مشاركة

๒ ฮูหยินที่เขาไม่รัก

مؤلف: วอลจู
last update تاريخ النشر: 2025-11-30 16:07:15

หนิงอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภายในห้องเงียบสงบกว่าก่อนหน้านี้ ทว่าเสียงฝีเท้ายังคงวุ่นวายอยู่ด้านนอก กลางอกนางยังรู้สึกปวดร้าวเล็กน้อยจนต้องยกมือขึ้นมานวดเบาๆ ทว่ากลับชะงักเมื่อสัมผัสถึงความอบอุ่นจากอ้อมแขนน้อยของเด็กชายที่กอดเธอไว้ก่อนหน้านี้

ดวงตาดำกลมโตของเด็กน้อยดูใสซื่อเล็กเกินกว่าที่จะเข้าใจโลกใบนี้ดี มือข้างหน้าโอบกอดมือของเธอแนบหน้าไว้ไม่ยอมปล่อย

หน้าต่างถูกผ้าม่านผืนบางกั้น แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดลอดเข้ามาเป็นเส้นๆ ชายผ้าม่านกระพือตาทสายลม เงาของคนเดินผ่านทำให้หนิงอี้ลายตารู้สึกเวียนหัวอีกครั้ง ทั้งยังมีเสียงวุ่นวายด้านนอกที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะสงบ ยิ่งทำให้เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ ราวกับสะท้อนความตึงเครียดในอก

“พระชายา! พระชายา ฟื้นแล้ว!” อาหยุนร้องตะโกนบอกด้านนอก ก่อนจะเร่งรีบเดินเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำและเช็ดหน้าด้วยมือที่สั่นพลางมองผู้เป็นนายหญิงด้วยสายตาห่วงใย

“ท่านแม่ฟื้นแล้ว!” อาหรงเอียงคอจับจ้องหน้ามารดาด้วยดวงตากลมโตอยู่นานคาหนึ่งก่อนที่ริมฝีปากน้อยๆ จะขยับพูด

“อาหรง…” หนิงอี้เรียกชื่อเสียงแผ่ว พลางจ้องมองใบหน้ากลมๆ ของเด็กชายข้างเตียง ก่อนที่จู่ๆ ริมฝีปากจะสั่นเครือ น้ำตาก็รื้นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกในอกตีขึ้นมาฉับพลันอย่างไร้สาเหตุ

หลี่จวิ้นหรงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้ายังคงมีคราบน้ำตาชุ่มอยู่บนแก้ม อ้อมแขนน้อยๆ ยื่นไปตรงหน้าอย่างไร้เดียงสา

“ท่านแม่อย่าหายไป อาหรงกลัว” หลี่จวิ้นหรงพูดด้วยเสียงสะอื้น ริมฝีปากเบะออกพร้อมกับน้ำตาเม็ดใสไหลกลิ้งอาบแก้ม ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวปนตกใจ

หัวใจของหนิงอี้กระตุกวูบ พลางยกมือไปสัมผัสที่แก้มของเด็กน้อยอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงอุ้มขึ้นมานั่งบนเตียง ซุกใบหน้าลงกลางอกอย่างอ่อนโยนด้วยสัญชาตญาณราวกับว่าเคยเป็นมารดาผู้ใดมาก่อน

ทั้งชีวิตหนิงอี้อ่านนิยายมากมายกว่าร้อยเรื่อง ไม่มีต่ำกว่านั้นแน่ ทั้งแนวทะลุมิติ ย้อนอดีตหรือกลับมาเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำเดิม แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงถ้อยคำบรรยายที่จินตนาการขึ้นเท่านั้น และเป็นเรื่องสมมติที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

แล้วทำไม…ถึงเป็นเธอที่ได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายแบบนี้!?

หนิงอี้ยังไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเธอเลย

เธอกระพริบตาปริบๆ พยายามตั้งสติ มือยังคงลูบแก้มของเด็กน้อยในแนบอ้อมกอดเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุด

“ข้า…จะไม่ทิ้งเจ้าไป” หนิงอี้กระซิบเสียงหนักแน่น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ถงซิ่นเหยาได้เหยียบเข้ามาในจวนหลี่อ๋องในฐานะพระชายาเอก ทุกวันนางล้วนทุ่มเททุกหยาดเหงื่อและแรงกายเพื่อดูแลเอาใจใส่ทุกชีวิตในจวน ทั้งแม่สามี สามี บุตรชาย แม้แต่สาวใช้ก็ไม่ยกเว้น รวมไปจนถึงพระชายารองก็ไม่เว้น

กล่าวได้ว่าพระชายาเอกแห่งจวนหลี่อ๋องเป็นสตรีผู้มีเมตตา ใจดีกว้างขวางราวแม่น้ำมหาสมุทรไม่จากพระแม่กวนอิมสักนิด

ไม่ว่าผู้ใดต่างพากันอิจฉาจวนหลี่อ๋อง ทั้งอิจฉาองค์หลี่อ๋องและฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ลูกสะใภ้แสนอ่อนโยน น่าเอ็นดู ไม่ว่าจะงานใดในจวน พระชายาก็ล้วนทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งยังทำหน้าที่ภรรยาได้สมบูรณ์แบบมอบทายาทซื่อจื่อน้อยไว้สืบสกุล

แม้หลี่อ๋องมีจะเจ้าชู้ไปบ้าง ทว่าด้วยความเมตตาของฮูหยินผู้เฒ่าทุกอย่างในจวนจึงราบรื่นไร้ปัญหา กล่าวได้ว่า…นี่ดียิ่งกว่าถูกสวรรค์ประทานพรเสียอีก!

ผู้คนจึงต่างพากันอิจฉาพระชายาหลี่อ๋องที่มีวาสนา ได้แต่งเข้าจวนอันมั่งคั่ง มีแม่สามีเอ็นดูรักใคร่และคอยให้ท้ายอยู่เสมอ

ทว่าอีกเสียงก็กล่าวว่าน่าเห็นใจพระชายาหลี่อ๋อง ทั้งที่เป็นภรรยาที่ดีเพียงนี้ แต่สามีกลับเย็นชา ละเลยไม่สนใจและไม่เคยมอบความรักให้ มิหนำซ้ำยังกล้ามีภรรยาอีกคน

และทั้งที่ถูกหยามน้ำใจถึงเพียงนั้น พระชายาก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ ยังคงมอบความอบอุ่นให้ทุกผู้ในจวนอย่างไม่ขาดตก

ชีวิตของพระชายาหลี่อ๋องทั้งน่าสงสารและน่าอิจฉา…

อย่างไรนางก็เป็นสตรี…ดังนั้น หัวใจของนางจึงยังคงเฝ้ารอเพียงแค่เศษเสี้ยวความเมตตาจากสามี แต่สุดท้ายกลับต้องสูญสิ้นทุกสิ่งเพราะความร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ของสตรีอีกคน

ถงซิ่นเหยายอมได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งยินดีให้สามีหันไปหาผู้อื่น หากนางไม่อาจดูแลได้ดังเดิม

แต่ครั้งนี้ อีกฝ่ายกลับล้ำเส้นเกินทน ทั้งที่ผ่านมานางจะไม่เคยตอบโต้ ไม่ร้องฟ้องต่อแม่สามีหรือหาเรื่องกลับคืน ทว่าสุดท้าย…กลับเป็นนางต้องสูญเสียบุตรชายไป โดยไม่เหลือแม้เพียงโอกาสได้กอดอีกสักครั้ง

หนิงอี้จำบทนี้ได้ถึงกับสะอื้นในลำคอโดยไม่รู้ตัว

เธอไม่เคยเข้าใจความเจ็บปวดของพระชายาหลี่อ๋องมาก่อนว่าจะหนักหนาเพียงใด จนกระทั่งได้มาสัมผัสด้วยตนเอง ความรู้สึกขมขื่น กล้ำกลืนฝืนฝนและเศษเสี้ยวอารมณ์ของเจ้าของร่างเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอก ราวกับต้องการจะถ่ายทอดทุกหยาดน้ำตาให้เธอรับรู้ทั้งหมด

หากรู้ว่าตายแล้วจะต้องทะลุมิติเข้ามาในนิยายเผชิญชะตากรรมแทนผู้หญิงคนนี่แต่แรก เธอคงตามไปหาผู้เขียนบทและรบเร้าให้เขียนต่อเล่มที่สองเสียให้รู้แล้วรู้รอด อย่างน้อยก็จะได้ลุกขึ้นมาทวงคืนทุกสิ่งให้สาสม!

หนิงอี้สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ กลืนความปวดร้าวในอกไว้ รอวันที่จะสะสางทุกสิ่ง!

ใบหน้าคนงามเชิดขึ้นอย่างหยิ่งทะนง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ห้องโถงที่จัดงานเลี้ยงอย่างเอิกเกริก แม้จะมีเพียงคนในจวนและแขกที่รู้จักไม่กี่คน ทว่าอบอวลไปด้วยบรรยากาศโอ้อวดและเสียงหัวเราะอย่างรื้นเริง

นางเดินจูงมือบุตรชายเข้ามา ทันทีที่ร่างปรากฏกลางห้อง ความครึกครื้นเมื่อครู่ก็พลันแผ่วลง เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันหยุดมือ สายตาทุกคู่หันมองพระชายาเอกที่เพิ่งฟื้นจากอาการเป็นลม

ใบหน้าของหนิงอี้ปรากฏรอยยิ้มบางๆ เจือความเย้ยหยัน ดวงตาคู่งามเย็นชาจับจ้องเบื้องหน้า

“ช่างเป็นภาพครอบครัวที่สุขสันต์เหลือเกิน” น้ำเสียงของนางดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจนทุกคนชะงักงัน แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางเพิ่งเป็นลมไปแท้ๆ ถึงแม้ว่าเจ้าของร่างนี้ตายไปแล้วด้วยซ้ำแต่สามีกลับไม่เหลียวแล ซ้ำยังมีความสุขอยู่กับสตรีอื่นและลูกที่ไม่ใช่สายเลือดตนเองเช่นนี้หรือ?

“หึ…แพศยา!” หนิงอี้หัวเราะเย็นชา

“ทั้งที่วันนี้เป็นวันเกิดของบุตรชายข้า แต่ลูกของชายชู้กลับได้เฉลิมฉลองวันเดียวกันงั้นหรือ”

ทั้งที่วันนี้เป็นวันครบรอบสามขวบของอาหรงแท้ๆ

ทว่ากลับมีสตรีหน้าหน้ากล้าเสนอให้จัดพิธีครบร้อยวันของเด็กคนนั้นขึ้นพร้อมกันกับบุตรชายของนาง!

หนิงอี้ไม่มีวันยอม เพราะบุตรชายของนางคือซื่อจื่อทายาทโดยตรงของหลี่อ๋อง ไม่เหมือนเด็กในห่อผ้าที่แม้แต่บิดาที่แท้จริงก็ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด!

ดวงตาของนางแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความเดือดดาลเอ่อล้นอยู่ในอก ทั่วทั้งแฝงกลิ่นอายเยียบเย็นออกมากดทับ

หากนางยอม ฉากต่อจากนี้คืออาหรงถูกวางยาพิษให้สิ้นใจ

นางกุมมืออาหรงไว้ในอ้อมแขนอย่างปกป้อง แม้เด็กน้อยยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กลับรับรู้ถึงความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากมารดา ดวงตาคมกริบเงยมองมารดาสลับกับเบื้องหน้า

“ท่านแม่…อาหรงสละให้น้องก่อนก็ได้”

พอได้ยินถ้อยคำนี้ หนิงอี้พลันหันขวับไปมองทันที หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นแฝงความตกใจและเวทนา นางถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่…ทั้งที่ถูกเอาเปรียบ แต่เหตุใดจึงยอมง่ายๆ เช่นนี้

เกรงว่า หลังจากนี้นางคงต้องอบรมสั่งสอนใหม่ยกใหญ่แล้ว

หนิงอี้ส่ายหน้ากับบุตรชายก่อนจะเงยหน้าไปโต้ตอบกลับ

“วันครบรอบสามขวบของบุตรชายข้าแต่กลับมีชื่อของเด็กนั่นมาปะปนในวันเดียวกันงั้นหรือ” น้ำเสียงของหนิงอี้ต่ำแต่กดแน่นราวกับความไม่พอใจที่กดไว้คล้ายจะปะทุออกมา นางเลิกคื้วถามอีก “หรือ…จวนหลี่อ๋องไม่เห็นหัวข้าแล้ว!”

หากเขาคิดจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางและอาหรง…ก็อย่ากล่าวโทษว่านางไม่ไว้หน้าอีกต่อไป!

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจึงค่อยๆ ดังก้องท่ามกลางความเงียบงัน สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างพากันก้มหน้าจนแทบจรดพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง

หลี่อ๋องก้าวเดินในห้องโถงไปอีกฝั่ง ชุดคลุมสีดำปักดิ้นทองขลิบเงินสะท้อนแสงตะเกียงยิ่งทำให้ดูน่าเกรงขาม เขามองสตรีตรงหน้าที่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องโถง สายตาคมกริบดั่งคมมีดเย็นเฉียบ

“เค้าคิดจะก่อเรื่องอันใดอีกงั้นรึ” เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแฝงแรงกดดันหนักอึ้ง “เพียงงานเลี้ยงเล็กๆ ยังต้องให้ทั้งจวนมาวุ่นวายเพราะอารมณ์ของเจ้าเพียงผู้เดียวอีกหรือ”

หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาฉายความรำคาญเจือความหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน

จะวันเกิดของบุตรชายคนโตหรือครบรอบหนึ่งร้อยวันของบุตรชายคนเล็ก…ต่างกันก็ไม่มากนัก เหตุใดจึงต้องแยกวันจัดงานให้ยุ่งยากเช่นนี้?

หลี่เฉิงหยวนไม่มีทางเข้าใจได้

หนิงอี้เชิดปลายคาง นัยน์ตาเมล็ดซิ่งประสานสบตากับบุรุษตรงหน้า นางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอเบาๆ พลางสำรวจมองตั้งแต่บนลงล่างพร้อมกับความสงสัยที่ว่าเขาคือบิดาของเด็กที่ยืนอยู่ข้างๆ นางในตอนนี้จริงหรือไม่…?

แม้รูปโฉมจะของเขาหล่อเหลา แต่ถ้าวาจาเช่นนี้…มิสู้ให้พ่อของลูกนางเป็นขอทานยังดีกว่า!

อย่างน้อยขอทานก็ยังรู้จักกล่าวจาดีและขอบคุณเมื่อได้รับเศษเงินจากผู้อื่น หาได้มีถ้อยคำพูดราวกับไร้สมองเช่นนี้

“อารมณ์ของข้า…” หนิงอี้เลิกคิ้วขึ้น ถามทวน ใบหน้าเจือด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม “หรือหลี่อ๋องยินยอมให้ซื่อจื่อถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีในวันเกิดของตนเอง”

เป็นเพียงลูกของชายชู้แต่กล้าดียังไง มาเทียบกับบุตรชายของนางซึ่งเป็นทายาทสายเลือดแท้ของหลี่อ๋อง!

“พี่หญิง! คำพูดของพี่หญิงรุนแรงเกินไปแล้วกระมัง แม้ว่าหม่อมฉันจะเป็นเพียงพระชายารองไม่ใช่พระชายาเอก ทว่าอาเซียนก็เป็นบุตรชายของหลี่อ๋องเหมือนกันมิใช่หรือเพคะ”

ทันใดนั้น น้ำเสียงหวานของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องโถง มือของนางโอบอุ้มทารกน้อยในห้อผ้าที่คลอดมาด้วยความยากลำบากไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะถูกพรากไป

หลี่อ๋องแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับคมมีด “ศักดิ์ศรีงั้นหรือ…ข้าว่าคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าโวยวายต่อหน้าผู้คนต่างหากที่ไร้มารยา!”

สายตาคมกริบจ้องมองสตรีอวดดีตรงหน้าอย่างแข็งกร้าว มือทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดปูด ราวกับกำลังอดกลั้นอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่คับแน่นในอก

หนิงอี้ได้ยินแล้ว อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขับขัน แฝงความเย้ยหยัน

“ไร้มารยาอย่างนั้นหรือ…ข้าเพียงพูดความจริงที่ไม่มีผู้ใดกล้าพูดต่างหากหลี่อ๋อง! ข้าหวังดี เกรงว่าหลี่อ๋องคงถูกบางสิ่งบังตาให้สตรีแพศยาครอบงำจนตาบอดมองไม่เห็นหน้าบุตรชายแท้ๆ ของตนเองเท่านั้น!”

“ถงซิ่นเหยา!” น้ำเสียงทุ้มตวาดลั่น หลี่เฉิงหยวนขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันกราม สายตาคมกริบแข็งกร้าวคล้ายกำลังยกคมดาบจ่อคอสตรีตรงหน้า

“เพคะ” หนิงอี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นางหาได้รู้สึกหวาดหวั่นหรือเกรงกลัวแต่อย่างไร

“หรือวันนี้หลี่อ๋องกล้าจะลงมือทำร้ายข้าต่อหน้าผู้อื่น?”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๔๐ ฤดูใบไม้ผลิหลังพายุ

    สายลมฤดูใบไม้ผลิปีนี้อบอุ่นกว่าทุกปีที่ผ่านมากลีบของดอกเหมยผลิบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ราวกับต้องการกลบความเย็นชาที่ฝังลึกอยู่ในใจของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นเหมยเก่าแก่ด้วยแววตาเปลี่ยวเหงาหลี่เฉิงหยวน ในวันนี้ดูราวกับเป็นคนละคนกับหลี่อ๋องผู้สูงศักดิ์ในวันวาน ใบหน้าหล่อเหล่าซูบคล้ำอิดโรยและไร้ซึ่งอำนาจหรือความน่าเกรงขามที่เคยมีในอดีตร่างสูงในอาภรณ์เรียบง่ายยืนนิ่ง มือหนึ่งถือไหสุราเงยหน้ามองกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นพลิ้วลงพื้น ก่อนแค่นหัวเราะในลำคอเสียงต่ำแผ่วเบาและขมขื่น“สุดท้ายแล้ว…ข้าผิดพลาดตั้งแต่เมื่อใดกันแน่”น้ำเสียงทุ้มแหบพร่า ราวกับพึมพำถามต้นไม้ที่ยืนเงียบ ไม่ต่างจากสนทนากับความว่างเปล่าในใจตนเองนับแต่วันที่ความจริงปรากฏ ว่าสตรีที่เขารักสุดหัวใจลอบคบชู้กับคนใกล้ชิด และบุตรชายที่เขาเลี้ยงดูด้วยความภาคภูมิ มิใช่สายเลือดของตน…คล้ายโลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืนวันนั้น เขาโกรธ…โกรธจนแทบคลั่งหลี่เฉิงหยวนคิดจะลงโทษนางให้สาสมกับความไว้ใจที่ถูกทรยศ ทว่าเมื่อได้สบตากับนัยน์ตาเมล็ดซิ่งคู่นั้นทั้งเย็นชา ดื้อดึงและเต็มไปด้วยความชิงชังเขากลับทำไม่ได้เล

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๙ เถ้าถ่านในอดีต

    ข่าวเรื่องจวนหลี่อ๋องถูกลอบวางเพลิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันดำที่ลอยฟุ้งจากเถ้าถ่านพัดกระจายเข้าทุกตรอกซอกซอย เสียงซุบซิบดังแว่วอยู่ไม่ขาดหู ทั้งคำลือและคำกลัว ผู้คนที่ได้เห็นซากเรือนมอดไหม้ยังคงสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นไม้ที่ถูกเผาจนดำกรอบยังคงส่งเสียงเปาะแปะ ราวกับคร่ำครวญถึงสิ่งที่สูญสลายไปพร้อมเปลวเพลิงหลายเรือนในจวนหลี่อ๋องพังพินาศเกือบครึ่ง เถ้าถ่านปกคลุมทั่วพื้นที่เหมือนผืนแผ่นดินทั้งผืนถูกเผาไหม้ ควันดำยังลอยหนาทึบจนผู้คนที่ผ่านต้องกลั้นหายใจสายตาทุกคู่เต็มไปด้วยทั้งความหวาดกลัวและความสงสัยปนเวทนา แต่เพียงวันถัดมา เพลิงข่าวกลับลุกโชนยิ่งกว่าเปลวจริง เมื่อมีราชโองการจากไจ่ฮ่องเต้ประกาศรับคำร้องขอหย่าระหว่าง หลี่อ๋องกับคุณหนูสกุลถงผู้เป็นหลานสาวของกุ้ยเฟยคำสั่งนั้นคล้ายน้ำมันราดลงบนกองเพลิงที่ยังไม่ทันดับมอดให้เผาผลาญทุกสิ่งพังพินาศร้อนระอุยิ่งกว่าเดิมทุกสายตาที่มองจวนหลี่อ๋องยามนี้ ล้วนแต่เต็มไปด้วยความสงสารปนเวทนาสายสัมพันธ์ที่เคยร้อยรัดสองตระกูลให้แนบแน่น กลับขาดสะบั้น เหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งที่ปลิวกระจายอยู่ในอากาศถงซิ่นเหยาคาดการณ์ไว้อย่างไม่ผิดพลาดว่า ไป๋

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๘ เหลือเพียงควันไฟ

    แสงอาทิตย์แรกของยามเฉินลอดผ่านม่านควันจางๆ ที่ยังลอยคลุ้งทั่วบริเวณ เสียงไม้ที่ไหม้กรอบแกรบดังแผ่วเบาราวกับเสียงคร่ำครวญของอดีตที่ถูกเผาผลาญจนสิ้นเหล่าบ่าวไพร่ในจวนต่างวิ่งวุ่นกันคนละทิศคนละทาง บ้างก็ตักน้ำดับไฟ บ้างก็ขนย้ายซากสิ่งของที่เหลือ เสียงร้องโวยวายของสาวใช้ดังระงมไปทั่วทั้งเรือนที่เหลือเพียงเถ้าถ่านแม้แต่ ฮูหยินผู้เฒ่า ยังอดไม่ได้ต้องออกมาดูด้วยตนเองนางคิดไว้ไม่มีผิด บุตรชายผู้นี้ช่างไร้ความสามารถเสียจริง ถึงไม่สามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ ปล่อยให้นางเหิมเกริมกลับมาล้างผลาญจวนสกุลหลี่จนเกือบมอดไหม้ไม่เหลือ!ฮูหยินผู้เฒ่ามองเศษซากเรือนที่ถูกเพลิงไปแผดเผาวอดวายไปหลายหลัง จนแทบทรุดลงสิ้นเรี่ยวแรง เข่าอ่อนแทบเป็นลมครั้งแล้วครั้งเล่า “จวนหลี่อ๋องกำลังจะล่มสลายจริงๆ หรือ...” เสียงพร่าจากลำคอนางดังแผ่วเหมือนคำสาปกลางลานกว้าง หลี่เฉิงหยวนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันเขม่าดำ เสื้อคลุมเปรอะเขม่า ชายเสื้อถูกไฟไหม้เป็นรอยยาว ผมที่เคยเรียบกลับยุ่งเหยิง มีคราบเขม่าติดอยู่ตามขมับและปลายคางดวงตาคมกริบฉายแววขุ่นมัวเจือด้วยความโกรธ โชคดีนักที่ยามนั้นเขายังไม่หลับ และยิ่งโชคดีกว่านั้น ถงซิ่น

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๗ เพลิงไหม้จวนหลี่อ๋อง

    ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เอือมระอาจจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาตำหนิบุตรสาว นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ซ้ำๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มือที่กำลังถือตะเกียบพลางเขี่ยข้าวในชามไปมาไม่ต่างจากเด็กเล็กเรื่องบานปลายมาถึงเพียงนี้แล้ว ยากเกินที่จะเยียวยาหากจะเกิดอะไรก็ต้องเกิดเถิด!หลี่เฉิงหยวนคีบข้าวเข้าปากอย่างเชื่องช้า ท่าทางเหม่อลอยไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา เขาได้ยินเสียงตะเกียบกระแทกชามดังไม่หยุดจึงเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์“อาหารมื้อนี้รสชาติไม่ดีหรือ…เหตุใดท่านถึงเอาแต่เขี่ยไปมาเช่นนี้”อาหารทุกมื้อในจวนหลี่อ๋องปรุงโดยพ่อครัวฝีมือดีเก่าแก่ รสชาติจึงไม่น่าจะมีปัญหา ความไม่อร่อยคงเป็นเพราะบรรยากาศอึมครึมที่ไม่ชวนรับประทานทั้งหนาหู ทั้งอุดอู้ และหมองหงอยหนักหน่วงแม้แต่พวกสาวใช้ยังรู้สึกอึดอัด กลืนอะไรลงไปก็ไม่ลง ลมหายใจติดขัด…นับตั้งแต่พระชายาเอกและซื่อจื่อน้อยไม่อยู่ที่จวนสกุลหลี่ก็วังเวง ดูราวกับไร้ผู้คน“ข้าอิ่มแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าว พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนวางตะเกียบลงอย่างเบื่อหน่ายนางหยิบผ้าเช็ดปากจากสาวใช้เช็ดริมฝีปากช้าๆ แล้วกล่าวเสียงแผ่วแต่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง“กินอย่างไรก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๖ วาจาหวานเยิ้มรสขมขื่น

    ถงซิ่นเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษตรงหน้าพอดี ใบหน้าคนงามระบายยิ้มกว้างความหนักอึ้งในใจพลันผ่อนคลายลง น้ำเสียงหวานหัวเราะร่าออกมาอย่างขบขันนางกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ “วาจาของคุณชายเจ้าเล่ห์นัก…หากข้าไร้สติก็คงคล้อยตามตกหลุมพรางที่ขุดไว้ และจะต้องหลงคิดว่าคุณชายต้องมีใจให้แน่ๆ เจ้าค่ะ”ซ่งเจ๋อหานชะงักไปครู่หนึ่งกับถ้อยคำหยอกเย้า รอยยิ้มบนริมฝีปากหนาโค้งยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอแผ่ว ราวกับพยายามกลบความรู้สึกบางอย่างที่ไหววูบขึ้นในดวงตา“หึ! ข้าไม่เก่งนักเรื่องเสแสร้งปั้นหน้ากล่าวคำหวานเพื่อเข้าหาสตรี” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่ปลายประโยคกลับอบอุ่นผิดจากเดิม “และหากคิดจะลวงสตรีใดให้ตกหลุมพราง…ข้าคงไม่มีทางเริ่มจากแม่นางแน่”สายตาคมกริบช้อนประสานตากับสตรีตรงหน้าอย่างจงใจ ริมฝีปากหนาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆซ่งเจ๋อหานคิดว่าจะไม่ได้พบพานกับนางอีกแล้วทว่าก็หาได้คิดจะถอดใจตอนที่มีคนจากพ่อบ้านสกุลถงแจ้งแก่ทหารยามหน้าวังหลวงว่าต้องการเข้าไปตำหนักใน พร้อมนำจดหมายจากสกุลถงมาส่งให้ถึงมือซ่งเจ๋อหานเดินผ่านมาพอดี จึงรับจดหมายไว้ก่อนจะนำไปส่งให้หลี่กุ้ยเฟยด้วยความกระตือรือร้นเพียงได

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๕ รอยยิ้มและความห่วงใย

    ถงซิ่นเหยาชะงักพอได้ยินถ้อยคำนั้น นัยน์ตาเมล็ดซิ่งหันไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบของหลี่เฉิงหยวนพอดี นางไม่อยากจะพบหน้าบุรุษผู้นี้ในยามนี้นักมิใช่เพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องจากไป แต่กลับความเอือมระอา เหม็นขี้หน้าจนคลื่นไส้แล่นพล่านต่างหากสายลมโชยพัดผ่าน อากาศเย็นยะเยือกจนขนลุกซู่ ราวกับเวลาหยุดนิ่งชั่วขณะ ทั้งคู่ยืนนิ่งจ้องมองกันอยู่นานครู่หนึ่ง หาได้มีผู้ใดเอ่ยเอื้อนสักครึ่งคำภายในอกของเขารู้สึกคันยุบยิบ หน่วงหนักและอึดอัดเมื่อมองดวงตางามคู่นั้นไร้อารมณ์ ไม่แสดงแววใดให้เห็นหลี่เฉิงหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น“คิดจะไปไม่ลาเลยหรืออย่างไรกัน”ถงซิ่นเหยาคลี่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงหวานกลั้วหัวเราะ “หม่อมฉันได้ยินมาว่าไป๋เหม่ยฮวาหนีออกจากจวน ไม่ว่ามองไปทางใด ผู้คนล้วนวุ่นวาย…ข้าจึงมิอยากรบกวนเพคะ”ทั้งที่ความจริง นางจงใจไม่บอกใคร แม้กระทั่งแม่สามีลึกๆ ในใจ ถงซิ่นเหยายังคงโกรธเคืองไป๋เหม่ยฮวา…สตรีผู้นี้เป็นผู้วางยาหลี่จวิ้นหรงบุตรชายของนางจนเกือบพิษไปเย็น แม้จะถูกกักขังแยกไว้ แต่กลับไร้ผู้ใดจัดการและปล่อยให้หนีออกไปด้วยนิสัยของไป๋เหม่ยฮวา หากไม่สั่งสอนให้เข็ดหลาบ ย่

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๑๕ อ้อมกอดที่สั่นคลอน

    หลายวันผ่านไปสองสามวันมานี้ บรรยากาศในจวนหลี่อ๋องเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน เดิมทีตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำมักจะได้ยินเสียงพูดคุยและหัวเราะเจื้อยแจ๋วของซื่อจื่อน้อย ทว่านับตั้งแต่พระชายากลับไปเยี่ยมบ้านเดิมก็เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไปยามนี้สายลมต้นฤดูหนาวพัดแรงขึ้นทุกวัน ใบไม้เหลืองร่วงหล่นเต็มลานกว้าง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๑๓ เลือดหนึ่งหยดชดใช้ด้วยชีวิต

    ภายหลังมื้อเช้าเสร็จสิ้นแล้ว นายท่านถงแม้จะไม่อยากห่างจากหลานชายแต่ก็จำใจต้องขึ้นรถม้าออกไปทำงานตามหน้าที่ ทั้งที่ในใจนั้นไม่อยากจากไปแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว เพราะนานครั้งถึงจะได้อยู่ใกล้ชิดเช่นนี้หากมิใช่ว่าวันนี้ต้องเข้าวังหลวงแต่เช้าเพื่อเข้าร่วมประชุมที่ท้องพระโรง นายท่านถงคงอยากอยู่เล่นกับหลาน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓ เป็นได้เพียเงา

    ในนิยายกล่าวถึงฉากนี้ไว้ พระชายาหลี่อ๋องทุ่มเทแรงกายและแรงใจทุกหยาดเหงื่อ ตระเตรียมงานเลี้ยงฉลองวันครบรอบให้บุตรชายมาเป็นเวลาหลายวัน ทุกอย่างถูกวางแผนอย่างละเอียดราวเพราะเป็นวันสำคัญ แต่ก่อนวันงานเพียงหนึ่งวัน…ทุกอย่างกลับต้องเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเพราะบุตรชายกับสตรีอีกคนของสามีก็ครบร้อยวันพอดีจึง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๑ นิยายน้ำเน่า

    “เพราะสตรีผู้นั้น…! เป็นเพราะมันที่ทำให้อาหรงต้องตาย!” น้ำเสียงของพระชายาหลี่อ๋องดังก้องลั่นออกมา แววตาและนิ้วชี้ไปตรงหน้าราวกับต้องการจี้เข้าไปในเนื้อหัวใจของอีกฝ่าย ดวงตาแดงของนางกร่ำเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้นที่แทบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“หากมันไม่ตายตามลงไปปรโลกเพื่อขอโทษอาหรง! ชาตินี้ก็อย่าหวั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status