LOGINคำหอม พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จบวิศวะมาแต่ทั้งชีวิตไม่เคยมีแฟน ไอ้คำที่บอกว่าถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะมีแฟน คือใช้ไม่ได้กับคำหอมเพราะเรียนมาทั้ง 4 ปี เธอไม่มีทั้งแฟน ทั้งคนคุย ทั้งที่ก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่ก็พูดได้ว่าสวย แต่เธอยังเป็นคนที่เชื่อเรื่องความรักจึงลองไปดูศาสตร์ไพ่ยิปซีและหมอดูต่างบอกเป็นเสียงกันว่าเนื้อคู่ไม่ได้อยู่ในชาตินี้แม่หมอแนะนำให้ไปไหว้ศาลพระตรีมูรติ แต่ยังไม่ทันได้ขอฟ้าก็ผ่ามาที่ร่างของเธอตายทันที
View Moreพอขึ้นมานั่งบนเกวียนทำให้หลินซูซินนางอยากจะเดินเข้าเมืองเสียจริง ไม่เคยเห็นคนหรืออย่างไรดูยังกับเห็นของแปลกหยางไห่ฉวนเขารับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาที่เขาและหลินซูซิน แต่เขานั้นไม่ได้สนใจเพราะปกติคนพวกนี้ก็มองชาวบ้านทุกคนเพื่อจะหาหัวข้อสนทนาตามประสาชาวบ้านปากตลาดที่วัน ๆ เอาแต่จับกลุ่มพูดคุยเรื่องชาวบ้านอย่างเสีย ๆ หาย ๆ“นี่ซูซินพึ่งแต่งงานมาเป็นอย่างไรบ้างบ้านหยางดีหรือไม่” สาวใหญ่ที่แต่งงานแล้วเอ่ยถามด้วยความอย่างรู้“ท่านพ่อท่านแม่พี่ไห่ฉวนดูแลข้าดีมากเจ้าค่ะ” นางตอบกลับไปอย่างนุ่มนวลเพราะน้ำเสียงของท่านป้าท่านนี้ ถามเพราะแค่อยากรู้เท่านั้น ท่านป้าไม่ได้ถามอะไรต่อหยางไห่ฉวนที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทางนางไม่ได้อายที่มีสามีน่ากลัวเช่นเขาบนเกวียนเมื่อครู่นางตอบกลับท่านป้าอย่างจริงใจ“พี่ไห่ฉวนเราไปโรงหมอกันก่อนดีกว่า” โรงหมอที่หยางไห่ฉวนพานางมานั้นเป็นทั้งที่รักษาคนไข้และร้านขายยาไปในตัว แต่แบ่งพื้นที่กันชัดเจน“คารวะท่านหมอเจ้าค่ะ” ที่นางรู้ว่าบุรุษมากอายุตรงหน้าคงจะเป็นหมอก็ตรงเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงอาชีพ“พวกเจ้าเป็นอะไรมาล่ะ”“คือว่าท่านพ่อท่านแม่สามีข้านั้นทานยาพวกนี้ แต่อากา
ในตอนเย็นเป็นหลินซูซินที่เป็นคนเข้าครัวดีหน่อยที่หยางไห่ฉวนกลับไปดูกับดักที่วางไว้ ได้ไก่ป่ามา 2 ตัว เขาจึงนำมาให้นางทำกับข้าวหลินซูซินนางนั้นยิ่งมั่นใจว่าที่นางทะลุมิติมานั้นตัวเองไม่ได้มีตัวช่วยใด ๆ เลยเพราะฉะนั้นต่อจากนี้นางคงจะต้องพึ่งพาตนเอง“พี่ไห่ฉวนมีเกลือหรือไม่” นางพลาดเสียแล้วเกลือนั้นราคาแพงชาวบ้านธรรมดานั้นไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่“ที่นี่ไม่เคยซื้อเกลือเพราะราคาแพง” หยางไห่ฉวนก็ตกใจที่นางถามหาเกลือที่บ้านหลินคงจะมีเกลือใช้ นางถึงถามหาเช่นนี้ ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเกลือใช้กันหากไม่ได้มีฐานะทางการเงินดีมากพอ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะแล้วปกติพี่ใช้อะไรดับกลิ่นคาวพวกนี้เจ้าคะ”“ปกติข้ามีหน้าที่แค่นำพวกมันไปชำแหละต้องถามท่านแม่” หยางไห่ฉวนเดินออกไปตามท่านแม่เข้ามาในครัว“ท่านแม่เจ้าคะท่านใช้อะไรดับกลิ่นคาวไก่พวกนี้”“แม่ไม่รู้ว่าสมุนไพรนี้ชื่อว่าอะไรแต่มันสามารถดับกลิ่นคาวได้” หยางไห่หลิงเดินไปหยิบต้นสมุนไพรที่นางเก็บมาเมื่อสี่วันก่อน“ท่านแม่สิ่งนี้เรียกว่าต้นตะไคร้เจ้าค่ะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีแถมมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ขับลม แก้ปวดท้อง และอีกมากมายเลยเจ้าค่ะท่านแม่ท่านเจอของดีเสีย
หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จหลินซูซินก็นั่งย่อยอยู่สักพัก แต่ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้ามานานจึงเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้“ตื่นแล้วก็ลุกมาล้างหน้าล้างตาเช็ดตัวซะท่านแม่เตรียมน้ำมาให้พรุ่งนี้เจ้าค่อยอาบข้าจะไปหาบน้ำมาเติมให้” ถึงบ้านเขานั้นจะไม่ได้รวย แต่ก็มีห้องน้ำ เพราะเพื่อความสะดวกสบายของท่านพ่อท่านแม่“ให้ข้าเช็ดตัวตอนนี้รึ”“แล้วแต่เจ้าข้าไม่ได้บังคับ”“พี่เช็ดตัวแล้วรึ”“อืม” หลินซูซินคิดในใจนางก็อดเห็นกล้ามหน้าท้องแน่น ๆ สิ โดยไม่รู้เลยว่าใบหน้านางได้แสดงออกทุกอย่างทางความคิดของตัวเอง“เจ้าช่วยหยุดคิดลามกกับข้าก่อนได้ไหม”พลันหลินซูซินได้สติตื่นจากความคิดลามกกับคนตรงหน้า “ข้าเปล่าพี่มั่วแล้ว ข้าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ”“ข้าจะเชื่อก็ได้แม้ว่าหน้าเจ้ามันจะสื่อทุกอย่างก็ตาม”หลินซูซินที่เหมือนนางจะถูกด่าทางตรงเลย บุรุษผู้นี้ปากดีเสียจริงหากไม่ติดว่าร่างกายนี้อ่อนแรงร่างผอมเพรียว นางจะจับมาจูบให้ล้มเสียจริง“เสร็จแล้วก็มาทานข้าวที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีอาหารดี ๆ เท่าไรเจ้าทานไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์”“ข้าทานได้ที่บ้านนั้นก็ทานไม่ต่างจากบ้านพี่เท่าไรนัก” เพราะหากว่าบ้านเ
หลินซูซินที่เดินตามร่างบุรุษใหญ่เงียบ ๆ ระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาใด ๆ ใจนางก็อยากชวนคุย แต่อีกใจนางก็กลัวเขาอยู่นิด ๆระหว่างทางก็มีเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เดินตามทางบ้าง แต่นางไม่ได้สนใจ นางสนใจแต่แผ่นหลังที่ใหญ่และแน่นข้างหน้าต่างหาก“ที่บ้านข้ามีท่านพ่อท่านแม่ครอบครัวเรามีกันแค่สามคน” หยางไห่ฉวนเอ่ยพูดคุยกับหลินซูซินเป็นครั้งแรก“เอ่อ พี่ไห่ฉวนข้านั้นพอทราบมาบ้างท่านพ่อได้เอ่ยกับข้าก่อนที่จะมาเจ้าค่ะ” หลินซูซินตอบกลับไปอย่างเกร็ง ๆ“ที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีที่ทางใดไม่มีงานใดให้เจ้าจะต้องทำ”“พี่ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่มาอยู่บ้านพี่เฉย ๆ แน่ข้าจะช่วยงานในบ้านดูแลท่านพ่อท่านแม่ตอนที่พี่ไม่อยู่ได้ ข้าทำงานบ้านทำกับข้าวได้นะ” หลินซูซินเอ่ยอย่างตาโตหยางไห่ฉวนฟังสตรีด้านหลังเอ่ยกับเขาราวกับสนิทสนมไม่ได้มีความเกร็งเหมือนช่วงแรก ๆ ที่พูดคุยกัน“เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อท่านแม่ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง”“เจ้าค่ะพี่ไห่ฉวน” หยางไห่ฉวนเขานั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงเดินเงียบ ๆ“ถึงแล้วบ้านข้าอาจจะเล็กกว่าบ้านเจ้าอยู่มากโข”“บ้านหลังใหญ่ใช่ว่าจะอยู่แล้วมีความสุขเสียหน่อย”“เข้าบ้านกันเถอะ” เป็นหยางไ