Mag-log inคำหอม พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จบวิศวะมาแต่ทั้งชีวิตไม่เคยมีแฟน ไอ้คำที่บอกว่าถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะมีแฟน คือใช้ไม่ได้กับคำหอมเพราะเรียนมาทั้ง 4 ปี เธอไม่มีทั้งแฟน ทั้งคนคุย ทั้งที่ก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่ก็พูดได้ว่าสวย แต่เธอยังเป็นคนที่เชื่อเรื่องความรักจึงลองไปดูศาสตร์ไพ่ยิปซีและหมอดูต่างบอกเป็นเสียงกันว่าเนื้อคู่ไม่ได้อยู่ในชาตินี้แม่หมอแนะนำให้ไปไหว้ศาลพระตรีมูรติ แต่ยังไม่ทันได้ขอฟ้าก็ผ่ามาที่ร่างของเธอตายทันที
view moreหมดยามจื่อ (23.00-24.59 น.) ขนมบัวลอยไข่หวานก็ขายหมดต้องขอบคุณลูกค้าที่รอคอยกันและอยู่ด้วยกันทุกขั้นตอนการทำ ทุกคนจึงสามารถรอได้เพราะรู้ว่ากว่าจะได้บัวลอย 1 ถ้วย มาไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ๆ“ขายหมดเสียทีข้าปั้นจนมือหยิกแล้ว แต่มันสุด ๆ ไปเลย” ยิ่งต้องทำแข่งกับเวลายิ่งต้องเร่งมือปั้นแป้งให้ไวบางลูกก็กลมบางลูกก็เบี้ยวบ้าง“ก็จริงข้าเห็นเจ้าปั้นอะไรลงไปในหม้อก็ไม่รู้” หลินซูซินเอ่ยแซวฟางหรงที่นางปั้นก็สวยบ้างไม่สวยบ้าง จะให้ปั้นสวยกลมทุกลูกก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเราแข่งกับเวลานางเองก็ปั้นอย่างที่ฟางหรงปั้น หากจะเอาสวย ๆ มีหวังคงจะได้กินกันพรุ่งนี้เช้า“ฮ่า ๆ ข้าไม่รู้ลงหม้อเดี๋ยวมันก็กลมเอง” ลูกค้าสนใจรสชาติและความหอม ส่วนเม็ดแป้งก็ผสมกันไปในหม้อสวยกลมบ้างผสมกับเม็ดที่ไม่สวยบ้าง“ก็จริงของเจ้า ฮ่า ๆ”“อ้ายถงเอาเงินพี่ไปหาซื้อของกินมากินก่อนกลับนะ ไปซื้อกับพี่หวังหมิ่นจะได้ไม่หลง”“เจ้าค่ะ” หลินอ้ายถงปฏิเสธไม่ได้ใจจริงนางอยากจะช่วยเก็บกวาดเสียให้เสร็จดีก่อน แต่เพราะเวลาไม่เคยคอยใครยิ่งดึกยิ่งง่วง เมื่อคืนนางเองก็หลับไม่รู้ตื่นน้ำก็ไม่ได้อาบน่าอายที่สุดระหว่างรอหลินอ้ายถงกับจางหวังหมิ่นกลับมาทุก
ในงานคืนที่สองจะกลับกันดึกหน่อย เพราะกว่าจะขายหมดถึงลูกค้าจะเข้ามาซื้อเรื่อย ๆ แต่เพราะวันนี้ถ้วยดินเผาเราเอามาเยอะก็จะต้องขายให้ได้ตามยอด กว่าจะถึงบ้านกันก็คงเข้าตีหนึ่งตีสอง พอขายของเสร็จเราก็ต้องเก็บของล้างเลยจึงใช้เวลาหน่อยในส่วนตรงนี้“เหลือถ้วยดินเผาที่บ้านพ่ออีก 250 ถ้วย กับช้อน 250 คัน” เพราะวันนี้ขนทั้งถ้วยและช้อนมากันอย่างละเกินพัน หลินซูซินเองก็ไปหาซื้อช้อนมาเพิ่มที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่านางเอาแบบใดมา เพราะเห็นว่าแบบเก่าไม่สามารถหาซื้อหรือสั่งทำได้ทัน“กระบอกไม้ไผ่ทอนแล้วได้ 1100 อัน เจ้าค่ะบวกกับถ้วยดินเผาก็เป็น 1350 อัน ลูกได้ซื้อช้อนกับเชือกมาเพิ่มแล้วเจ้าค่ะ ซื้อของที่คาดว่าจะขาดมาเพิ่มไว้ด้วยเจ้าค่ะ”“พรุ่งนี้คืนสุดท้ายแล้วก็จะได้พักไปเดินเที่ยวเล่นกันแล้ว พ่อเห็นนะร้านขายอาหารที่ไม่ใช่เหลาอาหารใหญ่ ที่เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ คนรุมเต็มร้านเลย”ในงานมีแบบที่จะต้องเช่าพื้นที่ในการขายราคาพื้นที่ก็จะอยู่ที่ความกว้างด้วย หรือบางร้านหรือเหลาอาหาร ภัตตาคาร ที่ตั้งอยู่ในบริเวณอยู่แล้วก็จะได้เปรียบหน่อย เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าที่เพราะมีหน้าร้านเป็นของตนเอง บางร้านก็มาจาก
เช้าวันต่อมาหลินซูซินได้เกณฑ์ทุกคนที่รู้จักและให้ท่านพ่อหลินหาจ้างคนมาเพิ่ม นางใช้ไม้ไผ่บ้องไม้ไผ่ 1 บ้อง สามารถทอนออกมาได้ 2 บ้องหลินซูซินใช้ไม้ไผ่ที่แก่แล้วความยาว 20 บ้องต่อหนึ่งลำตัว นางใช้ 20 ลำทอนออกมาได้ 800 อัน และอีกอันใช้ความยาว 15 บ้องต่อหนึ่งลำต้นใช้ 10 ลำทอนออกมาได้ 300 อัน หลังจากตัดแล้วทอนกันเสร็จก็จะเป็นหน้าที่ท่านพ่อท่านแม่หยางเป็นคนจัดการที่บ้านก็จะมีท่านพ่อท่านแม่ของฟางหรง พี่ใหญ่จางและจินเย่วกับท่านแม่ของนางและมีชาวบ้านบางคนที่นางได้จ้างไว้เข้าช่วงบ่ายทุกคนก็เตรียมขนของขึ้นเกวียนวันนี้นางได้จ้างเกวียนเพิ่มอีก 1 เล่ม เพราะวันนี้นางจะขายให้ได้ 1000 ถ้วย วันนี้ตัดไม้ไผ่ได้เยอะจึงต้องใช้ถ้วยปั้นดินเผาให้หมดโดยไวจะได้นำไม่ไผ่ที่ตัดไว้มาใช้มาถึงในเมืองทุกคนก็ไปเตรียมข้าวของอุปกรณ์ตามหน้าที่ของใครของมันหลินซูซินนางต้องไปที่ร้านขายแป้งและส่วนผสมที่นางได้ซื้อมา นางจะต้องไปซื้อวัตถุดิบเพิ่มเผื่อเอาไว้ก่อนถึงแม้ที่บ้านจะมีเยอะแต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้“เดี๋ยวเอาขึ้นหลังเกวียนเลยเจ้าค่ะ”“แม่นางขายดีใช่ไหมถึงได้มาซื้อของเยอะขนาดนี้ ครั้งที่แล้วก็มาซื้อเยอะ” เถ้าแก่ร้านเป็นคนถามส
งานเทศกาลเริ่มขึ้นผู้คนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มแน่นเต็มเส้นทางเท้า ร้านค้าที่มาเช่าส่วนใหญ่จะขายเป็นของกินและของที่ระลึกเสียมากกว่า“แม่นางใช่ร้านที่เคยขายกุ้งย่างหรือเปล่าหน้าคุ้น ๆ”“ใช่เจ้าค่ะตอนมาขายบัวลอยแล้วเจ้าค่ะสนใจสักถ้วยไหมเจ้าค่ะ” หลินซูซินดีใจที่มีลูกค้าที่เคยซื้อกุ้งย่างที่นางเคยขายจำนางได้และยังเข้ามาทักนางด้วย“ข้าเอาสองถ้วยคนแน่นจังเลยนะขนมหน้าตาแปลกดี แต่ดูน่าอร่อยกลิ่นหอมด้วย”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”หลินซูซินและทุกคนทำงานกันอย่างเร่งรีบ เพราะลูกค้าเริ่มเข้ามาเยอะขึ้นจากช่วงหัวค่ำ มีลูกค้าที่อยู่นั่งกินที่ร้านกับลูกค้าที่ซื้อกลับไปกินที่บ้านสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อกลับไปกินที่บ้านไม่ต้องกลัวเลยว่าบัวลอยของนางจะไม่อร่อย บัวลอยของนางยังคงความอร่อยเหมือนเดิมนางก็จะตักใส่ถ้วยปั้นดินเผาสวมด้วยเชือกถักสามารถหิ้วกลับบ้านโดยที่บัวลอยด้านในจะไม่หกพร้อมถ้วยปั้นมีฝาปิดอย่างดี ถ้วยปั้นดินเผาที่นางเลือกใช้จะยังคงอุณหภูมิอยู่ไม่เย็นชืดถึงบ้านก็ยังอุ่นๆ เหมือนท่านที่ร้านเลยตอนนี้คนที่รับมือหน้าร้านจะเป็นพี่ต้าหาน ส่วนที่เหลือประจำตามจุดต่าง ๆ นางและหลินอ้ายถงและฟางหรงจัดแป้งปั้นเสร็จก็
หลินอ้ายถงรับรู้ถึงความไม่ชอบใจของท่านลุงหลิวหยางท่านพ่อของพี่หวังหมิ่น นางเองไม่ได้สนิทกับที่บ้านจางเลยสักคน พึ่งจะมาสนิทสนมกับพี่ฟางหรงกับพี่หวังหมิ่นกันตอนที่เรื่องที่ท่านแม่ของนางกระทำเรื่องเลวร้ายไว้“อ้ายถงเจ้าอย่าใส่ใจเลยท่านพ่อพี่ก็เป็นเช่นนี้ แต่ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร” จาง
ฟางหรงที่หยุดอยู่บ้านมาหลายวัน นางเองก็เบื่อที่จะอยู่บ้าน ท่านพ่อเองก็ไม่ให้ออกไปไหน เพราะหลินซูซินนางให้หยุด 2 วัน เพราะให้ท่านลุงห้านจินกับหลินอ้ายถงจัดการเรื่องศพของท่านป้าเย่ถง“ท่านพ่อให้ข้าไปหาซูซินเถอะ อยู่แต่บ้านข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว”“ไปหาหลินซูซินหรือจะไป
หลังจากที่ไข่พะโล้สุกหลินซูซินก็เรียกทุกคนคนมากินข้าว เพราะท่านพ่อหลินบอกว่าวันนี้ยังไม่มีใครได้กินอะไรมา มื้อแรกก็คงจะเช้าตรู่นู้น ตอนนี้ก็เย็นแล้วคงจะหิวกันมากแล้ว“ไข่พะโล้หมูสามชั้นเจ้าค่ะ” หลินซูซินยกหม้อไข่พะโล้มาไว้ตรงกลาง นางจัดการตักใส่ถ้วยแจกจ่ายทุกคนบนโต๊ะ จะได้ซดน้ำ
“กับข้าสักนิดท่านก็ไม่มีข้าอยู่เลยหรือที่ผ่านมาทำดีกับข้าทำไม” หลินเย่ถงถึงนางจะมีชู้ แต่ในใจนางก็ยังคงหวังว่าหลินห้านจินจะรักนางบ้าง อยู่ด้วยกันมานางก็ไม่ได้ต่างไปจากฟางหรู เพียงแต่หลินห้านจินไม่ได้เฉยชาใส่เท่านั้น“ข้าเคยคิดที่จะเปิดใจรับเจ้านะเย่ถง แต่ข้าก็ทำไม่ได้แต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเจ้า






Rebyu