LOGINว่านเฟยเฟิ่งฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นวิญญาณตนนั้นมาบอกขอบคุณแล้วหายออกไป ข้างเตียงอีกฝั่งเป็นภรรยาทหารคนสนิทของปู่จ้วง
“คุณหนูว่านฟื้นแล้ว ฉันจะไปตามท่านนายพลมาเดี๋ยวนี้ค่ะ”
“เดี๋ยวค่ะ” ว่านเฟยเฟิ่งที่พูดไม่ทันว่าขอดื่มน้ำก่อนถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้นรินน้ำเอง ใจคิดแค่ว่าเด็กน้อยทั้งสองคงเป็นห่วงแล้ว คิดฟุ้งซ่านได้ไม่นานปู่จ้วงก็เข้ามา
“หลานฟื้นแล้ว กลุ่มพนันที่หลานไปเจอจะขยายเป็นผลงานใหญ่ให้ปู่ได้ คนใหญ่คนโตคงต้องเปลี่ยนแปลงยกชุด เธอเป็นดาวนำโชคแล้วจริงๆ น่าเสียดาย เสียดายจริงๆ เอาเถอะปู่จะให้จ้าวหลงไปส่ง”
“คุณปู่คะ! ไม่ได้นะคะ”
“รังเกียจกันแล้วเหรอครับ” จ้วงจ้าวหลงเดินเข้ามาจากด้านหลังประตู
ร่างของว่านเฟยเฟิ่งเริ่มมีหยดน้ำตาร่วงออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกรักใคร่ห่วงใย ความต้องการโผเข้ากอดมากมายจนเฟยเฟิ่งเกือบห้ามเอาไว้ไม่อยู่ ความน้อยใจเสียใจปะทุขึ้นมาจนจุกอก
“ใครจะกล้ารังเกียจคุณชายเล็กจ้วง” เฟยเฟิ่งที่เริ่มคุมความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมได้แล้วบอกออกไป เธอนึกไม่ถึงว่าร่างนี้จะจนจำคนรักเก่าไว้แม่นยำถึงเพียงนี้
“ไปเถอะผมจะไปส่งคุณเอง”
.
.
.
ภายในรถคันโตมีเพียงจ้วงจ้าวหลง เฟยเฟิ่ง และจักรยานของเหมยหลัน บรรยากาศน่าอึดอัดปกคลุมไปจนทั่วบริเวณ น้ำตาหยดโตยังคงร่วงหล่นลงมาอยู่เนืองๆ จนเฟยเฟิ่งเริ่มหงุดหงิดความรักของเฟยเฟิ่งคนเก่าขึ้นมา เพราะเธอตอนนี้ร้องไห้จนเจ็บตาไปหมดแล้ว
“พี่ขอโทษ” จ้าวหลงเอ่ยออกมาก่อน
“ฉันเข้าใจค่ะ พี่ต้องรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้น ส่วนฉันเองก็ต้องแต่งงานตามคำสั่งของปู่ การคบกันอย่างไม่เปิดเผยเป็นความคิดของฉัน ถ้านั่นมันจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนอื่น ก็คงเป็นความผิดฉันเอง”
“ความจริงเธอแต่งงานกับพี่ แล้วให้พี่รับผิดชอบเธออย่างลับๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องประชดกันแบบนี้”
“เห็นแก่ตัว! ไปทำคนเขาท้องแล้วคิดจะรับผิดชอบแบบลับๆ ตกลงพี่เป็นคนยังไงกัน” ว่านเฟยเฟิ่งหันไปตวาดคนรักเก่าของร่างนี้เต็มเสียง
ในความทรงจำที่ได้มาร่างนี้เริ่มคบจ้าวหลงเมื่อมีอายุได้สิบหกปี เขาเป็นน้องชายของมู่หลงซึ่งเป็นสามีของอาหญิง การไปมาหาสู่อาหญิงทำให้เฟยเฟิ่งได้สนิทและใกล้ชิดจ้วงจ้าวหลงไปด้วย แต่เพราะอายุที่ต่างกันถึงเจ็ดปี และเฟยเฟิ่งต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยจึงตกลงขอให้คบกันอย่างลับๆ แต่แล้วปีถัดมาก็มีข่าวลือว่าจ้าวหลงทำผู้หญิงท้อง ทีแรกจ้าวหลงกล่อมร่างนี้อยู่นานกว่าจะยอมเชื่อคำลวงว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำใครท้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกสิบเดือนผู้หญิงคนนั้นก็ก้าวเข้าบ้านสกุลจ้วงพร้อมเด็กทารกชาย ต่อให้ไม่มีการจัดงานหรือป่าวประกาศ แต่ใครบ้างจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มาในฐานะอะไร
ว่านเฟยเฟิ่งในตอนนั้นจึงยอมขึ้นรถมาแต่งงาน ก่อนจะคิดได้ว่าตนเองตัดสินใจผิดจึงได้คิดหนีจนเกิดหัวฟาดพื้นตาย ในวันที่เธอมาอาศัยร่างนี้
“ผู้หญิงคนนั้นวางยาพี่ แค่รับมาอยู่ในสกุลจ้วงก็ใจดีมากพอแล้ว”
“พี่ก็ไปเที่ยวที่แบบนั้นสร้างเรื่องให้ตัวเองถูกวางยาอยู่ดี ฉันไม่ต้องการเป็นเมียหลวงของใครค่ะ” เฟยเฟิ่งบอกออกไป
“แล้วสามีที่มีภรรยาเดียวของเธอดีมากรึไง ภรรยาหายออกมาจากบ้านแบบนี้ยังไม่รู้จักตามกลับ” จ้วงจ้าวหลงว่ากระทบ เพราะต่อให้เขาจะมีผู้หญิงอีกกี่คน แต่คนเดียวที่เขาจะดูแลเอาใส่ใจก็มีเพียงแค่ว่านเฟยเฟิ่ง
“เขาต้องไปทำงาน ไม่ได้อยู่บ้าน หน้าเขาฉันก็ยังไม่เคยเห็น จะมาตามให้กลับได้ยังไงกัน” เฟยเฟิ่งส่ายหัวอย่างไม่พอใจนักที่ผู้ชายคนนี้เลือกพาลด่าคนอื่นแทนที่จะยอมรับขอผิดพลาดของตน
“หมายความว่าเฟยเฟิ่งกับชาวบ้านนั่นยังไม่เข้าหอกันน่ะสิ” จ้าวหลงยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจที่สตรีที่เขาเฝ้าถนอมมาเกือบสองปียังไม่ตกเป็นของชาวนายากจนนั่น
“พูดอะไรประหลาดจริง คนไม่เคยเจอกันก็ต้องไม่เคยน่ะสิ เลิกเอาเรื่องที่เขาไม่ตามหามาพูดได้แล้ว ฉันออกมาของฉันเอง”
ว่านเฟยเฟิ่งไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำพูดนี้ทำให้คุณชายเล็กจ้วงไม่คิดจะปล่อยวางความสัมพันธ์นี้มากยิ่งกว่าเก่า
“สัญญากับพี่ว่าเธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนนั้น” จ้วงจ้าวหลงเอ่ยออกมาอย่างเอาแต่ใจ
“พูดอะไรน่ะ! พี่ก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง แล้วถึงยังไงพี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องคำสัญญาแบบนี้กับฉัน” ว่านเฟยเฟิ่งโวยวายออกมา ในความทรงจำของร่างนี้มากที่สุดแค่เพียงจับมือ
“ได้ งั้นสักวันพี่จะทำให้ตัวพี่มีสิทธิ์นั้น” พูดจบก็เป็นเวลาที่เขาจ้องเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ไม่พอจ้าวหลงยังลดกระจกป่าวประกาศว่าตัวเขาเป็นคนรักเก่าของเฟยเฟิ่งและจะมาทวงเธอคืน
การประกาศของนายทหารประกอบกับที่เช้าวันนี้ซีซูเจินตามหาลูกสะใภ้ที่หายตัวไปทั้งคืน ทำให้ความคิดคนเกี่ยวกับเฟยเฟิ่งไม่ดีนัก ป้าซีถึงกับรีบฝืนสังขารเดินไปยังบ้านของลูกชายคนโตเพื่อเขียนจดหมายถึงความฉาวโฉ่ของว่านเฟยเฟิ่ง ไม่ได้ฟังสักนิดว่าเธอหายไปเพราะเป็นคนให้เบาะแสโรงพนันต่อสู้ที่ท้ายหมู่บ้างผิงเหยียน
ส่วนจ้วงจ้าวหลงยกของที่จ้วงไป่ชิงสั่งให้เอามาเป็นรางวัลนำจับของเฟยเฟิ่งลง ไม่ช่วยอธิบายหรือปฏิเสธสักนิดว่าเฟยเฟิ่งไม่ได้อยู่กับเขาทั้งคืนอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่กลับยิ้มรับเพราะใจต้องการให้ชาวนาคนนั้นมาขอหย่า เมื่อเฟยเฟิ่งไม่มีที่ให้ไป เรื่องภรรยาเก็บคนนั้นเฟยเฟิ่งย่อมต้องหลับตาข้างหนึ่ง แล้วยอมแต่งมาเป็นสะใภ้เล็ก
ว่านเฟยเฟิ่งจึงต้องนั่งลงเขียนจดหมายอธิบายต่อสามีที่ไม่เคยพบผู้นั้นของตนบ้าง ในหมู่บ้านยามนี้มีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อถือเธอ ส่วนคนที่เหลือคิดว่าเฟยเฟิ่งเพ้อเจ้อคิดหาทางรอดจนอุปโลกน์เรื่องขึ้นมาเอง พวกเขาไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะสามารถไปสืบรู้เรื่องโรงพนัน เอาสร้อยทหารไปแจ้งทางการเช่นนี้ได้
“ไม่เชื่อก็ตามใจ ถ้าฉันไม่ได้ช่วยทางการตั๋ว กับเงินแล้วก็ของพวกนี้ฉันจะเอามาจากไหน”
“ก็จากนายทหารนั่นไง เขาคงให้เธอมาตามประสาคนห่วงใย ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงไม่บริสุทธิ์ถึงได้จ้างผู้ชายแต่งงาน”
“ป้าว่าฉันไม่บริสุทธิ์ แล้วลูกชายป้าบริสุทธิ์รึไง เขาน่ะลูกสองเมียสาม เยอะกว่าฉันตั้งมาก!” เฟยเฟิ่งเริ่มประชดออกมา
“แต่ลูกฉันเป็นผู้ชาย เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา อาเธอเอาเปรียบเราเกินไป ใส่ตะกร้าล้างน้ำมาอย่างนี้เอง เจ็บใจนัก เจ็บจริงๆ เขาพูดไปทั่วว่าจะทวงเธอคืน กลับไปสิ ไปเลย!”
“งั้นป้าก็ให้ลูกชายกลับมาหย่าแล้วกัน ถ้าถึงวันนั้นฉันไปแน่!” ดวงตาที่บวมช้ำมีน้ำตาออกมาอีกครั้ง เฟยเฟิ่งรีบออกไปยังบ้านผักด้านหลัง อย่างน้อยที่ดินนี้เธอก็เป็นคนจ่ายเงินเช่า ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่ให้เธอไป เมื่อไม่ต้องไปขายของ วันนี้เฟยเฟิ่งก็จะดูแลผักของตนให้งอกงาม
บทพิเศษ 3 ทารกฝาแฝดช่วงหัวค่ำของคืนปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นสบาย แต่ในห้องนอนของเฟยเฟิ่งกลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและความอึดอัดของคนท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที เธอนอนตะแคงข้างพร้อมลูบท้องกลมโตเบาๆ ความรู้สึกหนักและแน่นกดทับทำให้หายใจไม่สะดวก ท้องแฝดไม่เคยปล่อยให้เธอสบายอยู่แล้ว คืนนี้ก็เช่นกัน เธอพยายามจนข่มตาลงได้แต่แล้วเฟยเฟิ่งก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะรู้สึกถึงบางอย่างที่ไหลออกมาตามขา เธอรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ คิดในใจว่าคงเป็นเพราะแรงกดจากท้องแฝดจนทำให้เธอเผลอฉี่แตก แต่เมื่อเธอขยับตัวเพียงนิด น้ำอุ่นๆ ก็ไหลเพิ่มขึ้นอีก ความจริงแล่นวาบขึ้นมาทันที“ไม่นะ นี่มันน้ำคร่ำ!” เธออุทานเสียงสั่น ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวสามีแรงๆ “พี่จื่อหาน! จื่อหาน สามี! ตื่นเร็วเข้า!”
บทพิเศษ 2 นายพลจ้วงได้สะใภ้กลางเสียทีแม้ชีวิตของลูกชายคนกลางและลูกสะใภ้จะเป็นไปได้ด้วยดี แต่จ้วงไป่ชิงก็ยังไม่ค่อยพอใจ เพราะฝั่งลูกชายก็ขยายร้านวัสดุไปเจ็ดสาขาในห้ามณฑลแล้ว ทั้งยังจัดตั้งโรงงานทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เฟยเฟิ่ง ขยายการเพาะปลูกสมุนไพรและดอกไม้ จนต้องว่าจ้างคนทั้งหมู่บ้าน ในโรงงานเองก็ผลิตสินค้ากันไม่ได้หยุดหน่อย เพราะร้านความงามสู่ขยายไปแล้วสิบสาขาในหลายมณฑลด้านฝั่งลูกสะใภ้ก็เรียนหนังสือได้ดีจนโล่งอก คิดหาลู่ทางหาเงินได้เป็นสิบเป็นร้อยวิธี จนจ้าวหลงเองก็ลาออกจากราชการมาเปิดธุรกิจของตัวเองแล้วเช่นกัน เพราะฟังเฟยเฟิ่งมามาก จนเกิดแรงบันดาลใจ แม้จะมีแต่คนบ้างานอยู่รอบตัวไป่ชิง แต่เมื่อไปเทียบกับลูกคนโตที่ภรรยาอย่างฟางลี่กำลังจะคลอดลูกคนแรก และอิงลี่ที่กำลังจะมีทายาทคนที่สอง ทำให้ไป่ชิงเริ่มกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าหลานที่เกิดจากสะใภ้คนนี้
บทพิเศษ 1 นักศึกษาว่านผ่านไปหนึ่งปี เฟยเฟิ่งเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ในคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะไม่อยากเรียนบริหารธุรกิจแบบที่เคยจบมาแล้วในภพเก่า เธอไม่ได้ไปเรียนในเป่ยจิงอย่างที่เคยบอกจื่อหานไว้ แต่เธอเลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฮวาจู แม้ว่าคะแนนจะเพียงพอให้เลือกเรียนที่ไหนก็ได้ตามต้องการ แต่เมื่อดูความจำเป็นในชีวิตแล้ว การเรียนในเซี่ยงไฮ้สะดวกกว่ามาก และไม่ห่างจากหมู่บ้านชิวหลินมากเกินไปนั่นทำให้เฟยเฟิ่งยังสามารถผลิตน้ำตบ และครีมส่งขายให้กับร้านยาสู่ได้ดังเดิม และสู่มู่ไป๋เองก็ติดคนรักของตนมาก มารับส่งไปกลับที่บ้านเธอ และบ้านใหญ่ซีอยู่บ่อยๆ จื่อหานและเฟยเฟิ่งจึงสามารถติดรถกลับไปที่หมู่บ้านได้สะดวกทุกครั้ง จื่อหานคอบกลับไปดูความเรียบร้อยของเห็ด และแปลงดอกไม้ที่จ้างพี่ชายดูแลเต็มเวลา ส่วนเฟยเฟิ่งก็ผลิตสินค้าของตัวเองไปตามกำลัง
บทที่ 125 รำคาญค่ำคืนนี้ครอบครัวเล็กซีก็ยังต้องอยู่ในบ้านหลังเดิมต่อไปอีกหนึ่งคืน เพราะกว่าจะเสร็จเรื่องราว รถไฟไปเซี่ยงไฮ้ก็หมดรอบไปแล้ว เสียงแมลงร้องดังเหมือนอย่างทุกวัน อากาศเย็นยามกลางคืนพัดผ่านกระทบผิว เฟยเฟิ่งไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ เธอพลิกตัวไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น ขยับตัวอย่างเบามือ ระวังไม่ให้จื่อหานตื่น เพื่อไปแง้มประตูแอบดูลูกๆในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากพระจันทร์ลอดเข้ามา จื่อซวานและซูลี่นอนหลับสนิทอย่างสบายไร้กังวล เสียงลมหายใจเบาๆ ของเด็กทั้งสองทำให้หัวใจของเฟยเฟิ่งค่อยๆ อ่อนลง แม้จะรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยดี เธอกลับยังวางใจไม่ได้ อารมณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความรักและความกลัวประหลาดๆ ทำให้เธอเอียงหัวพิงกรอบประตู จ้องมองภาพเด็กทั้งสองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องตรวจสอบให้แน่ใจอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเขายังอยู่ตรงหน้า
บทที่ 124 ขอเรียกว่าแม่“กรี๊ดดดดด” เสียงร้องลากยาวดังขึ้นทันทีเมื่อกระสุนปืนดังขึ้นสามนัดเลือดจากขมับและลำคอของจางเข่อซินสาดลงบนใบหน้าของเฟยเฟิ่ง รสเหล็กในปาก ทำให้ผู้ที่ถูกทำร้ายลืมเจ็บลุกขึ้นอ้วก ผลักร่างของคนร้ายที่ล้มมาทับตนเองออกไปโดยไม่มีเยื่อใย“เฟยเฟย!” ซีจื่อหานที่ต้องการวิ่งเข้ามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขวางทางไว้ห้ามไม่ให้เขาเข้ามา แต่เพราะไม่อาจจะห้ามเฟยเฟิ่งได้เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดต้นเสียงทันทีที่ได้ยินเขาเรียก“คนที่ฆ่าพวกผู้หญิงที่หายไปคือจางเข่อซิน ฮือ เขาเป็นคนทำทั้งหมดเลย จางลี่ จานอ้าย ก็ฝีมือเขาทั้งหมด ฮึก”
บทที่ 123 ปิดฉากฆาตกร“น้าเฟิ่งบอกมาสิครับ” จื่อซวานจ้องมองหาคำตอบด้วยคราบน้ำตาที่เปรอะหน้า เขาสับสนจนไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเสียงเด็กทั้งสองเริ่มร้องไห้ประสานกันระงมด้วยความกลัวและความสับสน เมื่อผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ และเป็นผู้ที่ควรจะปกป้องพวกเขากลับลุกขึ้นมาทำร้ายเสียอย่างนี้จางเข่อซินส่งยิ้มเย็นที่ยกโค้งขึ้นเล็กน้อยตามมารยาทมาให้เฟยเฟิ่ง ดวงตาแฝงแววเยาะเย้ย “ว่ายังไงล่ะน้าเฟิ่ง จะบอกจื่อซวานกับซูลี่ยังไงดี”“ลุงเข่อซินคือคนที่ทำร้ายผู้หญิงที่หายไป ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร อย่ากลัวเด็ดขาด เขาคือปีศาจที่กินความกลัวเป็นอาหาร ถ้าเราไม่กลัวผู้ชายคนนี้เขาก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ เชื่อน้านะ”
บทที่ 110 ไล่ออกจากบ้านหน้าประตูโรงพยาบาลขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ยืนเด่นอยู่บนพื้นที่เปียกชื้นจากสายฝนที่เพิ่งจะหยุดลงไป แสงไฟสว่างจ้า จากโคมหน้าประตูสะท้อนเป็นแถบยาวบนผิวถนนเปียก รถสองคันที่ขับตามกันมาหยุดล
บทที่ 108 เกิดเรื่องที่บ้านว่าน“เกิดอะไรขึ้น”ว่านฟางลี่และว่านเฟยเฟิ่งลุกขึ้นถามทันที แม้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไ
บทที่ 107 ลูกเมียน้อยไม่ควรมีสิทธิ์หลังเฟยเฟิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาเรียบร้อยแล้ว ฝนก็พลันตกลงมาไม่หยุด แผนที่วางไว้วันนี้จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน กลายเป็นวันที่คนบ้านจ้วงได้มานั่งเล่นอยู่ในบ้าน
บทที่ 100 อยากเล่นกับพี่น้องซีจงอู้ที่วิ่งหนีการไล่ตีและกระทืบของเท้าหลายคู่ หายลับไปจนเกือบถึงร้านบะหมี่ เขายอมถอดเสื้อที่มีแม่ค้าคนหนึ่งคว้าเอาไว้ได้ออก เมื่อหลุดออกมาจากวงล้อมแล้ว







