Share

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ
Author: วอลจู

๑ นิยายน้ำเน่า

last update Huling Na-update: 2025-11-30 16:06:50

“เพราะสตรีผู้นั้น…! เป็นเพราะมันที่ทำให้อาหรงต้องตาย!” น้ำเสียงของพระชายาหลี่อ๋องดังก้องลั่นออกมา แววตาและนิ้วชี้ไปตรงหน้าราวกับต้องการจี้เข้าไปในเนื้อหัวใจของอีกฝ่าย ดวงตาแดงของนางกร่ำเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้นที่แทบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“หากมันไม่ตายตามลงไปปรโลกเพื่อขอโทษอาหรง! ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าบุตรชายของเจ้าจะได้มีลมหายใจ! ต่อให้เกิดมาอีก ข้าก็จะฆ่าทิ้ง!”

พระชายาหลี่อ๋องยืนตรงหน้าประตูเรือนใหญ่ ในอ้อมแขนกอดทารกน้อยเพียงร้อยวันด้วยความรู้สึกผิดผสมแค้น ส่วนมืออีกข้างกำปิ่นแหลมแน่นจนลำแสงอ่อนจากโคมไฟสะท้อนประกายเย็นเฉียบจนบรรยากาศกัดดัน

ยามนี้ความอดทนของนางถึงขีดสุดแล้ว…

ที่ผ่านมา นางอดทนมาเยอะเกินกว่าจะนับได้

หากแต่ท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวนั้น ยังมีเสียงร้องเบาๆ จากเล็กน้อยจากทารกน้อยในอ้อมแขน ราวกับเตือนให้นางสงบนิ่ง

นางเคยเป็นมารดาและเคยสูญเสียลูกไปอย่างไม่วันหวนคืน

“สตรีชั่ว! หากมิใช่เจ้าละเลยหน้าที่มารดาที่ดีไม่อาจเลี้ยงบุตรได้…หึ! ที่อาหรงต้องตายก็เพราะเจ้า! เจ้ายังกล้าโทษผู้อื่นไร้สติหรือ?! เช่นนั้นเจ้าก็…ตายตามอาหรงไปเฝ้าปกป้องเขาเสีย!”

หลี่อ๋องจ้องสตรีตรงหน้าด้วยความโกรธที่ไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบแข็งกร้าวแทบลุกเป็นไฟ

บุตรชายคนโตก็สิ้นชีพไปแล้ว แม้ความปวดร้าวจะท่วมท้น แต่สิ่งใดเล่าจะทวงคืนได้ ทว่านั่นเป็นผลจากความประมาทของสตรีไร้สติผู้นี้ทั้งสิ้น!

เหตุไฉนจึงโยนความผิดให้ผู้อื่น โดยยอมไม่หันก้มดูเงาของตนเอง ถึงขั้นจะผลักให้ลูกคนเล็กต้องเดือดร้อนด้วยหรือ?!

“ส่งอาเซียนมา! ให้ข้า” เสียงหลี่อ๋องขาดห้วง ถูกกลืนด้วยความสั่นสะเทือนในอก

“ไม่! ไม่มีทาง! หากลูกข้าตาย…ลูกของมันก็ต้องตายด้วย!” พระชายาหลี่อ๋องตวาดกลับน้ำเสียงแหลม เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทว่มมือของนางกลับอุ้มทารกน้อยแน่น เหมือนยึดเหนี่ยวชีวิตไว้ด้วยเพียงลมหายใจเดียว

“อวดดี! เจ้ามันสมควรตาย!”

หลี่อ๋องตวาดลั่น ความอดทนที่เหลืออยู่ขาดสะบั้น

พอสิ้นคำ คมดาบสั้นพุ่งออกมาแหวกกลางอากาศ เพียงชั่วพริบตาก่อนจะปักลงกลางอกของพระชายาหลี่อ๋องที่ง้างแขนยกขึ้นหมายจะทำร้ายทารกน้อยในห่อผ้าที่ส่งเสียงร้องไห้อย่างตกใจ

ความเย็นเฉียบของคมเหล็กปักลงลึกกลางอกจนทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด ไร้เรี่ยวแม้แต่แรงจะฝืนยืนต่อ…ร่างของพระชายาหลี่อ๋องทรุดลงพื้นพร้อมกับปิ่นปักผมที่ร่วงหล่นออกจากมืออย่างทันที หากแต่มีอีกข้างยังคงโอบอุ้มทารกน้อยเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

เพราะสัญชาตญาณของมารดาที่อยากจะปกป้องลูกน้อย

หนิงอี้ถอยออกจากหน้าจอเล็กน้อย มือยังคงวางค้างบนปุ่มเพจรีวิว เธอถอนหายใจหนักๆ ในใจปวดร้าวและขบขันไปพร้อมกัน  นี่มันบทสุดท้ายของเล่มแล้วจริงๆ เหรอ!?

ทำไมนางเอกจะต้องตายแบบไม่เป็นธรรมแบบนี้!

หนิงอี้เป็นบล็อกเกอร์นักรีวิวนิยายที่อ่านมาหลายร้อยเรื่อง เธอไม่เคยเจอนางเอกเรื่องไหนที่อ่อนแอและตายง่ายแบบนี้มาก่อน ทั้งพระเอกธงแดงนิสัยโหดเหี้ยม นางร้ายก็จิกกัดไม่หยุด!

แบบนี้มันชวนโมโหจนเธออยากจะส่งต่อความคิดเห็นแย่ๆ ลงเต็มหน้าเพจทำให้ยอดขายดิ่งฮวบ!

หนิงอี้คาดหวังลึกๆ ในใจว่าเรื่องนี้จะมีเล่มต่อหรือมีการหักมุมสักครั้ง เธอขอให้นางเอกไม่ตายก่อนจะได้มีโอกาสแก้แค้นเอาคืนบ้างเถอะ!

“เหอะ! นิยายบทน้ำเน่าแบบนี้ ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องขายดีติดชาร์ตได้กันนะ”

หนิงอี้บ่นพึมพำ พลางเลื่อนอ่านรีวิวจากคนอื่นๆ

ทว่าทันใด ราวกับมีแรงบางอย่างดึงจากภายในอก...ไม่ใช่เพียงแค่ความเจ็บปวดธรรมดาแต่เป็นความทรงจำ ความเคียดแค้นที่ถูกกดทับมานานจนอัดแน่นราวจะระเบิดออกมา พร้อมกับเสียงในหัวของหนิงอี้สะท้อนก้องเหมือนพิณท่ามกลางยามค่ำคืน

สายตาหนิงอี้เริ่มพร่ามัว…ความมืดเหมือนจะไหลเข้ามาปกคลุมจนคล้ายจะวูบ

เธอไม่แน่ใจว่าเพราะจ้องหน้าจออ่านนิยายยาวๆ ต่อเนื่องหลายชั่วโมง หรือเป็นเพราะร่างกายเริ่มทนไม่ไหวเนื่องจากพักผ่อนน้อยกันแน่!?

“อาหรง…ช่วยอาหรงด้วย! เขาต้องไม่ตาย”

“เกิดอะไรขึ้น…!” หนิงอี้ร้องเสียงแผ่วด้วยความตกใจ ทว่าคำพูดนั้นกลับถูกกลืนหายไปกับแรงดึงลึกลับที่ดูดร่างเธอลงไปในความว่างเปล่า

ทันใดนั้น ความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงแล่นพล่านไปทั่วร่าง พร้อมกับความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก จุกแน่นจนลมหายใจติดขัด

“ชะ…ช่วยด้วย!” เธอพยายามจะอ้าปากขยับพูดออกมาแต่เสียงที่หลุดออกกลับไม่ใช่เสียงของตัวเอง หากเป็นน้ำเสียงแหบพร่าที่ทั้งแปลกและไม่คุ้นหูของคนอื่นแทน!?

หนิงอี้หอบหายใจถี่ติดขัดราวกับคนใกล้ตายที่กระหายน้ำอย่างรุนแรงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่กลิ่นธูปหอมจางๆ จะลอยโชยมาแตะปลายจมูก เธอดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ดวงตาเบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจ หัวใจน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงคล้ายเพิ่งตกจากเหวลึก

ดวงตาคู่งามสั่นระริดฉายแววหวาดหวั่นปนความหวาดกลัว หนิงอี้กวาดสายตามองไปโดยรอบ พลันพบว่าตนเองอยู่บนเตียงไม้ลวดลายโบราณ ด้านข้างประดับด้วยผ้าม่านแพร ภายในห้องเต็มไปด้วยเครื่องปั้นเคลือบของตกแต่งแปลกตาและแสงตะเกียงน้ำมันวูบไหวสะท้อนบนผนังห้อง

เสียงเร่งร้อนดังขึ้นใกล้หู ทำให้หัวใจของหนิงอี้สะดุ้งเฮือก

“พระชายา! พระชายาเพคะ! ได้โปรดตื่นเถิดเพคะ!”

“ท่านหมอรีบมาดูสิ! พระชายาทรงหายใจแผ่วลงอีกแล้ว!”

หัวใจของยังคงหนิงอี้เต้นโครทคราม ร่างทั้งร่างอ่อนแรงจนแทบไม่มีเรี่ยว หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความงุนงง

“นี่…นี่มันอะไรกัน…” หนิงอี้พึมพำพูดออกมาเสียงสั่น ทว่าน้ำเสียงที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงของตนเอง และสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นถ้อยคำที่ได้ฟังกลับเป็นภาษาจีนสำเนียงโบราณที่ไม่เคยยินมาก่อน!

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหลายดังคู่กรูเข้ามาในเรือน พร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ของคนผู้หนึ่ง “พระชายา! พระชายาทรงฟื้นแล้ว! ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตา”

“…”

หนิงอี้ยังคงงุนงง สายตาเหลือบเห็นหญิงสาวแต่งกายแบบโบราณคุกเข่าอยู่ข้างเตียง น้ำตาคลอด้วยความดีใจ แต่เธอยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงเล็กๆ ใสๆ ก็ดังแทรกขึ้นจากมุมห้อง

“ท่านแม่…ท่านแม่ไม่ตายใช่หรือไม่”

“…” เสียงนั้นทำให้หนิงอี้ชะงักงัน หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ

เด็กชายตัวเล็กในชุดผ้าไหมสีครามวิ่งเข้ามาโอบเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตชุ่มน้ำตา ใบหน้าขาวนวลมีเค้าความคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก หนิงอี้นั่งนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมแขนน้อยๆ ที่สั่นเทา

ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาในใจ…อบอุ่น ปนเศร้า และแปลกประหลาดเกินจะอธิบาย

“เด็กคนนี้คือ…” หนิงอี้เอ่ยเสียงแผ่ว

“พระชายาอย่าเพิ่งขยับแรงเพคะ! เดี๋ยวรอให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการก่อนเถิด!” สาวใช้รีบประคองเธอไว้ด้วยความร้อนรน

จู่ๆ พระชายาหลี่อ๋องกลับหน้ามืดหมดสติล้มลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่วันนี้เป็นวันที่อีกฝ่ายรอคอยที่สุด…วันครบรอบสามขวบของซื่อจื่อน้อย ดังนั้นแล้ว จะให้ทุกอย่างกลับพังทลายลงไปไม่ได้

หริงอี้กระพริบตาปริบๆ มองหญิงสาวแปลกหน้าที่พุ่งเข้ามาสลับกับมองเด็กน้อยที่เกาะแขนอยู่ข้างๆ สีหน้างุนงง หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นแทบจะผูกกันเป็นปม

เด็กชายคนนั้น เงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาและใบหน้าที่เปียกชื้นด้วยหยทดน้ำตม “ท่านแม่อย่าเจ็บอีกเลย…อาหรงไม่อยากเสียท่านแม่ไป”

น้ำเสียงของเด็กน้อยสะอื้นขาดเป็นช่วงๆ ฟังแล้วไม่ค่อยได้ใจความนัก

หนิงอี้รู้สึกพลันยกมือกุมหน้า…อกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ความทรงจำบางอย่างไหลบ่าเข้ามาอย่างรุนแรง ภาพสตรีผู้หนึ่งล้มลงจมเลือดไหลนอง และเสียงร้องไห้ของทารก…ทุกอย่างชัดเจนราวกับเป็นของเธอเอง

“อาหรง…?” หนิงอี้พูดพร้อมกับหันไปมองเด็กน้อยข้างๆ อีกครั้ง ดวงตาคู่งามสั่นวูบไหว ริมฝีปากบางขยับพูดพึมพำในใจกับตนเองราวกับไม่เชื่อ

นี่เธอกำลังอยู่ในร่างของพระชายาหลี่อ๋อง…ตัวเอกในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบเมื่อไม่กี่นาทีก่อนงั้นหรือ!?

ขณะที่สาวใช้ในเรือนต่างพากันมองสตรีบนเตียงด้วยความงุนงงปนความเป็นห่วง

มิใช่ว่าตอนที่พระชายาทรงล้มลงนั้น หัวได้กระแทกพื้นจนหมดสติไปหรอกหรือ…เหตุใดเมื่อทรงฟื้นขึ้นมา สีหน้าถึงได้ซีดขาวคล้ายกระดาษก็ไม่ปาน ทั้งแววตาคู่งามกูดูพร่ามัวเลื่อนลอยราวกับไม่ใช่พระชายาหลี่อ๋องคนเดิมที่พวกนางคุ้นเคย

“พระชายาเพคะ...จำพวกหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ?”

เสียงของอาหยุน…สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ขณะเอื้อมมือมาช่วยประคองอีกฝ่ายให้เอนหลังพิงหมอน

หนิงอี้กระพริบตาถี่มองรอบห้องอย่างงุนงงอีกครั้ง ทุกสิ่งล้วนแปลกตาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเครื่องเรือนไม้แกะสลักลวดลายประณีตงดงาม ตะเกียงน้ำมันที่ให้แสงสลัว และกลิ่นยาจีนอวลทั่วอากาศ

หนิงอี้ไม่รู้เลยว่าเธออยู่ที่ใด แล้วเหตุใด…ทุกคนถึงแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากละครย้อนยุค

หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก

“ฉัน...ที่นี่ที่ไหนกัน” เสียงหวานพึทพำพูดแผ่ว้บท

เหล่าสาวใช้ในเรือนต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ เหตุใดอีกฝ่ายจึงเอ่ยถามว่าที่นี่คือที่ใด...กัน?

อาหยุนถึงกับหน้าซีด ร้องเสียงสั่นด้วยความตกใจปนกลัวปะปนทับทมกันอยู่ในอก “พระชายา! อย่าพูดเช่นนั้นเพคะ...นี่คือเรือนเยว่ฮวาในจวนของหลี่อ๋องเพคะ! ทรงจำไม่ได้จริงๆ หรือๆ!?”

หนิงอี้ตัวแข็งทื่อไปในทันใด…หลี่อ๋อง?

ชื่อนี่ฟังดูราวกับหลุดออกมาจากนิยายที่เธอกำลังอ่านเมื่อตอนก่อนจะหมดสติ…หนิงอี้นิ่งค้างอยู่ครู่ใหญ่ สมองพร่ามัวราวกับเต็มไปด้วยหมอกหนา

“หลี่อ๋องงั้นหรือ.. ” เธอทวนคำในลำคอเบาๆ ความทรงจำจากนิยายที่อ่านเมื่อคืนผุดขึ้นทีละน้อย หลี่อ๋องแห่งผู้นั้นเย็นชาไร้หัวใจต่อภรรยาที่ร่วมกราบไหว้ฟ้าดินด้วยกันมา…ใช่แล้ว!

ในเรื่องเล่าระบุไว้ว่า พระชายาเอกสูญเสียบุตรชายวัยเพียงสามขวบเพราะร่างกายอ่อนแอจากพิษที่สะสมอยู่ในอาหารที่ดื่มกินเป็นประจำ…กระทั่งวันครบรอบวันเกิดของบุตรชายกลับกลายเป็นวันตายของทั้งคู่

หัวใจของหนิงอี้กระตุกวาบขึ้นมาในทันที

หากตอนนี้เรื่องราวยังไม่ถึงจุดนั้น นั่นย่อมหมายความว่า เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น!

เธอยังมีโอกาส…ช่วยลูกชายของพระชายาคนนั้นได้!

หัวใจของหนิงอี้เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะ ความคิดในหัววุ่นวายจนแทบระเบิดออกมา เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมาอยู่ในร่างของพระชายาผู้นี้ แต่สิ่งเดียวที่แน่ชัดคือ เด็กคนนั้นยังไม่ตายและเธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เรื่องราวซ้ำรอย!

มือบางกำผ้าห่มแน่น ความมุ่งมั่นแล่นพล่านอยู่ในอก ทว่าทันใดนั้น ความปวดหน่วงในอกก็แล่นวาบขึ้นมาอย่างรุนแรงจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน สายตาพร่ามัว โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้างอีกครั้ง

“พระชายา! พระชายาเพคะ!” เสียงเรียกดังแว่วไกลออกไปทุกที ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงอีกครา

เสียงร้องตกใจดังระงมไปทั่วเรือน สาวใช้หลายคนรีบกรูกันเข้ามา “รีบไปตามหมอหลวงมาเร็ว! พระชายาทรงเป็นลมอีกแล้ว!”

เสี่ยวจูรีบเข้าประคองร่างอ่อนแรงให้ล้มนอนลงรอบนเตียง ใบหน้านางซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด ฝีปากแห้งแตก มือเย็นเฉียบ

“พระชายาได้โปรดฟื้นเถอะเพคะ…” สาวใช้คนสนิทร้องเรียกเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวจริงๆ

“ท่านแม่…”

ในยามนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากหน้าห้อง ก่อนร่างสูงในอาภรณ์สีดำจะก้าวเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำของหลี่อ๋องเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว สายตาคมกริบทอดมองร่างของหญิงบนเตียงที่หมดสติไปอย่างเรียบเฉยไร้อารมณ์

“ไปตามหมอมารักษา หากไร้หนทางก็ขุนหลุมเตรียมฝัง!”

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๔๐ ฤดูใบไม้ผลิหลังพายุ

    สายลมฤดูใบไม้ผลิปีนี้อบอุ่นกว่าทุกปีที่ผ่านมากลีบของดอกเหมยผลิบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ราวกับต้องการกลบความเย็นชาที่ฝังลึกอยู่ในใจของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นเหมยเก่าแก่ด้วยแววตาเปลี่ยวเหงาหลี่เฉิงหยวน ในวันนี้ดูราวกับเป็นคนละคนกับหลี่อ๋องผู้สูงศักดิ์ในวันวาน ใบหน้าหล่อเหล่าซูบคล้ำอิดโรยและไร้ซึ่งอำนาจหรือความน่าเกรงขามที่เคยมีในอดีตร่างสูงในอาภรณ์เรียบง่ายยืนนิ่ง มือหนึ่งถือไหสุราเงยหน้ามองกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นพลิ้วลงพื้น ก่อนแค่นหัวเราะในลำคอเสียงต่ำแผ่วเบาและขมขื่น“สุดท้ายแล้ว…ข้าผิดพลาดตั้งแต่เมื่อใดกันแน่”น้ำเสียงทุ้มแหบพร่า ราวกับพึมพำถามต้นไม้ที่ยืนเงียบ ไม่ต่างจากสนทนากับความว่างเปล่าในใจตนเองนับแต่วันที่ความจริงปรากฏ ว่าสตรีที่เขารักสุดหัวใจลอบคบชู้กับคนใกล้ชิด และบุตรชายที่เขาเลี้ยงดูด้วยความภาคภูมิ มิใช่สายเลือดของตน…คล้ายโลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืนวันนั้น เขาโกรธ…โกรธจนแทบคลั่งหลี่เฉิงหยวนคิดจะลงโทษนางให้สาสมกับความไว้ใจที่ถูกทรยศ ทว่าเมื่อได้สบตากับนัยน์ตาเมล็ดซิ่งคู่นั้นทั้งเย็นชา ดื้อดึงและเต็มไปด้วยความชิงชังเขากลับทำไม่ได้เล

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๙ เถ้าถ่านในอดีต

    ข่าวเรื่องจวนหลี่อ๋องถูกลอบวางเพลิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันดำที่ลอยฟุ้งจากเถ้าถ่านพัดกระจายเข้าทุกตรอกซอกซอย เสียงซุบซิบดังแว่วอยู่ไม่ขาดหู ทั้งคำลือและคำกลัว ผู้คนที่ได้เห็นซากเรือนมอดไหม้ยังคงสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นไม้ที่ถูกเผาจนดำกรอบยังคงส่งเสียงเปาะแปะ ราวกับคร่ำครวญถึงสิ่งที่สูญสลายไปพร้อมเปลวเพลิงหลายเรือนในจวนหลี่อ๋องพังพินาศเกือบครึ่ง เถ้าถ่านปกคลุมทั่วพื้นที่เหมือนผืนแผ่นดินทั้งผืนถูกเผาไหม้ ควันดำยังลอยหนาทึบจนผู้คนที่ผ่านต้องกลั้นหายใจสายตาทุกคู่เต็มไปด้วยทั้งความหวาดกลัวและความสงสัยปนเวทนา แต่เพียงวันถัดมา เพลิงข่าวกลับลุกโชนยิ่งกว่าเปลวจริง เมื่อมีราชโองการจากไจ่ฮ่องเต้ประกาศรับคำร้องขอหย่าระหว่าง หลี่อ๋องกับคุณหนูสกุลถงผู้เป็นหลานสาวของกุ้ยเฟยคำสั่งนั้นคล้ายน้ำมันราดลงบนกองเพลิงที่ยังไม่ทันดับมอดให้เผาผลาญทุกสิ่งพังพินาศร้อนระอุยิ่งกว่าเดิมทุกสายตาที่มองจวนหลี่อ๋องยามนี้ ล้วนแต่เต็มไปด้วยความสงสารปนเวทนาสายสัมพันธ์ที่เคยร้อยรัดสองตระกูลให้แนบแน่น กลับขาดสะบั้น เหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งที่ปลิวกระจายอยู่ในอากาศถงซิ่นเหยาคาดการณ์ไว้อย่างไม่ผิดพลาดว่า ไป๋

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๘ เหลือเพียงควันไฟ

    แสงอาทิตย์แรกของยามเฉินลอดผ่านม่านควันจางๆ ที่ยังลอยคลุ้งทั่วบริเวณ เสียงไม้ที่ไหม้กรอบแกรบดังแผ่วเบาราวกับเสียงคร่ำครวญของอดีตที่ถูกเผาผลาญจนสิ้นเหล่าบ่าวไพร่ในจวนต่างวิ่งวุ่นกันคนละทิศคนละทาง บ้างก็ตักน้ำดับไฟ บ้างก็ขนย้ายซากสิ่งของที่เหลือ เสียงร้องโวยวายของสาวใช้ดังระงมไปทั่วทั้งเรือนที่เหลือเพียงเถ้าถ่านแม้แต่ ฮูหยินผู้เฒ่า ยังอดไม่ได้ต้องออกมาดูด้วยตนเองนางคิดไว้ไม่มีผิด บุตรชายผู้นี้ช่างไร้ความสามารถเสียจริง ถึงไม่สามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ ปล่อยให้นางเหิมเกริมกลับมาล้างผลาญจวนสกุลหลี่จนเกือบมอดไหม้ไม่เหลือ!ฮูหยินผู้เฒ่ามองเศษซากเรือนที่ถูกเพลิงไปแผดเผาวอดวายไปหลายหลัง จนแทบทรุดลงสิ้นเรี่ยวแรง เข่าอ่อนแทบเป็นลมครั้งแล้วครั้งเล่า “จวนหลี่อ๋องกำลังจะล่มสลายจริงๆ หรือ...” เสียงพร่าจากลำคอนางดังแผ่วเหมือนคำสาปกลางลานกว้าง หลี่เฉิงหยวนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันเขม่าดำ เสื้อคลุมเปรอะเขม่า ชายเสื้อถูกไฟไหม้เป็นรอยยาว ผมที่เคยเรียบกลับยุ่งเหยิง มีคราบเขม่าติดอยู่ตามขมับและปลายคางดวงตาคมกริบฉายแววขุ่นมัวเจือด้วยความโกรธ โชคดีนักที่ยามนั้นเขายังไม่หลับ และยิ่งโชคดีกว่านั้น ถงซิ่น

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๗ เพลิงไหม้จวนหลี่อ๋อง

    ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เอือมระอาจจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาตำหนิบุตรสาว นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ซ้ำๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มือที่กำลังถือตะเกียบพลางเขี่ยข้าวในชามไปมาไม่ต่างจากเด็กเล็กเรื่องบานปลายมาถึงเพียงนี้แล้ว ยากเกินที่จะเยียวยาหากจะเกิดอะไรก็ต้องเกิดเถิด!หลี่เฉิงหยวนคีบข้าวเข้าปากอย่างเชื่องช้า ท่าทางเหม่อลอยไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา เขาได้ยินเสียงตะเกียบกระแทกชามดังไม่หยุดจึงเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์“อาหารมื้อนี้รสชาติไม่ดีหรือ…เหตุใดท่านถึงเอาแต่เขี่ยไปมาเช่นนี้”อาหารทุกมื้อในจวนหลี่อ๋องปรุงโดยพ่อครัวฝีมือดีเก่าแก่ รสชาติจึงไม่น่าจะมีปัญหา ความไม่อร่อยคงเป็นเพราะบรรยากาศอึมครึมที่ไม่ชวนรับประทานทั้งหนาหู ทั้งอุดอู้ และหมองหงอยหนักหน่วงแม้แต่พวกสาวใช้ยังรู้สึกอึดอัด กลืนอะไรลงไปก็ไม่ลง ลมหายใจติดขัด…นับตั้งแต่พระชายาเอกและซื่อจื่อน้อยไม่อยู่ที่จวนสกุลหลี่ก็วังเวง ดูราวกับไร้ผู้คน“ข้าอิ่มแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าว พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนวางตะเกียบลงอย่างเบื่อหน่ายนางหยิบผ้าเช็ดปากจากสาวใช้เช็ดริมฝีปากช้าๆ แล้วกล่าวเสียงแผ่วแต่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง“กินอย่างไรก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๖ วาจาหวานเยิ้มรสขมขื่น

    ถงซิ่นเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษตรงหน้าพอดี ใบหน้าคนงามระบายยิ้มกว้างความหนักอึ้งในใจพลันผ่อนคลายลง น้ำเสียงหวานหัวเราะร่าออกมาอย่างขบขันนางกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ “วาจาของคุณชายเจ้าเล่ห์นัก…หากข้าไร้สติก็คงคล้อยตามตกหลุมพรางที่ขุดไว้ และจะต้องหลงคิดว่าคุณชายต้องมีใจให้แน่ๆ เจ้าค่ะ”ซ่งเจ๋อหานชะงักไปครู่หนึ่งกับถ้อยคำหยอกเย้า รอยยิ้มบนริมฝีปากหนาโค้งยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอแผ่ว ราวกับพยายามกลบความรู้สึกบางอย่างที่ไหววูบขึ้นในดวงตา“หึ! ข้าไม่เก่งนักเรื่องเสแสร้งปั้นหน้ากล่าวคำหวานเพื่อเข้าหาสตรี” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่ปลายประโยคกลับอบอุ่นผิดจากเดิม “และหากคิดจะลวงสตรีใดให้ตกหลุมพราง…ข้าคงไม่มีทางเริ่มจากแม่นางแน่”สายตาคมกริบช้อนประสานตากับสตรีตรงหน้าอย่างจงใจ ริมฝีปากหนาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆซ่งเจ๋อหานคิดว่าจะไม่ได้พบพานกับนางอีกแล้วทว่าก็หาได้คิดจะถอดใจตอนที่มีคนจากพ่อบ้านสกุลถงแจ้งแก่ทหารยามหน้าวังหลวงว่าต้องการเข้าไปตำหนักใน พร้อมนำจดหมายจากสกุลถงมาส่งให้ถึงมือซ่งเจ๋อหานเดินผ่านมาพอดี จึงรับจดหมายไว้ก่อนจะนำไปส่งให้หลี่กุ้ยเฟยด้วยความกระตือรือร้นเพียงได

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๕ รอยยิ้มและความห่วงใย

    ถงซิ่นเหยาชะงักพอได้ยินถ้อยคำนั้น นัยน์ตาเมล็ดซิ่งหันไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบของหลี่เฉิงหยวนพอดี นางไม่อยากจะพบหน้าบุรุษผู้นี้ในยามนี้นักมิใช่เพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องจากไป แต่กลับความเอือมระอา เหม็นขี้หน้าจนคลื่นไส้แล่นพล่านต่างหากสายลมโชยพัดผ่าน อากาศเย็นยะเยือกจนขนลุกซู่ ราวกับเวลาหยุดนิ่งชั่วขณะ ทั้งคู่ยืนนิ่งจ้องมองกันอยู่นานครู่หนึ่ง หาได้มีผู้ใดเอ่ยเอื้อนสักครึ่งคำภายในอกของเขารู้สึกคันยุบยิบ หน่วงหนักและอึดอัดเมื่อมองดวงตางามคู่นั้นไร้อารมณ์ ไม่แสดงแววใดให้เห็นหลี่เฉิงหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น“คิดจะไปไม่ลาเลยหรืออย่างไรกัน”ถงซิ่นเหยาคลี่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงหวานกลั้วหัวเราะ “หม่อมฉันได้ยินมาว่าไป๋เหม่ยฮวาหนีออกจากจวน ไม่ว่ามองไปทางใด ผู้คนล้วนวุ่นวาย…ข้าจึงมิอยากรบกวนเพคะ”ทั้งที่ความจริง นางจงใจไม่บอกใคร แม้กระทั่งแม่สามีลึกๆ ในใจ ถงซิ่นเหยายังคงโกรธเคืองไป๋เหม่ยฮวา…สตรีผู้นี้เป็นผู้วางยาหลี่จวิ้นหรงบุตรชายของนางจนเกือบพิษไปเย็น แม้จะถูกกักขังแยกไว้ แต่กลับไร้ผู้ใดจัดการและปล่อยให้หนีออกไปด้วยนิสัยของไป๋เหม่ยฮวา หากไม่สั่งสอนให้เข็ดหลาบ ย่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status