LOGINสิ้นเสียงของหนิงเหมยจูกลุ่มสหายของตงซีเฉินไม่รอช้าเดินข้าไปทุบบ้านทันที โดยที่มีฟู่เจียจิ่น คอยบอกว่าส่วนไหนที่ยังเป็นโครงสร้างเดิมส่วนไหนที่ต่อเติมเพิ่มออกมา การทุบส่วนที่ต่อเติมยังดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน หนิงฮวนจุกอกแทบกระอักเลือดก่อนจะหันไปมองลูกสาวคนโตอย่างหนิงเหมยจูด้วยความแค้น
“นังเหมยจูแกกล้าอกตัญญูเหรอ แกทำแบบนี้แกจะให้ฉันตายใช่ไหม”
“คุณจะตายหรือไม่มันก็เรื่องของคุณ อยากตายเหรอ ฉันจะหยิบมีดให้เอาไหม ปาดคอทีเดียวจะได้ตายแบบหมดห่วง คุณคิดว่าคุณแค่ทำให้ร่างนี้และฮุ่ยหมินเกิดมาแล้วจะทวงบุญคุณได้อย่างนั้นเหรอ คุณทำอะไรเพื่อเราสองคนบ้าง เปล่าเลย สิ่งที่คุณรักมากที่สุดคือหวยซินภรรยาของคุณและลูกๆ ของเธอ ลูกของคุณมีเพียงแค่หนิงเพ่ยชิงและหนิงลู่หยางที่กำลังเรียนอยู่ในอำเภอด้วยความสบายใจ ชีวิตของคุณมีแค่สามคนนี้เท่านั้น ฉันบอกคุณแล้วว่าคุณและฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันตั้งแต่คุณตบหน้าฉันแล้ว”
“ดังนั้นต่อให้คุณจะตายตอนนี้ฉันก็ไม่ขอเกี่ยวข้อง และอย่ามาหาความกตัญญูจากฉันเลย ฉันไม่มีให้ ฉันไม่สนใจว่าใครจะด่าฉันเลว ฉันร้าย หรือฉันอกตัญญูเพราะคนพวกนั้นไม่ได้ให้ข้าวฉันกิน แต่สิ่งที่ฉันสนใจคือแม่จะสบายดีไหม น้องชายจะได้เรียนหรือเปล่า สามีฉันร่างกายจะแข็งแรงเมื่อไหร่ ลูกสาวฉันจะมีความสุขกับอาหารที่ฉันทำให้ไหม นอกเหนือจากสี่คนนี้ก็อย่าฝันว่าฉันจะเห็นใจหรือมีเมตตาให้”
หนิงเหมยจูไม่ได้สนใจว่าใครจะว่ายังไงเธอขอเพียงสี่คนนี้เข้าใจเธอก็พอ เธอยอมเป็นคนเลวใจสายตาคนอื่น เธอยอมเป็นคนชั่วในสายตาทุกคน แม้ว่าจะร้ายกาจยังไง แต่เธอเลือกขอปกป้องเพียงคนในครอบครัวเธอเท่านั้น ส่วนผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของร่างนี้เธอไม่ได้มีความผูกพัน ยุคสมัยที่เธอจากมาพ่อลูกยังฆ่ากันตายเพราะทรัพย์สินหรือมรดกก็มีเยอะ อีกทั้งสิทธิของทุกคนก็เท่าเทียมกัน กตัญญูได้แต่ไม่ใช่กตัญญูจนโง่และยอมถูกทำร้ายเพราะคำว่ากตัญญู
“นังเหมยจูเห็นสามีพิการดีกว่าพ่อตัวเองหรือยังไง นังลูกชั่ว สามีแกยังเป็นพ่อหม้ายลูกติด เมื่อก่อนตอนที่แต่งงานเข้าไปนั้นมันเคยสนใจแกหรือเปล่า แกเองก็ไม่เคยสนใจมันและลูก แล้วแกนึกยังไงถึงกลับมาเป็นลูกที่ดีของแม่แกทั้งๆ ที่ผ่านมาแกไม่เคยทำ!” หนิงฮวนหาเรื่องโต้แย้งในสิ่งที่หนิงเหมยจูพูดไม่ได้ จึงหาเรื่องไปทางตงซีเฉินและลูกน้อยแทน
“ฉันไม่เคยปฏิเสธว่าที่ฉันทำเรื่องเลวร้ายต่างๆ เพราะต้องการไปจากบ้านหนิง ดังนั้นพี่ซีเฉินจึงเป็นคนเดียวที่อยู่ในสายตาฉัน แต่คุณรู้อะไรไหม แม้ว่าตอนนั้นเราทั้งสองคนไม่รักกัน แต่พี่ซีเฉินไม่เคยที่จะทิ้งขว้างฉันให้เจ็บช้ำน้ำใจ เสี่ยวลู่หนูน้อยที่แสนจะน่ารัก ก็ไม่เคยรังเกียจแม่เลี้ยงคนนี้ ทั้งๆ ที่ฉันไม่ใช่คนดี เพราะอะไรรู้ไหมที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไป” หนิงเหมยจูกวาดตามองทุกคนด้วยสายตาที่ดุดันก่อนจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเมื่อมองหน้าสามีและลูกน้อยรวมทั้งแม่และน้องชาย
“เพราะความตายยังไงล่ะ ฉันป่วยจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เสี่ยวลู่เป็นเพียงเด็กสี่ขวบกว่าคอยเช็ดตัวให้ทุกครั้งที่ฉันตัวร้อน คอยดูแลฉันไม่ห่าง ส่วนพี่ซีเฉินถึงแม้ว่าเดินไม่ได้ จะมีใครบ้างที่ลากสังขารตัวเองออกมาจากห้องเพื่อดูแลภรรยาที่แสนร้ายกาจแบบฉันยามที่สลบ ไม่ต้องมีใครบอก ฉันก็ไม่ได้โง่เพียงแค่ดูฝ่ามือและรอยถลอกที่ขาก็รู้แล้ว แม้ว่าร่างกายเขาจะพิการหรือว่าจะต้องพิการไปตลอดชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้ฉันปรับเปลี่ยนตัวเองอยากให้ตัวเองกลายเป็นภรรยาและแม่ที่ดีเพราะหัวใจของพี่ซีเฉินนั้น ไม่พิการ”
“การที่ฉันเกือบตายมาแล้วหนึ่งครั้ง ฉันจึงคิดเพียงว่าในเมื่อฉันมีคนที่รักอยู่แค่นี้ทำไมฉันไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อดูแลทุกคน แม่ดูแลฉันมาสิบเจ็ดปีจนฉันแต่งงาน ตอนนี้ฉันสิบแปดปีแล้ว ท่านดูแลฉันมาอย่างลำบาก
ยอมอดทนกล้ำกลืนน้ำตาเพื่อให้ลูกมีพร้อม ไม่ขาดพ่อหรือแม่ จะมีใครสักกี่คนที่ทำแบบนี้ ส่วนฮุ่ยหมินน้องชายที่บางครั้งยอมโดนคุณตีโดนคุณทำร้ายมาตั้งแต่เด็กเพียงเพราะปกป้องพี่สาวเลวๆ คนนี้ หากฉันไม่คิดที่จะกลับตัวกลับใจฉันก็ไม่ควรที่จะเป็นคนอีกแล้ว ต่อไปนี้ต่อให้ชีวิตฉันจะลำบาก ขอเพียงมีแค่ครอบครัวนี้ฉันก็พร้อมที่จะสู้ สู้เพื่อทุกคนให้อยู่อย่างสบายไปตลอด ฉันพูดขนาดนี้คงไม่มีใครคิดว่าฉันผีเข้าหรอกนะ หากไม่เชื่อก็ลองเกือบตายดูบ้างสิ ถ้ายังมีสามัญสำนึกที่ดี ฉันเชื่อว่าคนคนนั้นก็พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองเหมือนฉัน”หนิงฮุ่ยหมินที่อยู่ใกล้พี่สาวมากที่สุดกอดเธอจากด้านข้าง เสี่ยวลู่เมื่อได้ยินว่าแม่รักเธอและแม่ประกาศให้ชาวบ้านได้รู้ว่าเธอคือลูก เสี่ยวลู่วิ่งมาเกาะขาเช่นกัน ฟู่เจียจิ่นวิ่งมากอดลูกสาวด้วยความรักเหมยจูของเธอนั้นโตแล้วจริงๆ เธอรู้ดีว่าเหมยจูนั้นส่วนลึกๆ ไม่ใช่คนเลว
แต่เพราะสภาพครอบครัวที่ไม่ปกติ เลยทำให้เธอมีจิตใจที่บิดเบี้ยว แต่ตอนนี้ลูกสาวเธอเปลี่ยนตัวเองแล้ว คนเป็นแม่เช่นเธอไม่มีอะไรดีใจไปมากกว่าเห็นลูกทั้งสองคนพบเจอความสุขหรอก ส่วนสามีอย่างตงซีเฉินได้แต่ยื่นมือไปกุมมือภรรยาไว้ก่อนจะบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจและมองเธอด้วยรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น
ส่วนชาวบ้านที่ได้ฟังต่างก็เข้าใจและเห็นใจหนิงเหมยจูแต่ก็ยังระแวงอยู่ดี การที่คนเราแสนจะร้ายกาจนั้นจะเปลี่ยนตัวเองได้เพียงชั่วข้ามคืนจริงๆ เหรอ แต่คำถามนี้ไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกไปเพราะกลัวจะโดนไล่ให้ไปตาย
“นังเหมยจู นังชั่ว นังเลว แกกล้าพังบ้านฉันแบบนี้แล้วฉัน พ่อ แม่จะไปอยู่ที่ไหน” หนิงเพ่ยชิงกว่าจะตั้งสติได้บ้านก็โดนทุบไปเกินครึ่ง พอเห็นบ้านพังตรงหน้าจึงหันมาด่าพี่สาวคนละแม่อย่างโกรธแค้น
“ขอบคุณที่ชม พวกเธอสามคนพ่อแม่ลูกอยากจะไปอยู่ที่ไหนก็เชิญไม่เกี่ยวกับฉัน แล้วที่สำคัญเธอไปตรวจสมองหน่อยนะหนิงเพ่ยชิง ถามมาได้ยังไงว่าฉันกล้าหรือเปล่าทั้งๆ ที่ฉันก็ทำไปแล้ว”
“เดี๋ยวก่อนครับลุงผู้นำหมู่บ้านอย่าเพิ่งไป ผมยังมีอีกเรื่องที่ยังจัดการไม่เรียบร้อยครับ” หนิงฮุ่ยหมินร้องเรียกผู้นำหมู่บ้านคง
“หืม ยังมีอะไรอีกเหรอ” ผู้นำหมู่บ้านคงเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
“เรายังไม่มีการแบ่งเงินกองกลางของบ้านเลยนะครับ” หนิงฮุ่ยหมิน บอกด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาไม่ต้องการที่จะเอาเงินกองกลาง แต่เขาต้องการที่จะให้พี่สาวทุบบ้านไม่ให้เหลือมากกว่าแม้แต่โครงสร้างเดิมก็ไม่ต้องมี
“ไม่มี ไม่ให้” หนิงฮวนไม่ต้องคิดนาน เขาแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว จะให้แบ่งเงินกองกลางอีกฝันไปเถอะ
“พี่ใหญ่เอาไงดี ในเมื่อผมกับแม่ทำงานในแปลงนาแลกแต้มเอาอาหาร และค่าแรงที่ได้จากการรับจ้างอื่นๆ อีก แต่กลับไม่ได้อะไรเลย อ้อ ผมรู้แล้ว เงินไม่เอาก็ได้ แต่...” หนิงฮุ่ยหมินทำท่าเหมือนจะนึกอะไรได้จึงเดินไปขอค้อนของสหายพี่เขยตัวเอง จากนั้นจึงเดินไปทุบส่วนที่เหลือ ก่อนจะตะโกนเรียกคนอื่นด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสาร
“พี่ๆ ครับช่วยผมหน่อย ผมทุบคนเดียวไม่ไหว”
หนิงฮวนเห็นการกระทำของลูกชายเขาโกรธจนทนไม่ไหวจึงกระอักเลือดและล้มทั้งยืนก่อนจะสลบไป หวยซินกรีดร้องเหมือนคนเสียสติเมื่อเห็นสามีสลบไปต่อหน้าต่อตา เธอตะโกนร้องให้คนช่วย
แต่กลายเป็นว่ามีแต่คนเบือนหน้าหนี คงจะมีแต่ผู้นำหมู่บ้านคงและพ่อเฒ่าหนิงบ้านรองที่ให้คนไปตามหมอมาดูอาการของหนิงฮวน
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







