่สามีหามาได้จากการล่าสัตว์ นางก็แอบเก็บไว้ เตรียมจะหนีไปกับบัณฑิตหนุ่มในอีกสองวันข้างหน้า"ไม่นะ! นี่ฉันเข้ามาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่ฉันฝันเห็นเหรอเนี่ย?" ซือหยาอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างที่สุด นางหันมองรอบกายอีกครั้ง นี่มันคือบ้านที่อยู่ในความฝันของนางมาตลอด 1 ปีหลังจากที่นางเสียลูกชายฝาแฝดกับสามีไป พอคิดมาถึงจุดนี้นางจึงนึกขึ้นได้ว่า..."ไม่สิ!...หลังจากนี้ไปสองเดือนกว่า ๆ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่!"น้ำท่วมใหญ่...เป็นเรื่องจริง! ซือหยาจำได้ว่าในความฝันหลังจากร่างนี้หนีไปราว ๆ สองสามเดือน ที่นี่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก คนในสกุลเสิ่นและสกุลหานบ้านเดิมของร่างนี้ก็ล้มหายตายจากถึงเสิ่นหยางเฉิงสามีของนางจะช่วยลูก ๆ ให้ย้ายหนีได้อย่างปลอดภัย แต่หลังจากนั้นไม่นานเ
อ่านเพิ่มเติม
เพียงพบหน้าก็ขอหย่าทันที 2
ที่แปลงนาไม่ไกลจากเรือนสกุลเสิ่นแสงแดดยามสายส่องลอดเมฆหมอก บนทุ่งข้าวโพดกว้างไกลสีเขียวสลับเหลืองงดงามราวผืนผ้าไหม ทั่วทั้งไร่มีผู้คนสกุลเสิ่นออกแรงช่วยกันหักฝักข้าวโพดจากต้น มากองรวมไว้เป็นภูเขาเล็ก ๆเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยคละเคล้ากับเสียงหักข้าวโพดดังกรอบแกรบ กลิ่นดินแห้งและฝุ่นละอองคลุ้งไปทั่ว บรรยากาศแม้เหน็ดเหนื่อยแต่ก็อบอุ่นเต็มไปด้วยความสามัคคีใต้ศาลาไม้เล็กกลางทุ่ง พ่อเฒ่าเสิ่น(เสิ่นหยางกวง)กับแม่เฒ่าเสิ่น(เสิ่นอวี๋นั่ว) ปู่ย่าของเด็ก ๆ กำลังนั่งปอกเปลือกข้าวโพด ใบหน้ามีเหงื่อเกาะแต่ยังคงยิ้มอ่อนโยนระหว่างที่พูดคุยกับหลานสาว"อี้หมิง อันหมิง มานี่สิ มาช่วยท่านย่าเก็บฝักที่ปอกแล้วใส่ตะกร้าเร็วเข้า พี่เจาตี้รอพวกเจ้ามาสักพักแล้ว" เสียงอ่อนโยนของแม่เฒ่าเสิ่นเรียกหลาน ๆ ด้วยความเอ็นดูอันหมิงรีบวิ่งไปหาท่านย่าพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มจนลักยิ้มขึ้น ข้างหลังมีพี่ชายอย่างอี้หมิงเดินตามไปเงียบ ๆ"ท่านย่า ข้าจะช่วยเองขอรับ ท่านย่าเหนื่อยหรือไม่"อันหมิงเก็บฝักข้าวโพดด้วยสองมือเล็กพยายามใส่ลงไปในตะกร้า ส่วนอี้หมิงแม้ยังคงเงียบขรึม แต่ก็เดินตามไปช่วยน้องชายอย่างขยันขันแข็ง"เห็นหน้าพวกเจ้า
อ่านเพิ่มเติม
นิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน 1
หลังจากที่แผ่นหลังกว้างของสามีและร่างเล็ก ๆ ของลูกชายทั้งสองลับหายไปจากสายตา ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมเรือนไม้อีกครั้ง ซือหยายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงที่ว่างเปล่า ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่คุ้นเคยจากชาติที่แล้วกลับเข้ามาจู่โจมหัวใจของนางอีกครั้ง นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วมองไปรอบ ๆ ตัวเองอย่างไม่คุ้นเคย แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็ก ดูร้อนแรงขึ้นกว่าตอนที่นางตื่นขึ้นมา แสดงว่าตอนนี้เวลาคงใกล้เที่ยงวันแล้ว "ข้าคงต้องทำอาหารกลางวันให้ทุกคนแล้ว" นางพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกถึงร่างกายที่ผอมบางของลูกชายทั้งสองซือหยาเดินเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ด้านหน้าเยื้องไปทางฝั่งซ้ายของตัวเรือน กลิ่นฟืนและกลิ่นดินอับชื้นที่โชยออกมาจากห้องครัวทำให้ซือหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องครัวขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยของใช้ที่ทำจากกระเบื้องดินเผาและเหล็ก กระทะเหล็กสีดำสนิทถูกวางอยู่บนเตาดินเผาที่มีถ่านไฟที่ยังคงปะทุอยู่ข้างใน ข้างกันมีหม้อดินเผาใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตาอีกเตาหนึ่ง ภายในหม้อมีน้ำอยู่เต็มหม้อ เป็นน้ำที่ต้มไว้ดื่ม ส่วนบนโต๊ะไม้เก่า ๆ มีตะกร้าสานใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง
อ่านเพิ่มเติม
นิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน 2
ระหว่างนั้นนางก็ไปจับปลาช่อนที่ขังไว้ในอ่างน้ำมาหนึ่งตัว มีดคมถูกใช้ขอดเกล็ดปลาจนหมด จากนั้นนางก็ควักไส้ออก ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนพอดีคำเพื่อนำไปทำ ปลาต้มผักดองแบบเผ็ดพอข้าวที่หุงไว้สุกแล้ว ซือหยาก็เติมฟืนจนไฟลุกโชน นางตั้งกระทะเหล็กบนเตาจนได้ที่แล้วใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียมที่สับและขิงที่หั่นเป็นแว่น ๆ ลงไปผัดจนหอม ตามด้วยพริกแห้งทุบพอบุบ จากนั้นใส่ผักดองที่ล้างแล้วลงไปผัดให้เข้ากัน นางมองดูผักดองที่กำลังส่งกลิ่นหอมในกระทะแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข น้ำสะอาดที่เตรียมไว้ถูกเติมลงไป เมื่อน้ำเดือดเนื้อปลาช่อนถูกใส่ลงไปในกระทะอย่างเบามือ รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง นางก็ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาล จากนั้นใส่ต้นหอมลงไปในหม้อเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมเคี่ยวต่อไปด้วยไฟอ่อน ๆ จนเนื้อปลาสุกและรสชาติเข้าเนื้อดี นางชิมจนได้รสชาติที่กลมกล่อม มีรสเปรี้ยว เค็ม หวานที่พอดีกันแล้วก็ตักใส่หม้อดินขนาดพอเหมาะกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ทำเอาซือหยาถึงกับน้ำลายสอด้วยความหิว นางหันกลับไปดูไข่ตุ๋นที่นึ่งอยู่บนเตา เมื่อเปิดฝาออกมาไข่ตุ๋นก็ดูเนียนนุ่มน่ากินมาก ไม่มีฟองอากาศเลยแม้แต
อ่านเพิ่มเติม
สายตาของเจ้ามองแม่ด้วยความเกลียดชัง 1
เสียงจักจั่นร้องแว่วเป็นระยะ แสงตะวันส่องผ่านกอไผ่ข้างศาลาไม้หลังเล็ก จนเกิดเงาไหววูบไหวบนพื้นดินซือหยาเดินเข้ามาใกล้ศาลานั้นทีละก้าว มือทั้งสองหอบตะกร้าอาหารหนักอึ้งไว้แน่น ร่างบางในชุดผ้าฝ้ายธรรมดามีเหงื่อเกาะพราวบนหน้าผาก แต่ริมฝีปากยังคงยกยิ้มละมุน สายตาของทุกคนในตระกูลเสิ่นหันมาจับจ้องด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่เข้ามาเป็นสะใภ้ นางไม่เคยแม้แต่จะย่างกายมายังแปลงนาเลยสักครั้งแม่เฒ่าเสิ่นกำลังนั่งปอกฝักข้าวโพดกับหลาน ๆ พอเห็นสะใภ้เล็กหิ้วของมาสองมือก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ เดินตรงมาหาสะใภ้เล็กแล้วช่วยนางถือของ "ซือหยา ถืออะไรมาเยอะแยะเลยลูก วางก่อน ๆ เดี๋ยวแม่ช่วยเอง" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนประหลาดใจซือหยาค้อมศีรษะ วางตะกร้าลงอย่างนอบน้อม "ข้าทำกับข้าวมาให้ทุกคนกินตอนร้อน ๆ เจ้าค่ะท่านแม่ วันนี้มีไข่ตุ๋นมาให้เด็ก ๆ ด้วยเจ้าค่ะ"แม่เฒ่าเสิ่นเอื้อมมือจับบ่าของนางเบา ๆ "เห็นเจ้าใส่ใจเด็ก ๆ แบบนี้แม่ก็ดีใจ มาเถอะ แม่จะช่วยเจ้าจัดโต๊ะเอง"อี้หมิง ลูกชายคนโตที่นั่งเก็บข้าวโพดอยู่ข้างเจาตี้ ลูกของสะใภ้รอง แววตาคมกริบยกขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เชื่อใจ ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับผู้ใหญ
อ่านเพิ่มเติม
สายตาเจ้ามองแม่ด้วยความเกลียดชัง 2
"ไปนั่งรอด้านโน้นเสีย ในแปลงนาก็ครั้งหนึ่งแล้ว" เสิ่นหยางรุ่ยรีบจับแขนภรรยา ก่อนจะลากนางไปนั่งเงียบอยู่ข้างศาลาทุกคนเริ่มล้อมวงกินอาหาร ซือหยาจัดวางถ้วยชามลงบนโต๊ะไม้ ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนสีเหลืองอ่อนโรยต้นหอม ปลาต้มผักดองในหม้อดินยังร้อนกรุ่น ควันขาวพวยพุ่ง กลิ่นเปรี้ยว เค็ม หวานคลุ้งจนชวนให้น้ำลายสอ ผักกาดขาวผัดหมูสามชั้นรมควันมีสีทองน่ากิน"อื้อ ฝีมือเจ้าดีมากนะน้องสะใภ้" เสิ่นหยางเฟิงตักปลาขึ้นมาชิมคำหนึ่งก็ต้องร้อง "ใช่ ๆ อร่อยกว่าที่ข้าทำอีก งั้นต่อไปนี้รบกวนน้องสะใภ้ทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเรากินด้วยนะ" เสิ่นหยวนอีหัวเราะน้อย ๆ "เจ้าค่ะ ให้เป็นหน้าที่ของข้า อี้หมิง อันหมิง ลูกลองชิมไข่ตุ๋นฝีมือแม่ดูสิว่าชอบหรือไม่" ซือหยายิ้มพลางพยักหน้า นางคีบไข่ตุ๋นเนื้อนิ่มใส่ถ้วยข้าวลูกชายทั้งสอง อันหมิงเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตากลมเป็นประกาย "ขอรับท่านแม่"เด็กชายตักเข้าปาก คำแรกก็ทำให้แก้มกลม ๆ พองขึ้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้าง "เป็นอย่างไร เจ้ายังชอบไข่ตุ๋นที่แม่ทำให้กินเหมือนเดิมใช่หรือไม่?"ซือหยาพูดออกมาอย่างลืมตัว นางไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหยางเฉิงกำลังจับพิรุธนางด้วยความสงสัย ทั้งที่นางไ
อ่านเพิ่มเติม
อั๊ยหยา! 1
ทันทีที่พูดจบ ซือหยาก็ก้มลงดึงร่างเล็ก ๆ ที่สั่นเทาของอันหมิงเข้ามาสวมกอด มือของนางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเล็กอย่างอ่อนโยน "แม่ไม่ได้โกรธลูกเลย...แม่แค่เสียใจที่ลูกไม่กล้าพอที่จะพูดความจริงออกมา"อันหมิงเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ น้ำตาเม็ดเล็กยังคงไหลอาบแก้มใส "ละ...ลูกขอโทษขอรับ...ลูกกลัวท่านแม่จะโกรธ ละ..แล้วจะถูกลงโทษ..."ซือหยายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "เมื่อก่อนเป็นแม่ที่ผิดเอง แม่เคยบอกลูกแล้วว่าแม่จะไม่ทำร้ายพวกเจ้าอีก...ลูกต้องเชื่อใจแม่นะ...แม่ต้องการให้ลูกเป็นลูกผู้ชายที่กล้าหาญ...กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"อันหมิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนอกของมารดา พ่อเฒ่าเสิ่นและแม่เฒ่าเสิ่นมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความรู้สึกที่ว่าซือหยาคนเดิมที่เอาแต่ใจ ไม่เคยสนใจลูก ๆ ได้หายไปแล้ว และแทนที่ด้วยหญิงสาวคนใหม่ที่อ่อนโยนมีเหตุมีผลทางด้านหยางเฉิง เขามองดูภรรยาที่กำลังกอดปลอบลูกชายด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขายังคงไม่เชื่อว่านางจะเปลี่ยนไปได้จริง แต่การกระทำของนางในวันนี้กลับทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยอี
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status