Masukคำหอม พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จบวิศวะมาแต่ทั้งชีวิตไม่เคยมีแฟน ไอ้คำที่บอกว่าถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะมีแฟน คือใช้ไม่ได้กับคำหอมเพราะเรียนมาทั้ง 4 ปี เธอไม่มีทั้งแฟน ทั้งคนคุย ทั้งที่ก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่ก็พูดได้ว่าสวย แต่เธอยังเป็นคนที่เชื่อเรื่องความรักจึงลองไปดูศาสตร์ไพ่ยิปซีและหมอดูต่างบอกเป็นเสียงกันว่าเนื้อคู่ไม่ได้อยู่ในชาตินี้แม่หมอแนะนำให้ไปไหว้ศาลพระตรีมูรติ แต่ยังไม่ทันได้ขอฟ้าก็ผ่ามาที่ร่างของเธอตายทันที
Lihat lebih banyakหลังจากที่ผ่านงานแต่งงานของพี่ใหญ่จางมาเมื่อวานนี้ เห็นทีว่าการเข้าหอจะไม่ได้มีเพียงคู่พี่หลีหมิ่นกับจินเย่ว เห็นทีว่าฟางหรงนางน่าจะได้น้องและหลานเพิ่มเร็ว ๆ นี้ ฟังจากเสียงของทั้งสองห้องที่ดังแข่งกัน จนด้านนอกไม่สามารถร้องรำทำเพลงได้ จนต้องยุติลงรีบแยกย้ายกันกลับบ้านหยางไห่ฉวนเองก็เหมือนกันเขาคงจะเก็บกดมาจากในงานแล้วกว่าจะถึงบ้านจะต้องไปส่งท่านพ่อกับหลินอ้ายถง พอกลับถึงบ้านหยาง หยางไห่ฉวนรีบจับนางเข้าห้องทันทีจนนางอายท่านพ่อท่านแม่หยางที่เดินตามอยู่ด้านหลัง จนท่านทั้งสองอวยพรให้มีก้อนแป้งไว ๆ“คิดว่าวันนี้เจ้าจะล้มเลิกเสียแล้ว” หยางไห่ฉวนจำได้ทุกอย่างเขาดื่มไปเยอะก็จริง แต่ขากลับกว่าจะถึงบ้านเขาก็ได้สร่างเมา สาเหตุที่ต้องรีบกลับเพราะเสียงที่ยั่วอารมณ์ราคะเสียเหลือเกิน กลับถึงบ้านมาเขาก็รีบพาหลินซูซินเข้าห้องทันที คืนนี้และคืนต่อ ๆ ไปเขาจะทำทุกคืนจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว นางต้องท้องในเดือนนี้ให้ได้“เจ้าค่ะถึงแม้เมื่อคืนข้าจะทรงงานหนักเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าก็ไม่ทิ้งงานการเจ้าค่ะ” ก็หยางไห่ฉวนเอาแต่ใจไม่พอ เอาแต่นางอีกด้วย แล้วลูกอ้อนของหยางไห่ฉวนนั้นนางก็ต้านไม่ได้เสียด้วยเขาอยากทำนางเองก็ตา
พิธีแต่งงานของจางหลีหมิ่นและจินเย่วถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เริ่มการเดินทางไปรับตัวเจ้าสาวพร้อมด้วยท่านพ่อหลิวหยาง ท่านแม่ไฉ่หง น้องคนรองหวังหมิ่น น้องคนเล็กสุดของบ้านฟางหรง และญาติพี่น้องคนสนิท ครอบครัวหลิว ครอบครัวหลิน ครอบครัวหยางเมื่อจางหลีหมิ่นเดินทางมาถึงบ้านของจินเย่วขั้นตอนลำดับต่อไปคือจางหลีหมิ่นจะต้องทำการเคารพศาลบรรพชนของเจ้าสาวก่อน แต่เพราะจินเย่วมีเพียงท่านแม่จางลี่ เพราะพึ่งย้ายมาปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านได้ไม่ถึงปี จางหลีหมิ่นเลือกที่จะเดินไปทำความเคารพท่านแม่จางลี่และเอ่ยให้คำมั่นสัญญาต่อท่านแม่ว่าข้าจางหลีหมิ่นจะรักและดูแลปกป้องจินเย่วเท่าชีวิตขอรับหลักจากที่จางหลีหมิ่นทำความเคารพท่านแม่จางลี่เสร็จสมบูรณ์ จึงได้พาจินเย่วขึ้นเกี้ยว เพื่อไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่บ้านของจางหวังหมิ่น โดยตามประเพณีหลังจากที่เจ้าสาวขึ้นเกี้ยวออกไปแล้วครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาวจะทำการสาดน้ำตามหลังขบวนเกี้ยว เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวฝ่ายชายหลังจากที่จางหลีหมิ่นและจินเย่วได้ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จแล้วถือว่าเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์“วันนี้เจ้าสวยที่สุดจินเย่ว” จางหลีหมิ่นเ
จางหลีหมิ่นได้พาจินเย่วมานั่งชมการแสดงงิ้วเพราะนางได้ยินคนที่เดินผ่านไปผ่านมาพูดกัน ถึงนางจะเป็นคุณหนูมาก่อนแต่นางบอกว่าการแสดงงิ้วนางยังไม่เคยดู“เจ้าชอบดูขนาดนั้นเลยหรือ”“งิ้วหรือเจ้าคะข้าชอบฟังคนเล่าเรื่องมาก แต่เพราะไม่เห็นภาพเหมือนมานั่งดูงิ้วเจ้าค่ะ แต่ก่อนข้าชอบแอบออกมาที่ตลาดจะมีคนมานั่งเล่าเรื่องให้ฟังเจ้าค่ะ”“พวกนิยายหรือตำราข้าก็ชอบอ่านเจ้าค่ะ”“นิยายหรือคือสิ่งใด”“ก็คือตำราเจ้าค่ะที่จะมีคนเขียนโดยใช้ชื่อปลอมตั้งนามผู้เขียน สมมติข้าเขียนนิยายเรื่องหนึ่งแต่ข้าตั้งนามผู้แต่งว่าหลินหู แต่ชื่อจริงข้าชื่อจินเย่ว คนที่สนใจในตำราที่ข้าเขียนขึ้นจะรู้จักเจ้าของตำรานี่ว่าหลินหูเจ้าค่ะ ตำราที่มีคนเขียนขึ้นไม่จำเป็นว่าต้องเป็นตำราเล่าเรียนอย่างเดียวเจ้าค่ะ เป็นเรื่องความรัก หรือประสบการณ์ที่เจอก็ได้เจ้าค่ะ”จางหลีหมิ่นเองก็ไม่ได้มีความรู้มากมายเรื่องตำรายิ่งแล้วใหญ่ แต่เพราะจินเย่วนางเป็นคุณหนูในตระกูลใหญ่มาก่อนไม่แปลกที่นางจะอ่านออก เขียนได้ และสนใจตำราเหล่านั้น“พี่เห็นมีร้านขายตำราอยู่ฝั่งนู้นไม่รู้ว่าจะมีแบบที่เจ้าต้องการหรือเปล่า”“พี่หลีหมิ่นเจ้าขาข้าอยากไปเจ้าค่ะ” จินเย่วเอ่ย
“ซูซินเจ้าชอบหรือไม่ใส่คู่กัน” หยางไห่ฉวนหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องประดับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดึงสายตาของเขามากคือเจ้าวงแหวนที่เป็นคู่ ๆ แบบคู่รักนิยมสวมใส่แทนใจกันหลินซูซินยิ้มขำในท่าทางของหยางไห่ฉวนกลัวว่านางจะไม่ใส่ด้วยหรือไง “รับออกแบบวงคู่ด้วยไหมเจ้าคะ” วงที่ทางร้านมีให้ด้วยหาได้ทั่วไปเพราะเป็นแหวนที่ลวดลายเรียบ ๆ และอีกอย่างคงมีคนซื้อไปแล้วด้วยใส่ไปก็คงจะซ้ำกับคู่อื่น“รับที่ร้านรับออกแบบเครื่องประดับทุกอย่าง แต่คงต้องใช้เวลาสักหน่อยอาจจะไม่ได้ในคืนนี้” จงเฉินเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องประดับเขามีร้านเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่เพราะงานเทศกาลจงชิงจัดห่างจากร้านของเขามากจึงต้องมาหาเช่าที่ขายในราคาที่ไม่แพงมาก“ข้าหลินซูซินขอเสียมารยาทที่จะถามชื่อของท่าน”“ข้าจงเฉินร้านของข้าอยู่ในเมืองนี่แหละ แต่ว่าอยู่ห่างจากงานเทศกาลจึงได้มาเช่าที่ขายเอา”“ดีเลยเจ้าค่ะข้าเองก็จะได้คลายกังวลว่าจะจัดส่งสินค้าอย่างไร ท่านจงเฉินข้าจะขอออกแบบวงคู่เองท่านจะว่าอย่างไร” ที่ร้านมีคนออกแบบให้ตามที่ลูกค้าต้องการก็จะแบบทั่วไปฉบับคนจีน“ได้สิเชิญ ๆ นั่งกันก่อนเดี๋ยวข้านำกระดาษมาให้”“ซูซินเจ้าจะออกแบบเองหรือ” หยางไห่ฉวนเอ
หลังจากเสร็จกิจกรรมราคะก็ปาเข้าไปยามอิ๋น หลินซูซินหมดสิ้นเรี่ยวแรง เป็นหยางไห่ฉวนที่อาบน้ำให้และอุ้มนางกลับเข้าห้องหยางไห่ฉวนพาหลินซูซินเข้าห้องนอนจัดการใส่เสื้อผ้าให้นาง เสร็จแล้วเขาจึงเดินไปที่ครัวเพื่อต้มยามาให้นาง กันไว้เผื่อนางจะเป็นไข้ส่วนตัวเขาก็ดื่มยาต้มด้วยเช่นกัน เป็นไข้ครั้งล่าสุดถือว่า
วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่หลินซูซินนางจะได้ขายของในตลาดวันนี้ จึงได้เลิกขายเร็วหน่อย เพราะจะได้ให้ทุกคนได้เดินเที่ยวเล่นในตลาดหรือซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน“ท่านพ่อทำไมไม่ไปด้วยกันล่ะเจ้าคะ”“พอ ๆ พ่อรออยู่ที่นี่แหละดีแล้ว เดินนาน ๆ ไม่เอาข้าไม่ไหว อยู่เฝ้าของดีกว่า อย่าลืมซื้อของกินกลับมาให้พ่
หยางไห่ฉวนที่กลับมาถึงบ้านก็รีบไปอาบน้ำ ทำตัวให้หอมเพราะคืนนี้เขามีภารกิจหลินซูซินที่รู้ชะตากรรมนางเองก็ถือว่าให้รางวัลเขา เพราะนี่ก็นานมาหลายวันแล้วที่เราไม่ได้มีอะไรกัน นับจากที่มีไปครั้งแรก ก็ห่างหายมายาวเลย เพราะทำงานร่างกายเลยอ่อนเพลียนางจึงเข้านอนเร็ว หัวถึงหมอนก็หลับยาวเลยห
หยางไห่ฉวนกว่าจะหาที่จอดเกวียนได้ก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะหากตรวจดูอาการทั่วไปก็คงจะพากันออกมาแล้ว อีกอย่างเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปข้างในได้ เพราะเกวียนไม่ได้จอดในที่รับฝาก ทำได้เพียงนั่งอยู่บนเกวียนเท่านั้นกันการโดนขโมย เพียงหากโดยขโมยจะไม่มีการรับผิดชอบ แต่อย่างใดเพราะว่าไม่ได้เสียเงินจอด หากเสียเง






Ulasan-ulasan