Mag-log inคำหอม พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จบวิศวะมาแต่ทั้งชีวิตไม่เคยมีแฟน ไอ้คำที่บอกว่าถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะมีแฟน คือใช้ไม่ได้กับคำหอมเพราะเรียนมาทั้ง 4 ปี เธอไม่มีทั้งแฟน ทั้งคนคุย ทั้งที่ก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่ก็พูดได้ว่าสวย แต่เธอยังเป็นคนที่เชื่อเรื่องความรักจึงลองไปดูศาสตร์ไพ่ยิปซีและหมอดูต่างบอกเป็นเสียงกันว่าเนื้อคู่ไม่ได้อยู่ในชาตินี้แม่หมอแนะนำให้ไปไหว้ศาลพระตรีมูรติ แต่ยังไม่ทันได้ขอฟ้าก็ผ่ามาที่ร่างของเธอตายทันที
view moreพิธีแต่งงานของจางหลีหมิ่นและจินเย่วถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เริ่มการเดินทางไปรับตัวเจ้าสาวพร้อมด้วยท่านพ่อหลิวหยาง ท่านแม่ไฉ่หง น้องคนรองหวังหมิ่น น้องคนเล็กสุดของบ้านฟางหรง และญาติพี่น้องคนสนิท ครอบครัวหลิว ครอบครัวหลิน ครอบครัวหยางเมื่อจางหลีหมิ่นเดินทางมาถึงบ้านของจินเย่วขั้นตอนลำดับต่อไปคือจางหลีหมิ่นจะต้องทำการเคารพศาลบรรพชนของเจ้าสาวก่อน แต่เพราะจินเย่วมีเพียงท่านแม่จางลี่ เพราะพึ่งย้ายมาปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านได้ไม่ถึงปี จางหลีหมิ่นเลือกที่จะเดินไปทำความเคารพท่านแม่จางลี่และเอ่ยให้คำมั่นสัญญาต่อท่านแม่ว่าข้าจางหลีหมิ่นจะรักและดูแลปกป้องจินเย่วเท่าชีวิตขอรับหลักจากที่จางหลีหมิ่นทำความเคารพท่านแม่จางลี่เสร็จสมบูรณ์ จึงได้พาจินเย่วขึ้นเกี้ยว เพื่อไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่บ้านของจางหวังหมิ่น โดยตามประเพณีหลังจากที่เจ้าสาวขึ้นเกี้ยวออกไปแล้วครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาวจะทำการสาดน้ำตามหลังขบวนเกี้ยว เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวฝ่ายชายหลังจากที่จางหลีหมิ่นและจินเย่วได้ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จแล้วถือว่าเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์“วันนี้เจ้าสวยที่สุดจินเย่ว” จางหลีหมิ่นเ
จางหลีหมิ่นได้พาจินเย่วมานั่งชมการแสดงงิ้วเพราะนางได้ยินคนที่เดินผ่านไปผ่านมาพูดกัน ถึงนางจะเป็นคุณหนูมาก่อนแต่นางบอกว่าการแสดงงิ้วนางยังไม่เคยดู“เจ้าชอบดูขนาดนั้นเลยหรือ”“งิ้วหรือเจ้าคะข้าชอบฟังคนเล่าเรื่องมาก แต่เพราะไม่เห็นภาพเหมือนมานั่งดูงิ้วเจ้าค่ะ แต่ก่อนข้าชอบแอบออกมาที่ตลาดจะมีคนมานั่งเล่าเรื่องให้ฟังเจ้าค่ะ”“พวกนิยายหรือตำราข้าก็ชอบอ่านเจ้าค่ะ”“นิยายหรือคือสิ่งใด”“ก็คือตำราเจ้าค่ะที่จะมีคนเขียนโดยใช้ชื่อปลอมตั้งนามผู้เขียน สมมติข้าเขียนนิยายเรื่องหนึ่งแต่ข้าตั้งนามผู้แต่งว่าหลินหู แต่ชื่อจริงข้าชื่อจินเย่ว คนที่สนใจในตำราที่ข้าเขียนขึ้นจะรู้จักเจ้าของตำรานี่ว่าหลินหูเจ้าค่ะ ตำราที่มีคนเขียนขึ้นไม่จำเป็นว่าต้องเป็นตำราเล่าเรียนอย่างเดียวเจ้าค่ะ เป็นเรื่องความรัก หรือประสบการณ์ที่เจอก็ได้เจ้าค่ะ”จางหลีหมิ่นเองก็ไม่ได้มีความรู้มากมายเรื่องตำรายิ่งแล้วใหญ่ แต่เพราะจินเย่วนางเป็นคุณหนูในตระกูลใหญ่มาก่อนไม่แปลกที่นางจะอ่านออก เขียนได้ และสนใจตำราเหล่านั้น“พี่เห็นมีร้านขายตำราอยู่ฝั่งนู้นไม่รู้ว่าจะมีแบบที่เจ้าต้องการหรือเปล่า”“พี่หลีหมิ่นเจ้าขาข้าอยากไปเจ้าค่ะ” จินเย่วเอ่ย
“ซูซินเจ้าชอบหรือไม่ใส่คู่กัน” หยางไห่ฉวนหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องประดับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดึงสายตาของเขามากคือเจ้าวงแหวนที่เป็นคู่ ๆ แบบคู่รักนิยมสวมใส่แทนใจกันหลินซูซินยิ้มขำในท่าทางของหยางไห่ฉวนกลัวว่านางจะไม่ใส่ด้วยหรือไง “รับออกแบบวงคู่ด้วยไหมเจ้าคะ” วงที่ทางร้านมีให้ด้วยหาได้ทั่วไปเพราะเป็นแหวนที่ลวดลายเรียบ ๆ และอีกอย่างคงมีคนซื้อไปแล้วด้วยใส่ไปก็คงจะซ้ำกับคู่อื่น“รับที่ร้านรับออกแบบเครื่องประดับทุกอย่าง แต่คงต้องใช้เวลาสักหน่อยอาจจะไม่ได้ในคืนนี้” จงเฉินเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องประดับเขามีร้านเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่เพราะงานเทศกาลจงชิงจัดห่างจากร้านของเขามากจึงต้องมาหาเช่าที่ขายในราคาที่ไม่แพงมาก“ข้าหลินซูซินขอเสียมารยาทที่จะถามชื่อของท่าน”“ข้าจงเฉินร้านของข้าอยู่ในเมืองนี่แหละ แต่ว่าอยู่ห่างจากงานเทศกาลจึงได้มาเช่าที่ขายเอา”“ดีเลยเจ้าค่ะข้าเองก็จะได้คลายกังวลว่าจะจัดส่งสินค้าอย่างไร ท่านจงเฉินข้าจะขอออกแบบวงคู่เองท่านจะว่าอย่างไร” ที่ร้านมีคนออกแบบให้ตามที่ลูกค้าต้องการก็จะแบบทั่วไปฉบับคนจีน“ได้สิเชิญ ๆ นั่งกันก่อนเดี๋ยวข้านำกระดาษมาให้”“ซูซินเจ้าจะออกแบบเองหรือ” หยางไห่ฉวนเอ
ตงหยางเหลือบมองไปที่จางลี่ที่วันนี้นางงามเป็นพิเศษ และชุดที่นางสวมใส่ก็สีเดียวกันกับชุดที่เขาเลือกใส่ในวันนี้จางลี่รับรู้ว่ามีคนมองนาง แต่นางไม่ได้หันไปให้เจ้าของสายตารู้ตัวว่าถูกจับได้เสียก่อน ถึงไม่หันไปมองนางก็รู้อยู่ดีว่าเป็นใครเพียงไม่อยากให้เขาตื่นตกใจจนทำหน้าตาตื่นตระหนกอีกในงานเทศกาลจงชิวมาถึงในงานทุกคนต่างก็แยกย้ายกันเดินเล่นเป็นคู่ ๆ แต่เหมือนจะมีสองคนที่ไม่มีคู่คือท่านพ่อหลินกับท่านลุงตงหยางเห็นทีว่าจะได้เดินเที่ยวด้วยกันก็งานนี้“ท่านพ่อท่านลุงไปเดินเที่ยวกับข้าดีกว่าขอรับ” หยางไห่ฉวนเห็นว่าคนทั้งสองไม่รู้ทิศทางว่าจะเดินไปทางไหนดี ไม่เหมือนท่านพ่อท่านแม่หยางที่ขอแยกตัวออกไปก่อน เพราะหลินซูซินนางจะพาเดินเที่ยวในงานเพราะว่างานมันใหญ่ แต่ท่านพ่อท่านแม่กับขอไปเที่ยวกันเพียงสองคนก็คงอยากจะหวานกันบ้างละมั้ง“ไม่ล่ะพ่อไม่อยากขัดเวลาส่วนตัวของลูก ๆ” หลินห้านจินลากตงหยางเดินเข้างานไปหาอะไรอร่อยกินกันดีกว่าเหมือนตอนหนุ่ม ๆ“ทำหน้าอะไรของเจ้าอยากจะเดินกับนางหรือเสียใจด้วยนะนางไปเดินกับลูกสาวกับลูกเขยของนาง”หลินห้านจินเห็นตั้งแต่อยู่บนเกวียนตงหยางรอบแอบมองจางลี่อยู่ตลอด เจ้าตัวไม่
วันนี้เป็นวันที่เร่งรีบมากสำหรับบ้านหยางเพราะวันนี้มีส่งกุ้งย่าง 200 ชุด ที่จวนนายอำเภอคนทุกคนจึงตื่นกันตั้งแต่ยามอิ๋น (03.00-04.59 น.) เพื่อมาย่างกุ้งกันแต่จะมีหยางไห่ฉวนกับท่านพ่อหลินที่ตื่นก่อนยามอิ๋นเพราะต้องไปที่นาเพื่อลากกุ้งขึ้นมาส่วนที่บ้านหยางตอนนี้วุ่นวายอยู่กับการทำน้ำจิ้มซีฟู้ดหลินอ้า
หลินห้านจินไม่ได้รู้สึกสงสารหลินเย่ถงสิ่งที่นางทำก็สมควรลี่เหมยรักนางมากเพราะมีกันแค่สองพี่น้อง และเย่ถงเองก็เคยช่วยชีวิตลี่เหมยให้รอดจากความตายมาครั้งหนึ่งทำให้ลี่เหมยทราบซึ้งในบุญคุณก่อนที่ลี่เหมยนางจะจากไปยังขอให้เขาดูแลเย่ถงให้ดี แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องจะมาจบเช่นนี้“ก็คงต้องรับโทษตามสิ่งที่พวกนา
หลังจากที่เคลียร์ใจกันเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักเอาแรงสักหน่อยอีกไม่กี่ชั่วยามก็เช้าแล้ว“ท่านพ่อท่านแม่คงจะยังไม่นอนกัน”“เจ้าค่ะข้าก็คิดแบบนั้น”ด้านหยางไห่หลิงที่เห็นว่าลูกชายและลูกสะใภ้ออกไปได้นานแล้วแต่ยังไม่กลับเข้าบ้านมาเสียทีในใจก็เริ่มเป็นห่วง“เดี๋ยวก็กลับคงจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าเจ้
ฟางหรงกลับมาที่บ้านท่านพ่อท่านแม่พี่ชายทั้งสองก็รออยู่ในลานบ้านคงเพราะเป็นห่วงนางกลับบ้านผิดเวลา“ทำไมถึงกลับบ้านมาป่านนี้รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง” หลิวหยางเอ่ยเสียงดุลูกที่กลับบ้านมาดึกดื่อ แต่แรกเขาจะออกไปตามแล้วแต่ภรรยาห้ามไว้เสียก่อนเพราะอาจจะอยู่ที่บ้านหยาง“ท่านลุงสวัสดีเจ้าค่ะ” หลินซูซินสะ












Rebyu